ณ ร้านเดอะบัตเตอร์ฟลาย
ร้านนี้เป็ร้านอาหารกึ่งพับแบบโอเพ่นแอร์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงอันศิวิไลซ์ หลังจากผ่านพ้นการระบาดของโรคโควิด 19 ไปแล้วร้านก็กลับมาเปิดอีกครั้ง
ภายในร้านมีวงดนตรีสดเล่นเพลงขับกล่อมบรรดานักดื่มทั้งหลายลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านจะเป็วัยทำงานที่้าผ่อนคลายความเครียด ฟังเพลงไปด้วยโยกไปด้วยเบา ๆ แต่ไม่ได้จัดหนักแดนซ์กันกระจายแบบวัยรุ่นผับ
“อ่าว....มึง ไหงเ้าของงานวันเกิดเมาแอ๋ ขนาดนี้ว่ะ”
บีที่มาถึงที่ร้านเป็คนสุดท้ายในกลุ่มเพื่อนๆ ถามขึ้น เมื่อเห็นกิ๊ฟคอพับคออ่อนเมาจนแทบฟุบลงไปกับโต๊ะอยู่แล้ว
“จะไม่ให้เมาได้ไงว่ะอีนี่มันช่วยเขาเปิดร้านั้แ่หกโมงเย็น”
นิวเพื่อนชายหัวใจหญิงจีบปากจีบคอตอบแทนคนเมา เขาเป็คนแรกที่มาหากิ๊ฟที่ร้านเดอะบัตเตอร์ฟลายเพราะนางโทรจิกเขาั้แ่ยังไม่ได้เลิกงาน
“มันนี่นะมาที่ร้านก่อนเพื่อนปกติมันบ้างานจะตาย ถ้าไม่สองทุ่มมันเหรอจะลงจากออฟฟิศ”
บีเอ่ยขณะที่นั่งลงบนเก้าอี้ตัวสุดท้ายที่ยังว่างอยู่เพื่อน ๆ ในกลุ่มต่างรู้จักนิสัยกันและกันเป็อย่างดีเพราะเป็เพื่อนกันั้แ่สมัยมัธยม
เมื่อกิ๊ฟได้ยินคำว่า ‘งาน’ ก็คล้ายกับว่ามีใครเอาน้ำร้อนมาราดรดหัวใจของคนที่เพิ่งตกงานหมาด ๆให้รู้สึกร้อนทุรนทุรายขึ้นมาอีกครั้ง
“ใช่ ! กูทำงานทุ่มเทขนาดนั้น พัฒนางานให้กับบริษัทมากมายขนาดนั้นแมร่งเอ๊ย ! เขาเสือกไล่กูออก”
เมื่อแอลกอฮอล์ในเส้นเืสะสมได้ที่เธอจึงขึ้นมึงขึ้นกูกับเพื่อนตามแรงอารมณ์ที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมา
“ฮ๊ะ! อีกแล้วหรือมึง”
บีอุทานออกมาอย่างใจริงๆ คืนนี้เพื่อน ๆ ในกลุ่มนัดฉลองวันเกิดให้กับกิ๊ฟ แต่กลับกลายเป็ว่าต้องมาเลี้ยงย้อมใจคนตกงานหรือเนี่ย
“เอ่อ...อีกแล้ว ครั้งที่ 5 ในรอบ 9 ปีที่มันเรียนจบปริญญาแล้วออกมาทำงาน”
นุ้ยเพื่อนสาวอีกคนที่มาถึงไล่เลี่ยกับนิวเอ่ยออกมาอย่างเซ็ง ๆเพราะเธอกับนิวนั่งฟังกิ๊ฟคร่ำครวญเื่ถูกไล่ออกจากงานยืดยาวเป็รอบที่สิบแล้ว
“ไหนมึงเล่ามาสิมันเกิดอะไรขึ้น”
บีรีบยื่นมือไปคว้าเอาแก้วเหล้าจากมือกิ๊ฟให้วางลง
“มึงฟังมันพูดนะกูฟังจนหูแฉะแล้ว กูจะกินข้าวเพราะต้องรีบกลับไปหาลูกหาผัว”
นุ้ยบอก
“พัฒนาระบบบัญชีของบริษัทกูก็เป็คนทำ.....”
คนเมาเริ่มร่ายออกมาเสียงอ้อแอ้ส่วนคนฟังก็กินไปด้วย พยักหน้ารับฟังไปด้วย
“เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดทุนของบริษัทก็กูแต่พอเลื่อนตำแหน่งขึ้นเงินเดือนกูกลับไม่ได้ คนที่ได้กลับเป็อีเด็กเลขาฯหน้าห้องท่านประธาน.... เหี้ยเอ๊ย !”
คำสุดท้ายกิ๊ฟสบถออกมาดังขึ้นจนโต๊ะอื่น ๆ เริ่มหันมามอง
“เบาเพื่อน....เบา...”
บีหันซ้ายหันขาว พลางตบหลังมือเพื่อนเบา ๆ ให้ใจเย็นลง “แกก็เลยไปอาละวาด จนเขาไล่แกออกใช่ไหม”
เพื่อนสาวเอ่ยดักคอราวกับตาเห็นการลาออกห้าครั้งที่ผ่านมาของกิ๊ฟ ทำให้บีเดาสถานการณ์ได้ไม่อยาก
การลาออกแต่ละครั้งของเพื่อนสาวล้วนมีเหตุผลมาจากการทะเลาะกับหัวหน้า ถูกเพื่อนร่วมงานแย่งผลงานไปซึ่ง ๆ หน้า หรือแม้กระทั่งการถูกประเมินเลื่อนขั้นเงินเดือนอย่างไม่เป็ธรรม
“เอ่อ....กูจะโง่อยู่เป็ควายไถงานให้เขานั่งบนหลังกูทำไงวะ แมร่ง... คนทำงานคือกู แต่คนได้รับเงินได้รับตำแหน่งกลับเป็อีคนที่มันนั่งสวยๆ แล้วไม่ทำห่าอะไรเลย”
ในเมื่อขยันตั้งใจทำงานให้บริษัทมากมายขนาดนั้นแต่เขากลับไม่เห็นค่า ขืนทำงานต่อไปก็รังแต่จะท้อแท้ใจเปล่า ๆ
“มึงยิ้มหวานๆ พูดจาเพราะ ๆ กับหัวหน้า หรือเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟกาแฟให้ประธานใหญ่แบบอีน้องเทมมี่เป็ไหมล่ะ”
นุ้ยโพล่งขึ้นปัจจุบันเธอกับสามีมีธุรกิจเป็ของตนเองจึงรู้ว่าส่วนใหญ่คนที่เป็หัวหน้าชอบลูกน้องที่มีความอ่อนน้อมมากกว่าลูกน้องที่กระด้างกระเดื่องหัวแข็ง
“ทำไมวะทำไมไม่วัดกันที่ตัวผลงานจริง ๆ ในเกณฑ์ประเมินเลื่อนขั้นเงินเดือนมีข้อไหนที่ระบุว่ามึงต้องยิ้มให้เ้านายนะ มึงต้องคอยเลียแข้งเลียขาท่านประธานนะ มีไหม ! ไม่มี แต่พอเข้าห้องประเมินจริงๆ แมร่งเอ๊ย..... หาว่ากูพูดจาแข็งบ้าง ไม่มีมนุษยสัมพันธ์บ้าง แล้วก็หักคะแนนกูเงินเดือนกูไม่ขึ้นมากี่ปีแล้ว เชี่ยเอ๊ย....”
กิ๊ฟโวยวายกี่ครั้งแล้วที่เธอต้องถูกประเมินอย่างไม่เป็ธรรมแบบนี้
“แกต้องออกมาอยู่กับโลกความเป็จริงบ้างเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมการทำงานจริง ๆ ซึ่งมันไม่ได้ตรงเป๊ะเหมือนกับในหนังสือหรือตัวเลขที่แกเรียนมา”
นุ้ยพยายามจะพูดให้เพื่อนเข้าใจและปรับตัว หากขืนมันยังเป็แบบนี้ ต่อให้เข้าทำงานอีกกี่ที่ก็คงจะลงท้ายอีกหรอบเดิม
“กูไม่เข้าใจเว้ย!..... ทำไมว่ะ... ทำไมชีวิตกูมันถึงต้องเป็แบบนี้ งานวันเกิดกูแต่กลับต้องมาฉลองย้อมใจเพราะตกงาน....เหี้ยเอ๊ย”
กิ๊ฟคร่ำครวญออกมาพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว วันเกิดปีนี้เธออายุครบ 30 ปีแล้วแต่ชีวิตของเธอยังไม่เข้าใกล้คำว่า “ประสบความสำเร็จ” แม้แต่น้อย
“เฮ้ยๆ พอ ๆ อีกิ๊ฟ กระดกเป็น้ำเปล่าแบบนี้ เดี๋ยวได้เมาหัวทิ่มกันพอดี”
นิวรีบห้ามเพื่อน
กิ๊ฟยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดปากแล้วพร่ำบ่นต่อไปว่า
“ตอนเรียนกูก็ตั้งใจเรียน ได้เอทุกวิชา เกียรตินิยมอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆของประเทศ แต่แมร่ง มึงดูกูตอนนี้สิ ตกงาน ! ฮ่า ๆ”
คนตกงานเดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้ เธอยกมือขึ้นชี้นิ้วกราดไปที่เพื่อนแต่ละคนขณะที่พูดว่า
“ในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ ในรุ่นเดียวกันเขาได้ดีกันหมดแล้ว บางคนเป็เ้าของคลินิกบางคนเป็ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เป็อาจารย์ เป็นายพัน ไอ้เพื่อนบางคนสมัยเรียนมันติด0 ติด ร ตอนนี้มันกลายเป็เถ้าแก่แล้ว บางคนตอนนั้นยังเรียนแทบจะไม่จบ ม. 6ด้วยซ้ำ ตอนนี้มันกลายเป็นายแบบไปแล้ว ส่วนกูเป็คนตกงาน.... ฮ่า ๆ”
กิ๊ฟชี้นิ้วมาที่นุ้ยแล้วพล่ามต่อว่า
“ส่วนมึง....ลอกการบ้านกูทุกวัน แต่ตอนนี้มึงเป็ถึงเ้ากิจการค้าส่ง กูถามหน่อยกูทำอะไรผิดทำไมชีวิตกูถึงได้เฮงซวยแบบนี้ ฮ่า ๆ”
เธอหัวเราะประชดชีวิตห่วยๆ ของตนเอง
“ก็เพราะว่าปากมึงเป็แบบนี้ไง”
นุ้ยย้ำอีกครั้ง
“เอ่อแก....เอาน่าสู้ ๆ ไม่ต้องเสียใจ ตกงานก็หางานใหม่ได้ แกเก่งอยู่แล้ว”
บีพยายามปลอบเพื่อน
Rrrrrrrrrrrr
เสียงโทรศัพท์ของนุ้ยดังขึ้นเมื่อเธอรับสายแล้วคุยเพียงสองสามคำก็วาง จากนั้นก็ลุกขึ้น แล้วบอกกับเพื่อน ๆในโต๊ะว่า
“ผัวกูโทรตามให้ไปกล่อมลูกนอนแล้วกูต้องกลับแล้วนะ”
นุ้ยเก็บกระเป๋าเตรียมจะกลับบ้าน
“นี่ก็อีกเื่หนึ่ง....อินุ้ยมีลูกสอง อิบีผัวหนึ่ง ส่วนอินิวมีผัวเป็สิบ แต่กู...ยางไม่มีควย.... สาก...ควยเลย”
เมื่อเมาหนักมากลิ้นก็เริ่มพันกันการออกเสียงจึงเพี้ยนขึ้นจนน่าใจหาย
“อีกิ๊ฟ...โอ๊ย... มึงเมามากแล้วเนี่ย เป็สาวเป็นางพูดจาอะไรแบบนี้”
นิวยกมือขึ้นทาบอกหัวใจแทบจะวาย เมื่อเพื่อนสาวผู้เคร่งขรึมต่อการเรียน และจริงจังกับการทำงานบัดนี้กลับกลายร่างเป็นารีขี้เมาปากรั่วไปแล้ว
“โอ๊ย...ผัวกูโทรตามอีกแล้ว กูต้องรีบกลับบ้านแล้ว ฝากดูอีกิ๊ฟด้วย”
นุ้ยรีบล่ำลาเพื่อนๆ
“เอ่อๆ ขับรถกลับบ้านดี ๆ มึง”
บีโบกมือลานุ้ยจากนั้นก็หันสนใจคนที่น่าเป็ห่วงที่สุดในตอนนี้
“กิ๊ฟฉันว่าแกเมามากแล้ว กลับคอนโดเถอะ”
“ม่าย....เมา.... อึก”
คนที่บอกว่าตัวเองไม่เมาใช้มือเท้าโต๊ะยันตนเองลุกขึ้น แล้วเดินโซซัดโซเซไปยังโต๊ะข้าง ๆที่เต็มไปด้วยชายหนุ่มวัยทำงานนับสิบคน
“อ่าว...อีกิ๊ฟ มึงจะไปไหน”
นิวหันขวับอุทานเสียงหลง
“อีนิวรีบไปลากเพื่อนกลับมาเร็ว”
บีรีบสะกิดเพื่อนผู้ชายคนเดียวในกลุ่มกลัวว่าเพื่อนสาวขี้เมาจะไปก่อเื่ทะเลาะวิวาทกับโต๊ะข้าง ๆ
“เฮ้ย! ไอ้น้อง.....มีเมียยัง มาเป็ผัวพี่ไหม”
กิ๊ฟปาดเข้าไปใช้แขนคล้องคอผู้ชายคนหนึ่งฝ่ายนั้นถึงกับใบหน้าเลิ่กลั่กเมื่อจู่ ๆ ก็มีผู้หญิงเข้ามาประชิดตัว
“เอ่อ...ขอโทษด้วยครับ เพื่อนพี่มันเมา”
นิวรีบดึงเพื่อนสาวออกมาจากชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นทันที
“ม่าย....เมา กูไม่เมา ก็จะหาผัว”
“เดี๋ยวค่อยหา...โอ๊ยอีกิ๊ฟ ยืนดี ๆ”
นิวกึ่งลากกึ่งพลักให้เพื่อนขี้เมาเดินกลับโต๊ะ
“อ๊อก.....”
คนถูกลากกลับโต๊ะกลับขย้อนอาหารทั้งมื้อเที่ยงมื้อเย็นออกมาจนหมด
“อีกิ๊ฟ !”
นิวร้องเสียงหลงยกมือขึ้นตีหน้าผากตัวเองอย่างสุดเซ็ง
“มึง...ฉันว่านางไม่ไหวแล้วว่ะ พามันไปส่งคอนโดเถอะ”
บีรีบเข้ามาพยุงคนเมาอีกข้างซึ่งตอนนี้กิ๊ฟคอพับคออ่อนไปแล้ว
.................................................................................