บทที่ 1 เด็กน้อยมหัศจรรย์
“นังเด็กเหลือขอ แกขโมยวอวอโถว*[1]สามชิ้นไปซ่อนไว้ที่ไหนอีกแล้ว!”
“ท้องแกมีหนอนหรือสัมภเวสีหิวโซกลับชาติมาเกิดหรือไง ถึงได้ตะกละตะกลามขนาดนี้!”
“ไป๋อวี้ซิ่ว! ยัยคนี้เี! รีบตื่นมาดูลูกสาวแกเดี๋ยวนี้!”
ไป๋อวี้ซิ่วที่กำลังหลับสบายสะดุ้งตื่นเพราะเสียงด่าทอที่เสียดสีและเจ็บแสบ
ไม่รอให้เธอลืมตาขึ้น ก้อนนุ่มนิ่มก้อนหนึ่งก็โถมใส่อ้อมอกของเธอ
เอ๊ะ?
“หนีเหรอ! ยังจะหนีอีก! จับได้ฉันจะฟาดแกเสียให้เข็ด!” ไป๋อวี้ซิ่วพลันลืมตาขึนมาทันที แล้วเห็นไม้ขนไก่ด้ามหนึ่งหวดแสกหน้าเข้ามา
เธอยกมือขึ้นบังตามสัญชาตญาณ รุนแรงเสียจนหญิงชราคนนั้นกระเด็นออกไป
“โอ๊ย! นังแพศยาอยากตายหรือไง!” ไป๋อวี้ประคองตัวลุกขึ้นแล้วดึงเอาเ้าก้อนแป้งในอกออกมาดูก่อน
เ้าตัวเล็กดูท่าทางอายุไม่เกินสองสามขวบ สวมเสื้อผ้าที่มีรอยปะชุนเต็มไปหมด ขากางเกงก็สั้นเต่อเปลือยข้อเท้าเรียวเล็ก
อาจเพราะใ ตอนนี้ศีรษะเธอเลยมุดซุกอยู่บนตัวไป๋อวี้โดยที่ก้นน้อย ๆ กระดกขึ้นสูง ทำท่าเหมือนนกกระจอกเทศตัวหนึ่ง
การกระทำของเธอทำไป๋อวี้ขบขัน
เว่ยชุ่ยสี่ก่นด่า “ขำเหรอ! ยังมีหน้ามาขำอีก! รู้ไหมว่ามันทำเื่งามหน้าอะไรไว้”
ไป๋อวี้อุ้มเด็กน้อยไปหลบข้างหลังก่อนกล่าว “แค่ขโมยวอวอโถวไปสามชิ้นไม่ใช่เหรอ” เ้าตัวเล็กฟังแล้วเงยหน้าขึ้นกะพริบตาโตปริบ ๆ แปลกใจนิดหน่อยที่ผู้เป็แม่ออกรับแทนตน
เด็กคนนี้สวยเกินไปหรือเปล่า! เด็กน้อยหน้าตาสวยขั้นเทพชัด ๆ เลย! ความเป็แม่พระของไป๋อวี้ถูกกระตุ้น พอมองเด็กน้อยที่น่ารักสดใสคนนี้ เธอก็อยากจะอุ้มขึ้นมาหยิกแก้มซะเหลือเกิน
เว่ยชุ่ยสี่รู้สึกว่าอีกฝ่ายดูพิลึกชอบกล “แกเสียสติไปแล้วเหรอ! วอวอโถวตั้งสามชิ้นเชียวนะ! รู้ไหมว่าธัญญาหารแค่นี้ได้มายากเย็นแค่ไหน น้ำท่วมมาสองปีแล้ว ตัวฉันเองยังต้องซื้อข้าวกินประทังชีวิต ไม่มีอาหารเหลือมาเลี้ยงเด็กเสียข้าวสุก*[2]นี่หรอกนะ...” สุ้มเสียงของเธอทั้งแหลมและแหบพร่า ฟังแล้วไม่สบายหูเอาซะเลย ทำเอาเ้าตัวเล็กใจนมุดตัวหลบเข้าไปด้านหลังของไป๋อวี้อีกครั้ง
ไป๋อวี้ปล่อยให้เธอด่าทอระหว่างที่ทำความเข้าใจความทรงจำของร่างเดิมไปด้วย
ใช่ เธอทะลุมิติมา ชาติก่อนเธอเคยเป็เศรษฐินีระดับท็อปที่สร้างตัวจากการทำธุรกิจ และยังครองตัวเป็โสดชั่วชีวิต แถมก่อนเกิดใหม่ยังถูกคนที่ได้ชื่อว่าเป็ ‘เพื่อนรัก’ หลอกจนสิ้นเนื้อประดาตัวไม่พอ ยังมีหนี้สินบานตะไทอีก
เธอตายเพราะทะเลาะกับหญิงชั่วคนนั้น ทำให้พลาดท่าถูกผลักตกตึกสูง
ชาติที่แล้วผ่านมรสุมชีวิตมานักต่อนัก ไม่นานไป๋อวี้ก็เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า
เ้าของร่างเดิมชื่อไป๋อวี้ซิ่ว ถึงชื่อจะต่างกับเธอแค่ตัวเดียว แต่นิสัยกลับโมโหร้ายต่างจากตัวเองราวฟ้ากับเหว
เธอถือกำเนิดที่ก่างจื่อหลิ่ง เป็สาวงามชื่อดังในสิบลี้แปดหมู่บ้าน*[3]อยู่กับแม่เลี้ยงอย่างเว่ยชุ่ยสี่ั้แ่เด็กจนโต ถูกล้างสมองอย่างรุนแรงให้มีนิสัยทำตามคำสั่งผู้เป็แม่อย่างเคร่งครัด
เมื่อสี่ปีก่อน เว่ยชุ่ยสี่โลภมากอยากได้เงินค่าสินสอด เลยยกให้เธอแต่งงานกับพรานชื่อฉินต้าซานแห่งฉินเจียถุน
ปรากฏว่าเพิ่งแต่งงานได้สามวัน เธอก็ถูกเว่ยชุ่ยสี่เรียกตัวกลับบ้าน
สาเหตุน่ะเหรอ มีคนเสนอค่าสินสอดสูงลิ่วเพื่อที่จะสู่ขอหญิงงามคนนี้ เว่ยชุ่ยสี่อยากให้ลูกสาวคนเดียววิวาห์สองรอบ ได้สินสอดสองชุด ไป๋อวี้ซิ่วถูกเลี้ยงให้มีมุมมองความคิดที่บิดเบี้ยว ยึดการหารายได้ให้ ‘ครอบครัว’ เป็ความภาคภูมิใจมาั้แ่เด็ก เลยยอมกลับมาแต่โดยดี ก่อนไปยังไม่วายเชื่อฟังเว่ยชุ่ยสี่ด้วยการกวาดสมบัติของตระกูลฉินไปเกือบหมด
แต่เสียดายที่แม่ใจมารและลูกสาวผู้โง่เขลาคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าฉินต้าซานจะมีลางสังหรณ์แม่นยำขนาดนี้ แต่งงานได้ไม่กี่วันก็ทิ้งผลผลิตไว้ในท้องเมียผู้โง่เขลาเสียแล้ว
แน่นอนว่าวิวาห์สินสอดแพงเมื่อสี่ปีก่อนพังไม่เป็ท่า หลายปีมานี้เป็แม่สื่อแม่ชักติดต่อกันหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ
เป็เพราะเว่ยชุ่ยสี่โลภเกินไป ไป๋อวี้ซิ่วเป็ผู้หญิงที่ผ่านการมีลูกมาแล้วแท้ ๆ แต่เว่ยชุ่ยสี่กลับคิดแต่จะโก่งราคาอยู่นั่น
ช่างเป็แม่ลูกที่ล่อหลอกให้แต่งงานได้ไร้ยางอายจริง ๆ แต่ไป๋อวี้รู้สึกดี ตอนนี้เธอตัวเบาไร้หนี้สิน ชีวิตยังล้างไพ่เริ่มต้นใหม่ได้ เท่ากับว่าเธอได้กำไรแล้ว
ไป๋อวี้จัดระเบียบความทรงจำเสร็จก็หันหน้ามองบ้านหลังนี้ มันเป็บ้านดินที่ในบ้านมีแค่เตียงเตาเดี่ยว ๆ ถัดจากเตียงเตาเป็เตาสำหรับปรุงอาหาร ผนังลายพร้อยมีภาพวาดของผู้นำติดอยู่ เว่ยชุ่ยสี่เห็นเธอมองมา ท่าทางดูต่างไปจากหญิงสาวที่เคยหดหัวขี้ขลาดเหมือนเมื่อก่อนเล็กน้อยจึงขมวดคิ้ว
“รีบไปเก็บข้าวเก็บของเสีย พรุ่งนี้คนของตระกูลจางจะมารับแกแล้ว คราวนี้ถ้าขืนยังขายไม่ออก แกก็พานางเด็กเสียข้าวสุกไสหัวออกไปขอทานเลย!” ว่าจบก็สะบัดก้นใหญ่ ๆ ของเธอเดินออกไปพร้อมกับปากที่ยังด่าทอไม่หยุด
ไป๋อวี้รู้ว่า ‘คนตระกูลจาง’ ที่เธอเอ่ยถึงคือจางต้าหนิวที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน เป็วิวาห์ครั้งใหม่ที่เว่ยชุ่ยสี่หาใหม่ให้เธอ
อายุเยอะไม่พอ แถมยังขี้โรค คงจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปีแล้ว
ตอนนี้เขายอมจ่ายเงิน 200 หยวนมาสู่ขอไป๋อวี้ซิ่ว แน่นอนว่าเว่ยชุ่ยสี่อดรนทนไม่ไหวอยากรีบ ๆ ขายลูกสาวออกไปใจจะขาด
ใจอำมหิตจริง ๆ เสียดายที่ไป๋อวี้ไม่มีทางยอมให้เธอบงการเหมือนลูกหน้าโง่คนนั้นหรอก
แต่ตอนนี้เธออารมณ์ดีเลยเลิกสนใจเื่นี้ชั่วคราว อุ้มเ้าก้อนที่อยู่ข้างหลังออกมาบีบ ๆ จับ ๆ ก่อน
“ยังไม่อิ่มเหรอ” ไป๋อวี้ถามพลางยิ้มตาหยี ไม่ว่าสมองกับนิสัยใจคอจะแย่ยังไง หน้าตาเ้าของเดิมก็สะสวยไม่มีใครเทียบ ลูกสาวที่คลอดออกมาเลยน่ารักมาก
ฉินเสี่ยวกั่วกลิ้งกลอกลูกตาพลางกล่าวว่า “แม่คะ แม่จะแต่งงานอีกแล้วใช่ไหม”
“เอ๊ะ ลูกรู้เื่นี้ด้วยเหรอ” ไป๋อวี้ใมากทีเดียว
จู่ ๆ ในมือฉินเสี่ยวกั่วก็มีวอวอโถวเพิ่มมาถึงห้าหกชิ้น
ไป๋อวี้ “...” น้ำตาเม็ดใหญ่เอ่อคลอที่ดวงตากลมโตของฉินเสี่ยวกั่ว เธอร้องไห้พูดว่า “แม่คะ แม่อย่าขายหนูให้คนอื่นได้ไหม หนูจะเป็เด็กดี หนูจะไม่ขโมยของกินอีกแล้ว”
ไป๋อวี้เอ่ยด้วยความใ “ลูก...ลูกไปเอามาจากไหน!”
ฉินเสี่ยวกั่วพูดอย่างใสซื่อ “เอามาจากกระเป๋าไงคะ” ไป๋อวี้รีบยกตัวเธอขึ้นดู เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรอยปะของเด็กน้อยไม่มีกระเป๋านี่นา! ฉินเสี่ยวกั่วนึกว่าเธอไม่พอใจเื่วอวอโถวไม่กี่ชิ้นนั่น เลยทยอยล้วงหมั่นโถวลูกใหญ่สองลูก ขนมที่กัดไปครึ่งหนึ่ง เต้าหู้ยี้จานเล็กออกมา มีแม้กระทั่งโจ๊กข้าวโพดที่อยู่ในถ้วยบิ่น ๆ ใบหนึ่งด้วยซ้ำ…
ไป๋อวี้ “!!!”
เด็กน้อยคนนี้ เธอ...เธอมีมิติลับหรือไง!
คนโง่อย่างเ้าของร่างเดิมมีต้นเรียกทรัพย์อยู่ด้วยเหรอ! แต่ตัวเธอเองยังไม่รู้ เพราะติดอยู่ในความหวาดกลัวที่แม่กำลังจะแต่งงานและเธอจะถูกขาย
ฉินเสี่ยวกั่วร้องไห้ “แม่คะ หนูให้แม่หมดเลย หนูจะไม่ขโมยของอีกแล้ว แม่อย่าขายหนูเลยนะคะ”
ไป๋อวี้รีบเอ่ยทันควัน “ต้นเรียกทรัพย์...ไม่สิ กั่วเอ๋อร์ ลูกรีบยัดของพวกนี้กลับเข้าไปเลย!”
ฉินเสี่ยวกั่วพูดอย่างอึ้ง ๆ “แม่...ไม่เอาเหรอคะ”
ไป๋อวี้กล่าว “ไม่เอา ๆ ของพวกนี้เป็ของกั่วเอ๋อร์ อีกอย่าง แม่ไม่มีทางขายกั่วเอ๋อร์เด็ดขาด กั่วเอ๋อร์เป็แก้วตาดวงใจของแม่! ตอนนี้ลูกเป็เด็กดีนะ รีบไปเก็บของให้เรียบร้อย ระวังอย่าให้ยายแก่ใจั์เห็นเสียล่ะ!”
จากนั้นเธอก็เบิกตากว้าง พอเสี่ยวกั่วเอ๋อร์ยื่นมือออกมา ของพวกนี้ก็หายไปหมดแล้ว
ไป๋อวี้ ‘อัศจรรย์จัง!’
กั่วเอ๋อร์น้ำตาคลอหน่วยพูดว่า “จริงเหรอ ไม่ขายหนูจริง ๆ นะ”
ท่าทางน่าสงสารที่ดูอ่อนโยนน่ารักทำให้จิตใจของไป๋อวี้อ่อนยวบยาบ
ถึงเ้าของร่างจะไม่ดูดำดูดีลูก แต่ลูกก็ยัง้าแม่อยู่ดี
เธอตัดสินใจเดี๋ยวนั้นทันทีว่าจะทะนุถนอมเด็กคนนี้ให้ดีแน่นอน
เธอยื่นมือไปโอบเ้าตัวเล็กเข้าสู่อ้อมอกแล้วเอ่ยเสียงนุ่มนวล “ใช่จ้ะ ไม่ขาย แม่บอกแล้วไงว่าลูกเป็แก้วตาดวงใจของแม่”
[1] วอวอ หรือ วอวอโถว เป็อาหารประเภทแป้งอีกแบบหนึ่งของคนจีนทางเหนือ โดยทำจากแป้งข้าวโพดและถั่วเหลือง อุดมด้วยใยอาหาร ซึ่งในอดีตจะเป็อาหารหลักของคนจน รสชาติจะแห้งกระด้างกว่าก้อนหมั่นโถว
[2] เด็กเสียข้าวสุก เป็คำเปรียบเทียบลูกสาวในสมัยจีนโบราณ เป็คำในเชิงลบ เพราะครอบครัวฝ่ายหญิงในสมัยนั้นต้องเสียค่าสินเ้าสาวให้แต่งออกเรือน
[3] สิบลี้แปดหมู่บ้าน หมายถึง หมู่บ้านละแวกใกล้เคียง