ตอนที่ 657 หอชมจันทร์และผู้าุโห้าเสาหลัก(1)
ศิลาบัญชา์ยังคงเปล่งแสงสีแดงอยู่อย่างเดิมและมันก็ค่อยๆเข้มขึ้นเข้มขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดมันเปลี่ยนจากสีแดงอ่อนเป็สีแดงเข้ม ซึ่งเป็สีแดงเข้มที่ไม่เคยมีใครทำได้อีกในรอบพันปีที่ผ่านมากของนิกายบัญชา์และเป็ระดับพร์ที่สูงว่าประมุขนิกายคนปัจจุบันเสียอีก......
อ่า!!
“นี่ข้ากำลังฝันอยู่ใช่ไหม? นี่ระดับพร์ของเขาสูงว่าท่านประมุขคนปัจจุบันของเราเสียอีก!!”
“ไม่น่าเชื่อ! ไม่น่าเชื่อ!!นี่มันปีศาจแล้ว! พร์ระดับนี้เกิดจากคนที่มาจากโบกเบื้องล่างได้อย่างไรกัน?อ้า! มันไม่จริงงงงงง!!’
“ฝัน! นี้ต้องเป็ฝันแน่ๆ!หรือบางทีข้าอาจจะสลบไปั้แ่เขาทำให้ศิลาเปล่งแสงสีแดงแล้วหรือบางที่ข้าอาจจะ.......เพลี๊ยะ! โอ้ย! นี่เ้าตี........มันไม่ใช่ฝัน! นี่มันเื่จริงนี่หว่า!!”
การที่เจิ้งฟู่ทำให้ศิลาเปล่งแสงสีแดงเข้มออกมาได้นั้นทำให้เหล่าผู้ชมและเหล่าตัวแทนจะจากตระกูลใหญ่และกองกำลังใหญ่ต่างพากันหยุดหายใจเลยทีเดียวการที่เขาทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงสีแดงออกมาได้นั้นก็ยากสำหรับพวกเขาแล้วที่จะดึงตัวเจิ้งฟู่มาเข้าร่วมกับตนแล้วตอนนี้มันเป็สีแดงเข้มด้วยยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเข้าถึงตัวของเจิ้งฟู่เลยยังไงท่านนิกายย่อมไม่ปล่อยตัวเจิ้งฟู่ให้เข้าร่วมกับกลุ่มกองกำลังไหนแน่ๆ.......
นอกจากเหล่าผู้ชมและผู้มีอำนาจทั้งหลายที่ใแล้วชายหนุ่มหลั่วซือที่กำลังจะเดินจากไปนั้นใบหน้าของมันกลายเป็ซีดขาวราวกับคนเห็นผีเลยก่อนหน้านี้มันได้พูดดูถูกเอาไว้เยอะเกี่ยวระดับพร์ที่สูงแต่ก็ใช่ว่าจะแข็งแกร่งได้ทว่าในตอนนี้ระดับพร์ของเจิ้งฟู่พุ่งสูงถึงแสงสีแดงเข้มแล้วแล้วเขาจะไม่กลายเป็ผู้แข็งแกร่งได้อย่างไรกันยังไงสะเขาก็ต้องได้รับการดูแลเป็พิเศษจากทางนิกายอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะทรัพยากรหรือสถานที่อยู่ล้วนแต่ต้องดีทั้งนั้น.......
แม้แต่ชายหนุ่มเจียงหลงเองก็อดที่จะแสดงสีหน้าตื่นใไม่ได้เขาเองก็ไม่คิดว่าเจิ้งฟู่จะทำได้ถึงขนาดนี้ แต่ในท้ายที่สุดแล้วเขาก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจเพราะเจิ้งฟู่เป็หนึ่งในศิษย์ที่บิดาของเขารับมาจากโลกเบื้องล่างยิ่งเจิ้งฟู่มีความสำเร็จมากเพียงใด บิดาของเขายิ่งได้หน้ามากเท่านั้น.....
“ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าเ้าต้องไม่ทำให้ข้าผิดหวัง!”
..............................
กลับมาที่เจิ้งฟู่ ในตอนนี้ตัวเขารู้สึกราวกับว่าเขาได้หลุดลอยไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งอย่างนั้นแหละโลกที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าแต่ก็มากไปด้วยพลังงาน์ที่ไร้ที่สิ้นสุดซึ่งเขารับรู้ได้ว่าพลังภายในตัวของเขาเพิ่มขึ้นรวดเร็วมากมากกว่าเดิมหลายเท่าจากก่อนหน้านี้และมันทำให้เสาแก่น์ของเขาเพิ่มขึ้นจนถึงห้าสิบห้าเสาแล้ว.......
“ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นนะ?ทำไมถึงมีเสียงเอะอะโวยวายขนาดนี้ หรือว่าเรา.......หือ?!”ในตอนนั้นเองเจิ้งฟู่ก็พลันมีสติกลับมาจากห้วงมิติที่เขาหลุดเข้าไปโดยไม่รู้ตัวเขารับรู้ได้ว่าตอนนี้เขาได้ทำให้เกิดเื่วุ่นวายบางอย่างขึ้นแล้วซึ่งเจิ้งฟู่ได้สังเกตเห็นว่าแสงที่ศิลาบัญชา์กำลังเปล่งออกมานั้นเป็แสงสีแดงแล้วและเขาจำได้ว่ามันเป็ระดับแสงที่สูงที่สุดประมุขคนปัจจุบันเคยทำได้แต่ว่าเป็สีแดงอ่อนหาใช่สีแดงเข้มเหมือนกับเขา........
“ไม่ได้การแล้ว!ดูเหมือนว่าแสงสีแดงมันกำลังจะเปลี่ยนเป็แสงสีม่วงเราต้องรีบหยุดไม่ให้มันไปไกลเกินกว่านี้ ไม่งั้นมันอาจจะนำพามาซึ่งเื่เลวร้ายก็เป็ได้!”เมื่อเจิ้งฟู่เห็นว่าแสงสีแดงเข้มจากศิลากำลังจะเปลี่ยนไปเป็สีม่วงเจิ้งฟู่จึงได้รีบตัดการเชื่อมต่อกับศิลาบัญชา์ในทันที และนั้นก็ทำให้แสงสว่างสีแดงเข้มค่อยๆสงบและหยุดนิ่งลง......
พรึบ!!
[ระดับราชันย์เทวะขั้นสูงสุด แสงสีแดงเข้ม]
อ่า!!!
โอ้ว!!!
“แสงสว่างจะศิลาบัญชา์หยุดนิ่งแล้ว!การทดสอบจบแล้ว!!”
“ไอ้ข้าก็นึกว่าเขาจะทำให้ศิลาเปล่งแสงสีม่วงเสียอีกหากเป็เช่นนั้นนิกายของเราต้องจัดงานฉลองกันยกใหญ่แน่ๆ หว่า!เสียดายอดได้กินงานเลี้ยงเลย!!”
“แค่แสงสีแดงเข้มก็ดีเท่าไหร่แล้ว นี่มันพร์ระดับแสงสีแดงเข้มเลยนะ แถมมันสูงว่าท่านประมุขคนปัจจุบันของเราอีกนะ!!”
หลังจากที่เจิ้งฟู่ยกมือออกมาจากศิลาบัญชา์แล้วและหันกลับมาเพื่อที่จะเดินลงจากเวทีทดสอบแต่ในตอนนั้นเองเขาก็ต้องสะดุ้งใเพราะมีผู้คนจำนวนมากกับมุงดูเขาอยู่รวมถึงมีผู้ฝึกตนระดับสูงที่เขาเองก็ไม่อาจที่จะมองผ่านระดับของคนเ่าั้ไปได้อีกจำนวนมาก.....
“นะ.......นะ.....นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”เจิ้งฟู่พึมพำออกมาอย่างงุ่นงงและสงสัย ก่อนจะเก็บความสงสัยที่มีลงไปถามชายหนุ่มเจียงหลงที่อยู่เบื้องล่าง“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีผู้คนเยอะขนาดนี้ หรือว่าแถวนี้มีเื่อะไรเกิดขึ้น?”เจิ้งฟู่ถามชายหนุ่มออกไปโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าทั้งหมดเป็เพราะเขาที่เป็คนทำให้ผู้คนมากมายต้องมารวมตัวกันที่นี้......
อ่า!
ทันทีที่เจิ้งฟู่ถามเสร็จชายหนุ่มเจียงหลงก็พลันหลุดออกมาจากภวังค์เหม่อลอยของเขา ก่อนจะจ้องมองไปที่เจิ้งฟู่อย่างยินดีและปลื้มใจและตอบคำถามของเจิ้งฟู่“ทั้งหมดมันเป็เพราะเ้านั้นแหละเจิ้งฟู่” ชายหนุ่มเจียงหลงตอบพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย......
“เพราะข้า? ทำไมถึงเป็เพราะข้าละ?หรือว่า........อ่า!” ในที่สุดเจิ้งฟู่ก็รู้ตัวแล้วว่าเขาทำอะไรลงไปถึงได้มีผู้คนมาที่ลานทดสอบเยอะขนาดนี้มันเป็เพราะว่าเขาทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงสีแดงเข้มออกมาได้นั้นเองซึ่งจากที่เขาได้รับฟังจากชายหนุ่มเจียงหลงนั้นคนที่ได้แสงสีแดงมีเพียงแค่ประมุขคนปัจจุบันเท่านั้นและมันก็ร้อยกว่าปีแล้วที่ไม่มีใครทำได้.......
แฮะ! แฮะ!แฮะ!!
“แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นกับข้าต่อไปเนี่ย?”เจิ้งฟู่ยกมือขึ้นมาเกลาหัวของเขาอย่างเขินอายพร้อมกับหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะถามชายหนุ่มว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับเขาต่อ......
“มันก็ไม่ได้มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับเ้าหรอกมีเพียงสถานะศิษย์พิเศษที่เ้าจะได้รับก็เท่านั้นซึ่งตอนนี้ให้เ้าตามข้าไปเพื่อไปพบผู้าุโหลักที่หอชมจันทร์ก่อนส่วนเ้าผู้าุโเหล่ย๋อง เ้าก็ทำหน้าที่ทดสอบศิษย์ใหม่ต่อไปเถิดอย่าให้เวลาที่มีเสียเปล่าเลย!”
หือ?
ในขณะนั้นเอง ร่างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับพูดตอบคำถามของเจิ้งฟู่เมื่อครู่นี้พร้อมกับบอกให้เจิ้งฟู่ตามเขาเข้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง......
“คาราวะท่านผู้าุโมินโฮ!”
“ท่านผู้าุโมินโฮ!”
ทั้งชายหนุ่มเจียงหลงและผู้าุโเหล่ย๋งต่างก็กล่าวคำทักทายชายวัยกลางคนคนนี้เมื่อรู้ว่าเขาเป็ใครซึ่งชายวัยกลางผู้นี้แท้จริงแล้วก็คือหนึ่งในผู้าุโฝ่ายในที่ดูแลพวกศิษย์หลักภายในนิกายบัญชา์นั้นเองและด้วยคำที่ว่าหอชมจันทร์ที่ชายวัยกลางพูดออกมานั้นได้ทำให้เหล่าศิษย์และผู้าุโลำดับล่างทั้งหลายต่างก็เบิกตาโตอย่างใ.......
“เมื่อครู่นี้ท่านผู้าุโมินโฮบอกว่าหอชมจันทร์ใช่ไหม?”
“ข้าเองก็ได้ยินเช่นนั้นเหมือนกันว่าแต่หอชมจันทร์คือที่ใดอย่างนั้นเหรอ? ใช่หอนางโลมหรือป่าว?”
“หอนางโลมบ้านป้าเ้าสิ! นั่นมันที่พำนักของห้าผู้าุโหลักที่เป็เสาหลักของนิกายเราต่างหากโว้ย!!เ้าพูดหมาๆแบบนั้นออกมาเดียวก็ถูกขับออกจากนิกายหรอก!”
“อ่า!! ข้าไม่รู้ข้าขอโทษ!!”
ซึ่งมีหลายคนที่รู้ว่าหอชมจันทร์นั้นเป็สถานที่แห่งใดและก็มีหลายคนที่ยังไม่รู้ว่ามันคือสถานที่แบบไหนส่วนใหญ่แล้วศิษย์ที่มีพร์สีขาวจะไม่ค่อยรู้เื่หอชมจันทร์เท่าไหร่นักเพราะข่าวสารและการเข้าถึงต่างๆของพวกเขาอยู่ในระดับต่ำ........
“คาราวะท่านผู้าุโมินโฮ!ข้าน้อยขอเวลาพูดคุยกับพี่ชายเจียงหลงสักครู่ได้หรือไม่ขอรับ!”เมื่อเจิ้งฟู่รู้แล้วว่าชายวัยกลางคนนี้เป็ใครและรู้ว่าเขาต้องตามชายวัยกลางคนนี้ไปเขาจึงขอเวลาพูดคุยกับชายหนุ่มเจียงหลงสักครู่หนึ่ง......
“ได้สิ! ไหนๆเ้าก็เป็ศิษย์ในสายของผู้าุโหวานซือบิดาของเจียงหลงอยู่แล้วเ้าสามารถพูดคุยกันได้ตามสบายเลย แต่อย่านานนักละเพราะตอนนี้ท่านผู้าุโหลักทั้งห้าและท่านประมุขกำลังรอเ้าอยู่ที่หอชมจันทร์!”ชายวัยกลางพยักหน้าตอบและยิ้มให้เจิ้งฟู่อย่างอบอุ่นและอนุญาตให้เจิ้งฟู่พูดคุยได้ตามสบาย แต่ว่าอย่านานเกินไป.....
“ศิษย์ขอขอบคุณขอรับท่านผู้าุโ!!”
เมื่อได้รับอนุญาตแล้วเจิ้งฟู่ก็หันมาพูดกับชายหนุ่มเจียงหลงต่อซึ่งสิ่งที่เขา้าพูดกับชายหนุ่มนั้นก็คือใครคือห้าผู้าุโหลักแล้วห้าผู้าุโหลักนี้มีนิสัยและลักษณ์คราวๆอย่างไร ซึ่งที่เจิ้งฟู่ถามแค่คราวๆนั้นเพระเขารู้ดีเจียงหลงคงไม่รู้จักเบื้องลึกหรือเจาะลึกแน่ๆ........
ซึ่งชายหนุ่มเจียงหลงก็ตอบเท่าที่เขารู้ทั้งหมดให้เจิ้งฟู่ฟังซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นานก็เล่าก็เสร็จครบทั้งหมดแล้วเพราะว่าเื่ราวที่ชายหนุ่มรู้มีน้อยมากจึงเล่าเสร็จไว......
“ขอบคุณท่านมากสำหรับคำแนะนำ!ข้าต้องขอตัวก่อน เอาไว้ข้าเสร็จธุระแล้วข้าจะไปหาท่านที่เขตพื้นที่ทิศเหนือก็แล้วกันนะ!”เจิ้งฟู่กล่าวขอบคุณชายหนุ่มสำหรับคำแนะนำของเขา ถึงมันจะน้อยจนแทบไม่ได้อะไรเลยแต่มันก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไร.......
อ่า!!
“ท่านผู้าุโมินโฮขอรับข้าน้อยพูดเสร็จแล้ว พวกเราไปกันเถอะ!” เจิ้งฟู่หันกลับมาพูดกับชายวัยกลางพร้อมกับบอกว่าเขาพูดคุยเสร็จแล้ว......
อื้ม!!
“ถ้างั้นเ้าก็ตามข้ามา นกกระเรียนขาวของข้าอยู่ตรงนั้น!” ชายวัยกลางพยักหน้าก่อนจะนำทางเจิ้งฟู่ไปยังพื้นที่ลานโล่งที่ถูกตีเป็วงกลมขนาดใหญ่เอาไว้อย่างกับลานจอดเฮลิคอปเตอร์อย่างนั้นแหละทว่าสิ่งที่อยู่ภายในวงกลมขนาดใหญ่นี้ไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์แต่เป็นกกระเรียนสีขาวขนาดใหญ่ที่สูงกว่าสามเมตรและมีความยาวเกือบสิบเมตรยืนอยู่........
“นี่มัน!ตัวใหญ่โคตร!!” เจิ้งฟู่ถึงกับร้องอุทานออกมาเลยทีเดียวเมื่อเขาเห็นนกกระเรียนขาวตัวใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าของซึ่งจากที่เจิ้งฟู่สังเกตและสำรวจดู นกกระเรียนตัวนี้ต้องมีระดับพลังที่สูงมากแน่ๆไม่เช่นมันคงไม่ปล่อยคลื่นพลังที่แฝงไปด้วยแรกกดดันมากมายถึงเพียงนี้.......
“เอาละ! รีบขึ้นไปบนหลังของมันสะ!พวกเราจะไปยังหอชมจันทร์กัน!” ชายวัยกลางคนเพียงเหลือบไปมองที่เจิ้งฟู่และยิ้มอย่างพอใจกับท่าทางใของเขาเพราะมันเป็ธรรมดาที่คนจากโลกเบื้องล่างจะเกิดความใเมื่อเห็นนกกระเรียนของเขาหรือต่อให้เป็คนจากโลกเบื้องบนก็ยังต้องแสดงท่าทางบางอย่างออกมาเมื่อเห็นมัน......
เพราะนักกระเรียนขาวตัวนี้เป็สัตว์อสูรเซียนที่มีแก่นิญญาและสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์ที่อายุราวๆแปดถึงสิบขวบเลยแถมระดับพลังของมันยังสูงถึงระดับแก่นแท้์ขั้นที่เก้าอีกด้วย เพียงแค่คุณสมบัติแค่นี้มันก็กลายเป็สัตว์พาหนะชั้นสูงที่ใครๆต่างก็้าแถมยังมีราคาที่สูงมากอีกด้วยหาก้าจะหาซื้อมัน.......
พรึบ!! พรึบ!!
เมื่อชายวัยกลางคนและเจิ้งฟู่ก็ะโขึ้นไปยืนอยู่บนหลังนกกระเรียนขาวตัวใหญ่แล้วชายวัยกลางมินโฮก็สั่งให้นกกระเรียนของเขาออกบินไปยังหอชมจันทร์ได้ซึ่งเพียงแค่ชั่วอึดใจที่มันกระพือปีกนั้น ตัวของมันก็ลอยขึ้นเหนือท้องฟ้าหลาสิบเมตรแล้วและด้วยการกระพือปีกอีกหนึ่งครั้ง ตัวมันก็พุ่งไปข้างหน้าราวๆห้าร้อยเมตรได้ซึ่งรวดกว่าโนอาเหาะของเขาอีก.......
ฟิ้วววววววว!!
หวืดดดดดดดดดดด!!