Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 15

     กรหยิบบัตรประจำตัวขึ้นมาแล้วเลือกเมนูทำความสะอาด กดปุ่มตกลงเพื่อสั่งการระบบทันที ตั้งแต่หัวจรดเท้าของกามเทพหนุ่มที่เคยมีคราบเลือดติดอยู่เต็มไปหมด ตอนนี้เขากลับมาสะอาดเหมือนเพิ่งซักเสร็จใหม่ๆเลยทีเดียว รวมทั้งกระเป๋าถือใบงามของวิภาดาในมือเขาด้วย กรกำลังจะยื่นกระเป๋าคืนไปให้กับเธอ แต่กามเทพหนุ่มก็ต้องรีบหยุดมือเสียก่อน เพราะเธอไม่ได้รับรู้ตัวตนของเขานั่นเอง กรจึงต้องรีบหาทางอื่นที่จะคืนกระเป๋าให้กับวิภาดา เขาหันขวาดูว่ามีอะไรที่พอจะช่วยได้บ้าง และเขาก็คิดวิธีการออกในที่สุด เทพหนุ่มวางกระเป๋าลงบนรั้วต้นไม้เตี้ยๆที่ปลูกประดับอยู่ข้างๆ จากนั้นก็เดินหลบออกมาแล้วยื่นมือไปเคาะผนังร้านที่ทำจากอะลูมิเนียมให้เกิดเสียงดังขึ้น“ก็องๆๆ!” เสียงดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจนทำให้หญิงสาวถึงกับสะดุ้งตกใจ“ว้าย!” ด้วยความเป็นคนขวัญอ่อน นี่จึงเป็นวิธีเรียกความสนใจเธอได้ง่ายๆ วิภาดาหันกลับมามองทางผนังร้านที่ว่างเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันก็ไม่มีอะไรทุกอย่างปกติดี และในขณะเธอกำลังจะหันกลับหางตาก็เหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างสีขาวบนพุ่มไม้ “กระเป๋าของฉัน มันมาอยู่นี่ได้ยังไง?” วิภาดาอดไม่ได้ที่จะพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ เธอหยิบกระเป๋าขึ้นแล้วเปิดตรวจสออบของด้านในทันที ซึ่งทุกอย่างก็ยังอยู่ครบทั้งเงิน และสมาร์ทโฟน เมื่อเธอหายตกใจแล้วตอนนี้ก็กลับมาคิดได้ถึงเรื่องแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกเสียที“ปัง!” ประตูร้านเปิดออกมาเสียงดังลั่น เพราะร้านเป็นตู้ขายของที่สร้างจากอะลูมิเนียมทั้งหลังนั่นเอง“ว้าย! แหก!” เป็นอีกครั้งที่หยิงสาวขวัญอ่อนสะดุ้งตกใจ“แค่เปิดประตูเองจ้า ไม่ได้แหกประตูนะ เอ้า! หนูยังอยู่อีกเหรอ? ได้ไปแจ้งความรึยังที่กระเป๋าตังค์หายน่ะ” ป้าหน้าตาใจดีกล่าวแซวเล็กน้อยก่อนที่จำได้ว่า หญิงสาวตรงหน้าเป็นคนที่เพิ่งถูกวิ่งราวกระเป๋าไปเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา“อ๋อ! หนูได้คืนมาแล้วค่ะ ไม่รู้ว่ามายังไง สงสัยตอนโจรมันกระชากกระเป๋าไปคงดึงแรงเกิน แล้วมันเหวี่ยงไปตกบนพุ่มไม้ด้านหลังนี้มั้งคะ ส่วนโจรก็รีบวิ่งหนีเลยไม่รู้ว่าทำกระเป๋าหล่นไปแล้ว เมื่อตะกี้หนูมายืนพักตรงนี้ก็เลยเห็นเข้าพอดี” วิภาดาเล่าออกมาเป็นฉากๆอย่างตื่นเต้น เรื่องที่โชคดีสุดๆบนความโชคร้ายแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ต้องใช้ดวงไม่ต่างจากถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งด้วยซ้ำ“โอ้โห! โชคดียิ่งกว่าถูกหวยอีกนะเนี่ย พรุ่งนี้อย่าลืมไปทำบุญล่ะสงสัยเจ้าที่เจ้าทางเจ้ากรรมนายเวรจะคุ้มครอง เอ้อใช่! แล้วเมื่อตะกี้หนูจะมาซื้ออะไรที่ร้านป้านะ?” ป้าเจ้าของร้านประหลาดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเช่นกัน แต่เหมือนว่าเธอจะจำได้ว่าวิภาดามาต่อแถวรอซื้อของที่ร้านของเธอ“เป็น ‘ซาลาเปาหน้าหมี’ น่ะค่ะ แต่ป้าปิดร้านแล้วของก็คงหมดแล้วใช่ไหมคะ” หญิงสาวตอบไปตามตรงด้วยความรู้สึกเสียดายสุดๆ“ยังไม่หมดหรอกจ้า มีอยู่อีกเยอะเลย บังเอิญวันนี้ป้าเก็บร้านเร็วเท่านั้นเอง มาๆเข้ามาเลือกในร้านได้เลยซาลาเปาหน้าหมีแต่มีหลายไส้นะ”“จริงเหรอคะ! ดีจังเลยค่ะ งั้นหนูขอรบกวนด้วยนะคะ” วิภาดายิ้มดีใจสุดๆ เพราะเธอยังโชคดีที่การมาซื้อซาลาเปาของเธอวันนี้ไม่เสียเที่ยว แม้ว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันไปบ้าง แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้อย่างราบรื่นเกินคาดกรที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ยิ้มออกมาเช่นกัน เมื่อได้เห็นหญิงสาวผู้โชคร้ายกลับมายิ้มได้อย่างเป็นสุขอีกครั้ง ความรู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนให้กลับมามีความสุข ทำให้กามเทพหนุ่มได้เข้าใจถึงคุณค่าในการช่วยเหลือผู้อื่นมากขึ้น ซึ่งนั่นอาจเป็นเหตุผลของการมีอยู่ของเทพอย่างเขาก็เป็นได้ วิภาดาเดินกลับไปที่ออฟฟิศด้วยเส้นทางเดิมบนฟุตบาท แต่ตอนนี้ในมือของเธอทั้งสองข้างมีถุงหิ้วที่ภายในมีถุงกระดาษถุงใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยซาลาเปาอยู่จำนวนมาก แม้ว่ามันจะค่อนข้างหนักสำหรับเธอแต่หญิงสาวก็ถือมันแล้วยิ้มไปด้วยตลอดทางอย่างมีความสุข กามเทพหนุ่มก็ได้แต่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงตามไปชิลๆ เพราะทางเดินด้านนี้มีผู้คนสัญจรน้อยกว่าพื้นที่ใกล้ตลาดมาก ตอนนี้กรก็รู้สึกสบายใจไปด้วยเช่นกัน เพราะวิภาดามีกำลังใจที่จะไปขอโทษ และขอคืนดีกับวุฒิไกรแล้ว เควสของเขาจึงใกล้จะสำเร็จเข้ามาทุกที แต่...“ตึง ตึ่ง ตึงตึ๊ง!” เสียงเรียกเข้าจากบัตรประจำตัวดังขึ้นอีกครั้งในวันนี้“ใครโทรมาอีกวะ? เบอร์แปลกอีกแล้ว แต่เป็นคนละเบอร์กับเมื่อตอนบ่าย” กรอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาพร้อมสีหน้าเซ็งๆ กามเทพหนุ่มกดรับสายแล้วรีบพูดก่อนทันที“สวัสดีครับ กรพูดสายครับผม” กรเก๊กเสียงหล่อ และพูดด้วยเสียงดังฟังชัด“เอ่อ...คุณกร กามเทพฝึกหัดสุดหล่อเท่ใช่ไหมคะ?” เสียงหญิงสาวที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากปลายสาย พร้อมเอ่ยชื่อที่ตามด้วยคำเยินเยอที่เทพหนุ่มเคยกล่าวเอาไว้“คุณ...คุณคายะ! แหมๆๆชมผมแบบนี้ก็เขินแย่สิครับ มีอะไรให้กามเทพสุดหล่อเท่คนนี้รับใช้หรือเปล่าครับ?” กรตอบกลับไปอย่างหน้าระรื่น เมื่อรู้ว่าเป็นเทพสาวสวยเพื่อนบ้านผู้แสนดีโทรหาตัวเอง“ฮะๆๆ คุณนี่ตลกจังเลยนะคะ ที่จริงดิฉันกลัวว่าคุณจะจำฉันไม่ได้ก็เลยบอกคีย์เวิร์ดที่คุณเคยบอกออกมาน่ะค่ะ ไม่นึกเลยว่าคุณจะจำได้ว่าเป็นดิฉัน”“เอ๋! ต้องจำได้สิครับ เพราะผมบอกคีย์เวิร์ดนี้กับคุณคายะแค่คนเดียว ไม่ได้บอกคนอื่นเลย อ่า...ว่าแต่ที่โทรมานี่คุณคายะมีอะไรรึเปล่าครับ?” แม้จะอยากเล่นมุขต่อแต่กรก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้โทรมาเพราะคิดถึงคนที่เพิ่งเจอกันได้วันเดียวหรอก“คือว่า ดิฉันในฐานะของเจ้าหน้าที่แห่งฮอล์ ออฟ ไชน์ ขอแจ้งกับคุณกรณ์ว่า คุณได้รับคำสั่งให้มารายงานตัวที่ ฮอลล์ ออฟไชน์ภายใน 3 วัน นับจากวันพรุ่งนี้เป็นวันแรกค่ะ เพื่อการสืบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หากไม่ปฏิบัติตามทางเราจำเป็นต้องใช้มาตรการจับกุมค่ะ” คายะกล่าวออกมาอย่างเป็นทางการตามเอกสารเรียกตัวที่เธอกำลังอ่านอยู่ในมือ กรเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเขาก็นิ่งอึ้งไปทันที เขาที่เพิ่งเป็นเทพมาได้ไม่ถึงสองวันกลับถูกเรียกไปสอบสวนทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยด้วยซ้ำ เทพหนุ่มนิ่งคิดอยู่ในภวังค์ไปสักครู่ แต่เสียงเรียกว่าเทพธิดาก็ดังขึ้นมาเรียกสติเสียก่อน“คุณกรคะ คือคุณไม่ต้องตกใจไปค่ะ คุณไม่ได้ทำความผิดอะไรแน่นอนอยู่แล้วเพราะคุณเพิ่งจุติเป็นเทพเมื่อวานนี้เอง แต่ด้วยกิจกรรมบางอย่างที่คุณทำนั้นบังเอิญว่ามีความเชื่อมโยงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทางเราเพียงต้องการข้อมูลจากคุณเพื่อประกอบการสืบสวนเท่านั้น แต่กฎก็ต้องเป็นกฎค่ะขอให้มาด้วยนะคะ” เทพสาวอธิบายด้วยความรู้สึกลำบากใจ หากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวเธอเองก็คงจะเครียดไม่น้อย และที่สำคัญไอเดียเรื่องการสืบสวนนี้เป็นเธอเองที่เสนอขึ้นมา“เอิ่ม...เข้าใจแล้วครับ ถ้าคุณคายะบอกว่าแค่ต้องการข้อมูลผมก็ไม่กังวลอะไรแล้ว ไว้ถ้าผมเคลียร์เควสเสร็จผมจะรีบไปทันทีเลยครับ” กรรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเมื่อได้รับคำชี้แจงจากเทพสาว“ถ้าอย่างนั้นก็ขอโทษที่โทรมารบกวนค่ะ แล้วก็ขอบคุณล่วงหน้าที่ให้ความร่วมมือ ไว้คราวหน้าคุณกรก็มาดื่มชาที่ห้องของดิฉันอีกนะคะ สวัสดีค่ะ” คายะกล่าวอำลาด้วยมารยาทที่สุภาพอ่อนน้อมเช่นเคย ซึ่งก็สามารถทำให้กรวางใจไปได้อีกหน่อยหนึ่ง หลังจากวิภาดากลับมาถึงตึกของบริษัทก็ตรงเข้าสู่ลานจอดรถทันที จากนั้นจึงขึ้นรถหรูของเธอที่มีคนขับรถส่วนตัวขับไปให้แล้วมุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่หญิงสาวตั้งใจไว้ และเท่าที่กรซึ่งขึ้นรถมาด้วยรู้ก็คือเธอกำลังจะไปที่บ้านของวุฒิไกรซึ่งอยู่ห่างจากบริษัทนี้ไปค่อนข้างไกลพอสมควร บรรยากาศในรถที่เงียบพอสมควร ทำให้จู่ๆกามเทพหนุ่มฉุกคิดบางเรื่องขึ้นมาได้“ฉิบหายล่ะ! ถ้ารถไฟชนกันขึ้นมาล่ะก็...”