หลังจากที่สาวใช้ออกไปแล้วนางเริ่มจับชีพจรตัวเอง หลังจากที่พินิจพิจารณาอยู่สักพัก นางก็พบว่าร่างกายนี้ถูกพิษั้แ่ในครรภ์ทำให้ร่างกายรับสารอาหารไม่ได้เต็มที่ เป็เหตุให้นางรูปร่างเล็กกระดูกไม่แข็งแรงออกจะผอมมากเกินไปด้วยซ้ำ
เท่านั้นยังไม่พอในระยะห้าปีที่ผ่านมาร่างกายนี้ได้รับสารหนูเพิ่มเข้ามาอีกนางคิดทบทวนความทรงจำจากชาติก่อนและนางก็จำได้ว่านี่มันเป็ระยะเวลาที่อู๋เสี่ยวหรัน แต่งเข้าจวนอ๋องแล้ว
'อู๋เสี่ยวหรัน เอ๋ย อู๋เสี่ยวหรันเ้าคิดว่าเขาปกป้องเ้าได้จริงหรือเ้าคิดว่าการอยู่ในจวนอ๋องนี้จะปลอดภัยอย่างนั้นหรือหากเป็เช่นนั้นจริงเ้าจะตายได้อย่างไร
มาเถิดข้า ‘เผิงเสี่ยวหรัน’ ผู้นี้จะกำจัดศัตรูให้เ้า ต่อไปนี้ข้าจะเป็ 'อู๋เสี่ยวหรัน'ที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่แทนเ้าเอง '
หลังจากที่จับชีพจรตนเองเรียบร้อยแล้วความง่วงงุนก็กดดันนางอีกครั้ง ทำให้อู๋เสี่ยวหรันฝืนร่างกายตนเองไม่ไหวต้องยอมปิดเปลือกตาลงและเข้าสู่การหลับใหล
เมื่ออู๋เสี่ยวหรันตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าอาหารทุกอย่างที่นาง้าได้จัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
หลังจากได้ชิมอาหารทุกจานบนโต๊ะพบว่าไม่มีของแปลกปลอมอยู่ในจานอาหารเหล่านี้อาหารถูกปรุงมาเป็อย่างดีรสชาติใช้ได้เลยทีเดียวผิดก็แต่โสมที่นาง้าคือโสมร้อยปี แต่ในชามนี้เป็เพียงโสมทั่วไปเท่านั้น
อืมเื่นี้ต้องจัดการเพราะหากปล่อยไปเช่นนี้ร่างกายนี้เมื่อไรจะกลับมาแข็งแรงกัน แต่เอาเถิดมื้อนี้กินให้อิ่มท้องเสียก่อน
“ท่านอ๋องอยู่ที่ไหน” นางถามขึ้นหลังจากกินอาหารเสร็จ
“เรียนพระชายาตอนนี้ท่านอ๋องน่าจะอยู่ในห้องอักษรเพคะ”
“ตอนนี้คือวันอะไรปีอะไร” นางถามสาวใช้
แม้สาวใช้จะแปลกใจแต่ก็ตอบนางอย่างนอบน้อม
หลังได้ฟังคำตอบนางได้คำนวณดูวันและเวลา ณขณะนี้คือหลังจากที่นางสิ้นลมหายใจและมันได้ผ่านเวลามาได้เพียงหนึ่งปีเท่านั้น
“แล้วใครดูแลเื่น้ำแกงโสมนี่กัน” อู๋เสี่ยวหรันถามต่อ
“เป็พ่อบ้านใหญ่ที่ดูแลเื่เบิกจ่ายสมุนไพรที่มีมูลค่ามากจากนั้นก็จะส่งต่อให้ห้องเครื่องปรุงเป็อาหารต่อ พระชายามีอันใดหรือเพคะ ”
“ไม่มีอะไรข้าแค่อยากรู้เท่านั้น”
นั่นหมายความว่าความผิดปกติเกิดจากสามที่ด้วยกันคือห้องสมุนไพรตัว พ่อบ้านใหญ่และห้องเครื่อง
อู๋เสี่ยวหรันลุกขึ้นแต่พบว่าแข้งขาของนางนั้นอ่อนแรงเกินกว่าจะลุกขึ้นยืนและเดินแบบฉับพลันได้โชคดีที่สาวใช้เตรียมพร้อมและเข้ามาประคองนางได้ทันท่วงทีจึงทำให้ตัวของนางไม่ล้มลงกับพื้น
“พระชายาระวังเพคะท่านเพิ่งจะฟื้นจากการนอนนิ่งมานาน หม่อมฉันช่วยพยุงพระองค์ไปนอนบนแท่นบรรทม”
อู๋เสี่ยวหรันได้พยายามประคองตนเองให้ทรงตัวได้มั่นคงมากที่สุดแต่ก็เหมือนว่านางถูกสาวใช้คนนี้หิ้วไปอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อหนังท้องอิ่มหนังตาก็เริ่มหย่อนเมื่อได้รับการปรนนิบัติจากสาวใช้ให้นอนลงและห่มผ้าให้กับนางจากนั้นอู๋เสี่ยวหรันก็เข้าสู่การหลับใหลเป็ครั้งที่สามของวันนี้แล้ว
จนกระทั่งเวลามื้อเย็นเฉิงอ๋องก็มาเพื่อร่วมกินมื้อนี้กับนาง
“หรันเอ๋อร์เ้าเป็อย่างไรบ้างยังคงไม่สบายตรงไหนหรือไม่”
“ไม่เลยเพคะเพียงแต่รู้สึกว่าไม่มีแรงอยู่บ้างเมื่อกลางวันให้ห้องเครื่องทำน้ำแกงโสมร้อยปีมาให้ แต่ดื่มแล้วก็ไม่เห็นผลอันใดร่างกายน้องคงจะรับของบำรุงไม่ไหวแล้วจริง ๆ” อู๋เสี่ยวหรันกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
เฉิงอ๋องได้ฟังนางพูดก็ขมวดคิ้วแน่น“ไว้ข้าจะให้คนนำเอาของบำรุงมาไว้ที่ตำหนักเ้าเลยดีกว่า จะได้ใช้สอยสะดวกขึ้น้าอะไรเพิ่มหรือไม่”
น้ำเสียงของเขายังคงอ่อนโยนแต่อู๋เสี่ยวหรันรู้ว่าสิ่งที่นาง้านั้นได้ผลแล้วจึงเห็นสมควรว่าให้พอเท่านี้ก่อน
“เพียงขอเพิ่มสาวใช้ที่ไว้ใจได้มาเพิ่มอีกสี่ห้าคนก็ดีเพคะ”
“ได้สิ”
“ขอบคุณเพคะ”
แล้วคนทั้งคู่ก็เริ่มกินอาหารกันมื้อนี้อู๋เสี่ยวหรันกินได้มากทีเดียว ทำให้เฉิงอ๋องกล่าวชมออกมาว่าถ้านางกินได้แบบนี้ทุกมื้อนางคงจะแข็งแรงขึ้นในเร็ววันแน่นอนหลังจากกินเสร็จเขาก็แยกตัวออกไปทำงานต่อ และนอนพักยังตำหนักของเขา
ซึ่งนี่ก็เป็สิ่งที่นาง้าเช่นกันคืนนี้เองอู๋เสี่ยวหรันนาง้าเข้าถึงความทรงจำของร่างนี้เพื่อให้นางใช้ชีวิตเป็‘อู๋เสี่ยวหรัน’ ที่แท้จริงได้ง่ายขึ้น
หลังมื้อค่ำเฉิงอ๋องที่แยกตัวออกไปยังห้องทำงานของตนเองไม่นานสาวใช้เฝ้าประตูที่เป็ผู้รับใช้อู๋เสี่ยวหรันก็เข้ามารายงานสถานการณ์ของวันนี้ทั้งหมดให้เขาฟัง
“ไปตรวจสอบเื่โสมซะ”
เขาบอกนางและเงียบไปสักพักจน สาวใช้ผู้นั้นกำลังจะเดินออกไปเพราะคิดว่าเ้านายไม่น่าจะมีคำสั่งอะไรเพิ่มแล้วแต่แล้วก็มีเสียงของเขาดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“เ้าไปหาคนของเราเลือกที่เป็ผู้หญิงมาอีกสามคนที่หน้าตาใช้ได้แล้วก็หาคนที่รู้เื่พิษด้วยแล้วมาพบข้าคืนนี้”
“เพคะ” นางรับคำและออกไปทันที
“จวิ้น”
เฉิงอ๋องส่งเสียงเรียกไม่นานก็มีคนที่แต่งตัวเป็องครักษ์เปิดประตูเข้ามาทันทีเฉิงอ๋องไม่ได้รอให้เขาพูดแต่ออกคำสั่งไปทันที
“หาองครักษ์เงาสิบนายแล้วพามาพบข้าเลือกเอาคนที่ไว้ใจได้ ข้าจะให้ติดตามพระชายา”
“พ่ะย่ะค่ะ” หลี่จวิ้นองครักษ์คนสนิทของเฉิงอ๋องรับคำและเดินออกไปทันที
“หรันเอ๋อร์ข้าหวังว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้เ้าเข้มแข็งและลุกขึ้นสู้ได้บ้างคงจะดีไม่น้อย”เฉิงอ๋องพึมพำกับตัวเอง
สำหรับน้องสาวคนนี้เขาเป็ห่วงความอ่อนแอของนางยิ่งนักไม่ว่าจะเป็ร่างกายหรือจิตใจเหตุการณ์ในครั้งนี้หวังว่าจะทำให้นางตาสว่างและลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองบ้างเขาคงไม่สามารถเฝ้าปกป้องนางได้ตลอดเวลาแม้จะอยู่ในเรือนเดียวกันเขายังปล่อยให้นางถูกทำร้ายได้ ตัวเขาเองก็ปล่อยปละละเลยนางมานานมากซึ่งนี่ก็เป็ความผิดของเขาด้วยเช่นกัน
และเพื่อให้ท่านแม่และท่านน้าที่อยู่ในปรโลกได้สบายใจหลังจากนี้เขาจะมอบคนเพื่อปกป้องนางเพิ่มขึ้นอีกก็แล้วกันหวังว่าท่านแม่คงจะไม่ตำหนิเขาเื่ที่ผ่านมา
คืนนี้อู๋เสี่ยวหรันไล่คนออกไปทั้งหมดจากนั้นนางจึงขึ้นนั่งบนเตียงของตัวเองหลับตาลงนั่งทำสมาธิปัดเื่ราวทุกสิ่งออกไปจากหัวแล้วพยายามเข้าถึงความทรงจำดั้งเดิมจากร่างนี้ให้ได้
“อู๋เสี่ยวหรันหากเ้า้าให้ข้าทวงคืนแค้นนี้ให้กับเ้าเปิดทางให้ข้าเถอะให้เข้าถึงความทรงจำของเ้า”
นางพูดกับอากาศธาตุและพยายามที่จะอยู่ในสมาธิต่อไปเวลาเนิ่นนานผ่านไปก็ยังไม่มีอันใดเกิดขึ้นแต่นางจะยอมแพ้ไม่ได้นางต้องยืนหยัดนั่งสมาธิต่อไป ไม่รู้ว่านั่งอยู่นานเพียงใดแต่ดูเหมือนว่าร่างกายแสนอ่อนแอนี้ จะไม่ให้ความร่วมมือสักเท่าไรในที่สุดนางก็ฝืนร่างกายไว้ไม่ไหว ล้มตัวลงนอนและสติก็ดับวูบไป
“พระชายาเพคะหม่อมฉันขออนุญาตเข้าไปนะเพคะ”เสียงของสาวใช้ดังแว่วมาจากประตูหน้าห้อง
อู๋เสี่ยวหรันค่อย ๆลืมตาขึ้นมองอย่างยากลำบากนางรู้สึกหนักอึ้งและปวดตามแขนขารวมทั้งหลังเป็อย่างมากคาดว่าน่าจะมาจากการที่นางไม่ยอมนอนพักให้ดี แต่กลับฝืนร่างกายเพื่อนั่งสมาธิเข้าถึงความทรงจำของร่างกายนี้มากเกินไป
“เข้ามาได้”
ในที่สุดก็สามารถเปิดปากพูดด้วยเสียงแหบแห้งและเบามากแต่ถึงแม้กระนั้นสาวใช้ก็ยังได้ยินเสียงของนางและเดินเข้ามาด้านใน
เมื่อเปิดประตูนำแสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาสาวใช้เห็นใบหน้าของพระชายาดูซีดเซียวลงอีกครั้งและดูเหมือนว่านางจะสามารถล้มตัวลงไปได้ทุกขณะสาวใช้จึงรีบเร่งฝีเท้าเข้ามาพร้อมกับประคองตัวของพระชายาเอาไว้
“ท่านดูไม่ค่อยดีเท่าไรหม่อมฉันจะไปตามท่านหมอมาเดี๋ยวนี้พระชายารอสักครู่นะเพคะ”
สาวใช้ที่เข้ามาประคองตัวของอู๋เสี่ยวหรันที่กำลังค่อยๆ ยันตัวเองให้ลุกขึ้น ยังคงเป็สาวใช้คนเดิมที่นางได้เห็นั้แ่เมื่อวันวานสีหน้าของสาวใช้ดูใและเป็ห่วงนางเป็อย่างยิ่ง
“ไม่ต้องตามใครทั้งนั้นข้าแค่รู้สึกปวดเมื่อยเท่านั้นคงเป็เพราะนอนบนเตียงนานเกินไป”
“ถ้าเช่นนั้นพระชายานั่งพิงตรงนี้สักครู่เพคะหม่อมฉันจะไปรินน้ำชาอุ่น ๆ” หลังพูดจบนางก็เดินออกไปไม่นานมากก็กลับมาพร้อมกับกาน้ำชาที่ยังมีไอร้อนพวยพุ่งออกมาให้เห็น
เมื่อได้จิบน้ำชาอุ่น ๆ ไปหลายอึกแล้วก็รู้สึกว่าคอที่แห้งผากของนางได้รับความชุ่มชื้นขึ้นในทันตา
“น้ำชานี่ผสมสิ่งใดลงไปหรือดื่มแล้วรู้สึกชุ่มคอยิ่งนัก”
“นี่เป็ชาผสมดอกบวบและน้ำผึ้งเล็กน้อยเพคะ”
“เ้ารู้เื่สมุนไพรด้วยหรือ”
“ตัวของหม่อมฉันรู้เพียงเล็กน้อยแต่ว่ามีสาวใช้ที่ท่านอ๋องประทานมาเพิ่มนางรู้เื่สมุนไพรเป็อย่างดีน้ำชานี้นางก็เป็ผู้จัดเตรียมด้วยเพคะ”
“ขอบใจมาก” อู๋เสี่ยวหรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“มาช่วยข้าแต่งกายเถิดอยากล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นสักหน่อย”
สาวใช้เข้ามาช่วยนางให้นั่งลงและหันหลังออกไปเตรียมอ่างที่ทำจากทองเหลืองขัดมันวาวเข้ามาเพื่อให้นางได้ใช้งาน
“เช้านี้พระชายาจะเสวยที่ห้องนี้หรือห้องโถงดีเพคะ”
“ท่านอ๋องล่ะ”
“ท่านอ๋องเข้าวังั้แ่เช้าแล้วเพคะมีรับสั่งให้ท่านไม่ต้องรอ”
“เข้าใจแล้วถ้าเช่นนั้นก็กินมื้อเช้าในห้องนี้เลยแล้วกัน”
สาวใช้ผงกหัวรับจากนั้นนางก็หันหลังไปยังตู้เสื้อผ้าเพื่อนำเสื้อผ้าออกมาให้เ้านายผลัดเปลี่ยน
“วันนี้พระชายาจะสวมชุดสีอะไรดีเพคะ”
อู๋เสี่ยวหรันมองตามเสียงของสาวใช้ก็เห็นว่านางหยิบชุดสีขาวและสีฟ้าอ่อนออกมาเมื่อเห็นสีสันและรูปแบบของเสื้อผ้านางแทบอยากจะกลอกตาให้กับความจืดชืดนี้เสียจริง
อีกอย่างชุดสีฟ้าอ่อนนี้ทำให้นางนึกถึงญาติฝ่ายหญิงที่ร่วมมือกันทรยศหักหลังของนางในชาติก่อนหญิงนางนั้นก็ชอบแต่งกายด้วยชุดสีอ่อนหวานแบบนี้เช่นกัน
“สีขาวก็แล้วกัน” ในที่สุดนางก็ต้องตัดสินใจ
หลังจากผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดใหม่เรียบร้อยแล้วสาวใช้ก็ออกไปเตรียมสำรับอาหารพร้อมกับยาเข้ามาด้านใน
อู๋เสี่ยวหรันมองไปยังกระจกทองเหลืองที่ตั้งอยู่ตรงหน้ามันถูกขัดจนขึ้นเงาสามารถสะท้อนใบหน้าได้อย่างชัดเจนใบหน้าของนางตอนนี้คล้ายกับโครงกระดูกเดินได้ก็มิปานมองดูมือเรียวที่มีแต่หนังหุ้มกระดูกยกขึ้นมาลูบไล้ตามใบหน้าใหม่ที่ไม่คุ้นเคย
เมื่อครั้งที่นางยังอยู่ในร่างเก่าแม้จะเป็หญิงสาวอายุไม่น่าจะมากไปกว่าพระชายาเอกคนนี้นัก แต่นางนั้นเป็นักรบรูปร่างแม้จะบอบบางสมส่วนเหมือนกับสตรีทั่วไปแต่ภายใต้รูปร่างอันผอมเพรียวนี้มันเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่สวยงาม