[จบ] ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก

    บทที่ 56 ต้อนรับการกลับมาของเจ้า

    บทที่ 56 ต้อนรับการกลับมาของเจ้า


    หวังกุ้ยนอนพลิกตัวไปมาอย่างกระสับกระส่ายทั้งคืน


    ก่อนจะได้ยินเสียงของซ่งชิงหนานที่ลุกขึ้นมาทำงานแต่เช้าตรู่


    เจ้าของร้านเหล็กก็ลุกขึ้นจากที่นอนของตนแล้วรีบออกมาจากห้อง มองซ่งชิงหนานที่กำลังวุ่นวายกับงานครัวส่งเสียงดังเป็นระยะ ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าหนู มัวทำอันใดอยู่อีก”


    ซ่งชิงหนานง่วนอยู่กับการก่อไฟจึงไม่หันมามองเจ้านายแล้วตอบเสียงเรียบอย่างขุ่นเคือง “อย่าใจร้อนได้หรือไม่ อาหารเช้ายังไม่เสร็จเลยขอรับ”


    หวังกุ้ยเม้มริมฝีปากเข้าหากันแล้วเอ่ยอย่างไม่เต็มใจนัก “เจ้าไม่ต้องทำแล้ว ไปเก็บของกลับบ้านเสีย”


    ซ่งชิงหนานตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบลุกขึ้นมายืนมองหน้าหวังกุ้ย ถามอีกครั้งอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “เจ้านาย ท่านว่าอย่างไรนะ ข้าไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่ ท่านบอกว่าให้ข้ากลับบ้านได้แล้วอย่างนั้นหรือ”


    ผู้เป็นนายโบกมืออย่างหงุดหงิด “กลับไปเสีย รีบไปเลย อย่ามาอยู่ให้รกหูรกตา ข้ามีงานต้องทำ ออกไปเสียที”


    จากนั้นซ่งชิงหนานก็เริ่มสังเกตเห็นรอยฟกช้ำของเจ้านายจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้านาย นี่ท่านไปโดนสิ่งใดมา เหตุใดถึงบาดเจ็บได้”


    เมื่อถูกทักแบบนั้น หวังกุ้ยก็รีบเบือนหน้าหนีด้วยความลำบากใจ เปลี่ยนเป็นขึ้นเสียงดัง “ไม่ต้องมาสอดรู้เรื่องคนอื่น เจ้าอยากไปจากที่นี่นักไม่ใช่หรืออย่างไร หากไม่อยากกลับก็ไปทำงานเสีย”


    “ไปสิ ข้าไปแน่ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่อยากจะอยู่ทำงานให้ท่าน”


    ซ่งชิงหนานแลบลิ้นกวนประสาทอีกฝ่าย แล้วรีบเก็บข้าวของหนีออกมาจากร้าน


    ส่วนซ่งชิงหลันและน้อง ๆ ก็ออกจากบ้านก่อนรุ่งสางเพื่อไปทำงานที่ร้านอาหารอย่างเช่นเคย


    ทันทีที่มาถึงร้าน ซ่งชิงตงก็เริ่มตรวจสอบส่วนผสมต่าง ๆ ก่อนพบว่าไม่มีการปนเปื้อนใดอีก


    ซ่งชิงหลันยิ้มให้น้องชายแล้วกระซิบบอกเขาว่า “ไม่ต้องกังวล ไม่มีอันใดแล้ว”


    สองพี่น้องมองหน้ากันแล้วยิ้ม เข้าใจได้ทันทีว่าท่านพี่คงจัดการเจ้าคนชั่วนั่นไปแล้วยามที่ออกมาข้างนอกเมื่อคืนนี้


    ซ่งชิงตงเอ่ยถามเสียงเบา “ท่านพี่ เมื่อคืนท่านเจอผู้ใดหรือไม่ คนที่มาทำร้ายพวกเรามันเป็นผู้ใดกัน”


    ซ่งชิงหลันกระซิบตอบกลับ “ข้าจัดการมันไปแล้ว ก็หวังกุ้ยเจ้าของร้านเหล็กนั่นแหละ”


    “เหตุใดถึงเป็นเขาอีกแล้ว คนผู้นั้นต้องการอันใดกันขอรับ” น้องชายคนโตขมวดคิ้วอย่างสงสัย


    ซ่งชิงหลันตอบไปตามตรงกึ่งติดตลกว่า “เพราะว่าท่านพี่ของเจ้าสวยมากอย่างไรเล่า”


    “ว่าอย่างไรนะขอรับ!” ซ่งชิงตงมีท่าทีกังวลมากกว่าเดิม “เจ้านั่น คงจะเป็นหมาวัดที่จ้องมองดอกฟ้าเป็นแน่ เขาเป็นคนเจ้าเล่ห์มาก ท่านพี่ ท่านต้องระวังให้มากกว่านี้นะขอรับ”


    หากแต่นางกลับตอบอย่างมั่นใจ “ไม่เป็นอันใด ข้าสั่งสอนเขาไปแล้วเมื่อคืนนี้ จากนี้หวังกุ้ยจะไม่กล้ามาก่อเรื่องอีกเป็นแน่”


    หลังจากจุดไฟเรียบร้อย ซ่งชิงเป่ยก็มองท่านพี่และพี่รองคุยกันแล้วเริ่มเม้มปาก


    “ท่านพี่ พี่รอง พวกท่านคุยอันใดกันขอรับ ท้องข้าร้องดังมากแล้ว พวกท่านทำเจียนปิ่งให้ข้าทีเถิด”


    ซ่งชิงซีก็ขมวดคิ้วแล้วถามขึ้นว่า “ท่านพี่ พี่รอง พวกท่านมีเรื่องอันใดปิดบังเราอยู่หรือไม่”


    “เปล่านี่ เราจะปิดบังอันใดพวกเจ้าได้เล่า” ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วเริ่มเล่า “ข้าแค่กำลังคิดว่าวันนี้รู้สึกแจ่มใส สังหรณ์ใจว่าจะมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น มาตั้งใจทำงานกันเถิด”


    ช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว ลูกค้ามากมายมารอซื้อเจียนปิ่งและมันเผา พี่น้องทั้งสี่ทำงานกันหัวหมุนเช่นเคย


    พริบตาเดียวเวลาเที่ยงก็ล่วงเข้ามา ซ่งชิงหลันคิดว่าซ่งชิงหนานน่าจะกลับบ้านไปแล้ว นางจึงเอ่ยกับน้องชายทั้งสามว่า “วันนี้พิเศษกว่าทุกวัน เรารีบปิดร้านแล้วกลับบ้านเร็วหน่อยดีกว่า”


    หลังจากที่ทำงานหนักมาหลายวัน ควรจะมีวันพักผ่อนเสียบ้าง


    ทั้งสามพยักหน้าตามข้อเสนอของพี่ใหญ่


    สี่พี่น้องกลับมาที่บ้าน ทันทีที่พวกเขามาถึง ก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของเด็กน้อยซ่งชิงเฉินและซ่งชิงเยว่ ร่วมกับเสียงของซ่งชิงหนาน


    ซ่งชิงตงวางมือจากรถเข็นอย่างตื่นเต้น “ชิงหนาน ชิงหนานกลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ”


    ซ่งชิงซีรีบพูดขึ้นอีกว่า “เสียงพี่สามจริง ๆ ด้วยขอรับ”


    ซ่งชิงเป่ยมีรอยยิ้มบนใบหน้าของตน “รีบเข้าไปดูกันเถิด”


    ทั้งสามรีบพากันวิ่งเข้าบ้านอย่างดีใจ


    ซ่งชิงหลันยิ้มกว้าง เดินตามน้องชายเข้าไปติด ๆ 


    เมื่อผ่านประตูบ้านเข้าไปด้านใน ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของความสุขที่อบอวล สี่พี่น้องกำลังกอดกันกลม


    ซ่งชิงตงลูบผมน้องชายแล้วถามว่า “ชิงหนาน เจ้ากลับมาเมื่อใด”


    ซ่งชิงหนานยิ้ม “เมื่อเช้าขอรับ แต่ตอนที่มาถึง ทุกคนก็ไปที่ร้านกันหมดเสียแล้ว ข้าเลยอยู่กับท่านย่า และช่วยดูแลเฉินเฉินกับเยว่เยว่”


    ซ่งชิงซีเม้มริมฝีปากและพูดขึ้นมาเบา ๆ “พี่สาม ท่านดูผอมลงไปมากเลยขอรับ”


    ซ่งชิงหนานส่ายหน้าอย่างไม่ได้ใส่ใจ “ข้าไปทำงานที่บ้านท่านลุง ถึงน้ำหนักจะลดลง แต่ผู้ใดก็บอกว่าข้าแข็งแรงขึ้นมาก ไม่เชื่อเจ้าลองจับดูก็ได้”


    “มาให้ข้าจับดูหน่อย!” ซ่งชิงเป่ยวางมือลงบนหน้าท้องของพี่สาม แล้วถอนหายใจออกมา “ให้ตาย มันแข็งขึ้นมากจริง ๆ ด้วย”


    หลังจากนั้นสี่พี่น้องก็เล่นต่อสู้กันไปมาอย่างสนุกสนาน


    ซ่งชิงหลันยิ้มให้กับภาพอันแสนอบอุ่นตรงหน้า นางรู้สึกตื้นตันในอก จากนั้นจึงหันหลังเข้าครัวเพื่อทำอาหาร


    ไม่นานอาหารกลางวันก็พร้อมสำหรับทุกคน


    พี่ใหญ่มองน้องชายคนรองอย่างลึกซึ้ง “มากินมื้อเที่ยงง่าย ๆ กันก่อนเถิด แล้วประเดี๋ยวข้าจะไปจ่ายตลาด ซื้อของมาทำมื้อดี ๆ ต้อนรับการกลับมาของเจ้า”


    ซ่งชิงหนานพยักหน้ารับ จ้องท่านพี่กลับด้วยสายตาแฝงความนัยที่มีเพียงเขาและท่านพี่เท่านั้นที่เข้าใจพลางเอ่ยตอบ “ขอรับท่านพี่ ขอบคุณท่านมาก”


    “เด็กโง่ ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณเจ้า”


    ซ่งชิงเป่ยไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น หากแต่ก็ปรบมือรับอย่างมีความสุข “วันนี้ข้ามีความสุขเหลือเกิน ท่านพี่บอกแต่เช้าว่าจะมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ด้วย”


    ท่านย่าเองก็พยักหน้าเห็นด้วย “เรื่องที่ดีที่สุดในโลกคือการที่ครอบครัวกลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า จะว่าไปแล้ว ชิงหนาน ท่านตาท่านยายของเจ้าสบายดีหรือไม่”


    ซ่งชิงหนานยิ้มแล้วเอ่ยตอบ “ทุกท่านสบายดีขอรับ”


    “ดีแล้วล่ะ”


    เมื่อได้ยินเรื่องนั้น ซ่งชิงหลันก็พลันนึกถึงอาการป่วยของท่านตา นางคงต้องหาเวลาไปดูอาการของท่านตาบ้างเสียแล้ว


    หลังอาหารกลางวัน ซ่งชิงตง ซ่งชิงซี และซ่งชิงเป่ย ก็กลับไปที่ร้าน


    ซ่งชิงหลันอยู่ที่บ้าน ทำเตาเหล็กอันใหม่สำหรับเผามันเทศเพิ่มเพียงลำพัง


    ซ่งชิงหนานเห็นเข้าก็เดินเข้าไปในเพิงเล็ก ๆ ที่นางนั่งอยู่ “ท่านพี่ ให้ข้าช่วยหรือไม่”


    “ดีเลย เจ้ามานี่สิ”


    ซ่งชิงหนานทำงานในร้านตีเหล็กของหวังกุ้ยมาสักพัก ทำให้มีความรู้ และทักษะเกี่ยวกับงานพวกนี้มาไม่น้อย เด็กหนุ่มสามารถทำงานตีเหล็กได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้แรงมากนัก ทุกขั้นตอนจึงราบรื่นกว่าตอนที่ซ่งชิงหลันทำเตาอันแรกมาก


    ถึงอย่างนั้นน้องชายคนรองก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชื่นชม “ท่านพี่ ท่านนี่ช่างน่าทึ่งจริง ๆ คิดค้นเตาเช่นนี้ขึ้นมาเองได้อย่างไรกันขอรับ”


    ท่านพี่ของเขาเป็นคนเก่งเสมอ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะขี้กลัวไปเสียหน่อย


    คนเป็นพี่ยกยิ้ม “ไม่มีสิ่งใดเกินไปกว่าความพยายามของคน สำหรับข้าแล้ว เจ้าต่างหากที่เก่งที่สุด”


    ซ่งชิงหนานได้ฟังก็เกาหัวอย่างเขินอาย “ท่านพี่ ข้ายังไม่ได้ทำสิ่งใดเลยนะขอรับ”


    “ครอบครัวเราเริ่มดีขึ้นได้เพราะเจ้า” มือเรียวของนางแตะที่ใบหน้าซูบผอมของเขาอย่างเป็นทุกข์ “ชิงหนาน ที่ผ่านมาข้าผิดต่อเจ้าเหลือเกิน”


    “ท่านพี่ เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะขอรับ อย่าได้รู้สึกผิดอันใดอีกเลย”


    “ดี ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปตลาด ซื้อไก่มาตุ๋นให้เจ้ากินบำรุงร่างกาย”


    ว่าจบเช่นนั้น ซ่งชิงหลันก็หันไปหยิบเอาตะกร้ามาถือเพื่อไปจ่ายตลาด




    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก ที่คุณอ่าน

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262