บทที่ 19 กลุ่มคนไร้ค่าลงจากเขา
"คุณหนูน้อย มีคนมาขอพบด้านนอกขอรับ" ลุงคังรู้สึกว่าคนที่มาหาคุณหนูน้อยนั้นช่างมากมายเสียจริง
ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่บุคคลสำคัญ แต่เป็เสี่ยวเอ้อจากร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ถือสิ่งของยืนยันชิ้นหนึ่งมาด้วย
ซูมู่มู่ได้ยินเสียงจึงรีบเช็ดน้ำตา พยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติเพราะนางจะให้คนอื่นรู้ว่าตนเองร้องไห้ไม่ได้เด็ดขาด
ทันทีที่เปิดประตู นางก็สวมบทบาทเป็นักพรตน้อยผู้เก่งกาจและน่ายกย่อง "ใครกัน?"
"เป็เสี่ยวเอ้อจากหออีผิ่นเซียงขอรับ เขาเอาสิ่งนี้มาให้" ลุงคังยื่นกระดิ่งเก่า ๆ ในมือให้คุณหนูน้อย ใบหน้ามีความรังเกียจอยู่หลายส่วน
ซูมู่มู่มองปราดเดียวก็จำได้ว่านี่คือกระดิ่งเรียกิญญาของศิษย์พี่เจ็ด
"บอกท่านพ่อด้วยว่าตอนนี้ข้าจะไปที่หออีผิ่นเซียง" ซูมู่มู่ต้องรีบไปทันที มิฉะนั้นศิษย์พี่เจ็ดกับศิษย์พี่แปดต้องเกิดเื่แน่
"คุณหนูน้อย ให้บ่าวเฒ่าส่งคนติดตามท่านไปสักสองสามคนเถิดขอรับ" ลุงคังรีบให้อาซิงพาคนตามไปด้วยทันที
ตอนนี้คุณชายได้รับาเ็ ย่อมไปไม่ได้ แต่หากคุณหนูน้อยไปเพียงลำพังย่อมไม่ปลอดภัยดังนั้นจึงต้องให้อาซิงตามไปด้วย
เมื่อซูมู่มู่มาถึงหออีผิ่นเซียงก็พบว่าศิษย์พี่ใหญ่และพ่อบ้านของจวนเซียวเหยาอ๋องต่างก็อยู่ที่นั่น
ศิษย์พี่เจ็ดชิงหยางกับศิษย์พี่แปดชิงมู่นั่งยอง ๆ อยู่ตรงนั้น ดูน่าสงสารยิ่งนัก
"ท่านหมอเทวดาน้อย เหตุใดท่านจึงมาด้วยเล่า เื่นี้เป็เื่เข้าใจผิด เข้าใจผิดจริง ๆ ท่านราชครูได้ชี้แจงชัดเจนแล้ว พวกเราไม่ได้ตั้งใจ" พ่อบ้านของจวนเซียวเหยาอ๋องคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเื่ราวจะบานปลายถึงเพียงนี้
ก็แค่โดนนักพรตน้อยสองคนกินโดยไม่จ่าย พวกเขาไม่ได้คิดจะลงมือ ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายกลับอาละวาดก่อนทั้งสองฝ่ายจึงเกิดการปะทะกัน
"ศิษย์น้องเล็ก ในที่สุดข้าก็หาเ้าเจอแล้ว!"
"ศิษย์น้อง พวกข้าคิดถึงเ้าจนแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว เพราะหิวจึงได้มากินอะไรที่นี่เล็กน้อย"
"ข้าพกเงินมาจ่ายค่าอาหารจริง ๆ นะ แต่ตอนจะจ่ายเงินกลับหายไปไหนไม่รู้" ชิงหยางไม่อยากเสียหน้าเช่นนี้
เมื่อเห็นภาพของศิษย์พี่ใหญ่ ในหัวเขาก็มีความคิดเดียวคือ จบแล้ว จบแล้ว จบสิ้นแล้วจริง ๆ
พวกเขาไม่อยากพักกับศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์น้องเล็กอยู่ที่ไหน พวกเขาก็จะอยู่ที่นั่น
"พ่อบ้าน หากไม่มีธุระอื่นแล้วข้าจะพาศิษย์พี่ทั้งสองกลับ" ซูมู่มู่ส่งสัญญาณให้ศิษย์พี่ทั้งสองอย่าตื่นเต้น มีเื่อะไรค่อยคุยกันทีหลัง
"หออีผิ่นเซียงของพวกเราไม่มีธุระอื่นแล้ว เพียงแต่ไม่ทราบว่าท่านราชครู..." พ่อบ้านของจวนเซียวเหยาอ๋องเกรงว่าท่านราชครูจะยังตามมาคิดบัญชีกับพวกเขา
"ไม่เป็ไร!" ราชครูชิงอีขมวดคิ้ว กวาดสายตามองศิษย์น้องทั้งสอง เมื่อเห็นว่าพวกเขากลัวจนตัวสั่นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
หลังจากที่ทั้งสี่คนเดินออกมา เขาก็กล่าวว่า "ไปที่จวนของข้าก่อน"
"ไม่เอา ข้าจะไปกับศิษย์น้องเล็ก ศิษย์พี่ใหญ่ท่านเ็าเหมือนก้อนน้ำแข็ง ข้ากลัว" ชิงหยางหลบอยู่ข้างหลังศิษย์น้องเล็ก ยื่นคอออกมาโต้แย้ง
"ใช่ ข้าก็จะไปกับศิษย์น้องเล็กด้วย ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเราไม่ได้ขอให้ท่านช่วย ท่านจะลงโทษพวกเราไม่ได้" ชิงมู่ก็ไม่อยากไปที่จวนของศิษย์พี่ใหญ่เช่นกัน
"ถ้าอย่างนั้นไปที่ตระกูลเมิ่งก่อนเถอะ!" ซูมู่มู่รู้สึกเศร้าขึ้นมาทันที เพราะเมื่อออกจากตระกูลเมิ่งนางก็กลายเป็คนไร้บ้านอีกครั้ง
นางเป็เด็กที่ไม่มีทั้งพ่อและแม่ ฮือ ๆ...
"ตามข้ามา!" ราชครูชิงอีจ้องมองศิษย์น้องทั้งสอง เขาจะไม่พูดเป็ครั้งที่สามแต่จะลงมือแทน
ชิงหยางและชิงมู่รู้เื่นี้ดี แม้ซูมู่มู่จะไม่กลัวโดนตี แต่ถ้าศิษย์พี่ใหญ่ทำหน้าบึ้งตึง นางก็ยังรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
นางดูแลสำนักมาสามปี ก่อนหน้านั้นศิษย์พี่ใหญ่เป็คนดูแลสำนักและดูแลนางมาปีกว่า นอกจากพร์แล้วความสามารถทั้งหมดของนางศิษย์พี่ใหญ่ล้วนเป็สอนนางเองทั้งหมด
ส่วนอาจารย์... อืม เป็แค่เครื่องประดับเท่านั้น
ดังนั้น ในที่สุดทั้งสี่คนจึงมาปรากฏตัวที่จวนราชครู ซูมู่มู่ให้อาซิงกลับไปแจ้งข่าว มิฉะนั้นท่านพ่อคนที่หนึ่งต้องเป็ห่วงแน่
"ใหญ่จัง!"
"หรูจัง!"
"เงียบเหงาจัง!"
ชิงหยาง ชิงมู่ และซูมู่มู่ ทั้งสามคนร่วมกันวิจารณ์จวนราชครู
"พักที่นี่สามวันแล้วค่อยกลับสำนัก ห้ามเตร็ดเตร่ที่ตีนเขา" ชิงอีนั่งลง ทันใดนั้นก็มีเด็กรับใช้นำน้ำชามาส่ง
เบื้องหน้าของซูมู่มู่มีถั่วและขนมหลายจานพร้อมกับชานมหนึ่งแก้ว
ส่วนเบื้องหน้าของชิงหยางและชิงมู่ กลับไม่มีอะไรเลย
ชิงหยางยิ้มร่าพลางหยิบของจากทางศิษย์น้องเล็ก "ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเราไม่คิดจะกลับหรอก ศิษย์น้องยังเด็กนักพวกเราลงเขามาเพื่อช่วยดูแลนางได้"
"ศิษย์พี่ใหญ่ท่านงานยุ่งเกินไป ศิษย์น้องอยู่คนเดียวจะเหงาเพียงใด หากมีพวกเราอยู่เป็เพื่อนคุยนางจะได้ไม่โดดเดี่ยว" ชิงมู่ร่วมวงกินด้วย
ที่ตีนเขามีอะไรให้เล่นตั้งมากมาย อยู่บนเขากับอาจารย์ วันหนึ่งหิวสามมื้อไม่มีมื้อไหนที่อิ่มท้องเลย
"ของที่ข้าทิ้งไว้ พวกท่านผลาญจนหมดแล้วหรือ?" ซูมู่มู่ถามพลางแย่งขนมกิน
หึ! สองคนนี้เพิ่งจะกินมาแท้ ๆ ตอนนี้ยังจะมาแย่งของนางอีก
"เฮ้อ! นี่คือเื่ราวที่น่าเศร้า"
"ใช่แล้ว ในคืนวันที่ศิษย์น้องลงเขา สำนักถูกสายฟ้าฟาดจนไฟไหม้ ห้องวิชาหลอมโอสถพังพินาศ ตอนอาจารย์ดับไฟยันต์ทั้งหมดก็แช่น้ำจน..."
"หลายวันมานี้ อาจารย์กับพวกเราดื่มโจ๊กขาวแค่วันละชาม เ้าดูสิว่าใบหน้าของศิษย์พี่ซูบลงไปรอบหนึ่งเลยใช่ไหม"
เมื่อชิงหยางและชิงมู่เล่าเื่เหล่านี้ต่างก็อดไม่ได้ที่จะอยากร้องไห้
สำนักที่ไม่มีศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์น้องเล็กสามารถทำให้คนอดตายได้จริง ๆ ต่อให้เป็สุนัขขึ้นไปบนสำนักก็คงผอมจนเห็นกระดูก พวกเขาไม่มีทางเลือกจริง ๆ
"แล้วอาจารย์กับศิษย์พี่หกอยู่ที่ไหน?" ซูมู่มู่ถามด้วยความร้อนใจ
"แค่ก ๆ สองคนนั้นไปหาศิษย์พี่รอง อาจารย์บอกว่าถ้ากินจนคนหนึ่งถังแตกก็ให้เปลี่ยนไปหาอีกคน ดังนั้นศิษย์พี่ใหญ่ท่านจะส่งพวกเรากลับไม่ได้" ชิงหยางเกาหัว อย่างไรเสียก็นี่คือคำพูดของอาจารย์
"ใช่ อาจารย์บอกว่าศิษย์พี่คนหนึ่งน่าจะทนได้สักสามเดือน พอถึงคนสุดท้ายค่อยมาหาศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์น้องเล็ก พวกเราจึงตัดทางลัดมาหาท่านกับศิษย์น้องเลย" ชิงมู่รู้สึกว่าอาจารย์ทำให้มันซับซ้อนเกินไป พวกเขาฉลาดกันเพียงนี้
"สรุปคือพวกท่านตั้งใจจะเกาะพวกเรากินสินะ!" ซูมู่มู่พูดไม่ออก ได้แต่ฟุบลงกับโต๊ะแล้วถอนหายใจ
ชาติที่แล้วนางไปก่อกรรมทำเข็ญอะไรไว้ ชาตินี้ถึงต้องมาเลี้ยงดูทั้งสี่คนนี้
"แฮะ ๆ อาจารย์บอกว่า ตอนนั้นเ้าเกือบจะอดตาย แต่ก็ยังใช้โจ๊กชามสุดท้ายช่วยชีวิตเ้า และช่วยศิษย์พี่ใหญ่ นี่แหละคือวาสนาของศิษย์อาจารย์" ชิงหยางยกจานตรงหน้าศิษย์น้องเล็กขึ้นมาเทเข้าปากโดยตรง
จากนั้นเขาก็ใช้มือเช็ดปาก "ศิษย์น้องเล็กเ้าวางใจเถิด พวกเราทำงานได้ไม่กินแรงเปล่าหรอก"
ราชครูชิงอีเมื่อได้ยินเื่โจ๊กชามเดียวมุมปากก็อดไม่ได้ที่จะกระตุก ประโยคนี้เป็เหมือนฝันร้ายชัด ๆ
"ศิษย์พี่ใหญ่ ตอนนี้จะทำอย่างไรดี?" ซูมู่มู่ทำปากยื่น อย่างไรนางก็เป็ศิษย์น้องเล็กมีเื่อะไรศิษย์พี่ใหญ่ต้องรับผิดชอบ
"อยู่ที่นี่ถ้าเชื่อฟังก็มีข้าวกิน ถ้าไม่เชื่อฟังจะโดนตีวันละสามมื้อ" ราชครูชิงอีกลอกตา เขาจะทำอย่างไรได้?
คงไม่สามารถย้อนเวลากลับไปตอนเป็เยาว์วัยเพื่อปฏิเสธอาจารย์ที่ดูเหมือนคนดีคนนั้นได้
"ศิษย์น้องเล็ก พวกข้าจะไปกับเ้า จะได้ไม่รบกวนศิษย์พี่ใหญ่ ท่านเป็คนที่ต้องทำเื่ใหญ่" ชิงหยางอยากหาที่ที่มีข้าวกิน ตราบใดที่มีทางเลือกเขาไม่อยากอยู่กับศิษย์พี่ใหญ่
"สถานการณ์ทางข้าค่อนข้างซับซ้อน ข้าพักที่บ้านท่านพ่อคนที่หนึ่งได้ไม่กี่วันเพราะเขากำลังจะออกจากเมืองหลวง ข้าต้องไปบ้านท่านพ่อคนที่สองจะให้พวกท่านเร่ร่อนไปด้วยไม่ได้ พวกท่านพักอยู่ที่นี่กับศิษย์พี่ใหญ่น่าจะดีกว่า" ซูมู่มู่อธิบายอย่างอดทน