ยอดหญิงเทพยุทธ

    ชาติใหม่ของฉัน

    “ท่านพี่ ท่านคิดว่าซานหลิงของเราจะรอดหรือไม่”“ลูกป่วยหนักมาสามวันแล้ว หากวันพรุ่งนี้ยังไม่หายเจ้าก็ทำใจเถอะ”“ไม่นะ นางอายุเพิ่งจะสองขวบ ยังไม่ทันได้เดินก็จะตายแล้วหรือ”“ข้าขอโทษเจ้าและลูกด้วยนะ ขอโทษด้วยที่ข้ามันจน ไม่สามารถพาหมอมารักษาเมื่อพวกเจ้าเจ็บป่วยได้”“ไม่ๆทันพี่อย่าโทษตัวเอง มันเป็นชะตาของเรา หากซานหลิงมีบุญต้องรอดเคราะห์กรรมครั้งนี้แน่”“ท่านพี่ ลูกไม่หายใจแล้ว โฮฮฮฮฮ”‘เสียงใครนะ ชั้นเผลอเปิดทีวีไว้หรอ ทำไมมาร้องไห้หนวกหูขนาดนี้ ดังเหมือนเปิดอยู่ข้างหูเลย’ หลี่หยางคิดแต่ปวดหัวและตาหนักเหลือเกิน ตอนนี้เหมือนจะมืดอยู่เธอจึงหลับตาลงนอนต่อไป ไม่สิ! ชั้นตายแล้วนิ ยังจำภาพสายฟ้ามากมายนั้นได้อยู่เลย หลี่หยางพยายามลืมตาขึ้นอีกครั้งแต่ลืมยากเหลือเกิน‘เอาใหม่ ลืมตานะหลี่หยางถ้าเธออยากจะมีชีวิตอยู่ หนึ่ง สอง ซั่ม’ หลี่หยางฝืนลืมตาขึ้นมา ทั้งที่ดวงตาอยากจะปิด หัวเต้นตุ๊บๆเหมือนพร้อมจะระเบิดก็ตาม สิ่งที่เธอเห็นตอนแรกมันพร่ามัวมากกว่าจะปรับโฟกัสและใช้สมองได้ก็นานเหมือนกัน สิ่งที่เธอเห็นข้างหน้าคือมีหญิงอายุราวสิบกว่าๆหน้าตาธรรมดาผิวออกไปทางเหลืองจากกรำแดดมานานนั่งเขย่าตัวเธออยู่ และมีชายตัวสูงหนาตัวดำตัวใหญ่ทำหน้าเครียดและเต็มไปด้วยความเป็นห่วงยืนอยู่ข้างหญิงคนนั้น“ซานหลิง ลืมตานะลูกพ่อเจ้าสู้ขึ้นเขาหาหลินจือมาแล้วเจ้าต้องตื่นมากินยาก่อน ลูกต้องหายป่วยนะ ถ้าลูกหายป่วยแม่จะทำซุปไก่ใส่เห็ดที่เจ้าชอบให้กิน เจ้ารีบกลับมาหาแม่นะฮือๆๆ” หญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญอยู่ด้านข้างของเธอ“นั่วนั่วเจ้าดูเร็ว ลูกเราลืมตาแล้ว” ชายตัวใหญ่โผเข้ามากอดหญิงสาวและเธอไว้อย่างดีใจ“ลูกแม่ เจ้าตื่นแล้ว คืนนี้เจ้าอย่ารีบดื่มยานี้เร็ว พ่อเจ้าไปเก็บหลินจือมาได้จากบนเขา เจ้าดื่มนะจะได้หายดี”หลี่หยางยังไม่เข้าใจสถานการณ์มาก แต่ตอนนี้อาการปวดตัวมากจนอยากจะทุบหัวตัวเองทิ้งสะ ก็ทำให้เธอดื่มยาจากถ้วยดินนี้ก่อน“นั่วนั่ว ให้ลูกนอนพักก่อนนะ ลูกดื่มยาแล้วต้องหายแน่นอนเจ้าไปพักบ้างเถอะ คืนนี้ข้าจะดูแลลูกเอง”หญิงสาวส่ายหน้า “ข้าไม่อาจเบาใจลงได้”                “นั่วนั่ว หากเจ้าไม่พักแล้วพรุ่งนี้ลูกหาย ใครจะเป็นคนไปจับไก่มาทำซุปให้ลูกได้ เจ้าไปนอนเก็บแรงเถิด คืนนี้ให้ข้าดูแลต่อเอง” ชายร่างใหญ่ยังคงหว่านล้อม                “ข้าเข้าใจแล้ว ซานหลิงลูกต้องหายนะ” หญิงสาวยังคงลูบหน้าเธอแล้วพูดอย่างอ่อนโยนเมื่อหญิงสาวแยกตัวไปนอนอีกฝากหนึ่งของบ้านแล้ว ชายตัวโตก็หันไปจัดที่นอนให้ตัวเองแล้วหันมามองเธอ                “ลูกรัก เจ้าต้องสู้นะ อย่าทำให้แม่และพี่สาวเจ้าเสียใจ” ก่อนที่จะนั่งลงที่เบาะนอนไม่ห่างจากเธอนักแม้หลี่หยางอยากจะทำความเข้าใจกับเหตุการณ์นี้ แต่ร่างกายไม่เป็นใจนัก เธอปวดหัวเหมือนมีไฟอยู่บนหัว ทุกส่วนในร่างกายเธอหนักไปหมดรวมถึงเปลือกตาของเธอด้วย เธอจึงปล่อยร่างกายไปตามธรรมชาติหลับตาลงอย่างสงบแล้วด่ำดิ่งสู่นิทรา                “ท่านพี่ ลูกเราจะหายดีหรือไม่”                “ลูกพักผ่อนอยู่ แต่ไข้ลดลงมากแล้ว วันนี้ตัวเย็นลงจนเกือบปกติแล้ว ลูกต้องหายแน่เจ้าให้ลูกนอนต่ออีกหน่อยเถอะ แล้วซีหลิวเป็นอย่างไรบ้าง”                “วันนี้นางตามป้าหลีไปทำนาแล้ว นางเข้าใจดีว่าน้องป่วยจึงยังกลับบ้านไม่ได้”                “ดีแล้ว หวังว่าบ้านเราจะกลับมาอยู่ด้วยกันสี่คนอีกครั้ง”                “ข้าก็หวังเช่นนั้น”หลี่หยางนอนฟังหนุ่มสาวสองคนคุยกันและประมวลการพูดคุยระหว่างสองคนนี้ และลืมตาแอบดูเมื่อไม่มีคนอยู่ใกล้ๆ จับใจความได้ว่าหลังจากเธอตายจากฟ้าผ่าแล้วเธอได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง แต่เธอยังพาความทรงจำจากชาติที่แล้วมาด้วยแล้วมาเกิดเป็นลูกของชาวนาสองคนนี้ เด็กน้อยนี้น่าเป็นวิญญาณที่เข้าร่างเด็กที่วิญญาณหลุดออกร่างจากการป่วยตายพอดี เด็กที่น่าสงสารนี้คงชื่อซานหลิง ‘ซานหลิงข้าขอโทษด้วยนะ รีบไปสู่สุขคตินะอย่ามาหลอกหลอนชั้นต่อเลย’ เด็กคนนี้คงอายุราวสองขวบ นอกจากพ่อกับแม่ที่ยังสาวแล้วเธอยังมีพี่สาวที่ตอนนี้ไปนอนกับครอบครัวข้างๆเพื่อไม่ให้ติดไข้จากเธออีกคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าปีนี้เป็นปีที่เท่าไรแล้ว แต่ชาวนาสองคนนี้น่าจะยากจนมาก ขนาดถ้วยยังทำมาจากดิน ของใช้ในบ้านก็ทำมาจากไม้และดิน ยังขึ้นเขาเก็บของป่าอยู่ ชีวิตที่แม้แต่ไส้เทียนยังหายาก ตอนกลางคืนก็ไม่สามารถมองเห็นได้ บ้านหลังนี้ไม่มีไฟฟ้าน้ำประปา ไม่เคยได้ยินเสียงรถเลย นี้ฉันมาเกิดใหม่ในบ้านหลังเขาสักที่แน่เลย จากนี้ฉันจะเป็นยังไงเนี่ย หวังว่าชีวิตนี้ของเธอจะไม่ลำบากมากนะ เอาเถอะจะมีสักกี่คนที่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอีกรอบเช่นเธอ 'จากนี้ไปไม่ว่าจะลำบากอย่างไรฉันจะใช้ชีวิตให้คุ้มและมีความสุขให้สุดกับโชคที่ได้กลับมาใช้ชีวิตอีกรอบนี้' ซานหลิงคิดในใจ ใช่แล้วเธอพร้อมที่จะใช้ชีวิตอีกครั้งแล้ว แล้วซานหลิงก็ค่อยๆลืมตาขึ้นหลังจากนอนรักษาไข้และนอนรับข้อมูลต่างๆอยู่สามวัน