คริสติน่าทำท่าไม่อยากเชื่อใส่เวเนซซ่าที่ทำท่าเข้าใจบางอย่าง
“นอกจากตระกูลขุนนางแล้วสามัญชนที่ใช้เวทมนตร์ได้มีนะคะ ถึงพ่อแม่จะไม่มีพลังเวทก็เถอะพลังพวกนี้สืบทอดต่อจากบรรพบุรุษได้ หากไม่ได้รับการฝึกฝนก็คงจะไม่รู้ตัวบางคนไม่รู้ว่าตัวเองใช้เวทได้ไปตลอดชีวิตเลยก็มี”
เซเรียอธิบายคร่าวๆ
“หืมมมองจากภายนอกไม่ออกจริงๆ”
เด็กผู้หญิงที่ริโอะไม่รู้จักชื่อกระซิบออกมาอย่างแปลกใจ
“เช่นนี้เองแต่ยังไงซะหมอนี่ก็เป็แค่เด็กกำพร้า คงไม่ได้เื่เท่าไรหรอก”
เวเนซซ่ามองริโอะอย่างดูแคลน
(เวทมนตร์? พลังเวท? ไอ้คลื่นแสงแปลกๆ เมื่อกี้คือพลังเวท? จะว่าไปเมื่อกี้เราก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างใช่ไหมนะ? แต่ถ้าไม่ได้ฝึกฝนก็ไม่รู้ตัว?.... หมายความว่าอะไร?)
ริโอะฟังบทสนทนาของ3 สาว อย่างงุนงง
“แล้วเจอปฏิกิริยาพลังเวทแปลกๆไหม?”
“เอ่อ..ในวงรัศมี 50 เมตรไม่มีค่ะ มีแค่ของพวกเรากับเด็กคนนี้เท่านั้น”
“งั้นเหรอ....รบกวนเ้าอีกแล้ว คนที่ใช้ 《 คาถาตรวจหาพลังเวท 》ได้นั้นมีน้อยมากและยิ่งตรวจหาในระยะไกลแบบนี้แล้ว ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่”
เซเรียและเวเนซซ่าพูดเื่ที่ริโอะไม่เข้าใจเมื่อบทสนทนาจบลงซีเรียจึงมองไปทางริโอะ
“ขอบใจนะนี่เป็ค่าข้อมูลของเ้า รับไว้ด้วย”
พูดเช่นนั้นแล้วเซเรียก็ยื่นเหรียญเงินใหญ่5 เหรียญให้กับริโอะ
เมื่อรับเงินมาไว้ในมือเด็กชายกำพร้าก็เผลอเบิกตาโพลงอย่างไม่รู้ตัวเพราะเงิน 5 เหรียญนั้นมีค่ามากเกินไปเมื่อเทียบกับข้อมูลเพียงน้อยนิดที่เขาบอก
พวกนี้ไม่รู้คุณค่าของเงินกันหรืออย่างไรนะ
คิดเช่นนั้นแล้วริโอะก็จ้องมองเซเรีย
“เอ่อ..ไม่พอ?”
เซเรียตอบ
“...เปล่าครับ”
ริโอะส่ายหน้าเบาๆถ้าให้ก็เอา เพราะตอนนี้เด็กชายไม่มีเงินเลย
จะให้ทำตัวเป็คนดีแล้วปฏิเสธเงินก็ไม่อยากทำ
“ขอบคุณครับ”
ริโอะก้มหัวขอบคุณเซเรีย
“จริงๆแล้วเป็ค่าปิดปากน่ะ ช่วยลืมเื่ทั้งหมดที่ได้ยินที่นี่ด้วยนะ”
เซเรียพูดด้วยน้ำเสียงเ็าเพื่อเป็การออกคำสั่ง
“เข้าใจแล้วครับ”
ริโอะพยักหน้าทันที
4คนนี้คงเป็พวกขุนนาง อย่ายุ่งกับพวกเขาดีกว่า เื่นี้คงจะน่าปวดหัวพอตัว
ริโอะจึงเลือกที่จะไม่ยุ่ง
“ยังไงก็ขอบคุณนะที่เตือน”
เซเรียขอบคุณริโอะด้วยท่าทีประหม่าเล็กน้อย
“ไม่เป็ไรครับผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ”
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนพยายามเข้านะ”
ไม่รู้ว่าเป็เพราะสงสารริโอะที่เป็เด็กกำพร้าหรือเปล่าเซเรียจึงได้มีสีหน้าอาลัยอาวรณ์อยู่ภายใต้ฮู้ด
“ไปกันเลยไหมคุณเซเรีย”
“ค่ะ”
ทั้ง4 คนหมุนตัวเดินออกจากสลัมไป
ริโอะมองตามหลังภาพนั้นเด็กชายเห็นแสงอยู่รอบตัวของทั้ง 4
ริโอะใมากจึงก้มลงมองตัวเองแสงพวยพุ่งออกจากร่างกายของเขาเช่นเดียวกัน ไม่ใช่ภาพหลอนนี่เขาทั้งมองเห็นและััได้
แสงที่ว่านี้แทรกซึมอยู่ในทุกส่วนของร่างกายไม่ต่างจากเืแสงสว่างนี้พวยพุ่งออกมาจากร่างกายของริโอะเรื่อยๆ ราวกับสายน้ำ
ในบรรดา4 คนนั้น คนที่มีแสงเยอะตามลำดับที่ริโอะเห็นคือ เซเรีย คริสติน่า เวเนซซ่า และผู้ติดตามอีกคน
แต่ปริมาณแสงที่ออกมาจากตัวริโอะนั้นเยอะกว่าเซเรียเสียอีก
แสงนี้มันออกมาจากตัวเราั้แ่เมื่อไหร่กัน? พวกเซเรียมองไม่เห็นเหรอ?
ริโอะได้แต่ครุ่นคิดแต่ไม่รู้คำตอบ
(คนอื่นมองไม่เห็นแสงนี้? ถ้ามีคนเห็นเข้าจะไม่แย่เหรอ?)
ริโอะรีบบังคับให้แสงในตัวเองลดลงและมันก็เป็ไปตามที่เขาคิดอย่างว่าง่าย ถึงจะพอมีแสงออกมาอยู่บ้างแต่ก็จำนวนน้อยกว่าแสงของพวกเซเรียเสียอีก คงไม่เป็ปัญหาแล้วสินะเห็นดังนั้นริโอะจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
(แสงสว่างนี่คือพลังเวท?)
ถ้านี่เป็พลังเวทจริงๆละก็ มันก็ต้องมีประโยชน์อะไรบ้างสิ
คงจะเกิดอันตรายแน่ๆถ้าเราใช้เวทโดยไม่รู้อะไรเลย เราคงต้องหาสถานที่และเวลาในการลองใช้เวทมนตร์ซะแล้ว
ไปถึงกระท่อมช้าคงไม่ใช่เื่ดีแน่ๆนึกได้แล้วริโอะจึงรีบกลับไปยังกระท่อม
◇ ◇ ◇
ริโอะคิดถึงเื่อนาคตของตนเองตลอดทาง
หากใช้เงินที่ได้มาจากเซเรียเราก็คงอยู่อย่างสบายไปได้อีกสักพักแต่เรายังไม่มีรายได้ที่มั่งคงเลยยังต้องอาศัยเ้าคนเลวพวกนั้นตราบใดที่ยังอยู่ในสลัมริโอะก็ยังคงหนีไปไหนไม่รอด เพราะถ้าพวกนั้นจับได้ว่าริโอะคิดหนีก็คงจะโมโหและทุบตีริโอะจนตาย
ตอนนี้ริโอะมีเงินแล้วเมื่อเขาได้กลิ่นอาหารอุ่นๆ จึงคิดว่าถ้าได้กินอาหารอร่อยๆอารมณ์ที่เศร้าหมองก็จะดีขึ้นตามไปด้วย
เด็กชายรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อยเขา้าเวลาในการวางแผนเื่เส้นทางที่จะใช้เพื่อหนีจากพวกผู้มีอิทธิพลในสลัมและหลังจากนั้นเขาจะทำอย่างไรต่อ
ในขณะที่คิดเื่นี้อยู่นั้นไม่ทันจะรู้สึกตัว เขาก็เดินมาถึงกระท่อมโทรมๆ คุ้นตาหลังนี้แล้วพาลให้รู้สึกหดหู่ขึ้นมา
ริโอะถอนหายใจเบาๆ
“กลับมาแล้วครับ”
ริโอะก้มหัวลงเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน
ริโอะก็มักจะโดนด่าทออย่างไม่มีเหตุผลจากเหล่าชายฉกรรจ์
ก่อนออกมาดูเหมือนพวกมันจะอารมณ์ดีเป็พิเศษแถมยังมีคุณจีจี้คอยรินเหล้าให้ด้วย ตอนนี้คงกำลังกินเหล้าโวยวายเสียงดังอยู่ก็ได้
ริโอะคิดแบบนี้ตลอดทางแต่ทว่า
(ไฟดับ?)
ในกระท่อมตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นสนิมเหล็ก
กลิ่นแรงเสียจนริโอะเผลอย่นจมูก
(กลิ่นอะไรเนี่ย?! เืเหรอ?! )
ริโอะรับรู้ได้ว่านี่คือกลิ่นเืกลิ่นที่ออกมาจากแผลเวลาเขามีเืไหล
“อื้ออ!อื้อ!”
เสียงอู้อี้ดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง
“...อึก!”
ริโอะใจนตัวสั่น
(อะไรน่ะ?!)
เด็กน้อยริโอะได้ยินเสียงเสียดสีกันของเสื้อผ้า
มีใครนอนอยู่ตรงนั้นน่ะ!
ริโอะค่อยๆเดินเข้าไปที่มุมห้อง
ทันใดนั้น!
ริโอะก็รู้สึกเหนียวที่เท้า
ดูเหมือนพื้นห้องจะเปียก
เขารู้สึกสงสัยไปหมดทุกอย่างจึงจะไปเปิดหน้าต่างออก
(หน้าต่างอยู่ไหนนะ....)
เด็กชายพยายามนึกถึงตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งของต่างๆในความมืด
เขาพยายามอดกลั้นกับััประหลาดใต้ฝ่าเท้าพร้อมกับเดินมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของหน้าต่างซึ่งมีบานเดียวในกระท่อม
เมื่อหน้าต่างถูกเปิดออกภายในห้องจึงค่อยๆสว่างขึ้น
“นี่มันอะไรกัน?!”
ริโอะช็อกกับภาพที่เห็นจนเขาพูดอะไรไม่ออก
บนพื้นห้องเกลื่อนกลาดไปด้วยศพเ้าของร่างคือเหล่าชายฉกรรจ์ที่ตั้งวงดื่มเมื่อเช้าและ
“คุณจีจี้......”
ข้างๆกันคือร่างไร้ิญญาของจีจี้
เธอผู้ซึ่งให้ค่าอาหารริโอะมาเมื่อเช้าสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงสาวใจดีน่าจะมาจากแผลที่เต็มไปด้วยเืตรงช่องท้อง
เสื้อผ้าแสนยั่วยวนของจีจี้อาบไปด้วยสีแดงจากโลหิตสภาพศพเธอนอนหงายอยู่
“อุแหวะ...!”
ริโอะรู้สึกคลื่นไส้เขาปิดปากเพื่อห้ามตัวเองไม่ให้อาเจียน
“อื้อ!อื้ออ อื้ออ!”
ในห้องยังคงมีเสียงอู้อี้ดังออกมา
ริโอะขมวดคิ้วมองไปยังที่มาของเสียง
เขาสังเกตเห็นว่าตรงมุมห้องมีถุงใบหนึ่งวางอยู่
(คน? ไม่จริงน่า...)
ดูจากขนาดถุงแล้วคงจะใส่ผู้ใหญ่ไม่ได้
ถ้าจะมีคนอยู่ข้างในล่ะก็ต้องเป็เด็กตัวเล็กๆ เท่านั้น
ริโอะสังหรณ์ใจไม่ดีหัวใจของเข้าเต้นระรัวไม่หยุด และร่างกายก็สั่นเทิ้ม
เด็กน้อยกลั้นใจขยับเข้าไปใกล้ถุงใบนั้นสิ่งที่อยู่ในถุงดิ้นอย่างรุนแรง
ริโอะรู้สึกกลัวมากแต่ก็ยอมทำใจแข็งคลายเชือกมัดถุงออกอย่างหวาดระแวง
ทันทีที่เกิดเสียงเสียดสีปมเชือกก็คลายออกอย่างง่ายดาย พร้อมกับปากถุงที่เปิดออก
เผยให้เห็นร่างของสาวน้อยหน้าตาน่ารักสวมอาภรณ์สวยงามคล้ายชุดฮากามะของผู้ดูแลศาลเ้าเด็กหญิงตัวน้อยมีเรือนผมสยายยาวสีม่วงอ่อน และดวงตาสีเดียวกับเส้นผมอายุของสาวน้อยไม่ต่างจากริโอะมากนัก เธอมองช้อนขึ้นมาด้วยท่าทีเหม่อลอย
อา...ว่าแล้วเชียว
ในวินาทีนั้นริโอะพลันรู้สึกสิ้นหวัง
มีเสียงบางอย่างดังออกมาในหัวของริโอะ
เราจะอยู่เฉยๆอย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว!