ท่ามกลางความเวิ้งว้างไร้สิ้นสุดของฟ้าดิน มีเสียงหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า—
“จักรวาลนี้เคยสมบูรณ์”
แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่า “สมบูรณ์” นั้นหมายถึงอะไรและไม่มีผู้ใดจำได้ว่า “ใครเป็ผู้พูด”
กาลเวลาผ่านไปนับไม่ถ้วนยุคสมัย ฟ้าดินยังคงดำรงอยู่ ดวงดาวยังคงหมุนเวียน สรรพชีวิตยังคงเกิด–ดับ ไม่สิ้นสุด
ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปโดยไม่มีผู้ใดสังเกต
“เส้นทางสู่เซียนแท้… หายไปแล้ว”
เหล่าผู้ฝึกตนในโลกต่ำ ยังคงดิ้นรนแย่งชิงพลังจากฟ้าดิน ยังคงเชื่อว่าการบรรลุจุติเทพคือจุดสูงสุด แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า นั่นเป็เพียง “เพดานปลอม” ที่ถูกทิ้งไว้หลังาที่ถูกลืม
[โลกต่ำ — แคว้นชิงหลัว]
สายลมเย็นพัดผ่านยอดเขาหมื่นลี้
หมอกสีขาวปกคลุมหุบเขาราวกับม่านแห่ง์
ด้านล่างคือสำนักเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ไร้ชื่อเสียงในโลกแห่งผู้ฝึกตน
[สำนักเมฆาคราม]
ภายในลานฝึก
ศิษย์หลายสิบคนกำลังนั่งหลับตา ดูดซับพลังฟ้าดินเข้าสู่ร่างกาย พลังปราณไหลเวียนอย่างเชื่องช้า บางคนหน้าแดงก่ำ บางคนร่างสั่นเทา ราวกับทุกลมหายใจคือการฝืนชะตา
“รวมปราณให้มั่น!”
เสียงอาจารย์ผู้หนึ่งดังขึ้น
เสียงนั้นแฝงด้วยพลังบางอย่างที่ทำให้ลมรอบตัวหยุดนิ่งชั่วขณะ เขาคือผู้ฝึกตนระดับสูงสุดของสำนักนี้
ระดับ… จุติเทพขั้นสมบูรณ์
ในสายตาของโลกภายนอก เขาคือ “ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของแคว้นนี้”
แต่ในสายตาของ์ที่แท้จริง เขาเป็เพียง… เศษฝุ่นที่ลอยอยู่ในกาลเวลา
ท้องฟ้าเหนือสำนักเมฆาคราม เกิดการสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ไม่มีเมฆ ไม่มีลม ไม่มีเสียงฟ้าร้อง แต่เหมือน “บางสิ่ง” กำลังมองลงมา
อากาศหยุดนิ่ง แม้กระทั่งพลังปราณในร่างศิษย ยังหยุดไหลในชั่วพริบตา
อาจารย์เงยหน้าขึ้นทันทีแววตาเปลี่ยนเป็เคร่งเครียด
“เมื่อครู่… เ้ารู้สึกหรือไม่?”
ศิษย์ข้างกายส่ายหน้า
“รู้สึกอะไรหรือขอรับ อาจารย์?”
ชายชรานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายศีรษะช้า ๆ
“…ไม่มีอะไร”
แต่ในใจเขาไม่ได้คิดเช่นนั้น
“เมื่อครู่… ฟ้าดินเหมือนถูกใครบางคน ‘มองกลับ’”
ใต้ห้วงลึกของโลก
ในสถานที่ที่ไม่มีใครเข้าถึง ใต้แผ่นดินลึกลงไปนับหมื่นลี้ มีซากบางสิ่งฝังอยู่ ไม่ใช่ซากศพ ไม่ใช่สมบัติ แต่เป็ “รอยแตกของกฎ” รอยแตกนั้นเรืองแสงจาง ๆ เหมือนยังมีชีวิตอยู่ และในเสี้ยววินาทีที่ไม่มีใครรับรู้ มัน… ขยับ
ภายในกระท่อมไม้เก่า ๆ บนูเาด้านหลังสำนัก เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งนิ่ง เขาดูธรรมดาเกินไป ธรรมดาจนไม่มีใครสนใจ อายุราวสิบหกปี เสื้อผ้าธรรมดา พลังปราณอ่อนแอจนแทบไม่ต่างจากคนทั่วไป
ชื่อของเขา
“หลินเย่”
เขากำลังหลับตา พยายามดูดซับพลังฟ้าดิน แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน พลังปราณก็ไม่ตอบสนอง เหมือนโลกนี้… ปฏิเสธเขา
“ทำไมกัน…”
เขาพึมพำเบา ๆ
“คนอื่นบอกว่าข้าไม่มีพร์… หรือฟ้าดินไม่ยอมรับข้าจริง ๆ?”
ในขณะที่เขากำลังจะล้มเลิก ความเงียบภายในจิตใจกลับ “แตกร้าว”
โลกทั้งใบเงียบลงทันที
เสียงของลมหายใจหายไป เสียงของนกหายไป แม้แต่ความคิดของเขา… ยังหยุดนิ่ง
จากนั้น
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในห้วงิญญา ไม่ใช่เสียงจากภายนอก ไม่ใช่เสียงจากภายใน แต่เหมือน “จักรวาลกำลังพูดกับเขาโดยตรง”
“ในที่สุด… ผู้สืบทอดก็ปรากฏตัวแล้ว”
ร่างของหลินเย่สั่นอย่างรุนแรง
ดวงตาเบิกกว้าง ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นแรงจนแทบะเิ
“ใคร… ใครพูด?!”
แต่ไม่มีคำตอบ
เพียงชั่วพริบตา โลกเบื้องหน้าเขาเปลี่ยนไป
เขาเห็นภาพหนึ่ง ฟ้าดินแตกสลาย ดวงดาวดับสูญ เหล่าเทพล้มลงเหมือนฝุ่นผง และจักรวาลทั้งมวล… กำลังพังทลาย
และในศูนย์กลางของภาพนั้น มี “เงา” บางอย่างที่เขาไม่อาจมองตรงได้
มันไม่ใช่คน ไม่ใช่เทพ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็… “ต้นกำเนิด”
เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง
“เ้าคือผู้สืบทอด… ของสิ่งที่ไม่ควรถูกจดจำ”
ทันใดนั้น รอยแตกใต้พิภพที่หลับใหลมานานนับหมื่นปีพลันสั่นะเือย่างรุนแรงแสงสีดำพุ่งทะลุขึ้นสู่ท้องฟ้า
และในวินาทีนั้นเอง…ฟ้าดินทั้งแคว้นชิงหลัว เหมือน “ถูกบางสิ่งจดจำได้อีกครั้ง”