ข่าวลือเกี่ยวกับความสามารถอันน่าประหลาดของบุตรชายคนที่หกแห่งจวนเสนาบดีหลี่ เริ่มแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงต้าหลงจากปากต่อปากของบ่าวไพร่และเหล่าพ่อค้าวาณิชย์ที่เดินทางไปมาระหว่างแคว้น จากเดิมที่เคยเป็เพียงเื่ขำขันของนายน้อยขี้โรค บัดนี้กลับกลายเป็เื่ที่ผู้คนให้ความสนใจ แม้แต่ในราชสำนักของซูสีไทเฮาก็ยังเริ่มมีเสียงกระซิบกระซาบถึงเื่นี้
ภายในพระตำหนักอันโอ่อ่าของซูสีไทเฮา กลิ่นกำยานชั้นดีลอยอบอวลไปทั่ว หญิงชราผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จแห่งต้าหลงนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ประดับประดาด้วยทองคำและหยก ดวงตาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาของนางยังคงคมกริบและแฝงความอำมหิต นางกำลังฟังรายงานจากหัวหน้าหน่วยข่าวกรองลับของนาง กงกงหลี่ ผู้ซึ่งซื่อสัตย์ภักดีต่อนางยิ่งชีพ
“ไทเฮาเพคะ มีข่าวลือแปลกๆ เกี่ยวกับบุตรชายคนที่หกของหลี่กวงิพ่ะย่ะค่ะ” กงกงหลี่รายงานด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“บุตรชายคนที่หก? ิเทียนคนนั้นน่ะรึ?” ซูสีไทเฮาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เด็กขี้โรคนั่นน่ะรึจะทำอะไรได้? ข้าเคยได้ยินมาว่ามันเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่สนใจสิ่งใดเลยด้วยซ้ำ”
“แต่บัดนี้เขาเปลี่ยนไปแล้วพ่ะย่ะค่ะไทเฮา” กงกงหลี่กล่าวต่อ “เขาฟื้นจากอาการป่วยอย่างน่าอัศจรรย์ และยังได้ปฏิรูปสวนหลังจวนเสนาบดีจนงดงามผิดหูผิดตา อีกทั้งยังเคยอภิปรายเื่การพัฒนาแคว้นและการทหารกับท่านเสนาบดีหลี่กวงิอีกด้วย”
ซูสีไทเฮาเลิกคิ้วเล็กน้อย “โอ้? น่าสนใจนัก แล้วเ้าเชื่อข่าวลือพวกนั้นหรือไม่เล่ากงกงหลี่?”
“กระหม่อมกำลังให้คนสืบสวนอย่างละเอียดพ่ะย่ะค่ะ แต่มีข่าวลือที่น่าสงสัยอีกเื่หนึ่งพ่ะย่ะค่ะไทเฮา” กงกงหลี่กล่าวพลางเหลือบมองซูสีไทเฮาอย่างระมัดระวัง “มีคนงานของจวนเสนาบดีบางคนกล่าวว่า นายน้อยหลี่ิเทียนมีความสามารถในการสร้าง ‘ลูกไฟ’ ที่สามารถะเิได้คล้ายกับอสนีบาตพ่ะย่ะค่ะ”
ทันทีที่ได้ยินคำว่า “ะเิ” และ “อสนีบาต” ดวงตาของซูสีไทเฮาก็หรี่ลง แววตาของนางฉายแววอันตราย “เ้าว่าอะไรนะ? ะเิอย่างนั้นรึ?”
“พ่ะย่ะค่ะ มีคนเห็นแสงและได้ยินเสียงดังสนั่นจากบริเวณเหมืองร้างทางเหนือของแคว้นฉิน ซึ่งเป็เหมืองเก่าของตระกูลหลี่พ่ะย่ะค่ะ” กงกงหลี่รายงานอย่างระมัดระวัง
“เหมืองร้าง... ฮึ!” ซูสีไทเฮาแค่นหัวเราะในลำคอ “ดูเหมือนว่าหลี่กวงิจะคิดการใหญ่เสียแล้ว”
นางลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินไปยังหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปยังทิวทัศน์ของเมืองหลวงที่อยู่เบื้องล่าง แม้ภายนอกจะดูสงบ แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและสงสัย
“ส่งคนไปสืบเื่นี้ให้กระจ่าง” ซูสีไทเฮาสั่งเสียงเย็น “สืบให้รู้ว่าบุตรชายคนที่หกผู้นั้นมีอะไรซ่อนเร้นอยู่เื้ัความเปลี่ยนแปลงนี้ และหากพบว่าหลี่กวงิคิดฏจริง... จงอย่าได้ละเว้น!”
“พ่ะย่ะค่ะไทเฮา กระหม่อมจะจัดการทันที” กงกงหลี่ค้อมตัวลงต่ำ ก่อนจะถอยออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ
หลี่ิเทียนรู้ดีว่าทุกย่างก้าวของเขาอยู่ภายใต้การจับตามองของซูสีไทเฮา เขาได้เตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้ว
ในอีกด้านหนึ่งของแคว้นฉิน ภายในโรงงานผลิตดินดำใต้เหมืองร้าง หลี่ิเทียนกำลังควบคุมการผลิตอย่างเข้มงวด
“ลูกไฟพยัคฆ์คำราม” ถูกผลิตขึ้นมาในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการควบคุมคุณภาพอย่างละเอียดรอบคอบ
“นายน้อย ท่านคิดว่าซูสีไทเฮาจะรู้เื่นี้เมื่อไหร่ขอรับ?” หัวหน้าคนงานถามขึ้นขณะกำลังตรวจสอบะเิมือที่เพิ่งผลิตเสร็จ
“ไม่ช้าก็เร็ว” หลี่ิเทียนตอบ “ยิ่งเราสร้างความเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ สายลับของซูสีไทเฮาก็จะยิ่งจับตามองเรามากขึ้นเท่านั้น”
“แล้วพวกเราจะทำอย่างไรขอรับ?”
“เราจะต้องเร่งสร้างกองกำลังที่แข็งแกร่งขึ้น” หลี่ิเทียนตอบด้วยแววตาแน่วแน่ “และเราต้องสร้างความร่วมมือกับแคว้นอื่นๆ ที่ไม่พอใจอำนาจของซูสีไทเฮา”
เขาเดินไปยังแผนที่ขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนัง ซึ่งเป็แผนที่ของแผ่นดินต้าหลง แสดงที่ตั้งของแคว้นฉิน แคว้นจ้าว และแคว้นอื่นๆ เขาชี้ไปยังจุดกึ่งกลางระหว่างแคว้นฉินและต้าหลง ซึ่งเป็ที่ตั้งของ แคว้นจ้าว ดินแดนที่มักจะถูกต้าหลงรุกรานและกดขี่
“แคว้นจ้าวคือพันธมิตรที่เรา้า” หลี่ิเทียนพึมพำกับตัวเอง “พวกเขาถูกซูสีไทเฮารังแกมานาน และ้าผู้ที่จะเข้ามาช่วยพวกเขา”
เขาจำได้ถึงเศษเสี้ยวความทรงจำของหลี่ิเทียนคนเก่า ที่เคยได้ยินเื่ราวของ คุณหนูเหมยหลิง แห่งแคว้นจ้าว ผู้เลอโฉมและเก่งกาจ แต่ยังไม่เคยพบเจอตัวจริงมาก่อน
หลี่ิเทียนรู้ดีว่าากำลังจะอุบัติขึ้นในไม่ช้า เขาจะต้องเตรียมพร้อมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งด้านกำลังพล อาวุธ และพันธมิตร เพื่อที่เขาจะสามารถโค่นล้มซูสีไทเฮา และรวมแผ่นดินที่แตกแยกให้กลับมาเป็หนึ่งเดียวอีกครั้ง
ภัยคุกคามจากซูสีไทเฮากำลังใกล้เข้ามาทุกที และนั่นคือสัญญาณที่หลี่ิเทียนต้องเร่งลงมือทำบางอย่าง ที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าครั้งสำคัญ