"มองอะไร..แกไม่ได้ช่วยฉันทำ"เอเลนอร์ชี้ไปที่บริเวณที่เขาปลูกต้นฐานกักพลังเวท:"แต่แกอยากให้ช่วย ตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว"
"ฉัน……"
เมื่อได้ยินแบบนี้เฟร่าก็มองไปที่ต้นฐานกักพลังเวทขนาดใหญ่และขนาดเล็กทั้งสองต้นนี้ดูเข้ากันไม่ได้ ตอนนี้ใบหน้าของเขากลายเป็สีแดงเข้มเพราะความโกรธ
เมื่อตอนที่พวกเขาเข้ามาที่สวนพฤกษศาสตร์ท่านอาจารย์เมดิฟห์ได้อธิบายอย่างชัดเจนแล้วว่าต้นฐานกักพลังเวทที่พวกเขาปลูกตอนนี้เป็พืชที่ต้องปลูกคู่กัน
ทำไมต้นฐานกักพลังเวทจึงเป็พืชที่ต้องปลูกคู่กัน?
เหตุผลนั้นง่ายมาก
ต้นฐานกักพลังเวทนั้นเป็พืชวิเศษที่มีความพิเศษมาก!
พวกมันมักจะได้ส่งเสริมพลังเวทให้กันและกันอย่างน่ามหัศจรรย์ในขั้นตอนแรกของการเพาะปลูกนั้นต้องเกิดการหมุนเวียนพลังเวทให้กันและกันด้วยวิธีนี้เท่านั้นต้นฐานกักพลังเวทถึงจะเติบโตต่อไปได้จนกว่าต้นจะสูงมากพอ
ในกระบวนการนี้ยิ่งต้นฐานกักพลังเวทดูดซับพลังเวทระหว่างกันได้มากเท่าไหร่มันก็จะยิ่งเติบโตสูงขึ้นเท่านั้น
ตอนนี้ต้นฐานกักพลังเวทของเอเลนอร์เมอร์ลินนั้นสูงกว่าของเฟร่าถึงสองเท่า! ด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันต้นฐานกักพลังเวทจะเติบโตเร็วขึ้นอย่างแน่นอน
เมื่อต้นฐานกักพลังเวทเติบโตขึ้นมันจะผลิตผลึกเวทมนตร์ได้มากกว่าต้นไม้ิญญาธรรมดา ...
ถ้าเฟร่าออกไปหาใครสักคนเพื่อแลกเปลี่ยนสถานที่ปลูกในตอนนี้คงมีคนจำนวนมากเต็มใจที่จะแลกกับเขา
ตราบเท่าที่้าไม่มีอะไรผิดกฎและไม่มีปัญหาอย่างแน่นอนในตอนแรกนั้นเฟร่ารู้สึกว่าเอเลนอร์ต้องล้มเหลวใน่เริ่มต้นเขาจึงไม่รีบที่จะเพิ่มพลังในการเพาะปลูกให้เร็วมากนักแต่ตอนนี้การเพิ่มพลังเวทให้เมล็ดพันธุ์มันก็สายเกินไปเสียแล้ว
แต่เื่นี้เป็ผลประโยชน์ของตัวเขาเอง
ในขณะที่กำลังลังเลหลายคนได้สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาได้ยินว่าเอเลนอร์เสนอที่จะให้เฟร่าแลกเปลี่ยนการเมล็ดพันธุ์กับต้นไม้ของเขา มันทำให้หลายคนอยากลอง
หลายคนคาดหวังว่าเฟร่าจะเลือกแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์
อย่างไรก็ตาม…
"ฉันไม่ได้บอกว่าฉันไม่เชื่อ ..." หลังจากพูดจบเฟร่าก็แสดงชัดเจนว่าจะไม่แลกต้นไม้กลับใคร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาพูดประโยคนี้ต่อหน้าคนรู้จักหลายคนมันเป็เื่น่าอับอาย แต่ก็ดีกว่าไปลองปลูกต้นฐานกักพลังเวทอีกครั้งและไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่
ตอนนี้ทุกคนล้วนจ้องมองมาที่เขาถึงมันจะน่าอายแต่เขาไม่ยอมเสี่ยงอย่างแน่นอน
เฟร่ามาจากตระกูลหอการค้าประจำเมืองและผลประโยชน์ของตัวเขาเองเขาย่อมทราบดี การที่จะต้องใช้ความเสี่ยงมากไปกว่านี้ย่อมไม่คุ้มค่าถึงแม้เหล่าคนรู้จักจะมองว่าเขาพ่ายแพ้ให้กับเอเลนอร์ อีกครั้งก็ตาม
ต่อหน้าต้นไม้ที่ปลูกเสร็จและกำลังจะกลายเป็เครื่องทำเงินในอนาคตเขาต้องยอมพ่ายแพ้
ถึงจะคิดแบบนั้นแต่เขาก็ยังกัดฟันแน่นและมันทำให้ผู้ชมหลายคนผิดหวังและในใจของพวกเขากำลังด่าเฟร่าที่หน้าด้านและอาศัยเกาะต้นไม้ของศัตรูเติบโต
ท่ามกลางสายตาดูิ่และอิจฉาของทุกคนเฟร่าตอนนี้ไร้ยางอายอย่างสิ้นเชิงและยังคงเพาะปลูกต้นไม้จิติญญาของตัวเองต่อไป ...
ขณะที่เฟร่าปลูกต้นฐานกักพลังเวทล่าช้ากว่าเอเลนอร์ไปมากและคนอื่น ๆ ก็ไม่สามารถปลูกมันได้ด้วยความเร็วเทียบเท่ากับเอเลนอร์หลังจากปลูกเสร็จแล้วนักเวทฝึกหัดคนอื่น ๆ ก็ทำตามขั้นตอนนี้ไม่มากก็น้อย
ในตอนนี้เมดิฟห์นำเหล่านักเรียนออกจากสวนพฤกษศาสตร์ใบหน้าของเฟร่านั้นแสดงออกอย่างน่าเกลียดตลอดทาง แต่เขาก็ระวังท่าทางเป็อย่างมากและเอเลนอร์ก็ไม่ได้สนใจในตัวเฟร่าอย่างที่หลายคนคิด
ความสนใจของเอเลนอร์มุ่งเน้นเส้นทางที่จะเดินไปห้องปฏิบัติการแปรธาตุค่ายอาคมดึงพลังเวทตลอดเส้นทางนั้นน่าสนใจมากมันดึงเอาพลังเวทจากสวนพฤกษศาสตร์ให้วิ่งตามเส้นทางของโครงข่ายอาคมเวทมนตร์ถูกส่งต่อมาเรื่อยๆ
เอเลนอร์รู้ว่าโครงข่ายอาคมเหล่านี้เป็เพียงส่วนปลายของูเาน้ำแข็งภายในหอคอยมีการออกแบบเพิ่มเติมพร้อมกับโครงข่ายอาคมวิเศษเหล่านี้เพื่อรองรับห้องปฏิบัติการแปรธาตุทั้งหมด
กล่าวได้ว่าห้องปฏิบัติการแปรธาตุนี้เองที่เป็สุดยอดการสร้างที่รวบรวมความสำเร็จทางเวทมนตร์มากมายนับไม่ถ้วน
แม้ว่าเขาจะเคยเห็นฉากคล้าย ๆกันในเกมมาก่อน แต่ตอนนี้เขารู้สึกดื่มด่ำอย่างแท้จริงยิ่งเขารู้สึกได้ว่าอารยธรรมเวทมนตร์อยู่เคียงข้างเขาจริงๆความรู้สึกที่น่าประทับใจนี้ทำให้เอเลนอร์รู้สึกทึ่งมากทีเดียว .
หลังจากนั้นเอเลนอร์และคนอื่น ๆก็มาถึงประตูที่มีกากอยสองตัวนั่งอยู่ ความสูงของมันมากกว่าสิบเมตร
เมื่อเทียบกับโครงข่ายอาคมในตอนนี้กากอยเหล่านี้ไม่ได้หายากนัก และมีอยู่ทุกหัวมุมถนน
ในห้องปฏิบัติการแปรธาตุกากอยที่ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังเวทมนตร์มักจะทำหน้าที่ลาดตระเวนว่ากันว่าหากกากอยทั้งหมดในห้องปฏิบัติการแปรธาตุเฝ้าอยู่แม้แต่พ่อมดที่เก่งกาจก็ไม่สามารถบุกเข้ามาได้ง่ายๆยิ่งถ้ามันได้จับคู่กับเมฟิทด้วยแล้วล่ะก็ การบุกเข้ามาต้องมีนักรบเถื่อนอย่างน้อย2 คนต่อกากอย 1 ตน
ตอนนี้กากอยทั้งสองก็มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขามันค่อนข้างแปลกกากอยทั้งสองยืนนิ่งอยู่หน้าห้องราวกับว่าพวกมันกำลังหลับอยู่และไม่ตอบสนองอะไรนอกจากปล่อยความกดดันอันหนาวเหน็บออกมา
เมื่อเห็นกากอยเหล่านี้นักเวทฝึกหัดบางคนที่มีความสามารถอ่อนแอเกือบจะไม่สามารถต้านทานความกดดันจากพวกมันก็มีสีหน้าซีดเซียวไปในชั่วพริบตา
สำหรับเอเลนอร์เขาจ้องมองไปที่กากอยเช่นกันแต่เขาต่างจากคนเ่าั้ เอเลนอร์ไม่มีความรู้สึกกดดันราวกับว่ากากอยพวกนี้เป็เพียงของเล่นประดับประตูเท่านั้น
อันที่จริงใน "โลกที่ถูกลืม"เอเลนอร์ก็เคยเห็นกากอยมาไม่น้อย
กากอยมักตั้งอยู่บนยอดอาคารขนาดใหญ่เป็ตัวตนที่ร้ายกาจ โดยมีลักษณะเป็รูปปั้นสัตว์ประหลาดกากอยมักแฝงตัวอยู่ในซากปรักหักพังและคอกม้าโดยปลอมเป็รูปปั้นเพื่อความสนุกสนานและสร้างความหวาดกลัว
มีเื่เล่าเกี่ยวกับมันว่ามีราชันผู้ชั่วร้ายแห่งทวีปอีซาร์เขาสร้างอาณาจักรของเขาด้วยชิ้นส่วนของเศษหินและเหล็กจากดินแดนที่ถูกลืมเขาได้เพิ่มสติปัญญาและอำนาจแห่งธาตุเข้าไปในตัวของกากอยเมื่อเวลาผ่านไปพวกมันก็มีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ที่มีปีกแต่ใบหน้ากลับน่าสยดสยองและโหดร้าย พวกมันถือเป็ศัตรูกับนักเวทแต่ก็ยังมีวิธีควบคุมพวกมัน
แต่ในตอนนี้มันกลับมาปรากฏก่อนเวลาหรือโลกนี้จะไม่ใช่โลกที่เขาเคยคาดคิดเอาไว้
กากอยพวกนี้ขับเคลื่อนด้วยผนึกเวทมนตร์ซึ่งเทียบเท่ากับการพกพาแหล่งพลังเวทขนาดเล็กติดตัวไปด้วย ภายใต้สถานการณ์ปกติไม่จำเป็ต้องกังวลเกี่ยวกับพลังเวทที่ไม่เพียงพอ ในสนามรบเมื่อผนึกเวทมนตร์ทำงานได้เต็มที่กากอยถูกเปลี่ยนเป็เครื่องจักรสังหารหมู่ที่น่ากลัวที่สุดทำให้ศัตรูจำนวนนับไม่ถ้วนหวาดกลัว
แต่เมดิฟห์พาพวกเขามาดูกากอยทำไม?
นี่ไม่ควรเป็สิ่งที่นักเวทฝึกหัดต้องมาดู
ความสงสัยที่คล้ายกันไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในใจของเอเลนอร์นักเวทฝึกหัด หลายคนมีคำถามเช่นนี้ แต่ไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยถามอะไรกับเมดิฟห์
"กากอยทั้งสองนี้มีไว้สำหรับฝึกฝนและใช้โดยเฉพาะจากนั้นจัดกลุ่มเพื่อที่จะต่อสู้และควบคุมมัน มีเอกสารการควบคุมและคาถาต่างๆอ่านแล้วรวมกลุ่มเพื่อรับการทดสอบ "
เมดิฟห์พูดอย่างช้า
อย่างไก็ตาม, เมื่อคำพูดเหล่านี้หลุดออกมามันก็ทำให้เกิดความโกลาหลในหมู่ผู้คน
ทุกคนลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปนี่เป็โอกาสที่หาได้ยาก ที่จะได้ัักับกากอยแต่คนส่วนใหญ่รู้สึกกังวลเกี่ยวกับคาถา
ส่วนใหญ่แล้วถ้านักเวท้าจัดการกับกากอยพวกเขาจะต้องมีชุดสำหรับออกรบ หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องมีนักรบเถื่อนคอยคุ้มกันก่อนที่มันจะทำการโจมตี
แต่หลายคนก็ไม่กังวลมากนักเพราะมันแค่ยืนเฉยๆและรอให้เราใช้คาถาเพื่อควบคุมร่างกายของกากอยเท่านั้น ไม่น่าจะมีอะไรต้องกังวล
บางคนเริ่มจดจำคาถาในนี้มีทั้งคาถาโจมตี ป้องกัน หลบหลีก รวมไปถึงแผนรับมือกับกากอยในรูปแบบต่างๆเมื่ออ่านจบพวกเขาก็จะพร้อมในการควบคุมกากอย