เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์

    บทที่ 7 บทโหมโรง (100%)

            หลายคนคิดว่าเวลา 1 เดือนมันสั้นจนแทบจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ก็อาจจะจริง ถ้าคุณเริ่มต้นจาก 0และไม่มีทั้งเงิน แรงบันดาลใจ รวมไปถึงความพยายาม

            "จำได้หรือเปล่าว่าวันนี้วันอะไร?"นายปันผลพูดขึ้นระหว่างมื้อเช้าที่หมอนั่นกับแจ็กกี้ยังทำหน้าที่ไปซื้อมันมาให้ผม เหมือนเมื่อ 1 เดือนก่อน

            "เส้นตาย"

            คำตอบที่บ่งบอกว่าผมยังคงจดจำมันได้ดีทำเอาแจ็กกี้ยิ้มกว้างทวงสัญญา

            "ได้ใช่ไหมบอสอาร์พีจีรุ่นทำลายล้างหม้อน้ำ?"

            คำถามนั้นเรียกนายปันผลให้เงยหน้าขึ้นมาจ้องเขม็งที่ผมด้วยอีกคน

            "ได้สิ ผมสั่งรถสปอร์ต 4 ที่นั่งเปิดประทุนมาด้วย นายไปฝึกยิงเอาก็แล้วกัน"

            คำตอบของผมทำเอาแจ็กกี้ลุกขึ้นชูกำปั้นร้องyes yes yes อยู่หลายครั้ง แต่กับนายปันผลเหมือนจะเกิดเป็นปฏิกิริยาหน้านิ่วคิ้วขมวดเสียมากกว่า

            "นายสั่งของพวกนั้นมาตอนไหน?"สีหน้าท่าทางของหมอนั่นบอกชัดว่าไม่เชื่อถือในสิ่งที่ผมพูดตราบใดที่ยังไม่เห็นมันด้วยตาตัวเอง

            "ผมสั่งมามากกว่านั้นอีกแค่ไม่ได้บอกใคร" ผมยักไหล่ตอบ แล้วตักข้าวเข้าปาก นั่งละเลียดมันช้าๆเหมือนอยากใช้เวลากินให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้

            ...อร่อยเหรอ? เปล่าหรอกก็แค่ถ่วงเวลาดูความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์อีกสักหน่อย

            "แล้วของที่ว่าพวกนั้นนายเอาไปเก็บไว้ไหน อย่าบอกนะว่าเก็บอาร์พีจีไว้ในห้องตัวเอง?" หมอนั่นยื่นหน้าเข้ามาเหมือนตำรวจสอบสวนผู้ต้องสงสัยเพื่อจับพิรุธ

            ...เพียงแต่ผมไม่ใช่ผู้ต้องหาและคงต้องบอกคนคนนี้ให้รู้เสียทีว่าควรปฏิบัติกับผมในฐานะอะไร

            "เก็บไว้ในที่ที่มั่นใจว่าปลอดภัย"ผมตอบสั้นๆ แบบที่พวกในยมโลกชอบบ่นกันว่ามันไม่ได้ใจความสำคัญอะไรสักอย่าง

            "โอเค! ไม่อยากรู้ก็ได้"นายปันผลถอนหายใจยาวๆ พลางปั้นหน้าเอือมระอาและเหนื่อยหน่ายเหมือนผมเป็นแจ็กกี้คนที่ 2

            "เตรียมตัวให้พร้อมหลังทดสอบฝีมือพวกนาย เราจะย้ายที่อยู่กัน"ผมได้โอกาสย้ำเตือนถึงเส้นตายของพวกเขาแต่นั่นเองที่ทำให้คนตรงหน้าหันขวับมาจ้องเขม็งอีก

            "ฉันกับหมอนี่ไม่มีวีซ่ามันเกินกำหนดที่จะไม่ต้องใช้มาเยอะแล้ว"นายปันผลชี้นิ้วไปทางแจ็กกี้ที่ยังชูกำปั้นโห่ร้องดีใจไม่เลิกเหมือนในห้องนี้มีตัวเองอยู่เพียงคนเดียว

            "ผมทำให้แล้วถูกต้องตามกฎหมายและเป็นวีซ่าธุรกิจ"ผมมั่นใจว่านี่คือคำตอบแบบได้ใจความที่สุดแล้วกระทั่งเหลือบไปเห็นหน้านิ่วคิ้วขมวดของนายปันผล

            "นายเอาเอกสารที่ไหนไปทำ?"หมอนั่นยังสงสัยไม่เลิก

            "เอกสารที่นายส่งให้ตาแก่ไงเลิกถามซอกแซกเสียที หรือนายยังต้องการให้ผมยืนยันสถานะทางการเงินด้วยอะไรอีกบัญชีธนาคาร เครื่องบินส่วนตัว รถถัง เรือดำน้ำใช่ไหมพิสูจน์ตัวเองให้ผมเห็นก่อนดีกว่าว่านายคู่ควรที่จะดูมัน และถ้าคิดว่าคู่ควรแล้วก็อยากให้ตระหนักสักหน่อยว่าผมไม่ใช่เพื่อนเล่น"

            เป็นครั้งแรกและหวังว่าจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ผมต้องพูดมากขนาดนี้ แต่ก็นับว่ายังดีที่มันช่วยให้คนตรงหน้าเงียบเสียงลงได้ถึงแม้จะแค่คนเดียวก็ตาม

            "บ้านใหม่มีทีวีไหมครับบอส?"แจ็กกี้เดินกลับมานั่งที่โต๊ะกินข้าว และเริ่มตั้งคำถามขึ้นมาบ้าง

            "มี..." ผมตอบสั้นๆเพราะเดาได้ว่ามันจะไม่หยุดอยู่แค่คำถามเดียว

            "มีสนามหญ้าไหมครับเลี้ยงฮิปโปได้ไหม?"

            ดูเป็นสองคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกันสักเท่าไหร่แต่ในเมื่อสิ่งที่คนเป็นนายจ้างควรทำ คือการรับฟังความเห็นของลูกน้องผมก็จะไม่ตัดสินคนด้วยคำพูดประโยคเดียว

            "มีเหตุผลอะไรที่ทำให้นายอยากเลี้ยงฮิปโป?"คำถามของผมเรียกให้นายปันผลหันขวับมาจ้องหน้าผมอีกรอบ

            "มันน่ารัก" แจ็กกี้ทำตาเป็นประกายท่าทางเหมือนกำลังพูดถึงลูกหมาลูกแมว หรือไม่ก็ลูกนกลูกแกะตัวเล็กๆ

            "แกจะบ้าหรือไงรู้หรือเปล่าว่ามันเป็นสัตว์บกที่ทำคนตายมากสุดในแอฟริกา!"

            คำตอบนั้นทำให้นายปันผลเปลี่ยนเป้าหมายไปจากผมทันที

            "เราจะย้ายไปอยู่โรงแรมกันสักพัก จนกว่าผมจะเคลียร์เรื่องธุรกิจเสร็จหลังจากนั้นเราจะมีบ้านในกะลาแลนด์ ถ้านายฝึกให้มันเฝ้าบ้านแทนหมาไว้จัดการเศษมะพร้าวเน่าเวลาผมไม่อยู่ได้ ผมก็จะอนุญาตให้เลี้ยง"

            แน่นอน...คำพูดทั้งหมดนั่นทำให้นายปันผลเปลี่ยนเป้าหมายกลับมาที่ผม

            "นาย... เอ่อ... บอสวางแผนจะทำอะไรที่ไทยกันแน่?"นับเป็นเรื่องดีที่หมอนั่นเปลี่ยนสรรพนามทันก่อนที่ปืนตรงเอวกางเกงผมจะลั่นไปโดนอะไรสักอย่างในห้อง

            "เดี๋ยวนายก็รู้" ผมตอบสั้นๆเป็นการตัดบท

            เวลานี้ผมมีเงินในบัญชีธนาคารมากเพียงพอจะทำบางสิ่งบางอย่างให้รัฐบาลกะลาแลนด์หันมามองได้แล้วหลังจากนี้แผนการขั้นต่อไปของผม... มันกำลังจะเริ่มต้น

            ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

            กระสุนจากปืนไรเฟิลติดสโคปและที่เก็บเสียงในมือนายปันผลและแจ็กกี้ระเบิดผลไม้บนต้นไม้ฝั่งตรงข้ามตึกอย่างแม่นยำแต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมดของมิชชั่นที่ผมสั่งการเอาไว้

            "ต่อไปให้ผลัดกันโปรยกระดาษแล้วยิงให้ถูกกระดาษอย่างน้อย 1 แผ่น" ผมออกคำสั่งสำหรับการทดสอบถัดไปเพราะถ้าจะให้ทดสอบด้วยการยิงใบไม้ที่ร่วงลงจากต้นคนที่ไม่มีทั้งไรเฟิลสโคปและกล้องส่องทางไกลอย่างผม คงไม่สามารถให้คะแนนได้

            ฟุ่บ!

            นายปันผลเป็นฝ่ายทดสอบก่อนโดยแจ็กกี้ทำหน้าที่โปรยกระดาษ A4ที่พวกอดีตแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทิ้งไว้ในห้อง และผลลัพธ์คือแม่นยำตั้งแต่นัดแรกซึ่งมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น สำหรับคนที่มีประสบการณ์ในการยิงปืนมาก่อนและพิจารณางานจากฐานเงินเดือน

            ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

            แจ็กกี้เปลี่ยนตำแหน่งกับนายปันผลด้วยสีหน้าท่าทางกระตือรือร้นก่อนจะเล็งยิงกระดาษที่ปลิวไปตามแรงลม แผ่นที่หนึ่ง แผ่นที่สอง และแผ่นที่สาม

            ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

            แผ่นที่สี่ แผ่นที่ห้า แผ่นที่หกเปล่า... หมอนั่นไม่ได้ยิงพลาด แค่ไม่หยุดยิงตราบเท่าที่ปืนยังมีลูก

            "พอได้แล้วไปเตรียมตัวขนของ" ผมสั่งด้วยน้ำเสียงปกติ เพราะเดาตั้งแต่แรกแล้วว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้

            "ผมเอาเก้าอี้ไปด้วยได้ใช่ไหมครับบอส?"แจ็กกี้ยังมิวายหมกมุ่นอยู่กับของชิ้นนั้นเหมือนมันเป็นอวัยวะส่วนหนึ่ง

            "ย้ายเข้าไปในห้องผมเดี๋ยวจะให้บริษัทขนของขนไปให้" ผมบอกแจ็กกี้หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีลูกนายช่างแย้งคนหนึ่งก็ขัดขึ้น

            "ไม่ใช่ว่าต้องขนขึ้นมาบนนี้หรือครับ?"

            แต่ก็ดูเหมือนหมอนั่นจะเริ่มปรับตัวได้แล้วว่าต้องพูดยังไงกับบอส

            "เดี๋ยวนายก็รู้ว่าทำไมผมถึงให้ขนเข้าไปในห้อง"ผมทิ้งท้ายไว้เป็นปริศนาก่อนจะเดินออกมาจากห้องที่กำลังจะกลายเป็นแค่เศษซากความทรงจำลงบันไดกลับมาที่โถงใต้ดิน

            "ต่อไปนี้ชุดทำงานของพวกนายจะเป็นสูทดำแว่นดำเหมือนกันกับผม อะไรที่ไม่อยากเอาติดตัวไป ก็ทิ้งไว้ที่นี่เก็บของเสร็จให้เคาะห้องบอกผม"

            ไม่ทันที่ผมจะเข้าห้องเสียงนายปันผลก็ดังขึ้นข้างหลัง

            "ผมไม่มีอะไรจะเอาไปนอกจากปืนกับมือถือ"แววตาของหมอนั่นว่างเปล่า ระหว่างที่ก้าวเข้ามายืนข้างหลังผม

            "ผมก็ไม่มีอะไรจะเอาไป นอกจากปืนเก้าอี้ กับมือถือ" แจ็กกี้พูดขึ้นบ้าง พร้อมกับลากเก้าอี้มารอต่อแถวเข้าห้อง

            "งั้นก็เข้ามา"ผมสแกนนิ้วเปิดประตู แล้วก้าวนำทั้งคู่เข้ามาในห้อง"เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสูทซะ อีก 1 ชั่วโมง คนขนของจะมาถึง"

            นั่นคือคำสั่งถัดไปของผม

            "ต้องคืนชุดด้วยไหมครับบอส?"แจ็กกี้โพล่งถามขึ้น แต่ไม่ทันที่ผมจะตอบ

            "หมอนี่ไม่อาบน้ำมาสามวันแล้วผมแนะนำว่าบอสไม่ควรนำชุดไปรียูส" นายปันผลรายงานพร้อมข้อเสนอแนะ

            "ชุดพวกนี้ยังไม่เคยใส่ ผมยกให้พวกนายจะเก็บไว้ใช้หรือซื้อใหม่ก็แล้วแต่"

            และเพราะคำพูดของผมประโยคนั้นทำให้ทั้งคู่ต้องผลัดกันเข้าไปอาบน้ำภายในห้องน้ำส่วนตัวของผมก่อนที่แต่ละคนจะออกมายืนเก้ๆ กังๆ อยู่ในชุดที่ไม่พอดีตัว

            ใช่...เพราะสูทพวกนี้คือชุดที่ตาแก่สั่งไว้เพื่อร่างใหม่ของตัวเอง ดังนั้นนายปันผลจึงอยู่ในชุดสูทดำกางเกงขาเต่อและแจ็กกี้อยู่ในชุดสูทหลวมโคร่งทั้งเสื้อทั้งกางเกงจนผมอยากพาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่เสียเดี๋ยวนี้

            โอเค... ผมผิดเอง

            "เอากางเกงยีนส์พวกนายมาใส่แทนกางเกงขายาวก็แล้วกัน"ผมถอนหายใจให้กับภาพตรงหน้า ซึ่งไม่ใช่ทั้งภาพสูทขาเต่อและสูทโอเวอร์ไซส์ แต่เป็นภาพนายแจ็กกี้ยืนถือปืนเต้นฮิปฮอปต่างหาก

            "แบบนี้ก็ได้อยู่นะครับบอส"แจ็กกี้ยังเต้นฮิปฮอปไม่เลิกตรงข้ามกับนายปันผลที่รีบเข้าไปเปลี่ยนกางเกงในห้องน้ำ โดยไม่ต้องให้ผมพูดซ้ำ

            "คิดซะว่าผมขอร้องก็แล้วกัน"ผมย้ำกับแจ็กกี้สีหน้าจริงจัง จนในที่สุดหมอนั่นก็เดินเต้นฮิปฮอปเข้าไปในห้องน้ำหลังจากที่นายปันผลเปลี่ยนกางเกงออกมาแล้ว

            ปี๊... ป่อออออ ปี๊... ป่อออออ...

            เสียงไซเรนรถพยาบาลดังขึ้นภายในห้องทำเอาผมหน้าตึงเล็กน้อย เพราะมัน... คือเสียงโทรศัพท์มือถือของผมเอง

            "คุณไมเคิล...พวกผมมาถึงแล้วครับ"

            คำพูดจากปลายสายบอกให้ผมรู้ว่าได้เวลาทิ้งฐานที่มั่นเดิมแล้วและที่นี่ไม่มีอะไรจำเป็นสำหรับผมอีกต่อไป

            "โอเค"ผมตัดสายแล้วหันมาทางลูกน้องทั้งสองคน "ตามผมมา"

            มือของผมเอื้อมไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าแบบบิลด์อินบานเดิมกระจกบานใหญ่ด้านในประตูตู้ ทำให้ผมสังเกตเห็นสีหน้าท่าทางของนายปันผลกับแจ็กกี้ที่กำลังสงสัยในสติปัญญาของคนที่พวกเขาเรียกว่าบอส

            "วางไรเฟิลไว้ที่นี่เก็บปืนพกไว้กับตัว" ผมอดทนไม่ปริปากพูดอะไรจนกระทั่งเราทั้งสามคนก้าวเข้ามาภายในคลังอาวุธของตาแก่ซึ่งยังคงมีจำนวนอาวุธเทียบเท่ากับวันแรกที่ผมก้าวเข้ามา

            สำหรับผมการสร้างฐานอำนาจให้ตัวเองไม่ใช่การสะสมอาวุธสงครามและซ่องสุมกำลังคนไว้สู้รบกับเป้าหมายแต่เป็นการปูทางเพื่อสร้างสิ่งที่จะทำให้เป้าหมายไม่สามารถปฏิเสธข้อเสนอของผมได้ต่างหาก

            "คนพวกนั้นไว้ใจได้แน่ใช่ไหมครับ?"นายปันผลถามขึ้นระหว่างที่กวาดตามองสำรวจอาวุธทั้งหมดไปรอบๆ ห้อง

            "ในวงการนี้ไม่มีคนที่ไว้ใจได้หรอกมันขึ้นอยู่กับว่าใครยังมีประโยชน์ก็แค่นั้น"ผมตอบพร้อมกับดึงปืนพกที่เอวมาใส่ไว้ในซองปืนใต้เสื้อสูท

            "แต่ผมกับฮิปโปของผมไว้ใจได้นะครับบอส"แจ็กกี้ยังคงหมกมุ่นอยู่กับความคิดเรื่องเลี้ยงฮิปโป

            "เอาความคิดเรื่องฮิปโปของแกทิ้งไว้ที่นี่เลย!"นายปันผลยื่นหน้าเข้าไปกัดฟันพูดกับแจ็กกี้เหมือนกังวลว่าระดับเดซิเบลจะไปสั่นสะเทือนอาร์พีจีตรงมุมห้อง

            ...หมอนั่นยังไม่รู้ว่าในห้องนี้มีระเบิดมืออีกนับไม่ถ้วนเก็บอยู่ในลิ้นชักใกล้กับตรงที่พวกเรายืน และผมเห็นด้วยกับคำพูดที่ว่าบางครั้งการไม่รู้อะไรเลยย่อมดีกว่า

            "ทุกเรื่องที่พวกนายร้องขอผมจะไปพิจารณาอีกที" ผมตัดบท แล้วเดินไปตรงมุมห้องอีกข้างซึ่งเว้นที่ว่างไว้และไม่มีอาวุธหรือแม้แต่ชั้นวางอาวุธใดขวางทาง ซึ่งนั่นเป็นเพราะ...

            ครืดดดดด...

            ความจริงแล้วผนังภายในห้องนี้เป็นปูนเปลือยแค่3 ด้าน และมีอีกด้านเป็นวอลเปเปอร์ที่ติดหลอกตาเพื่อแอบซ่อนประตูไม้ฝืดๆ ที่ไม่มีลูกบิดเอาไว้ 1บาน ใช่! ผมพึ่งค้นพบเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ตาแก่นั่นทำเส้นทางนี้ไว้เพื่อ...

            "ทางหนีไฟเหรอครับบอส?"แจ็กกี้ร้องถามมาจากท้ายแถว ระหว่างที่ตามผมเข้ามาภายในทางเดินมืดๆแคบๆ โดยมีนายปันผลเดินคั่นกลางและมีเพียงแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือของผมส่องสว่าง

            "ทางลับใต้ดิน"ผมพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นกว่าตอนรับตำแหน่งรองหัวหน้ายมทูตในเมื่อเวลานี้ผมไม่สามารถทำให้แผนการทั้งหมดสำเร็จลุล่วงด้วยตัวคนเดียวได้

            "บอสลืมอะไรไว้ในห้องหรือเปล่าครับ?"

            จู่ๆนายปันผลก็ตั้งคำถามแทรกขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเหมือนแค่อยากเปลี่ยนบทสนทนาให้กลับมามีสาระทว่าติดตรงที่น้ำเสียงจริงจังเกินกว่าจะเป็นแบบนั้น

            "ไม่มี"ผมตอบได้ทันทีแบบไม่ต้องคิดทบทวน

            "โน้ตบุ๊กบนโต๊ะในห้องบอสจะให้พวกนั้นขนไปให้ด้วยหรือครับพวกมันต้องเล่นตุกติกกับข้อมูลในนั้นแน่ๆ"หมอนั่นเอ่ยเตือนในสิ่งที่ผมอาจจะหลงลืมไป ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี

            "นั่นแหละที่ผมต้องการจะได้รู้ว่าสมควรกำจัดทิ้งตั้งแต่ต้นหรือเปล่า" คำตอบของผมทำเอานายปันผลชะงักเหมือนคาดไม่ถึงว่าจะได้ยินมัน ตรงกันข้ามกับใครอีกคนที่ส่งเสียงกระตือรือร้นขึ้นมาทันที

            "บอสจะให้พวกเราออกโรงด้วยใช่เปล่าครับ?"

            นี่คือตัวอย่างมนุษย์ที่ทำให้ผมอยากพิสูจน์คำพูดที่ว่าอย่าตัดสินคนจากภายนอกน่าเสียดายที่ตำแหน่งรองหัวหน้ายมทูตไม่ได้อยู่ในมือผมอีกแล้ว จึงไม่อาจรู้ได้ว่า หมอนี่เป็นคิวแรกๆที่นรกต้องการตัวหรือเปล่า

             ...และถ้าใช่ผมก็อาจต้องกลายเป็นศัตรูของเหล่ายมทูตเพราะตราบใดที่แผนการนี้ยังไม่บรรลุเป้าหมาย ผมจะยอมให้ใครตายไม่ได้ แม้แต่ตัวเอง

            "แค่สแตนด์บายไว้ตลอดเวลาถ้าผมไม่สั่ง ก็ยังไม่ต้องทำอะไร" ผมบอกส่วนหนึ่งของแผนการที่วางเอาไว้

            "ขอรหัสลับสำหรับสั่งยิงด้วยครับ"

            คราวนี้นายปันผลตั้งคำถามที่ทำให้ผมต้องหยุดคิดใช่! นั่นก็เพราะการปะทะกันคือตัวเลือกสุดท้ายที่ผมจะทำ

            "ฮิปโป!"แจ็กกี้นำเสนอไอเดียที่เพื่อนร่วมงานอาจไม่ชอบใจนัก แต่คิดๆดูแล้วก็ไม่เลวเท่าไหร่

            "ตามนั้น"ผมอนุมัติรหัสลับนั่น เป็นเวลาเดียวกับที่พวกเราเดินมาถึงปลายอุโมงค์ซึ่งบนเพดานมีแสงแดดจากด้านนอกลอดผ่านช่องว่างเล็กๆ ของประตูเข้ามาและตรงหน้าคือบันไดหิน 5 ขั้น ที่จะพาเราขึ้นไปด้านบน

            "พวกนั้นรออยู่ข้างบนนี้ใช่ไหมครับ?"นายปันผลถามขึ้นระหว่างที่ผมหมุนรหัสตัวเลขเพื่อเปิดแม่กุญแจที่คล้องอยู่

            ...นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมใช้ประตูนี้ออกจากห้องใต้ดินไปสู่โลกภายนอกและ 1 ในสาเหตุที่ทำให้ผมพบอุโมงค์ลับใต้ดินแห่งนี้นั่นก็เพราะตาแก่ซินแสบันทึกรหัสแม่กุญแจเอาไว้ในโน้ตบุ๊ก

            "ใช่...แต่ก็ยังไม่ถึงกับเปิดออกไปแล้วเจอขา" ผมอธิบายให้เข้าใจง่ายๆเพราะต้องใช้สมาธิส่วนหนึ่งในการเปิดแม่กุญแจ

            "ให้พวกผมออกไปก่อนไหมครับเผื่อมันวางแผนอะไรไว้?"

            สีหน้าท่าทางของนายปันผลในเวลานี้ดูเคร่งเครียดและจริงจังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมามือขวาของหมอนั่นล้วงเข้าไปในอกเสื้อข้างที่มีปืนพกซ่อนอยู่ พลอยให้แจ็กกี้ที่ยืนอยู่ข้างหลังรีบดึงปืนออกจากซองมาเหน็บไว้ที่รักแร้

            "ไม่เป็นไรพวกนายยังไม่เคยเจอมัน น่าจะประเมินสถานการณ์ยากกว่า" ผมยกมือห้ามและรอจนทั้งคู่เก็บปืนเข้าที่ จึงค่อยเปิดประตูอุโมงค์

            "......................"

            ท่ามกลางแสงแดดยามสายเหนือสนามหญ้าแห้งๆ ดินแตกระแหง ทั้งปันผลและแจ็กกี้ต่างเดินตามหลังผมมาติดๆโดยไม่พูดหรือส่งเสียงอะไร ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะต้องการดูเชิงอีกฝ่ายหรือเพราะกำลังวางแผนรับมือฝ่ายตรงข้ามที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่า

            "เชิญครับคุณไมเคิลเครื่องพร้อมแล้ว" ชายผิวคล้ำร่างยักษ์ หัวหน้าแก๊งรับจ้างขนอาวุธสงครามและของเถื่อนเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนพร้อมกับผายมือไปทางเครื่องบินเจ็ทสีน้ำเงินที่จอดรออยู่

            ...ผมได้เบอร์โทรศัพท์ของหมอนี่มาจากมือถือของตาแก่จากบทสนทนาครั้งแรกทำให้รู้ว่า เคยเรียกใช้บริการกันหลายต่อหลายครั้งโดยคิดค่าใช้จ่ายเป็นเงินดอลล่าร์ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

            "ไม่เป็นไรผมอยากเช็คจำนวนของด้วยตัวเอง"

            คำตอบของผมทำเอาเจ้าของทรงผมแอฟโฟร่แสยะยิ้มและแม้จะพยายามหัวเราะกลบเกลื่อนจนตาปิดแต่ผมก็ยังมองเห็นเลศนัยที่แอบแฝงอยู่ในแววตาคู่นั้น

            "ผมรู้ว่าคุณยังไม่ไว้ใจแบบนั้นก็ได้ครับ ตามที่สะดวกใจนั่นแหละ" คนคนนั้นยิ้มแย้มตอบกลับอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหันไปทางลูกน้องที่ยืนเรียงตามลำดับไหล่ขนาบอยู่สองข้าง "เหมือนเดิมแต่ขนออกนะ ไม่ใช่ขนเข้า"

            "ครับหัวหน้า!"ทุกคนตรงนั้นตอบรับอย่างพร้อมเพรียงก่อนจะถืออุปกรณ์ในการขนย้ายอย่างลังไม้กับเชือกไนลอน เดินเรียงแถวตอนลึกไปที่ทางเข้าอุโมงค์ลับและทยอยปีนลงไปทีละคน กระทั่งพื้นที่ตรงนั้นเหลือเพียงความว่างเปล่า

            "ทุกคนเป็นมืออาชีพครับแต่ถ้ายังไม่มั่นใจ จะให้บอดี้การ์ดสองคนของคุณไมเคิลตรวจร่างกายลูกน้องของผมก่อนเดินทางก็ได้นะครับ" หมอนั่นหันกลับมาพูดกับผม โดยที่ยังคงแสร้งยิ้มตลอดเวลา

            "แค่นายสั่งลูกน้องให้แก้ผ้าหมดก็จบแล้วทำไมต้องค้น" แจ็กกี้ขมวดคิ้วเป็นปม พร้อมกับชักสีหน้าเหมือนไม่เข้าใจ

            "ตามนั้นก็ได้ครับถ้าคุณไมเคิลต้องการ แต่อยากจะบอกว่า... ผมชื่ออเล็กซ์"อีกฝ่ายเน้นเสียงตรงประโยคสุดท้าย และเปลี่ยนเป้าสายตาไปที่แจ็กกี้

            "ผมจะให้คำตอบเมื่อเช็คจำนวนของแล้ว"

            คำตอบของผมเรียกให้คนตรงหน้าเบนสายตากลับมาอยู่ที่ตำแหน่งเดิม

            "ได้ครับไม่มีปัญหา" หมอนั่นยังคงแสร้งยิ้มตลอดเวลาจนกระทั่งการขนย้ายข้าวของในห้องลับใต้ดินเริ่มต้นขึ้น

            ...ลังไม้บรรจุอาวุธสงครามค่อยๆถูกลำเลียงออกมา แล้วก็คงเป็นเรื่องบังเอิญที่ผมดันสังเกตเห็นว่ามีลูกน้องผิวขาวเหลืองคนหนึ่งของอเล็กซ์เดินเฉียดกรายเข้าไปใกล้หมอนั่น และพึมพำอะไรบางอย่าง

            ใช่...ผมก็อยากจะเชื่อว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ

            "ได้แผลใหญ่กำลังทำแผล" แจ็กกี้เขยิบเข้ามาแปลความหมายของสิ่งที่อ่านได้จากการขยับปากให้พอได้ยินกันแค่สามคน

            "ภาษาเขมรคงเป็นรหัสลับของพวกนั้น"ความเห็นของนายปันผลเป็นไปในทางเดียวกับสิ่งที่ผมคิด และถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงนั่นก็หมายความว่า...

            "ผมพอจะรู้ความหมายของรหัสนั่นอยู่"ผมสบสายตาเข้ากับอเล็กซ์ที่จ้องมองมา เป็นโอกาสดีที่จะได้แสยะยิ้มตอบทว่าหมอนั่นกลับหุบยิ้มทันทีที่เห็นรอยยิ้มของผม

            ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นทุกอย่างก็ยังคงดำเนินไป จนกระทั่งเก้าอี้ของแจ็กกี้ซึ่งเป็นของชิ้นสุดท้ายถูกลำเลียงออกมาพร้อมๆกับโน้ตบุ๊กของผมที่ถูกใส่ลงในกระเป๋าสีดำ และอเล็กซ์รับมันจากลูกน้องก่อนจะถือด้วยสองมือเข้ามาหาผม

            "ห้ามเลือดไม่ได้"แจ็กกี้อ่านปากของอีกฝ่ายให้ผมฟังด้วยระดับเดซิเบลต่ำถึงขั้นต้องเงี่ยหู

            "เรียบร้อยแล้วครับต้องการตรวจเช็คอะไรเพิ่มเติมไหมครับ?" หมอนั่นส่งกระเป๋าโน้ตบุ๊กให้ผมด้วยท่าทางที่แสร้งทำเป็นนอบน้อมหากแต่คนที่รับมันไปถือไว้กลับกลายเป็นนายปันผล

            "ขอบคุณผมเช็คเรียบร้อยแล้ว" ผมตอบคำถาม ก่อนจะเป็นฝ่ายถามกลับ"เห็นว่ามีแผลใหญ่ที่ยังห้ามเลือดไม่ได้ ให้ผมช่วยไหม?"

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์ ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592