พาร์ทของโอเชี่ยน
“เกี๊ยวน้ำธรรมดาไม่ใส่กระเทียมเจียวหนึ่งแล้วก็...”
คนตัวเล็กกว่าหันมาสบตาอย่างขอความเห็นแต่ก็ไม่ได้คำตอบ
“พิเศษใส่ทุกอย่างอีกหนึ่งครับ”
ท่าทางจะสังเกตว่าผมคงหิวหรือไม่ก็คงเป็รูปร่างใหญ่โตเลยสั่งไปแบบนั้นใครจะไม่หิวล่ะก็เล่นเดินกันแทบทั้งวัน ไหนจะช่วยกันขนข้าวของและเก็บกวาดห้องอีกนี่ยังไม่รวมงานหนักที่ต้องใช้พลังงานอย่างมหาศาลเช่นการเกาคางเ้าลูนาร์อีกจะว่าไปแล้วระยะเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงมานี้ผมได้เรียนรู้อะไรจากเด็กคนนี้ไปเยอะมากความสดใสความจริงใจและเอาใจใส่มันจะมีด้วยเหรอคนแบบนี้ในสังคมปัจจุบันที่แสนโหดร้าย
“อยู่นิ่งๆนะ เดี๋ยวแลนด์จัดการให้”
<…>จะทำอะไรของมันวะ ?
หลังจากที่นั่งสังเกตอยู่พักใหญ่จึงเห็นว่ามือใหญ่พยายามปัดเส้นผมด้านหน้าที่ปิดตาออกไปด้านข้างเ้าคนตัวเล็กจึงโน้มตัวมาหาพร้อมกับใช้มือรวบมันขึ้นไปแล้วใช้หนังยางรัดแกงมัดเอาไว้เป็กระจุกก่อนจะกลับไปนั่งที่เก้าอี้ส่งยิ้มกว้าง
“แค่นี้ก็เรียบร้อย”
พูดจบก็หันไปสนใจสิ่งที่อยู่ในชามถ้าเป็คนอื่นอาจจะรังเกียจในความซกมกจนต้องไล่ให้ไปตัดผมแต่น้องกลับเลือกที่จะมัดมันไว้และไม่วิจารณ์ในรูปลักษณ์ที่เป็อยู่เลยสักคำดูเหมือนมันจะเป็เพียงแค่เื่เล็กน้อยในสายตาใคร ๆแต่สำหรับไอ้เชี่ยนมันคือการยอมรับในตัวตนที่เป็อยู่โดยไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยเพื่อจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร
“เ้านี้อร่อยมากเลยนะบางทีแลนด์ก็ชอบซื้อไปเก็บไว้ในตู้เย็นเพราะี้เีออกมายังไงถ้าไม่อิ่มก็ซื้อไปตุนไว้ก็ได้นะ”
พูดไปก็พูดไปเคี้ยวไปไม่หยุดริมฝีปากบางสีชมพู เรียวหนวดบางๆ ดวงตาคมโต ขนคิ้วหนา แก้มป่อง ล้วนดึงดูดให้ผมต้องนั่งกินไปฟังไปจ้องมองไปอย่างลืมตัว
บางทีความสดใสของเด็กคนนี้อาจจะทำให้ลดเื่ราวในหัวลงได้พอๆกับเ้าเหมียวหรืออาจจะมากกว่าก็ได้จะรู้บ้างไหมนะว่าทุกคำพูดและการกระทำล้วนทำให้หัวใจที่ด้านชาของผมเริ่มหวั่นไหว
เดี๋ยวนะมึงจะเป็แบบนี้ไม่ได้นะโว๊ยไอ้เชี่ยนมึงยังไม่เข็ดอีกเหรอ ?
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแลนด์ก็ออกมาดูทีวีเป็เพื่อนผมสักพักก่อนจะขอตัวไปอ่านหนังสือเพราะอีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอม ผมมองตามอีกฝ่ายเดินเข้าไปที่ห้องนอนแล้วนั่งคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาต้องตกกระไดพลอยโจรกับเื่ราวที่เด็กทั้งสองคนคิดไปเองจนต้องมานั่งเป็คนใบ้สมองเสื่อมไร้สัญชาติหลบหนีเข้าประเทศมาแบบผิดกฎหมายและนั่งหายใจเผาผลาญออกซิเจนทิ้งอยู่หน้าทีวีแบบนี้
สักพักคนตัวเล็กก็เปิดประตูห้องนอนตรงดิ่งไปยังประตูบ้านเพื่อเปิดรับเพื่อนรักปื๊ดโพนทะนาทุกอย่างเกี่ยวกับการไปดูหนังเริ่มมาจากพล็อตเื่ ตัวละครคาแรคเตอร์ตัวละคร ตลอดจนวิจารณ์หนัง จนอีกฝ่ายต้องตัดบทโดยการหนีเข้าห้องนอนมันเลยไปหาอะไรกินในครัวด้วยความหิวแทน สักพักก็เดินมานั่งข้างๆ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือมาเล่นไม่นานก็ชวนคุย
“เฮียเป็ไงมั่งโอเคแล้วใช่ปะ ?”
<....>
ผมพยักหน้าส่งๆส่วนสายตายังจดจ้องอยู่ที่ทีวีแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรที่หน้าจอเพราะ ว่าในหัวมีเื่อื่นให้คิด
“ไอ้นี่มันก็ดีกับทุกคนนั่นแหละแต่บางทีก็กลัวว่ามันดีซะจนถูกคนอื่นเอาเปรียบแล้วผมจะมาเล่าให้เฮียฟังทำไมวะเนี่ย”
ปื๊ดบ่นไปคนเดียวเรื่อยเปื่อยเออ นั่นสิมึงจะเล่าทำไม
“เราสองคนสนิทกันั้แ่ม.ต้น ผมชอบไปค้างที่บ้านมันบ่อยๆ ั้แ่ยายเสีย จนคนที่บ้านนั้นคิดว่าผมเป็ลูกชายอีกคนไปแล้ว”
ไอ้หัวฟูเริ่มเล่าชีวประวัติตัวเองให้กับชายแปลกหน้าที่เจอกันไม่ถึงวันฟัง ไหนเมื่อครู่ยังบอกว่าจะเล่าให้ฟังทำไมอยู่นี่หว่า
<...>
ร่างสูงใหญ่ได้แต่นั่งนิ่งตามองไปยังจอทีวีแต่ก็นั่นแหละไอ้คนพูดไม่สนหรอกว่าจะมีใครสนใจฟังหรือเปล่าขอแค่ได้พูดก็พอ ราวกับว่ามันเกิดมาเพื่อพูดพูด แล้วก็พูด
“ไอ้แลนด์เป็คนดีมากกกจนไม่รู้จะเอา ก ไก่จากที่ไหนมาช่วยสะกดถึงจะพอไม่รู้ว่าทั้งชีวิตมันเคยปฏิเสธที่จะช่วยเหลือใครหรือเปล่า บางทีแม่งก็เที่ยวช่วยคนอื่นซะจนตัวเองต้องลำบากจริงๆ ผมก็ไม่ได้อยู่แถวนี้หรอกแต่ก็อดเป็ห่วงไม่ได้ วันหยุดก็เลยชอบมาค้างกับมันที่นี่”
ปื๊ดเริ่มบรรยายข้อดีของเพื่อนรักให้ฟังว่าแต่การเป็คนดีมากจนตัวเองต้องลำบากนี่มันข้อดีหรือข้อเสียกันล่ะชักเริ่มไม่แน่ใจ
<...>
ผมหันมามองหน้าปื๊ดเพื่อให้รู้ว่ากำลังฟังอยู่แต่ก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ออกทางสีหน้าเกี่ยวกับเื่เล่าของมันแต่อย่างใด ก็คงจะจริงอย่างที่พูดเ้าเด็กแลนด์แม้จะไม่ได้รู้จักผมมาก่อนก็ยังช่วยเหลือถึงขนาดนี้แต่จะว่าไปพวกมันอาจจะคิดว่าไอ้เชี่ยนเป็ลูกชายเศรษฐีตกยากเลยแกล้งทำดีเพื่อหวังผลประโยชน์ก็เป็ได้ความคิดในแง่ลบเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากหายไปเป็เวลาเกือบวัน เื่ราวที่ผ่านมามันทำให้ผมทั้งเ็ปอ่อนแอ และเริ่มมองโลกในมุมมองด้านลบ คงไม่แปลกที่จะคิดแบบนี้จริงไหม ?
ปื๊ดชวนคุยเื่สัพเพเหระจนดึกซึ่งผมก็สนใจฟังบ้างไม่สนใจฟังบ้างไอ้เด็กบื้อนี่ตอนเด็กแม่งแดกอะไรเข้าไปถึงพูดได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดไม่รู้จักเหนื่อยโดยไม่ต้องพักจิบน้ำเป็เวลายาวนาน
“ผมไม่รู้หรอกนะว่าเฮียเป็ใครแต่ที่รู้อย่างหนึ่งคือเฮียเป็คนดีและคงจะไม่มีวันทำให้แลนด์เดือดร้อนไม่รู้ว่าคิดผิดหรือคิดถูกนะ แต่ผมเชื่ออย่างนั้นจริง ๆ ”
อยู่ๆปื๊ดก็พูดเปิดประเด็นซะอยากนั่งฟังต่อว่ามันจะมองผมแบบไหนอีก แต่สักพักเสียงนั้นก็หายไปและหลับไปในที่สุดหลอกให้อยากแล้วก็จากไปดื้อๆ ไอ้เด็กเวร ! ผมลุกขึ้นปิดทีวีแล้วเดินไปเช็คดูความเรียบร้อยประตูหน้าต่างว่าปิดแม้จะไม่ใช่บ้านของตัวเองแต่ในฐานะผู้อาศัยก็ควรช่วยดูแลเหมือนกัน
พักหลังมานี้ผมมักจะนอนไม่ค่อยหลับโดยเฉพาะในวันที่เต็มไปด้วยเื่ราวเลวร้ายแหวกว่ายวนเวียนอยู่ในหัวจนต้องมีตัวช่วยเพื่อให้ตาหลับลงได้นั่นก็คือแอลกอฮอล์แต่วันนี้ไม่มีสิ่งเ่าั้เข้าไปในร่างกายแม้สักซีซีเดียวไหนจะแปลกที่แปลกทางอีกไม่รู้ว่าคืนนี้จะข่มตานอนได้ไหมเลยตัดสินใจประชดด้วยการเปิดประตูนอนแม่งเลยคิดซะว่าเสียงกรนของไอ้เด็กต่อยหอยที่นอนอยู่โซฟาหน้าทีวีเป็เสียงคลื่นกระทบหาดก็แล้วกัน
ตอนสายของวันอาทิตย์แลนด์ตื่นมาบ่นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเพราะลูนาร์แมวสุดที่รักหายไปตามหายังไงก็หาไม่เจอทั้งที่ปิดประตูหน้าต่างเรียบร้อยครบทุกบาน ปื๊ดที่นอนหลับอยู่บนโซฟาเมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกของเพื่อนและเสียงกุกๆกักๆ จากการค้นหาแทบจะทุกซอกทุกมุมของบ้านเลยตื่นขึ้นมาดูด้วยอาการสะลึมสะลือ
ตึง!ตึง ! โครม !
“อะไรของมึงแต่เช้าวะคนจะหลับจะนอนเนี่ยกำลังฝันดีเลย” ปื๊ดเกาหัวฟูของมันไปแล้วก็บ่นไป
“ลูนาร์หายไปว่ะเมื่อคืนยังนอนอยู่บนเบาะของมันอยู่เลย”
“มึงหาดีแล้วหรอหรือว่าป่านนี้กลายเป็แมวย่างไปแล้ววะ ?”
“สัด! ใช่เวลาเล่นไหมมึง”
คนตัวเล็กสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงขุ่นมัวปื๊ดรู้ว่าลูนาร์เป็สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตของเพื่อนเพราะทั้งบ้านมีแค่แลนด์กับแมวเท่านั้นถ้าเกิดหายไปจริงก็คงกลายเป็เื่ใหญ่ มันเลยลุกขึ้นยืนบิดี้เีแล้วช่วยตามหาอีกแรงกลายเป็ว่าบ้านนี้ก็เลยเสียงดังอึกทึกครึกโครมจากการขนนั่นย้ายนี่เพื่อตามหาสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่า...แมว
“ตามเฮียมาช่วยะโเรียกดีมั้ยวะ ?”
ปื๊ดเสนอไอเดียแต่เพื่อนกลับหันมามองแล้วขมวดคิ้ว
“...”
“เออโทษทีว่ะ กูลืมไปว่าเฮียแกพูดไม่ได้”
แลนด์เดินไปเดินมาหน้าห้องแต่ก็ไม่กล้าเข้ามาทั้งที่ประตูปิดไม่สนิทถึงแม้จะปิดก็น่าจะมีกุญแจสำรองผมว่าน้องเขาคงรู้สึกเกรงใจและไม่อยากรบกวนทั้งที่เป็บ้านของตัวเองก็เถอะ
“กูว่าทั้งบ้านเหลือห้องเดียวแล้วนี่แหละอยู่ในนี้ชัวร์”
ปื๊ดออกความเห็นมันก็น่าจะจริงเพราะค้นทุกซอกทุกมุมในบ้านจนหมดที่เหลือก็คงต้องเลาะฝ้าเพดานหากันแล้วไม่นานเ้าของความคิดก็เปิดประตูเข้าไปในห้องนอนผมอย่างไม่คิดอะไรเพราะวัตถุประสงค์คือตามหาแมวแค่นั้น
“นั่นไงกูว่าแล้วนอนขดอยู่ข้างเฮียน่ะ”
ปื๊ดชี้นิ้วไปยังเ้าตัวปัญหาที่นอนขดส่งเสียงครืดๆ บนผ้าห่มข้างตัวผม แลนด์ยิ้มดีใจคงอยากจะเข้ามาสวมกอดและทำโทษสักครั้ง แต่ภาพติดตาเมื่อตอนพยายามดึงมันออกจากตักผมคงทำให้คนตัวเล็กไม่กล้าทำแบบนั้นอีกไปซักระยะแต่อย่างน้อยก็ได้รู้แล้วว่าเ้าเหมียวไม่ได้หายไปไหน
“นี่ก็แปลกคนเขายกนั่นยกนี่อย่างกับขโมยขึ้นบ้านยังหลับอยู่ได้”
ไอ้หัวฟูพูดพร้อมกับเดินหาวออกไปจากห้องผมแกล้งหลับแบบแเีจนเด็กทั้งคู่เชื่อซะสนิททั้งที่จริงตื่นั้แ่เสียงโครมครามข้างนอกเ้าคนตัวเล็กจ้องมองใบหน้ากร้านดำสักพักก่อนจะยิ้มออกมา ตอนนี้หัวใจด้านๆ ของผมเริ่มสั่นกับท่าทางที่ได้เห็นความรู้สึกแบบนี้คืออะไรกันนะ ?
ก่อนที่ใจมันจะคิดอะไรไปมากกว่านั้นเ้าตัวปัญหาก็ลุกขึ้นแล้วเหยียดขายาวเหมือนบิดี้เีก่อนจะค่อยๆะโลงจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องไปเ้าเหมียวหน้าดำจะรู้มั้ยเนี่ยว่าคนเขาเป็ห่วงกันแค่ไหน แลนด์มองตามมันด้วยแววตาหมั่นไส้ผมจึงลืมตาขึ้นมาช้าๆ เพื่อให้สมบทบาทก่อนมองไปเห็นเ้าของบ้านยืนอยู่ที่ปลายเตียงแกล้งทำสีหน้าแปลกใจบ้างเล็กน้อย
ออสการ์ปีนี้ผมว่าจะส่งชื่อตัวเองเข้าชิงสักสาขา
“พอดีเดินเข้ามาหาแมวในนี้มะ...ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตื่น”
ใบหน้าเนียนในส่งเสียงตะกุกตะกักด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก
<....>
ผมทำท่าทางเหมือนพยายามมองหาแมวแต่เ้าตัวที่ว่ากลับไม่ได้อยู่ในห้องนี้ แม้จะรู้ดีว่าเมื่อคืนมันมานอนขดตัวอยู่ไม่ห่างแต่ก็ยังทำทีเป็ยกคิ้วและมองไปทั่วห้องชักอยากจะรู้เหมือนกันว่าเ้าของบ้านจะแก้ตัวว่าอย่างไรกับการเข้ามาในห้องแบบนี้
“ลูนาร์เข้ามาในห้องนี้จริงๆนะ ไม่เชื่อถามไอ้ปื๊ดดูสิ”
แลนด์พยายามอธิบายเพราะกลัวผมว่าจะเข้าใจผิดคิดว่าถูกล่วงล้ำความเป็ส่วนตัวซึ่งก็ไม่ได้ติดใจอะไรั้แ่แรกแล้วเพียงแต่หมั่นไส้เลยอยากแกล้งก็เท่านั้นเองร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นนั่งบิดี้เีแล้วค่อยๆ เดินออกจากห้องเพื่อไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้เ้าของบ้านเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองมารบกวนอยู่อย่างนั้นต่อไปแต่ใบหน้าที่แสดงอารมณ์อึดอัดปนเกรงใจที่ได้เห็นนั้นก็ต้องขอยอมรับแมนๆ ล่ะครับว่าน้องเขาก็น่ารักไปอีกแบบ
เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วก็กลับเข้ามาที่ห้องปรากฏว่าเ้าของบ้านยังยืนอยู่ที่เดิมพร้อมทั้งชี้ให้ดูหลักฐานประกอบอย่างลุกลี้ลุกลนมันคือรอยขนแมวบนผ้าห่ม
<ครับเชื่อแล้วครับ >
ผมทำสีหน้าจริงจังพร้อมกับพยักหน้ารับรู้เพื่อจะให้อีกฝ่ายสบายใจเสียทีแต่อันที่จริงกลัวอดขำและหลุดหัวเราะออกมาเพราะท่าทางน่ารักชวนแกล้งแบบนั้นต่างหากล่ะ
**************************************************
คุยกัน่ท้ายหลังอ่านนิยายจบตอน กับ Phaki9
ใครจะไปรู้กันล่ะว่าหนังยางเส้นเล็กๆ จะสามารถสื่อความรู้สึกได้มากมายขนาดนี้
การมัดจุกผมด้านหน้าของไอแลนด์กลับทำให้โอเชี่ยนหวั่นไหวได้ถึงเพียงนี้
แล้วถ้าเจอมุมอื่นที่น่ารักมุ้งมิ้งไม่หลอมละลายลงไปกองที่พื้นเลยเหรอเนี่ย
แต่ถึงกระนั้นก็ยังแกล้งกันไปมาไม่หยุดหย่อนอยู่ดี
มาติดตามกันนะครับว่าสองคนนี้จะมีมุมน่ารักและน่าขำอีกมากแค่ไหน
อยากให้พวกเขาแกล้งกันแบบไหนเม้นบอกไรท์กันด้วยนะ
..............................................ด้วยรักจากใจ Phaki9