เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 86 ค่ายกลวงแหวน 9 ทวารกั้นสวรรค์

    หลังจากที่เทียนอี้ก้าวขาเข้ามาภายในประตูแสง ภาพเบื้องหน้าของเทียนอี้ในตอนนี้นั้นร้อบด้านมีเพียงความมืดมิด มีเพียงทางเดินที่ทอดยาวตรงไปเส้นหนึ่งเท่านั้นที่เป็นแสงสว่างเพียงจุดเดียว
    เทียนอี้ก้าวเดินตามเส้นทางมาจนถึงสุดปลายเส้นทางแห่งแสง ตรงนี้มีเพียงประตูแสงสีฟ้าบานหนึ่งขวางกันเอาไว้ บนประตูมีเพียงรูปแบบค่ายกลที่สลับซับซ้อนวางเอาไว้ ค่ายกลเหล่านี้เป็นค่ายกดปิดผนึกรูปแบบหนึ่ง หากต้องการผ่านประตูบานนี้ไปเห็นได้ชัดว่าต้องปลดผนึกหรือทำลายค่ายกลเหล่านี้ให้ได้ก่อนก่อน
    สำหรับผู้อื่นสิ่งนี้อาจต้องใช้เวลาอยู่บ้างในการปลดผนึกค่ายกล แต่สำหรับเทียนอี้แล้วเพียงมองครั้งเดียวก็รู้แล้วว่าส่วนไหนเป็นจุดอ่อนของค่ายกลและควรแก้ผนึกค่ายกลเช่นไร เทียนอี้กระตุกรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมาว่า “ค่ายกลเล็กๆนี้คงมีไว้ถ่วงเวลาพวกไม่ได้ความสิน่ะ”
    สิ้นเสียงพูดเทียนอี้ก็เพียงใช้นิ้วชี้วาดลงไปบนรูปของค่ายกลสองสามครั้งเพื่อคลายผนึกของรูปแบบค่ายกล ใช้เวลาเพียงพริบตาเดียวผนึกค่ายกลนั้นก็ถูกคลายออกจนหมด ก่อนที่ค่ายกลจะพังทลายลงแล้วส่งเสียงดัง ~[แคร็ก!]~ ออกมาจากประตู
    ที่เทียนอี้สามารถคลายผนึกค่ายกลนี้ได้ในพริบตานั้นไม่ใช่เพราะค่ายกลนี้เป็นค่ายกลพื้นๆธรรมดาๆที่เห็นได้ทั่วไป แต่เป็นเพราะเทียนอี้นั้นเก่งเกินไปต่างหาก ความรู้ในหัวทั้งหมดของเทียนอี้นั้นต้องยกความดีความชอบให้กับเซียนกระบี่ผู้ไฝ่ศึกษา และมังกรบรรพกาลแห่งแสงที่ยอมถ่ายทอดความทรงจำทั้งหมดให้แก่เทียนอี้ จึงทำให้เขามีต้นทุนด้านความรู้ที่สูงกว่าทุกคนบนโลกนี้
    หลังจากที่ค่ายกลบนประตูสีฟ้าถูกทำลาย แสงสว่างสีฟ้าอ่อนก็สว่างวาบออกมาจากบานประตู ก่อนที่ร่างของเทียนอี้จะถูกส่งให้มาปรากฏอยู่อีกที่หนึ่ง พื้นที่ตรงนี้แตกต่างจากพื้นที่ก่อนหน้านี้ริบลับ ที่ตรงนี้เป็นเหมือนโลกทั้งโลกที่เป็นสีฟ้าอ่อน ไม่มีภูเขา ไม่มีต้นไม้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตไดๆ ทำให้เทียนอี้รู้สึกสับสนกับภาพที่ปรสกฏอยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก และระหว่างที่เทียนอี้กำลังยืนสับสนอยู่นั้นเองก็ได้มีเสียงพูดของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นมาว่า “พันกว่าปีแล้วสินะที่ไม่มีผู้ไดเข้ามาในมิติแห่งนี้” เสียงของสตรีเสียงนี้ฟังดูแล้วให้ความรู้สึกสงบ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเล้นลับและอำนาจสะกดข่มของยอดยุทธ์
    เทียนอี้ตื่นขึ้นมาจากความสับสนทันทีที่เสียงนี้ดังขึ้นมา มันไม่สามรถระบุระดับพลังของเจ้าของเสียงนี้ได้เลยแม้แต่น้อย แต่เทียนอี้มั่นใจว่าเจ้าของเสียงนี้ต้องเป็นผู้อาวุโสผู้ดูแลมิติแห่งนี้อย่างแน่นอนดังนั้นแล้วมันจึงไม่กล้าที่จะเสียมารยาท ถึงแม้ไม่เห็นร่างของผู้พูดเทียนอี้ก็ยังคงป้องมือขึ้นมาอย่างเคารพแล้วพูดออกมาว่า
    “ผู้เยาว์หลงเทียนอี้คารวะท่านผู้อาวุโส วันนี้ผู้เยาว์ได้รับคำสั่งจากท่านเจ้าตำหนักกระบี่เหมันต์ให้เข้ารับการทดสอบเพื่อนำสิ่งของที่อยู่ในส่วนลึกออกไป ด้วยความสามารถอันนี้นิดของผู้เยาว์หวังว่าท่านผู้อาวุโสจะเห็นใจ และช่วยออมมือให้บ้างสักเล็กน้อย”
    สิ้นเสียงพูดของเทียนอี้เสียงของสตรีเสียงนั้นก็ดังขึ้นมาอีกครั้งว่า “เป็นผู้เยาว์ที่ไม่เลวเลย ทั้งมีความสามารถ และมีมารยาทรู้จักถ่อมตน แต่ถึงเจ้าจะปากหวานมากกว่านี้ข้าก็คงไม่สามารถออมมือหรือผ่อนปรนไดๆให้เจ้าได้กฎก็ยังคงเป็นกฎ เพื่อตามหาผู้ที่เหมาะสมที่แท้จริง”
    “เช่นนั้นต้องขอรบกวนผู้อาวุโสแล้วขอรับ” เทียนอี้พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์เช่นปกติ
    “หึม.....เจ้าไม่มีข้อสงสัยอันไดจะถามเลยรึ” เสียงนั้นถามออกมาด้วยความแปลกใจปกติผู้ที่เข้ารับการทดสอบจะต้องมีคำถาม และข้อสงสัยมากมายอยู่เสมอ นี้เป็นครั้งแรกที่นางไม่ถูกซักถามทำให้นางรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
    “ผู้เยาว์เชื่อว่าหากผู้อาวุโสมีเรื่องสำคัญต้องการบอกกล่าว ท่านย่อมต้องบอกออกมาเองเมื่อถึงเวลาดังนั้นข้าจึงเชื่อว่าข้าไม่จำเป็นต้องถามอันไดขอรับ” เทียนอี้ตอบข้อสงสัยของเจ้าของเสียงนั้นไป
    เจ้าของเสียงนั้นเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่นางจะพยักหน้าด้วยความพอใจ สิ่งที่เทียนอี้พูดออกมานั้นถูกทุกอย่าง นางจะบอกเล่าทุกอย่างกับผู้ที่ผ่านการทดสอบเท่านั้น นี้คือกฎพื้นฐานที่นางวางเอาไว้ด้วยตัวเอง สุดท้ายนางจึงพูดออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไปว่า
    “เอาล่ะเช่นนั้นเพื่อไม่ให้เป็นกาลเสียเวลา ข้าจะเริ่มอธิบายกฎของการทดสอบให้เจ้าฟัง กฎในการทดสอบนั้นง่ายมากๆ เจ้ามีเวลาทั้งหมด 6 ชั่วยามในการปรับเปลี่ยน ทำลาย หรือ แก้ไขค่ายกลทั้ง 9 ชั้นที่ข้าสร้างให้สำเร็จ สิ่งของที่เจ้าจะได้รับขึ้นอยู่กับระดับความเข้าใจของเจ้าเองกฎมีเพียงแค่นี้เจ้ามีอันไดจะถามหรือไม่”
    กฎนี้นั้นเรียบง่ายอย่างแท้จริง เพียงเทียนอี้ต้องแก้ค่ายกล 9 ชั้นแข่งกับเวลา 6 ชั่วยามเท่านั้นเทียนอี้จึงไม่จำเป็นต้องถามอันไดเพิ่มอีก เมื่อเห็นว่าเทียนอี้ไม่มีคำถามอันไดเสียงนั้นก็พูดขึ้นมาอีกครั้งว่า “เช่นนั้นก็เริ่มการทดสอบได้!”
    สิ้นเสียงนั้นวงแหวนค่ายกลอันแล้วอันเล่าก็ปรากฏขึ้นขึ้นมากลางอากาศเบื้องหน้าของเทียนอี้ วงแหวนค่ายกลนี้มีทั้งหมด 9 วงแหวน วางเรียงกันเป็นชั้นๆด้านหน้าของเทียนอี้ วงแหวนทั้ง 9 มีขนาดแตกต่างกันออกไปและอยู่ห่างกันราวๆ 5 เมตรเท่าๆกัน
    “ค่ายกลนี้เรียกว่า ค่ายกลวงแหวน 9 ทวารกั้นสวรรค์ เป็นค่ายกลป้องกันที่แข็งแกร่งหาไดเปรียบ ยิ่งลึกเข้าไปพลังป้องกันยิ่งแข็งแกร่ง มีเพียงต้องแก้ไขรูปแบบของมันโดยตรงเท่านั้นถึงจะทำลายมันลงได้” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะหายไป
    เมื่อค่ายกลปรากฏออกมาคิ้วของเทียนอี้ก็ถึงกับขมวดเข้าหากันทันที ก่อนที่สีหน้าของมันจะเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมา แล้วพึมพำออกมาเบาๆว่า “ดูท่างานนี้จะไม่หมูอย่างที่คิดส่ะแล้ว”
    ค่ายกลที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเทียนอี้ในตอนนี้แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่ค่ายกลธรรมดาๆ แน่นอน เพราะเอาเข้าจริงๆมันเป็นถึงค่ายกลรูปแบบพิเศษ! เกรงว่าในยุคปัจจุบันคงไม่มีใครสามารถทำความเข้าใจมันได้อีกแล้ว! ถึงแม้จะเป็นเทียนอี้ในตอนนี้ก็คงต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจอยู่สักพักเช่นกัน
    เทียนอี้นั่งลงบนพื้นเพื่อพยายามทำความเข้าใจในรูปแบบของค่ายกลชนิดนี้อยู่ถึง 1 ชั่วยามเต็มก่อนที่มันจะยืนขึ้นอีกครั้ง ความจริงนั้นเทียนอี้สามารถแก้รูปแบบค่ายกลนี้ได้ตั้งแต่ 10 นาทีแรกแล้ว แต่ที่ต้องใช้เวลาถึง 1 ชั่วยามเต็มๆก็เพราะว่าเทียนอี้ต้องการทำความเข้าใจเกียวกับค่ายกลรูปแบบพิเศษนี้อย่างแตกฉานที่สุด เพื่อให้ง่ายที่จะทำความเข้าใจค่ายกล 8 ชั้นที่เหลือ
    ซึ่งสิ่งที่เทียนอี้ทำนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว เพราะค่ายกลทั้ง 9 ชั้นนั้นมีรูปแบบพื้นฐานเหมือนกัน แตกต่างกันเพียงรายระเอียดปลีกย่อยต่างๆ และการวางรูปแบบเท่านั้น ส่วนสตรีเจ้าของเสียงนางนั้นยังคงจับตาดูทุกการกระทำของเทียนอี้อยู่อย่างเงียบๆ เช่นเดิม
    “เอาล่ะ แค่นี้ก็คงได้แล้ว” เทียนอี้พูดขึ้นมาก่อนที่จะเริ่มขยับมือทำการแก้ค่ายกล การลงมือของเทียนอี้นั้นรวดเร็วจนน่าตกใจ หลังจากที่เริ่มลงมือเทียนอี้ใช้เวลาเพียง 5 นาทีในการแก้ค่ายกลชั้นแรก ก่อนที่จะเดินมุ่งหน้าไปสู่ค่ายกลชั้นที่สอง ครั้งนี้เทียนอี้ใช้เวลาเพียง 10 นาทีในการทำความเข้าใจ และใช้เวลาเพียง 5 นาาทีในแก้ค่ายกลจนสำเร็จ
    เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างรวดเร็ว จนในที่เวลาก็ผ่านไปอีก 2 ชั่วยาม ตอนนี้เทียนอี้สามารถแก้ไขค่ายกลได้ถึง 7 ชั้นแล้ว และในขณะนี้มันก็กำลังแก้ไขค่ายกลในชั้นที่ 8 อยู่ ความเร็วในการทำความเข้าใจและแก้ไขค่ายกลของเทียนอี้นั้นถึงกับทำให้สตรีเจ้าของเสียงตกตลึงจนพูดไม่ออก ขณะเดียวกันแววตาของนางก็เริ่มเต็มไปด้วยความคาดหวัง
    ต้องทราบก่อนว่าแม้กระทั้งปฐมบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งตำหนักกระบี่เหมันต์ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ค่ายกลในเวลานั้น ยังต้องใช้เวลา 6 ชั่วยามเต็มในการแก้ไขค่ายกลดังกล่าวเพียง 4 ชั้นเท่า ก่อนที่นางจะได้เลือกเพลงกระบี่ชุดนั้นที่ทำให้นางบรรลุสู่งขั้นเซียนกลับออกไป แต่ตอนนี้เทียนอี้ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วยามในการมาถึงค่ายกลขั้นที่ 8!
    ในขณะที่นางกำลังตกตะลึงอยู่นั้นเอง ~[เพล้ง]~ เสียงของค่ายกลชั้นที่ 8 ที่ถูกเทียนอี้แก้ไขรูปแบบจนสำเร็จก็พังทะลายลงในที่สุด และปลุกนางให้ตื่นจากภวังค์ได้ในที่สุด “อีกนิดเดียวเท่านั้นผู้สืบทอดของข้า” เจ้าของเสียงพึมพำออกมาเสียงเบาในแววตาของนางเต็มไปด้วยความคาดหวัง
    ตอนนี้เทียนอี้เดินมาถึงค่ายกลวงแหวนชั้นสุดท้ายแล้ว ค่ายกลชั้นนี้นั้นมีความแตกต่างจากค่ายกลชั้นอื่นๆอยู่มาก เพราะบนค่ายกลมีอักษรลักษณะแปลกๆเพิ่มขึ้นมาอีกสี่ตัว อักษรเหล่านี้เทียนอี้ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ในความทรงจำของเซียนกระบี่เองก็ไม่เคยปรากฏ นี่หมายความว่าตัวอักษรเหล่านี้อยู่ในระดับที่สูงเกินกว่าเซียนกระบี่เคยศึกษา
    คิ้วของเทียนอี้ขมวดเข้าหากันอีกครั้ง เทียนอี้หลับตาลงพยายามค้นหารูปแบบอักษรเหล่านี้ภายในความทรงจำ ผ่านไปราวครึ่งชั่วยามในที่สุดเทียนอี้ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาอี้ครั้งพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความปิติยินดี “มันคืออักษรรูน!” เทียนอี้พูดออกมาด้วยความดีใจ
    “รู้จักแม้กระทั่งอักษรรูน ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะไม่ธรรมดาซะแล้ว” สตรีเจ้าของเสียงพึมพำออกมา นางค่อนข้างแปลกใจที่เทียนอี้รู้จักอักษรรูน
    อักษรรูน สิ่งนี้เทียนอี้ค้นพบมันในความทรงจำของมังกรบรรพกาลแห่งแสง เป็นความทรงจำเก่าแก่มากๆอันหนึ่ง อักษรรูนเป็นตัวอักษรที่กำเนิดขึ้นในยุคบรรพกาล เป็นตัวแทนของพลังต่างๆในธรรมชาติ หนึ่งอักษรแทนหนึ่ง สรรพสิ่ง หนึ่งอักษรแทนพลัง นั้นคืออักษรรูน
    ในยุคบรรพกาลอักษรรูนถูกใช้ในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้อาวุธยุทโธปกรณ์ ชุดเกราะ ค่ายกล และสิ่งอื่นๆอีกมากมาย ต่อมาภายหลังการเกิดสงครามครั้งใหญ่เมื่อหลายล้านปีก่อน ทำให้ผู้ใช้อักษรรูนเริ่มตกตายและเลือนหายไปตามกาลเวลา ทำให้ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในอักษรรูนนั้นหากได้ยากยิ่งกว่าขนนกหางกิเลน
    ในปัจจุบันบนโลกเซียน (โลกหลัก) มีเพียงไม่กี่คนที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งนี้ ทั้งยังเป็นเพียงความรู้ในระดับพื้นฐานที่สุดของอักษรรูนเท่านั้น! แต่พวกเขาเหล่านั้นก็ยังคงถูกนับว่าเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง และอำนาจเป็นอย่างมากในโลกเซียน
    ความทรงจำเกี่ยวกับอักษรรูนของมังกรบรรพกาลนั้น เป็นความทรงจำในส่วนลึกที่ส่งต่อกันผ่านทางสายเลือด ดังนั้นความรู้เกี่ยวกับอักษรรูนที่เทียนอี้ได้รับมาจึงเป็นความรู้เกี่ยวกับอักษรรูนทั้งหมดในยุคบรรพกาลก่อนเกิดสงครามครั้งใหญ่ เป็นเนื้อหาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่ไม่สามารถหาได้อีกแล้วในยุคปัจจุบัน!
    แต่ถึงอย่างนั้นเทียนอี้ก็ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับอักษรรูนบนค่ายกลและความทรงจำอีกพักใหญ่ จนเวลาล่วงเลยไปอีกครึ่งชั่วยาม ตอนนี้เวลาทั้งหมดผ่านมา 4 ชั่วยามแล้วในที่สุดเทียนอี้ก็เริ่มลงมือแก้ไขค่ายกล เมื่อเข้าใจอักษรรูนทั้ง 4 ตัวที่อยู่บนค่ายกลแล้วการจะแก้ไขมันก็ไม่ใช่เรื่องยาก
    “อักษรรูนทั้ง 4 ตัว ประกอบด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นรูปแบบจตุรธาตุ.....” เทียนอี้พูดไปด้วยขณะที่มือทั้งสองข้างก็ทำการขยับแก้ไขรูปแบบของค่ายกลไปพร้อมๆกัน จนเวลาผ่านไปอีก 10 นาที ในที่สุด ~[แครก!]~ ค่ายกลชั้นสุดท้ายก็ถูกทำลายลงได้ในที่สุด ก่อนที่วงแหวนค่ายกลนั้นจะหายไป
    4 ชั่วยามเศษ นั้นคือเวลาทั้งหมดที่เทียนอี้ใช้ในการผ่าบททดสอบทั้งหมด 9 ชั้น หากเป็นผู้อื่นอย่าว่าแต่ชั่วยามเลย ต่อให้เป็น 40 ปี 400 ปี หรือ 4,000 ปี ก็คงไม่สามารถแก้ไขค่ายกลทั้ง 9 ชั้นนี้ได้สำเร็จ
    ทันทีที่ค่ายกลชั้นที่ 9 พังทลายลง เสียงสตรีเสียงนั้นก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง “นานนับแสนปีในที่สุด ผู้สืบทอดของข้าก็ได้ปรากฏตัวขึ้น” ครั้งนี้น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความดีใจที่ไม่สามารถปกปิดไว้ได้อีกต่อไป ก่อนที่จะมีร่างของสตรีนางหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าของเทียนอี้
    สตรีนางนี้ดูไปแล้วน่าจะมีอายุเพียง 30 ปีเท่านั้น เพียงแค่ได้จ้องมองดวงตาแห่งปัญญาอันเปร่งประกายของนางคู่นั้น ก็ทำให้ผู้ที่ได้จ้องมองต้องรู้สึกราวกับตกอยู่ในมนต์สะกด เทียนอี้ยืนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้นเมื่อได้จ้องมองดวงหน้านั้น นางคือหญิงสาวที่งดงามที่สุดที่เทียนอี้เคยพบเจอ งดงามจนไม่สามารถสรรหาคำใดมาอธิบายได้
    แต่ความงดงามของนางนั้นหาให้ความงามในรูปแบบที่น่าเสน่หา แต่เป็นความงดงามที่อยู่ในลักษณะที่เรียกได้ว่าเป็นความงามอันบริสุทธิ์อันน่าหลงใหล เพียงแค่ได้จ้องมองดวงตาคู่นั้น ก็รู้สึกราวกับว่าสามารถบรรลุถึงความรู้ที่ไม่เคยสามารถบรรลุถึงได้ในทันที เป็นความพิเศษจำเพาะที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน... .


    error loaded

    คล้ายกับเรื่องเซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912