ชลดารีบเดินออกไปจากร้านก่อนที่จะเห็นเมธาวีนั่งคุกเข่าร้องไห้ด้วยความเสียใจเป็อย่างมาก เธอรู้ดีว่าการถูกขโมยผลงานมันเ็ปขนาดไหน เพราะเธอเองก็เคยถูกกระทำเช่นนี้ไม่ต่างกัน
ชีวิตที่แล้วเธอเคยออกแบบเสื้อผ้าและนำไปเสนอร้านขายเสื้อผ้า ด้วยความไร้เดียงสาจึงไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนพวกนั้น หลังจากที่พวกเขาพิจารณาอยู่นานแต่สุดท้ายผลงานของเธอก็ถูกปฏิเสธ
เธอรู้สึกผิดหวังเป็อย่างมากจนกระทั่งได้เห็นแบบชุดของตัวเองปรากฏขึ้นและเป็ที่นิยมอย่างแพร่หลาย
ความรู้สึกในตอนนั้นมันทำให้เธอตกตะลึงเป็อย่างมากแต่ที่น่าเจ็บใจก็คือชื่อของคนออกแบบไม่ใช่ชื่อของเธอ!!
ด้วยความอ่อนแอและไร้ที่พึ่งพิง เธอเป็เพียงแค่เด็กสาวที่หนีตามชู้ ครอบครัวก็ไม่้า และคนรักที่เธอคิดว่าแสนดีก็มีพฤติกรรมที่เลวร้าย มันทำให้ชีวิตของเธอในตอนนั้นพบเจอกับมรสุมจนไม่สามารถประสบความสำเร็จและสู้ได้เหมือนกับเมธาวี
ชลดาเดินไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเมธาวี เธอนั่งมองอยู่อย่างนั้นโดยไม่ได้เข้าไปแตะต้องหรือพูดอะไร จนกระทั่งเมธาวีสังเกตเห็นและเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาแดงก่ำ เป็สายตาที่เต็มไปด้วยความเ็ปอย่างถึงที่สุด
" มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ"
ชลดาถามขึ้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มให้อย่างจริงใจ แต่หญิงสาวตรงหน้าก็ยังเต็มไปด้วยความหม่นหมองราวกับว่าหมดอาลัยในชีวิตอย่างถึงที่สุด
" เธอช่วยฉันไม่ได้หรอก คนพวกนั้นไม่ใช่ว่าใครจะไปทำอะไรได้ สุดท้ายฉันก็คงต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น"
เมธาวีพูดตัดบทก่อนที่จะลุกขึ้นและทำท่าจะเดินออกไป ไม่ใช่ว่าเธอยอมแพ้ได้อย่างง่ายดาย แต่ครั้งนี้เป็ครั้งที่ 5 แล้วที่เธอมาอาละวาดที่นี่ แต่สุดท้ายเธอก็ถูกขับไล่ไม่ต่างจากหมูจากหมา
ผลงานในครั้งนี้เป็ผลงานที่เธอตั้งใจทำเป็อย่างมาก มันเป็ผลงานชิ้นแรกที่เธอทุ่มเท เมื่อเสียมันไปแบบนี้มันทำให้ความคิดของเธอถูกปิดกั้นจนแทบไม่อยากจะคิดอะไรอีก
ตอนนี้เธอไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว เธออยากอยู่นิ่งๆเงียบๆโดยไม่ต้องรับรู้อะไรทั้งสิ้น เธอหมดแรงหมดกำลังใจและหมดความหวังอย่างรุนแรง
ชลดาวิ่งไปดักตรงหน้า ก่อนที่จะใช้สายตากลมโตแสนจะไร้เดียงสาของตัวเองเป็อาวุธ
"ฉันได้ยินว่าพี่บอกว่าพี่ออกแบบเสื้อผ้าใช่ไหมคะ ฉันเองก็เป็ดีไซเนอร์สมัครเล่น และที่สำคัญตอนนี้ฉันกำลังจะสร้างโรงงานผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ของตัวเอง และไม่ใช่แค่นั้นฉันยังคิดจะสร้างร้านเสื้อผ้าขึ้นมาอีกด้วย แต่ตอนนี้ฉันกำลังขาดคนที่จะมาช่วยฉันในเื่การออกแบบและการผลิต พี่ไม่ลองมาเป็ส่วนหนึ่งในความสำเร็จของฉันดูเหรอคะ"
ชลดารีบพูดยาวเหยียดด้วยน้ำเสียงที่สดใส เธอสังเกตเห็นเมธาวีหยุดชะงักและนิ่งคิดไปชั่วขณะ
" เธอยังอายุเท่าไหร่เอง จะมีอะไรรับประกันได้ว่าสิ่งที่เธอพูดมาจะทำได้จริง"
ชลดายกกระเป๋าขึ้นมาก่อนที่จะเอาสัญญาซื้อขายออฟฟิศและแบบแปลนให้เมธาวีดู
ภาพที่เห็นเป็แบบแปลนของอาคารสองชั้น ด้านหลังเป็ห้องโถงกว้างที่สามารถใช้สำหรับตั้งอุปกรณ์เย็บผ้าสำหรับคนงานเย็บผ้าจำนวนได้ถึงห้าสิบคน
" พี่ดูสิคะ ฉันถึงขนาดไปซื้อออฟฟิศที่ด้านหลังใช้เป็โรงงานในการผลิตเสื้อผ้าได้ ส่วนด้านหน้าก็ยังสามารถสร้างเป็ร้านขายเสื้อผ้าขนาดใหญ่และอยู่ในจุดทำเลที่เหมาะสมอีกต่างหาก ฉันทำการใหญ่ขนาดนี้พี่คิดว่ายังจะทำเล่นอีกหรอคะ ถ้าหากว่าแบบเสื้อผ้าของพี่ถูกเ้าของร้านชื่อดังขโมยไปจริง ก็แปลว่าฝีมือของพี่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ลองดูไหมคะ พิสูจน์ว่าถ้าเราสองคนออกแบบร่วมกันและสร้างแบรนด์ขึ้นมาด้วยกันมันจะยอดเยี่ยมขนาดไหน"
ในครั้งนี้คำพูดของเด็กสาววัยเพียง 20 ปีไม่ได้ดูล้อเล่นเลยแม้แต่นิด ไม่ได้มีรอยยิ้มแต่มีแววตาที่เจิดจ้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างถึงที่สุด
เป็ประกายตาที่ทำให้เธอคิดถึงความมุ่งมั่นของตัวเองที่มันเริ่มจะเลือนหายไปหลังจากที่เธอล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า
เมธาวีรีบเอา iPad ของตัวเองออกมาก่อนที่จะยื่นแบบชุดที่เธอออกแบบและถูกขโมยผลงานไปให้เด็กสาวดู
" นี่คือฝีมือของฉัน พอจะเป็ดีไซเนอร์ของแบรนด์เธอได้ไหม"
ชลดามองภาพชุดต่างๆอย่างตื่นเต้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่โดดเด่นเท่ากับฝีมือในอนาคตของเมธาวี แต่พร์และความพยายามก็สื่อออกมาให้เธอเห็นได้อย่างชัดเจน
" ยอดเยี่ยมมากค่ะ ถ้าอย่างนั้นพี่ลองดูของฉันไหมคะ นี่ค่ะ"
ชลดายื่น iPad ของเธอที่เต็มไปด้วยรูปร่างชุดที่เธอออกแบบไว้เป็จำนวนมาก สิ่งที่เธอทำเธอ้าให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงความเท่าเทียม ในเมื่อหญิงสาวตรงหน้าให้เธอดูแบบชุดได้ก็หมายความว่า้าที่จะทดสอบใจของเธอ
และเธอเองก็ยื่นแบบให้ดูเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอเองก็บริสุทธิ์ใจ
เมธาวีมองดูแบบชุดด้วยความตกตะลึง ฝีมือแบบนี้ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเธอตอนนี้ซะอีก เด็กสาวตรงหน้าสามารถออกแบบได้เองโดยไม่จำเป็ต้องมีเธอด้วยซ้ำ ทั้งการเตรียมความพร้อมของสถานที่ที่สื่อให้เห็นถึงกำลังทรัพย์ที่มากมายมหาศาลและฝีมือแบบนี้ ความสำเร็จไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน
นี่คือโอกาสที่เธอจะต้องรีบคว้าไว้ เป็ฟางเส้นสุดท้ายที่ดึงรั้งให้เธอมีความหวังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
" มาลองดูสิคะ ทำให้ชื่อของพี่โด่งดังขึ้นมา ทำให้คนพวกนั้นรู้ว่าฝีมือของพี่จะไปได้ไกลขนาดไหน"
ชลดายื่นมือไปหาพร้อมกับยิ้มให้ เมธาวีที่เห็นแบบนั้นก็ยกยิ้มขึ้นพร้อมกับมีประกายตาที่เปลี่ยนไป
" ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคะเ้านาย"
" ยินดีเช่นกันค่ะ"
โกเมนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความงุนงง วันนี้ชลดามาหาสถานที่ได้อย่างรวดเร็วและที่สำคัญยังได้ดีไซเนอร์ในวันเดียวกันอีก อะไรจะเหมาะเจาะและบังเอิญขนาดนี้
ตอนนี้ชลดาให้เมธาวีขึ้นมาบนรถด้วยกัน เมธาวีที่เห็นชลดามีคนขับรถ มีบอดี้การ์ดและที่สำคัญรถที่เธอกำลังนั่งอยู่ก็หรูหราเป็อย่างมาก ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูก
" พี่ช่วยคิดหน่อยสิคะว่าเราจะมาบริหารงานกันยังไงดี ตอนนี้ทางออฟฟิศหรือทางโรงงานของเรามีแค่เราสองคนเท่านั้นนะคะ เดี๋ยวฉันจะเป็ประธานและก็ให้พี่เป็รองประธาน "
เด็กสาวพูดเจื้อยแจ้วพร้อมกับจัดแจงตำแหน่งต่างๆออกมาอย่างรวดเร็ว
เมธาวีที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับตาโต เธอทำท่าจะปฏิเสธตำแหน่งที่ใหญ่โตแบบนั้น ่ อะไรคือการที่เธอถูกโกง ถูกขโมยผลงาน่ แต่อยู่ดีๆกลับเหมือนถูกโชคหล่นทับครั้งใหญ่แบบนี้
จากคนที่ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินใช้ แต่ตอนนี้ถึงกับได้ตำแหน่งเป็ถึงรองประธานของบริษัทที่เธอมั่นใจว่าจะต้องเติบโตและมั่นคงในอนาคตอย่างแน่นอน
" ห้ามปฏิเสธค่ะ พี่เป็คนที่ฉันเลือกแล้ว แต่แน่นอนว่ายังเป็่ทดลองงานนะคะ ถ้าพี่ทำได้ไม่ดีฉันจะให้พี่เป็แค่คนงาน ตกลงไหมคะ"
เมื่อไม่สามารถขัดได้ เมธาวีจึงได้แต่พยักหน้าตกลงด้วยหัวใจที่เต้นรัวอย่างปลาบปลื้มและยินดีเป็อย่างมาก
เธอจะรีบกลับไปบอกข่าวดีให้แม่ของเธอทราบ แม่ของเธอจะต้องดีใจกับเธออย่างแน่นอน
เมธาวีคิดถึงแม่ที่กำลังนอนป่วยอยู่ที่บ้าน เธอคิดว่าจะนำเงินที่ได้จากการขายแบบชุดไปรักษาแต่ก็ทำไม่ได้ แต่ตอนนี้เธอได้งานแล้ว หวังว่ามันจะเป็ความหวังและเป็งานที่มั่นคงสำหรับเธอ