มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 48 ลู่เมิง ปะทะ หลินเทียน

    ลู่เมิงนั้นมั่นใจในพลังความสามารถของตนเองเป็นอย่างมาก ตัวของมันนั้นเป็นถึงจอมเวทฝึกหัดขั้นที่ 9 คำว่าแพ้นั้นไม่ได้ถูกเขียนอยู่ภายในสมองของมันแม้แต่คำเดียว แต่ภายในความรู้สึกนึกคิดของมันนั้นมีแต่คิดที่จะจัดการกับหลินเทียนเสียมากกว่าไม่ว่าจะอย่างไรภายในวันนี้มันจะต้องทำให้เจ้าหนุ่มนี่อับอายขายหน้าจนไม่มีที่ยืนให้ได้ นั่นเป็นเพราะเจ้าหนุ่มผู้นี้คือดวงดาวที่สว่างไสวมากจนเกินไปขืนไปให้มันเติบใหญ่มากยิ่งขึ้นไปกว่านี้มันจะต้องเกินหน้าเกินตาตนเป็นแน่ ภายในจิตใจส่วนลึกของความเป็นมนุษย์นั้นล้วนแล้วแต่มีความเห็นแก่ตัวย่อมไม่อยากให้ใครได้ดีไปกว่าใคร และนี่คือโอกาสอันดีงามที่ในเวลานี้เจ้าหนุ่มตรงหน้ามันยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอมันคือโอกาสที่จะทำให้ตนทุบทำลายเจ้าหนุ่มผู้นี้ลงซ่ะเพื่อที่จะลดความมั่นใจของมัน และภายในอนาคตมันผู้นี้จะต้องเป็นขยะเหมือนดั่งที่ตนเป็นแน่การเคลื่อนที่ของลู่เมิงนั้นเต็มไปด้วยความรวดเร็วสำหรับศิษย์ฝ่ายนอกแล้วชายผู้นี้นั้นนับว่ารวดเร็วเป็นอย่างมากเร็วเสียจนพวกมันมองตาเปล่าแทบไม่ทันไอสังหารแผ่พุ่งออกมาจากที่ร่างของมัน ไม่เพียงแค่นั้นตัวของมันยังใช้มหาเวทหล่อหลอมโลหะ มันสามารถสร้างสรรค์อาวุธได้จากอากาศที่ว่างเปล่ามันคือ ตรีศูล และมันยังไม่จบเพียงแค่นั้นเกิดสายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัวหลั่งไหลออกมาจากเจ้าอาวุธชิ้นนี้คล้ายกับว่ามันเป็นจุดศูนย์รวมของพลังมันจึงทำให้อาวุธชิ้นนี้ทรงพลังเป็นอย่างมากทางด้านของหลินเทียนเองถึงกับขมวดคิ้วแน่นเล็กน้อยเขาเองก็คาดไม่ถึงว่าคนตรงหน้าแท้จริงแล้วตัวของมันจะทรงพลังมากเสียขนาดนี้แต่ช่างเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่จิตใจของมันผู้นี้นั้นคับแคบมากจนเกินไป“สมแล้วที่ตัวเขานั้นเป็นพี่ใหญ่ของศิษย์ฝ่ายนอก ข้าสู้ศิษย์พี่ลู่เมิงไม่ได้เลยจริงๆ” ศิษย์ฝ่ายนอกเป็นจำนวนไม่น้อยกล่าวออกมาด้วยความชื่นชม และคาดกันว่าตัวของมันภายในอนาคตนั้นอาจจะได้เป็นผู้อาวุโสของศิษย์ฝ่ายนอกอีกด้วยถึงแม้ว่าตัวของมันจะเป็นผู้ไม่มีพรสวรรค์แต่ก็มีความโดดเด่นไม่น้อยในกลุ่มศิษย์ฝ่ายนอก“เชอะ ดูเหมือนว่าเจ้าหลินเทียนนั้นมันจะไปหาเรื่องผิดคนเสียแล้ว ช่างไม่รู้จักประมาณตนเสียจริง” มีรุ่นเยาว์เป็นจำนวนไม่น้อยที่พูดจาดูถูกถากถางหลินเทียนออกมาอย่างไม่ปิดบังแท้จริงแล้วคนกลุ่มนี้ล้วนแล้วแต่อิจฉาในความสามารถของหลินเทียนทั้งสิ้น และนี่ก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดีงามที่พวกตนจะได้เหยียบย่ำเด็กหนุ่ม พวกมันเหล่านี้ตื่นเต้นยินดีในคราวเคราะห์ของผู้คนได้ไม่นานนักหลังจากนั้นไม่นานพวกมันก็คงทำได้เพียงแต่ตื่นตะลึงยืนอ้าปากค้างกับภาพที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า
    หลินเทียนสามารถที่จะหลบหลีกการโจมตีของคนตรงหน้าได้อย่างทันท่วงทีทุกกระบวนท่าการจู่โจมของมันนั้นล้วนแล้วแต่ไร้ความหมายเมื่อมาพบเจอกับหลินเทียน ไม่เพียงแต่รุ่นเยาว์ที่จะตื่นตะลึงกับความรวดเร็วของหลินเทียนเท่านั้นแม้แต่ตัวตนเช่นผู้อาวุโสรวมไปถึงอาจารย์โรงเรียนจอมเวทแห่งนี้แม้แต่ตัวของพวกมันเองก็อดที่จะตื่นตกใจไม่ได้เพราะการเคลื่อนที่ของหลินเทียนนั้นมันรวดเร็วจนเกินไปและไม่คาดคิดว่าตัวตนเช่นะพวกมันนั้นจะไร้จับเจ้าหนูนี่ได้ทันหรือเปล่าก็ไม่รู้“นี่เขาใช้วิชาเคลื่อนที่อะไรกันอย่าบอกนะว่ามันคือ ทักษะวิชา เหยียบย่ำพระจันทร์อย่างงั้นเหรอ” ขีดความสามารถที่เด็กหนุ่มผู้นี้แสดงออกมานั้นล้วนแล้วแต่สูงส่งกว่าพวกตนทั้งสิ้นไม่แน่ว่าพวกมันฝึกฝนกันไปทั้งชีวิตก็มิอาจเทียบเท่ากับหลินเทียน“นี่ข้าฝันไปใช่ไหมนี่ ชิงหลงเจ้าช่วยบอกข้าทีว่าข้าฝันไป” แม้แต่ตัวฉินอู๋โหย่วถึงกับกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อราวกับผู้คนที่เสียสติตัวของมันนั้นต้องทุ้มเทเวลาไปหลายสิบปีกว่าที่จะไปบรรลุถึงขั้นที่ 5 ได้ขั้นนี้นั้นนับว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดแล้วของทักษะวิชาเหยียบย่ำพระจันทร์“ข้าเองก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกันว่าความรู้ความเข้าใจของผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาวมันจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ ทั่วทั้งทวีปดาราสวรรค์มีเพียงแค่เจ้าและข้าเท่านั้นที่สามารถไปถึงขั้นที่ 5 ได้ เจ้าหนุ่มผู้นี้กลับกลายมาเป็นคนที่ 3 อย่างงั้นหรือนี่ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ” ร่างกายของชิงหลงในยามนี้นั้นถึงกับเหงือหลั่งไหลเย็นเยียบ ความสามารถในการพัฒนาและการเรียนรู้ของหลินเทียนนั้นมันน่าสะพรึงกลัวจนเกินไป
    ณ บนฟากฟ้าท่ามกลางหมู่เมฆ“นี่มันอะไรกันท่านพ่อการเคลื่อนไหวของเจ้าหนูนี่มันช่างรวดเร็วนัก” อาชามังกรมู่ซานกวนกล่าวถามกับผู้เป็นพ่อด้วยความแปลกใจทักษะวิชาที่หลินเทียนใช้นั้นมันช่างหน้าสนใจนักตัวของเขาในยามนี้นั้นไม่ต่างอะไรไปจากภูตผีต่อให้หาตัวเจอก็ไล่จับมันไม่ทัน“หากข้าเดาไม่ผิดนี่คงจะเป็นทักษะเหยียบย่ำพระจันทร์มันเป็นวิชาที่ผู้คนทั่วไปสามารถใช้ได้กันทั่ว แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นทักษะวิชานี้นั้นมีมากถึง 5 ระดับ และผู้ที่สามารถไปถึงขั้นสูงสุดได้นั้นเห็นทีจะมีเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นและหนึ่งในนั้นก็คือ ผู้อำนวยการชิงหลง” ความรู้ของผู้เป็นพ่อของมันนั้นช่างกว้างขวางเป็นอย่างมากเกี่ยวกับดินแดนของพื้นที่บริเวณรอบนอกสมแล้วที่เป็นถึงอดีตผู้นำตระกูลอสูรมายา“นี่ท่านกำลังจะบอกกับข้าว่าเจ้าเด็กนี่อายุของมันน้อยขนาดนี้แต่ความรู้ความเข้าใจของมันเหนือกว่าเจ้าชิงหลงนั่นอีกอย่างงั้นเหรอ” มู่ซานกวน กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ“ไม่เห็นมันจะน่าแปลกใจตรงไหนก็เจ้าเด็กนั่นมันเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาว หากความรู้ความเข้าใจเหมือนคนปกติทั่วไปนี่ซิถึงจะแปลก หากมันไม่ใช่คนที่จะเข้ามาอยู่ในครอบครัวเดียวกันกับเราข้าคงทุ้มกำลังสังหารมันอย่างไม่ลังเล นับว่าบุตรสาวของเจ้าสร้างคุณงามความดีอย่างใหญ่หลวงเมื่อกลับไปเจ้าก็พูดคุยกับนางดีๆซ่ะ แล้วก็อีกเรื่องเจ้าก็อย่าไปไว้ใจนังเด็กมู่ชิงนั่นมากเป็นอันขาด” ในฐานะของผู้เป็นปู่แล้วนั้นตัวของมันย่อมเชื่อถือในคำพูดของหลานสาวถึงแม้ว่าตัวของมันจะไม่เห็นเหตุการณ์ก็ตาม แต่ภายในใจลึกๆแล้วนั้นตัวของมันก็แอบที่จะรู้สึกเสียดายเช่นกันนังเด็กสาวมู่ชิงนี้นั้นเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับ 6 ดาว นับว่าเป็นตัวตนที่ยากยิ่งหากนางลงมือทำจริงมีเพียงแต่ที่จะต้องฆ่าทิ้งทั้งนั้น“แต่มู่ชิงนั้นคือบุตรสาวเพียงคนเดียวของสหายรักของข้า และตัวของข้าเองก็เลี้ยงนางมาแต่เล็กข้าทำใจเชื่อไม่ได้จริงๆว่าตัวของนางนั้นจะกล้าลงมือกับมู่หลานหลาน ทั้งที่พวกนางสองคนก็เติบโตด้วยกันมา” ทางด้านตัวของมู่ซานกวนนั้นตัวของมันเองก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเกี่ยวกับคำพูดของบุตรสาวเพราะพวกนางนั้นก็ไม่ถูกกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วมีเพียงแต่จะต้องจับให้ได้คาหนังคาเขาเท่านั้นที่ตัวของมันนั้นจะทำใจเชื่อได้ 

    คล้ายกับเรื่องมหาปราชญ์ต่างโลก ที่คุณอ่าน