
Just For Love 20
เสียงกรี๊ดของกลุ่มแฟนคลับดังทั่วทุกสารทิศในบริเวณสนามบิน ไปทำงานที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ซันเดย์มีงานถ่ายแบบสองงานและเขาขอเวลาว่างอีกสามวันใน่ที่อยู่ญี่ปุ่น นอกจากฉันแล้วก็มีพี่พลเข้ามาช่วยส่วนช่างแต่งหน้าทำผมสไตล์ลิสทางทีมนิตยสารจะเป็คนจัดเตรียมไว้ ตอนนี้เป็ย่เวลาก่อนเดินทางเลยมีแค่ฉันและพี่พลที่ช่วยดูแลซันเดย์ ทางบริษัทแจ้งตารางเดินทางแก่แฟนคลับแล้ว ซันเดย์เลยมาเร็วขึ้นเพื่อที่จะได้ทักทายแฟนคลับ ระหว่างที่พวกเขาคุยกันฉันก็ยืนหลับอยู่ไกล ๆ ปล่อยหน้าที่ดูแลซันเดย์เป็ของพี่พล มีบ่อยครั้งที่ซันเดย์หันมามอง เขาหันมามองฉันทีแฟนคลับก็หันมามองด้วย จนฉันไม่กล้าเงยหน้ามองพวกเขาแล้วนอกจากจ้องนาฬิกาบนข้อมือเช็คเวลาก่อนเข้าเกท
“ฟางมานี่ก่อน” ซันเดย์กวักมือเรียก แฟนคลับเขาเงียบเสียงไปเมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้ แต่ว่าฉันน่ะก็ไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปใกล้เขามานักหรอกนะ กลัวมีคนไม่พอใจอะไรอีกกลัวเขามีปัญหา
“มานี่”
“ตรงนี้ก็ได้ มีอะไรหรือเปล่า” ฉันหยุดยืนในระยะที่คุยกันด้วยน้ำเสียงปกติแล้วได้ยินแต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่ฉันยืนห่างเขาแบบนั้น
“ทุกคนอยากคุยด้วย ไม่ต้องกลัว” ซันเดย์เดินเข้ามาจับมือดึงให้เข้าไปยืนข้าง ๆ เขา
“คุยอะไร?”
“ก็ทั่วไป แล้วไปยืนอะไรไกลขนาดนั้น” ซันเดย์ถามอย่างไม่เข้าใจ มือก็ไม่ยอมปล่อยจากมือฉัน ทั้งยังขยับมายืนจนชิดนั่นอีก
“คุณฟาง” จู่ ๆ ก็มีเสียงจากกลุ่มแฟนคลับเอ่ยเรียกฉันเสียงนุ่ม
“คะ?” ฉันขานรับมองหาจนเจอคนที่เอ่ยถามก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายบาง ๆ ฉันจำได้ คนนี้เคยเรียกฉันที่สตูฯ ตอนที่ซันเดย์บอกให้ไปรับ ผ่านมานานแล้วล่ะ
“อยากไปเที่ยวไหนเป็พิเศษไหมคะที่ญี่ปุ่น เผื่อพี่แนะนำได้”
“ก็มีค่ะ แต่ไม่มั่นใจว่าจะว่างหรือเปล่า” ฉันต้องดูแลซันเดย์นะ ไอ้อยากเที่ยวก็อยากอยู่หรอกแต่ว่าฉันก็ต้องทำงานนี่นา
“ฟรีเดย์ตั้งสามวัน” คนที่ยืนข้าง ๆ เอ่ยขัด
“ก็ต้องดูแลคุณไง” อ้อ เวลาอยู่ต่อหน้าแฟนคลับฉันพยายามที่จะไม่เป็กันเองกับซันเดย์ ต้องเว้นระยะห่างไว้กลัวว่าจะมีคนไม่ชอบ ก็ฉันเคยเจอเื่แบบนั้นมาแล้วอ่ะพอกลับมาดูแลเขาอีกครั้งจึงต้องรอบคอบและให้เกียรติเขามากกว่าเดิม
“เดี๋ยวพาไปครับคุณ เอาโทรศัพท์มายืมหน่อยยังไม่ได้โทรหาแม่เลย” ซันเดย์แบมือขอโทรศัพท์จากฉัน ฉันส่งโทรศัพท์ตัวเองในมือให้ซันเดย์ไป เขารับโทรศัพท์ไปก่อนจะบอกแฟนคลับว่าขอเวลาสิบนาทีปล่อยให้ฉันยืนเคว้งกับกลุ่มแฟนคลับของเขา
“คุณฟางได้ดูรายงานที่น้องซันไปออกหรือยังคะ?” รายการเหรอ ฉันไม่เคยดูเลยล่ะ
“ไม่ค่ะ รายการอะไรเหรอคะ?”
“รายการ...ที่ออนแอร์เมื่อคืนค่ะ คุณฟางไปดูนะคะ”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวถึงนู่นแล้วฟางจะดู” ฉันยิ้มให้กับแฟนคลับซันเดย์ พวกเขาน่ารักมาก ๆ เลยนะ
“ระวังเขินนะคะ”
“เขินเหรอคะ?” ฉันถามย้ำกับแฟนคลับ พวกเขายิ้มกริ่มพร้อมกับพยักหน้า ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่ามีอะไรให้ฉันเขิน เมื่อซันเดย์เดินกลับมาฉันก็บอกให้เขาลาแฟนคลับจะได้เข้าเกทกันสักที เมื่อล่ำลากันเสร็จเราก็เข้าเกทเตรียมตัวบินไปทำงานที่ญี่ปุ่น พี่พลนั่งทวนรายการของที่ภรรยาฝากซื้ออยู่ ซันเดย์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ฉันเขาเล่นโทรศัพท์เงียบ ๆ กระทั่งถึงเวลาขึ้นเครื่อง ฉันหลับยาวั้แ่ขึ้นเครื่องจนถึงแลนด์ดิ้ง แฟนคลับที่นี่ยังคงมายืนรอต้อนรับซันเดย์พร้อมมอบความรักให้ด้วยความอบอุ่น แต่เพราะอากาศที่หนาวเย็นทำให้แยกจากแฟนคลับเร็วขึ้นกลัวว่าซันเดย์จะไม่สบายเอาน่ะ วันนี้ปล่อยฟรีไทม์ใน่เช้าและตอนบ่ายมีงานถ่ายแบบหนึ่งงานเมื่อแยกย้ายจากพี่พลและซันเดย์ฉันก็ทิ้งตัวนอนบนเตียงทันที ฉันเวียนหัวไปหมดแล้ว แต่พักอยู่ไม่ถึงสิบนาทีซันเดย์ก็โทรมาบอกให้เปิดประตู พอไม่ยอมเปิดเขาก็เคาะถี่ ๆ แรง ๆ จนต้องยอมเปิดให้เขาเข้ามานั่นแหละ แต่ว่า เขาไม่ได้มาแต่ตัวนี่สิ
“อะไรเนี่ย”
“นอนด้วยกลัวผี”
“อย่ามาอำ เอาของกลับห้องไปเลยซัน” กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกลากเข้ามาในห้องโดยฝีมือคนหน้ามึน
“ซันเดย์”
“นอนด้วยครับ”
“ซันเดี๋ยวเป็ข่าว”
“อย่าคิดมากน่า ขออาบน้ำก่อนนะ เพลียมากอ่ะ” เขาตีหน้ามึนเดินเข้าห้องน้ำไปแล้วเรียบร้อย ส่วนฉันได้แต่ยืนมึนอยู่กลางห้อง คนอะไรชอบเอาแต่ใจทั้งยังชอบตีหน้ามึนใส่อีกด้วย รอกระทั่งซันเดย์อาบน้ำแต่งตัวเสร็จฉันก็ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ะโขึ้นไปนอนบนเตียงนอน แอบมองจนมั่นใจว่าเขาหลับไปแล้วจึงเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนชุดบ้าง แต่หลังจากอาบเสร็จนี่สิ ฉันควรจะนอนตรงไหนดี
“โดนยึดห้องซะงั้น” ฉันพึมพำเบา ๆ เดินเช็ดผมพรางเดินไปนั่งที่โซฟามุมห้อง นอนโซฟาก็ได้ ถือว่านอนพักเก็บแรงโดยที่ไม่ลืมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ก่อนเวลานัดสองชั่วโมง เวลาพักผ่อนของเราผ่านไปอย่างรวดเร็วเพียงอึดใจหนึ่งก็ถึงเวลาที่ต้องเริ่มทำงาน ระหว่างที่ซันเดย์กำลังแต่งหน้าทำผมฉันก็คุยรายละเอียดคร่าว ๆ กับทีมนิตยสารและช่างภาพและรอกระทั่งซันเดย์เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเข้าฉากเริ่มถ่าย จากนั้นก็จะเป็บทสัมภาษณ์ ระหว่างที่นั่งรอฉันก็นึกขึ้นได้ว่าแฟนคลับบอกให้ดูรายการที่ซันเดย์ไปเป็แขกรับเชิญ ฉันหยิบหูฟังขึ้นต่อกับโทรศัพท์จากนั้นก็เริ่มกดดูคลิปไปเรื่อย ๆ กระทั่งถึง่กลางรายการที่หัวใจของฉันเริ่มเต้นรัวแรงขึ้น
“เอาล่ะค่ะ มาถึง่ที่หลาย ๆ คนคงรอคอยกันโดยเฉพาะแฟนคลับ”
“ใช่ค่ะ น้องซันตอนนี้มีคนรู้ใจหรือยังคะ?” พิธีกรคนหนึ่งเอ่ยถามซันเดย์พร้อมกับรอยยิ้มเขินอาย
“อ่า จะตอบยังไงดีครับ” ซันเดย์ยิ้มเขิน
“มีแล้ว!” แล้วก็ต้องหลุดขำเมื่อเหล่าแฟนคลับที่อยู่ในสตูดิโอพร้อมกันะโบอกพิธีกร
“ว้า หลินเสียดายแย่เลยสิคะเนี่ย อกหักดังเป๊าะเลย” พิธีกรสาวสวยของรายการทำท่าทางร้องไห้ ซันเดย์ยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะกลับไปตั้งใจฟังคำถามจากพิธีกร
“แล้วแบบนี้ รู้ใจกันทุกเื่ไหมคะเนี่ย อยากเจอตัวจริงแล้วสิ”
“อาจจะเคยเจอแล้วนะครับ”
“เอาแล้วสิ ๆ ใครกันเนี่ย ฉันเจอใครมาบ้าง”
“ฮา ๆ ๆ เขาขี้อายน่ะครับ เจอยากหน่อยนะครับ” ซันเดย์ยิ้มขำเมื่อเจอท่าทางตื่นเต้นของพิธีกรทั้งสอง
“งั้นเรามีเกมให้เล่น”
“อะไรเหรอครับ?” ซันเดย์ถามด้วยท่าทีสงสัย ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำถาม
“โทรหาคนรู้ใจแล้วถามคำถามที่เราตั้งไว้ ถ้าตอบตรงกันถึงจะได้โปรโมทงาน”
“ได้ครับ” ท่าทางมั่นใจของเขาทำเอาแฟนคลับกรี๊ดกันลั่นห้องอัด
“ตามนี้เลยค่ะน้องซัน น้องซันเขียนคำตอบด้านหลังคำถามเลยนะคะ”
“เสร็จแล้วครับ โทรเลยไหมครับ”
“โทรเลย ๆ ๆ ๆ ” กลายเป็เสียงแฟนคลับที่ส่งเสียงเชียร์ให้โทรหาใครสักคน
“โทรเลยค่ะ ๆ พี่ขอหาหมอนมากัดก่อนนะกลัวกรี๊ด”
“ฮา ๆ ๆ จะกรี๊ดอะไรกันล่ะครับ โทรแล้วนะ”
(ค่ะ) เสียง เสียงปลายสายเอ่ยทักทายเบา ๆ ซันเดย์ยิ้มเขินก่อนจะเอ่ยถามปลายสายด้วยความเป็กันเอง
“อยู่ไหนครับ”
“ว่าไงครับอยู่ไหน?” ซันเดย์ถามย้ำอีกครั้งเมื่อไม่ได้รับคำตอบ
(อยู่ห้องค่ะ ทำไมเหรอ)
“มีเื่จะถามครับ” ระหว่างที่ซันเดย์คุยกับปลายสายอย่างเป็กันเอง พิธีกรก็จิกหมอนกันแน่น ทั้งใบหน้าที่แดงระเรื่อด้วยความเขิน เป็ใครก็ต้องเขินล่ะคะ พวกเขาใช้เสียงสามสี่ห้าคุยกัน!
(ถามอะไรคะ?)
“ดอกกุหลาบขาวกับดอกกุหลาบแดง ผมชอบอะไร” ซันเดย์เอ่ยถาม กล้องจับไปที่คำตอบที่เขาเขียนตอบเอาไว้ และคำตอบที่ได้รับกลับมาทำเอาเขายิ้มกว้างทันที
(คุณชอบกุหลาบขาวไม่ใช่เหรอ?)
“ครับชอบ คุณชอบสีไหนนะ?” คำถามนี้ทีมงานบอกให้ทายใจปลายสาย ซึ่งซันเดย์เองก็เขียนว่าชอบทุกสี เพราะเ้าตัวไม่ได้ชอบสีไหนเป็พิเศษ
(เราชอบทุกสีไง อะไรเนี่ย งงไปหมดแล้วนะจู่ ๆ มาถามเื่กุหลาบ จะแกล้งอะไรหรือเปล่า) ปลายสายที่เห็นความผิดปกติเอ่ยถามอย่างขัดข้องใจ
“คิดมาก อีกสี่คำถามให้เลือกว่าผมชอบอะไรนะ”
(ค่ะ ๆ)
“ทะเลกับูเา”
(ูเา) คำตอบที่ซันเดย์เขียนไว้ คือูเา
“สีดำกับสีเทา”
(ทั้งสอง) ซันเดย์เขียนคำตอบว่า ชอบทั้งสอง
“เดินห้างกับนอนอยู่บ้าน”
(นอนอยู่บ้าน) ซันเดย์เขียนนอนอยู่บ้าน
“อาหารอิตาเลี่ยนกับญี่ปุ่น”
(อาหารไทย) ใช่ ซันเดย์เขียนคำว่าไทย
“คำถามสุดท้ายครับ...เดทที่ไหนระหว่างดูหนังฟังเพลงกับไปเที่ยวูเา”
(อันนี้ยาก)
“ตอบมาเถอะรอฟังอยู่” ซันเดย์ยังยิ้ม เขาไม่ซีเรียสอะไรอยู่แล้วแค่อยากได้ยินเสียงอีกฝ่ายเท่านั้นเอง ปลายสายเงียบไปสักหนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ
(ถ้าเป็คุณคงชวนอีกฝ่ายไปเที่ยวูเาล่ะมั้ง แต่ว่าเอาจริง ๆ คุณคงตามใจคนของคุณแล้วพาไปในที่ ๆ เขาอยากไปอ่ะ)
“หึหึ ขอบคุณที่ตอบครับ ทานข้าวหรือยัง” ซันเดย์เอ่ยถามปลายสายต่อ พิธีกรกลั้นเสียงกรี๊ดกันสุดพลัง ซันเดย์เองก็เริ่มเขินที่ถูกทั้งแฟนคลับและพิธีกรจ้องมองด้วยท่าทีเขินอาย
(ยังเลย)
“งั้นไปทานข้าวได้แล้วครับ แค่นี้นะ”
(ค่ะ)
หลังจากวางสายทั้งพิธีกรและแฟนคลับที่กลั้นกรี๊ดกันไว้ั้แ่ต้นก็พร้อมใจกันกรีดร้องด้วยความเขินทันที
=======================
มาได้นิดหน่อยนะค ขอโทษด้วยที่ทำให้รอแต่พออัพก็อัพนิดเดียว T_T