(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    ตอนที่ 42 จ้าวแห่งบึงมรณะ

            ตอนที่ 42 จ้าวแห่งบึงมรณะ

             

            พื้นแผ่นดินสั่นไหวรุนแรงผู้เล่นในเมืองปีศาจเริ่มลี้ภัยออกนอกเมืองพยายามหลบหนีให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ น้ำในบึงมรณะเหือดแห้งพื้นดินเริ่มแตกแยกเป็นทางยาว หน้าผาที่สูงชันเริ่มถล่มลงมาดวงตาลูกโตลูกนั้นจ้องมองกลุ่มจอมปีศาจอย่างน่าหวาดกลัว


            ม่านพลังเวทย์เริ่มเกิดรอยร้าวแตกลายงาไปทั่วหน้าผาสูงชันที่เป็นจุดสิ้นสุดของบึงมรณะได้แตกออก ปรากฏร่างจระเข้ยักษ์ สีผิวของมันเป็นสีขาวขนาดของมันพอๆ กับตึกสามชั้น


            “โฮกกก~~~~~~!!”


            มันส่งเสียงคำรามลั่นไปทั่วแม้แต่ผู้คนในเมืองปีศาจก็ยังได้ยิน แม้แต่ร่างกายที่สูงใหญ่ของมันทำให้ผู้คนในเมืองปีศาจสามารถมองเห็นได้แต่ไกลผู้เล่นที่กำลังหลบหนีลี้ภัยเมื่อมองเห็นมัน ในใจก็เกิดอาการสั่นไหวอย่างหวาดกลัวเพียงแค่ถูกมันตบหนึ่งครั้งต้องส่งไปเกิดใหม่อย่างแน่นอน


            ร่างที่ใหญ่โตของจระเข้ยักษ์เมื่อเทียบกับกลุ่มของจอมปีศาจแล้ว พวกเขาไม่ต่างจากมดตัวเล็กๆ รอให้มันเหยียบย้ำจระเข้ยักษ์ตบลงที่พื้นหนึ่งครั้งพื้นดินสั่นไหวราวกับเกิดภัยพิบัติสายตาของมันหรี่ลง จ้องมองมาทางกลุ่มปีศาจ ก่อนจะกล่าวออกไป


            “บึงแห่งนี้คือที่อยู่ของข้าจ้าวบึงมรณะ พวกเจ้าบังอาจมารบกวนการจำศีลของข้าไม่พอ ยังฆ่าพวกลูกๆที่น่ารักของข้าจนตกตาย โทษของพวกเจ้าครั้งนี้ คือความตายเท่านั้น”


            เพียงแค่จ้าวบึงมรณะพูดออกมาลมที่ออกจากปากของมันก็พัดพาให้ต้นไม้ต่างปลิวและหักโค่นลง ฟันของมันแหลมคมและใหญ่โตเพียงแค่ฟันซี่เดียวของมัน ขนาดก็ใหญ่กว่าคนในกลุ่มของจอมปีศาจการขยับตัวของจ้าวบึงแต่ละครั้งทำให้พื้นดินสั่นไหว


            จ้าวบึงดันตนเองยืนขึ้นส่งเสียงขู่คำรามสนั่นหวั่นไหว แล้วมือข้างหนึ่งของจ้าวบึงก็ตบลงมาที่กลุ่มของจอมปีศาจอย่างรุนแรงด้วยขนาดที่ใหญ่โตของจ้าวบึง การเคลื่อนไหวจึงดูเชื่องช้ากลุ่มของจอมปีศาจสามารถกระโดดหลบได้ทันท่วงที


            “บรึ้ม!!!”


            พื้นแผ่นดินสั่นไหวอย่างรุนแรงปรากฏรอยร้าวผ่าแผ่นดินแยกออกจากัน ภายในเมืองปีศาจตัวอาคารต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบพวกตึกอาคารต่างสั่นไหวบางหลังถึงกับพังถล่มลงมา ผู้คนในเมืองต่างกรีดร้องกันระงมด้วยความหวาดกลัว


            ไม่เพียงแต่แค่นั้นแรงกระแทกที่เกิดจากจ้าวบึงยังส่งคลื่นลมรุนแรง จนกลุ่มของจอมปีศาจกระเด็นแยกย้ายไปคนละทาง มาคัสกับมามอนกลิ้งไปกับพื้นดินเมื่อพยุงตนขึ้นมาได้ มาคัสรีบจ้องมองหายูริทันทีภาพที่เขาเห็นเบื้องหน้าทำให้จิตใจของเขาเกิดอาการสั่นสะท้านอย่างรุนแรง


            จอมปีศาจกำลังกางปีกมังกรร่อนสู่พื้นอย่างนิ่มนวล ในมือของเขากำลังโอบอุ้มยูริในท่าเจ้าสาวมันทำให้หน้าของเธอแดงก่ำ เมื่อทั้งสองลงสู่พื้นดินจอมปีศาจปล่อยมือทันทีไม่ทันให้ยูริได้ตั้งตัว ก้นของเธอกระแทกพื้นอย่างรุนแรง “ตุบ!!”


            “โอ้ยย!! ค่อยๆ ปล่อยก็ได้”

            “ดีกว่าปลิวไปตาย! อีกอย่างตัวเจ้าก็หนักข้าเมื่อย!!”


            คำว่าหนักดังก้องในใจยูริมันคือคำต้องห้ามของหญิงสาว เธอจ้องมองจอมปีศาจอย่างโกธรเคืองก่อนจะไปรวมตัวกับมาคัส จอมปีศาจกำคาตานะในมือแน่น เตรียมเข้าบุกจู่โจมมามอนร่ายเวทย์วงแหวนสีม่วงปรากฏ เงาสีดำเป็นเส้นสาย มันเข้ารวบรัดร่างของจระเข้ยักษ์ไร้หัวที่ตกตายไปแล้วทั้งสองตัว


            ร่างของมันทั้งสองสั่นไหวก่อนจะคืบคลานมายังด้านหน้าของมามอนพร้อมกับนักรบกระดูกอีก สิบแปดตน ยูริจับม้วนอันเชิญแน่นวงเวทย์หมุนวนอย่างรวดเร็ว จิ้งจอกเงินและหมาป่าสีทองปรากฏร่างอีกครั้งมาคัสกุมดาบใหญ่ในมือแน่น เขาปลดปล่อยทักษะของนักดาบแขนของเขาทั้งสองข้างปรากฏเส้นเลือดปูดพอง


            พวกเขาทั้งสี่พุ่งทะยานเข้าหาจ้าวบึงคนละทิศคนละทาง โฉบเฉี่ยวจ้าวบึงไปมา เพื่อหาโอกาสเข้าโจมตีจ้าวบึงแสดงสีหน้าอันเบื่อหน่าย จระเข้ยักษ์ทั้งสองที่มามอนอัญเชิญออกมา จ้าวบึงได้เหยียบย้ำไปที่พวกมันทันทีศพของพวกมันต่างแตกกระจายออกจากกันพวกจอมปีศาจไม่ต่างอะไรกับแมลงที่บินไปมาน่ารำคาญ เพียงจ้าวบึงโบกมือไปมา แรงลมพัดร่างของพวกเขาปลิวกระเด็นออกไป


             กลุ่มของจอมปีศาจต่างไถลไปตามพื้นเป็นทางยาว เมื่อจ้าวบึงเหลือบมองมายังพวกจอมปีศาจในกลุ่มของพวกเขาไม่มีจอมปีศาจอยู่ ทันใดนั้นเองจอมปีศาจปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าคาตานะในมือสั่นไหวทิ้งดิ่งลงมาเป็นสายทางยาว ปลายคาตานะอันแหลมกำลังเล็งที่ดวงตาของมัน


            “เพลงดาบจันทราดาราร่วงโรย!!”


            เสียงหวีดหวิวกระชากผ่าผ่านสายลมปรากฏเปลวไฟล้อมรอบจอมปีศาจ จ้าวบึงมรณะเห็นท่าไม่ดีพยายามยกแขนอันใหญ่ขึ้นมาบดบัง“เปรี้ยงง!!!” เสียงปะทะอันดังกึกก้อง ส่องแสงสว่างไสวไปทั่วบึงเกาะเหล็กตรงข้อมือจ้าวบึงแตกร้าวร่วงหล่นสู่พื้น “ตูม!!”น้ำหนักของมันทำให้เกิดเสียงดังสนั่น จ้าวแห่งบึงมรณะสามารถปัดป้องได้ทันท่วงที


            ปรากฏบาดแผลที่ท่องแขนของจ้าวบึงเลือดของมันไหลซึมออกมา ดวงตาของจ้าวบึงเบิกกว้าง ไม่คาดคิดว่ามนุษย์ตัวเล็กๆสามารถฝากรอยแผลให้แก่เขาได้ มาคัสเห็นว่าจ้าวบึงกำลังตกอยู่ในภวังค์จึงพุ่งทะยานเข้าอย่างรวด มือทั้งสองข้างจับดาบใหญ่แน่นขนัดมาคัสสะบัดฟาดฟันลงไปที่ข้อพับเข่าพอดี


            “ปัง!!”


            เสียงดาบใหญ่ปะทะอย่างรุนแรงดาบในมือมาคัสสั่นไหว ผิวหนังของจ้าวบึงมรณะแข็งดุจหินผาดาบใหญ่ของมาคัสไม่สามารถสร้างบาดแผลให้จ้าวบึงได้ จ้าวบึงหลุดจากอาการภวังค์มันเหลือบมาคัสอย่างเครียดแค้น หางอันใหญ่โตของจ้าวบึงฟาดใส่มาคัสอย่างรวดเร็วในระยะของหางที่อยู่ใกล้ มาคัสไม่สามารถหลีกหนีได้ทัน ดาบในมือเปลี่ยนท่าทีมาเป็นป้องกัน


            มามอนกระแทกฝ่ามือลงพื้นดินซากศพกลายเป็นกำแพงด้านหน้ามาคัสทันที “เปรี้ยง!!”เสียงปะทะสนั่นไหวหวั่นกำแพงซากศพแตกกระจาย มาคัสกระเด็นไถลไปตามพื้น กำแพงซากศพไม่สามารถป้องกันการโจมตีของจ้าวบึงได้แต่มันก็ช่วยลดความรุนแรงได้อย่างมาก “อั๊ก!!”มาคัสกระอักเลือดคำใหญ่ ถึงเขาจะไม่ตายแต่ก็เสียพลังไปเยอะพอควร มาคัสพยักหน้าให้มามอนเพื่อแสดงความขอบคุณเขาหยิบยาในช่องมิติขึ้นมาดื่มกินทันที


            จ้าวบึงมรณะเหลือบมองมาทางจอมปีศาจมันเกร๊งกล้ามเนื้อแน่นคาตานะทีฝังลงในท่อนแขนของมันแข็งค้างจอมปีศาจไม่สามารถดึงมันออกมาได้ จ้าวบึงเงื้อมมือขึ้นสูงตะปบลงไปทางจอมปีศาจทันที“เปรี้ยง!!” เสียงตบดังสนั่นคาตานะทะลุท่อนแขนลงปักสู่พื้นจมมิดเหลือเพียงแค่ที่จับที่โผล่ออกมาจากดินในช่วงเสี้ยววินาทีก่อนที่ฝ่ามือจ้าวบึงจะปะทะจอมปีศาจใช้ทักษะเคลื่อนพริบตาหลบหลีกได้ทัน


            จ้าวบึงมองดูที่ท่อนแขนเกิดเป็นบาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น เพียงแค่เกร็งกล้ามเนื้อ เลือดก็หยุดไหลทันที ขณะนั้นเองปรากฏสัตว์อสูรทั้งสองฝั่งเข้าลอบกัดที่คอของจ้าวบึงอย่างรวดเร็ว เลือดแตกกระจายออกมาเป็นสาย  แต่กลับไม่ใช่เลือดของจ้าวบึง ฟันของสัตว์อสูรทั้งสองต่างหลุดร่วงท่ามกลางเสียงกรีดร้องของพวกมัน  ผิวของจ้าวบึงไม่ปรากฏบาดแผลแต่อย่างใดมันคว้าจับสัตว์อสูรทั้งสองอย่างรวดเร็ว ยูริดวงตาลุกโพรงทันที


            จ้าวบึงมรณะเหวี่ยงแขนสุดกำลัง ปาสัตว์อสูรทั้งสองกระแทกสู่พื้นอย่างรวดเร็วสัตว์อสูรทั้งสองกระแทกพื้นอย่างรุนแรงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว “ตูมม!!”กลุ่มควันฟุ้งกระจายไปทั่ว เวลาผ่านไปไม่กี่ลมหายใจกลุ่มควันเริ่มจางหาย  ซากศพของสัตว์อสูรทั้งสองปรากฏขึ้นให้เห็นสภาพของมันแต่ละตัว แหลกเละเป็นกองเดียวกันจนไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของตัวใด


            มาคัสเหลือบมองไปทางยูริทันทีกลัวว่ายูริจะใช้ทักษะผสานเลือด ภาพที่เห็นทำให้เขาโล่งใจแม้ยูริจะนั่งร้องไห้ที่เสียสัตว์อสูรไป แต่เธอไม่ได้ใช้ทักษะผสานเลือดเธอจึงไม่ตายตามพวกมัน มามอนยังคงเรียกนักรบโครงกระดูกอย่างต่อเนื่องพวกมันต่างตกตายเพียงแค่การโจมตีเพียงครั้งเดียวของจ้าวบึง ขวดยาฟื้นพลังมานากองอยู่บนพื้นหลายขวด


            จอมปีศาจพุ่งลงสู่พื้นดินกระชากคาตานะกลับคืนมาสู่มือ พุ่งทะยานฟันที่ท่อนขาจ้าวบึงอย่างรวดเร็ว “เปรี้ยงง!!” เสียงดังสนั่นท่ามกลางความตกตะลึงของจอมปีศาจ ผิวหนังของจ้าวบึงไม่สะทกสะท้านปรากฏเพียงแค่ร่องรอยจางๆจ้าวบึงเหล่มองที่จอมปีศาจ หมัดของมันพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว จอมปีศาจไหวตัวทันหลบหลีกอย่างว่องไวจ้าวบึงจึงต่อยไปยังพื้นดินสุดแรง


            ปรากฏเป็นแอ่งหลุมลึกพื้นดินแตกแยกออกจากกัน ทุกคนในกลุ่มของจอมปีศาจกำลังยืนหอบหายใจถี่เวลาผ่านไปนานพวกเขาไม่สามารถสร้างบาดแผลแก่จ้าวบึงได้ มีเพียงแค่บาดแผลที่จอมปีศาจทิ่มแทงที่ท่อนแขนของมันสำหรับจ้าวบึงแล้วแผลนี้ไม่ต่างอะไรจากไม้จิ้มฟันทิ่ม


            “ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าพวกแมลงน่ารำคาญข้าเริ่มจะเบื่อพวกเจ้าแล้ว มาทำให้ข้าสนุกกว่านี้หน่อย ฮ่าฮ่าฮ่า”

            “บัดซบ!!ร่างกายของมันแข็งแกร่งเกินไป พวกเราทำอะไรมันไม่ได้เลย”

            “เพราะใต้ม่านพลังนี้แท้ๆจอมปีศาจริชเตอร์ กับมามอนเลยใช้เวทย์ไม่ได้”


            มาคัสและยูริกำลังบ่นกับการโจมตีที่ไม่สามารถทำร้ายจ้าวบึงได้ คำพูดของยูริทำให้จอมปีศาจคิดอะไรได้บางอย่าง จอมปีศาจหรี่ตามองม่านพลังรอยร้าวที่ปรากฏให้เห็นทำให้เขาเริ่มมีรอยยิ้มอันชั่วร้ายภายใต้หน้ากากเขากุมคาตานะในมือแน่น พุ่งทะยานเข้าหาจ้าวบึงอย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างของจอมปีศาจจะถึงจ้าวบึงเขาได้หายไปในพริบตา


            “”เพลงดาบจันทราล่องนภา”


            จ้าวบึงยกแขนทั้งสองข้างขึ้นป้องกันดวงตาเส้นแสงสีเหลืองพุ่งเข้าหาจ้าวบึงก่อนจะผ่านเลยไป ท่ามกลางความสงสัยของทุกๆคนในกลุ่ม แม้แต่จ้าวบึงก็เช่นกัน จอมปีศาจปรากฏกายขึ้นเหนือท้องฟ้า บริเวณที่มีรอยร้าวบนม่านพลังท่วงท่าล่องนภาตวัดโจมตีใส่ม่านพลังไม่ขาดสาย


            “บรึ้ม! บรึ้ม! บรึ้ม!!”

            “เพล้งง!!!”


            เสียงระเบิดดังละขอบฟ้าม่านพลังเวทย์แตกร้าวไปทั่ว ก่อนที่มันจะร่วงหล่นสู่พื้นดิน เศษม่านพลังที่แตกออกกระทบแสงจันทร์เป็นประกายระยิบระยับ จอมปีศาจโยนคาตานะเข้าสู่ช่องมิติแล้วหยิบไม้เท้าเวทย์ออกมา ท่ามกลางสายตาที่แดงก่ำ ความรู้สึกบางอย่างจากจอมปีศาจส่งผลไปให้จ้าวแห่งบึงมรณะรู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัวจอมปีศาจสบถออกมาหนึ่งประโยคความหวังในจิตใจของกลุ่มจอมปีศาจปรากฏขึ้นอีกครั้ง


            “หมดเวลาของเจ้าแล้วจ้าวบึง!!”

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ ที่คุณอ่าน