บทที่ 9
ร้านค้าความดี
[ ปลดล็อกร้านค้าความดี ]
เสียงภายในหูดังขึ้น ภาพอันเลือนลางปรากฏขึ้นภายในหัวของซูฉี นางรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่ตอนนี้ตนเองไม่สามารถควบคุมได้
มีภาพปริศนาพวกนั้นปรากฏขึ้นมาภายในหัวอย่างต่อเนื่อง
[ การเข้าถึงร้านค้าความดี ]
[ แต้มความดีที่ท่านมีอยู่ในตอนนี้คือห้าแต้ม ]
[ เงื่อนไขแรกในการแลกใช้งานร้านค้าความดี สามารถแลกเปลี่ยนได้เพียงแค่พลังิญญา ]
ข้อความนั้นปรากฏขึ้นมาภายในหัว มันเป็ภาพอันเลือนลางที่ปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซูฉีประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
‘ อะไรกันพลังิญญาอย่างงั้นรึ… ’
‘ ภาพที่ปรากฏขึ้นภายในหัวนี่มันอะไรกัน ’ ที่ผ่านมาภาพที่ปรากฏขึ้นมามันปรากฏขึ้นมาอย่างเลือนลาง
ในตอนนี้ภาพพวกนั้นค่อยๆปรากฏเด่นชัดเจนมากขึ้น มันไม่เคยปรากฏข้อความมากขนาดนี้ ซูฉีใช้ดวงตากวาดไปมองบริเวณรอบๆ
ท่ามกลางสถานการณ์ที่วุ่นวาย นางดึงสติของตนแล้วก็ลากร่างลี่ถังเข้าไปริมทาง ‘ พลังิญญาสิ่งที่เหมือนกับพลังชีวิตของมนุษย์ ’
‘ ภายในนิยายบุปผาซ่อนเร้นไม่ใช่นิยายรักย้อนยุคธรรมดาทั่วไป แต่ภายในนิยายเื่นี้มีสิ่งที่เรียกว่าพลังิญญา ’
‘ พลังิญญา เป็สิ่งที่สามารถช่วยได้ แต่ว่าพลังิญญาคนที่สามารถใช้ได้มีแต่ผู้ที่ฝึกฝนและผู้ที่มีพลังิญญาั้แ่กำเนิดเท่านั้น ’
‘ ตัวของเราจะสามารถใช้ได้อย่างนั้นหรอภายในนิยายเื่นี้คนที่สามารถใช้พลังิญญาได้มีน้อยจนนับนิ้วได้ ’
ภายในใจเกิดความกระวนกระวาย ร่างของบ่าวรับใช้คนสนิทที่กำลังาเ็สาหัสหลังจากรับดาบแทน
ในตอนนี้ลี่ถังทนไม่ไหวแล้วสภาพของนางในตอนนี้กำลังอยู่ในภาวะวิกฤต ถ้าปล่อยไว้อีกสักพักนางคงจะได้เสียเืมากจนตายอย่างแน่นอน
ซูฉีหมดหนทางจำเป็จะต้องพึ่งในสิ่งที่ตนเองไม่คาดคิด ภาพที่ปรากฏขึ้นภายในหัว นางพับปิดดวงตาทั้งสองข้างลง
สมาธิของตนนั้นเพ่งสมาธิเข้าไปภายในห้วงความคิด แม้ว่าจะไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนแต่นางคาดหวังว่าจะให้มีปาฏิหาริย์ปรากฏขึ้นจริงๆ
ทันใดนั้นเองแสงสว่างวูบหนึ่งปรากฏขึ้นภายในห้วงภวังค์ พร้อมกับข้อความปริศนาที่ปรากฏขึ้นมา
[ ท่าน้าจะใช้แต้มความดีทั้งหมดแลกพลังิญญาใช่หรือไม่ ]
ข้อความปรากฏขึ้นมา ซูฉีได้แต่พยักหน้าตอบกลับส่งเสียงอย่างหนักแน่น “ ใช่!!! ”
[ ยืนยันการแลกเปลี่ยนพลังิญญา ใช้แต้มความดีทั้งหมดในการแลกเปลี่ยน ]
หลังจากที่สิ้นสุดข้อความนั้นปรากฏ มีบางอย่างปรากฏขึ้นมาแสงสว่างวูบนึงมันค่อยๆสว่างวาบไปทั่วทั้งห้วงภวังค์แห่งความคิด
ซูฉีนางััได้ว่ามีพลังสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากกลางหน้าอก ในตอนนี้ราวกับว่าเส้นเืและเส้นชีพจรทั่วทั้งร่างกายตอบสนองกับพลังิญญาอันน่าเหลือเชื่อ
นางไม่เคยรู้สึกเปี่ยมล้นไปด้วยพลังมากขนาดนี้ นี่เป็ครั้งแรกที่สามารถััได้แบบนี้ หนึ่งฝ่ามือยื่นไปด้านหน้าเพลงสมาธิล่ะลองปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ภายในร่างกายออกไป
พรึบ!!! มันได้ผลมีออร่าแสงสว่างเล็กๆเปล่งประกายออก มันปกคลุมแผลที่แผ่นหลังของลี่ถัง ตอนนี้แผ่นหลังลี่ถังแผลขนาดใหญ่ที่มีเืจำนวนมากไหลออกมาค่อยๆหยุดลง
ซูฉีตกตะลึงกับสิ่งที่พบเจอเช่นเดียวกัน แต่ว่านางจำเป็ต้องเพ่งสมาธิและปลดปล่อยมันออกไปเรื่อยๆ
สักพักแผลที่อยู่บนแผ่นหลังทุเลาเบาบางลง ความเ็ปที่เคยแทรกแซงไปทั่วทั้งร่างกายและปรากฏออกมาจากใบหน้าลี่ถังในตอนนี้มันค่อยๆจางหายไป
พลังิญญาทำให้เืที่ไหลออกมาจากาแหยุดลง ซูฉีแทบจะะโขึ้นอย่างรวดเร็ว มุมปากปรากฏรอยยิ้ม
ภายในใจเปี่ยมล้นไปด้วยความปิติยินดี มองเห็นผู้ติดตามของตนเองผู้นี้รอดพ้นความตายมาได้
ซูฉีไม่มีเวลาคิดมาก ในตอนนี้จำเป็จะต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์ในตอนนี้ก่อน เกี่ยวกับเื่พลังิญญาที่สามารถใช้ได้นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะมาคิดหาคำตอบในตอนนี้
ซูฉีดึงร่างของผู้ติดตามขึ้นและก็รีบนำนางออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
พวกชนเผ่าพวกนั้นมุ่งตรงไปที่สถานที่หลบซ่อนของเหล่าผู้คน ในตอนนี้สถานที่แห่งนั้นคงจะไม่ปลอดภัยอีกแล้ว
ซูฉีนำพาบ่าวรับใช้ของตนเองมุ่งตรงไปหาสถานที่ปลอดภัยท่ามกลางความวุ่นวายและความอลหม่าน
ภายในเมืองปกคลุมไปด้วยกลิ่นเืและก็เสียงกรีดร้อง ท้องนภาบริเวณ้าถูกปกคลุมไปด้วยควันสีดำ
ภายในเมืองแห่งนี้โดนรุกรานโดยชนเผ่าชายแดน พวกมันบุกเข้ามาทำการฆ่าฟันเหล่าชาวเมือง ปล้นชิงของและเสบียง ไม่เพียงเท่านั้นยังทำการเผาสิ่งก่อสร้างต่างๆภายในเมืองอีกด้วย
ในตอนนี้ทุกคนภายในสถานที่แห่งนี้ต่างพากันหนีตายเอาชีวิตรอด ทหารที่มีกำลังอยู่ประมาณหกถึงเจ็ดร้อยคนไม่สามารถต้านทาน
พวกชนเผ่าชายแดนพวกนี้พวกมันมีความแข็งแกร่งเป็อย่างมาก รุกรานเข้ามาภายในเมืองพละกำลังและความชำนาญในการทำาแตกต่างจากพวกทหารที่รักษาการเมือง
ทหารรักษาการเมืองไม่สามารถต้านทานได้ ทุกอย่างตกเข้าสู่ห้วงภวังค์แห่งความวุ่นวาย
ซูฉีร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่น นางพาบ่าวรับใช้ที่าเ็ของตนเองมุ่งตรงมาที่ซากสิ่งก่อสร้างที่พังทลาย
เพราะว่าอยากจะเอาชีวิตรอดสิ่งที่นางทำก็คือ นางนำเอาตนเองและบ่าวรับใช้เข้าไปนอนกองกับซากปรักพักพังพวกนั้น
พวกนางเป็เพียงแค่สตรีตัวเล็กๆ นอนจมกองซากสิ่งก่อสร้างใช้พวกเศษไม้และเศษดินทำการปกปิด
นี่เป็หนทางเดียวที่จะสามารถเอาชีวิตรอดจากสถานที่แห่งนี้ ในระหว่างหลบซ่อนอยู่ภายใต้สิ่งก่อสร้างที่พังทลาย
เสียงกรีดร้องและความทรมานของเหล่าผู้คนดังขึ้น มันหลอกหลอนเข้าไปภายในหัวของซูฉี
วันเวลาดำเนินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายที่าเ็เหนื่อยล้า บ่าวรับใช้ที่อยู่ภายในอ้อมแขนอาการไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ท้องนภา้าเริ่มมืดมิด หนึ่งนายหนึ่งบ่าวนอนจมอยู่ใต้กองซากสิ่งก่อสร้าง ร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงท้องของทั้งสองส่งเสียงร้องคำรามอย่างหิวโหย
ซูฉีภายในใจหมดหวัง นางรู้สึกว่าเหตุใดนางต้องมาพบเจอเหตุการณ์แบบนี้ด้วย ผ่านไปหลายชั่วยามแล้วพวกชนเผ่าพวกนั้นบุกรุกรานเข้ามาใน่ยามเช้า
ตอนนี้ท้องนภา้าเต็มไปด้วยความมืดมิด ร่างของทั้งสองถูกกัดกินด้วยความเ็ป ความหนาวเหน็บในยามราตรี และความหิวโหย
ผู้คนภายในเมืองเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ในขณะที่ภายในเมืองแห่งนี้กำลังจะถึงจุดจบ มันถูกยึดครองโดยชนเผ่าพวกนี้มาหลายชั่วยามแล้ว
พวกคนพวกนี้นำสตรีที่จับได้ไปกระทำย่ำยี ส่วนพวกทหารที่เป็คนต่อต้านพวกมันก็สังหารจนหมด
เมืองแห่งนี้คงจะถึงการจบสิ้น ซูฉีและบ่าวรับใช้ที่นอนอยู่ใต้ซากสิ่งก่อสร้าง ทั้งสองคิดว่าอย่างไรเสียตนเองก็ไม่รอดออกจากสถานที่แห่งนี้
ทันใดนั่นเองยามตกดึก ความเย็นแทรกแซงเข้าิัและปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ ผู้ใดจะคาดคิดห่างออกไปนอกเมือง
กลุ่มอาชาเกราะเหล็กกลุ่มใหญ่พุ่งทะยานเข้ามาจากทางประตูเมืองอย่างรวดเร็ว ธงสีดำปลิวไสวไปมาภายในความมืด แสงไฟสว่างไสวคล้ายคลึงแสงแห่งความหวัง
กลุ่มทหารปริศนาปรากฏกายขึ้นท่ามกลางความเงียบและความมืดมิด กระบี่มากมายพุ่งทะยานหันเข้าสู่พวกชนเผ่าปริศนาที่กำลังคร่าชีวิตผู้คน
คนพวกนี้คือทหารเกราะดำ
ซูฉีและลี่ถังที่นอนอยู่ใต้ซากสิ่งก่อสร้างที่เสียหาย ทั้งสองกำลังจะหมดสติ ร่างกายไม่สามารถขยับได้
ซูฉีประคองสติเฮือกสุดท้ายของตน มองเห็นว่าบ่าวรับใช้ผู้นี้ทนพิษาแไม่ไหวหลับไหลไปเรียบร้อยแล้ว
นางคงสติเฮือกสุดท้ายเอาไว้ได้ดวงตามองตรงไปด้านหน้าสิ่งที่พบเห็นกลับเป็ร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้น
ใช้ฝ่ามือยกซากไม้ซากหินที่ทับร่างของนางออก อุ้มสตรีที่มีท่าทีอิดโรยเอาไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินออกจากสถานที่แห่งนี้
ซูฉีสติเลือนลางมองเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นไม่ชัดเจน ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็ผู้ใดกันแน่
จบบท