นายหน้าพามาดูบ้านพลางอธิบายลักษณแต่ละหลัง
"ด้านหน้าเป็โรงเตี๊ยมเก่า 2 ชั้น ประตูหน้าโรงเตี๊ยมเป็บานกว้างเปิดจนสุดทำเลอยู่ใกล้ตลาดเหมาะค้าขายได้หลายอย่าง มีประตูใหญ่ด้านข้างให้รถม้าเข้า-ออกได้ มีคอกม้า ห้องครัวและห้องเก็บฟืนอยู่ด้านหลัง ถัดเข้าไปด้านในมีลานบ้านและมีกำแพงกั้นระหว่างโรงเตี๊ยมกับบ้านด้านหลังเพื่อแยกเป็สัดส่วนหลังนี้ราคา 5000 ตำลึง เพราะได้ทั้งโรงเตี๊ยมใหญ่และบ้านด้านใน 5 ห้องนอน
หลังที่ 2 อยู่ใกล้สำนักศึกษา เป็ร้านขายยาเก่า เ้าของย้ายไปอยู่กับลูกที่เคยเรียนในสำนักศึกษาแล้วสอบจอหงวนได้ในเมืองหลวง ขายราคา 3,500 ตำลึง เพราะร้านขายยาเป็ชั้นเดียวและพื้นที่ไม่ใหญ่มาก ส่วนตัวบ้านด้านในมี 6 ห้องนอน 1 โถง ครัวแยก ตัวบ้านจะกว้างกว่าหลังแรก
หลังที่ 3 เป็ร้านขายผ้า ทำเลใกล้ตลาดแต่อยู่ด้านท้ายตลาด ขายรวมสินค้าในร้านด้วย ร้านผ้าเป็ 2 ชั้น ชั้นบนไว้เก็บผ้าพับและปักผ้า ชั้นล่างไว้วางสินค้าสำเร็จรูป ตัวบ้านมีกำแพงกั้นและมีลานบ้านทั้งหลังร้านและหน้าบ้านพัก บ้านมี 6 ห้องนอน ขายราคา 4,500 ตำลึง ท่านดูแล้วชอบหลังไหนขอรับ ราคาต่อรองได้นิดหน่อย"
หลิงหลิงมองหน้าหลงเฟยพลางครุ่นคิด
"ท่านพี่ว่าหลังไหนดีเ้าคะ หรือเราจะกลับไปปรึกษากันที่บ้านก่อน"
หลงเฟยพยักหน้าทันทีและกล่าวลานายหน้าพลางนัดแนะวันที่จะเข้ามาอีกที
หลงเฟยและหลิงหลิงพาลูกๆไปเลือกซื้อข้าวสาร แป้ง และธัญพืชก่อนจะสั่งซื้อจำนวนมากให้เพียงพอ 3-4 เดือน แล้วบอกว่าเกวียนวัวจะมาขนอีกทีจึงฝากไว้ก่อน พร้อมเก็บใบสั่งซื้อไว้
หลิงหลิงแวะร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูปและซื้อให้ทั้งครอบครัวคนละ 5 ชุดเพราะเดี๋ยวหลิงหลิงตัดเย็บเสร็จก็จะมีชุดเพิ่ม รวมทั้งซื้อรองเท้าใหม่ ทุกคนเปลี่ยนทั้งเสื้อผ้าและรองเท้าทันทีหลังจ่ายเงิน พอทั้งครอบครัวเปลี่ยนชุดใหม่แล้วทำให้ดูมีสง่าราศรีขึ้นมาก เด็กๆดูเหมือนคุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่เลยทีเดียว
เกือบบ่ายแล้วทั้งครอบครัวมัวแต่เดินเที่ยวเพลิดเพลินจนลืมทานอาหารเที่ยงจึงชวนกันเข้าเหลาอาหาร
พอเดินเข้าไปในร้านก็มีคนล้มลงตรงหน้า หลงเฟยรีบเอาตัวมาบังด้านหน้าหลิงหลิงและลูกๆ คนที่ล้มลงเป็ชายหนุ่มอายุราว 16-17 ปี หน้าตามีรอยเขียวคล้ำเหมือนโดนต่อย มุมปากมีเืไหลเล็กน้อย
"ข้าไม่ได้ขโมยเงินท่าน เหตุใดจึงไม่เชื่อ ไหนล่ะหลักฐานบอกว่าข้าขโมย"
"เ้าน่าสงสัยที่สุด พยานก็ไม่มี ต้องเป็เ้า!!!"
"ท่านลำเอียง เชื่อผู้อื่นทั้งที่ข้าทำงานให้ท่านมานาน คนมาใหม่เ่าั้ย่อมช่วยกันปกปิดความผิดแล้วรวมหัวกันซัดทอดให้ข้า"
"หากไม่เชื่อข้าไปที่ว่าการกันหรือไม่ ให้มาตรวจสอบหาหลักฐาน"
ชายชราที่ยืนเถียงกับเด็กที่อยู่ตรงพื้นมือไม้สั่นชี้หน้าไล่เด็กหนุ่มทันที
"เ้าออกไปจากร้านข้า ข้าไล่เ้าออก จะไปที่ว่าการให้เสียชื่อเสียงทำไม ไป ออกไป"
เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วเดินผ่านครอบครัวหลิงหลิงไป หน้าตาบวมช้ำนั้นมีน้ำตาคลอเล็กน้อยแต่ดวงตาก็แข็งกร้าวไม่อ่อนข้อ หลิงหลิงเห็นแล้วก็คิดว่าถ้าคนผู้นี้เป็คนร้ายคงไม่กล้าท้าทายให้ไปแจ้งที่ว่าการเช่นนี้แน่