เมื่อเผชิญหน้ากับความเอาแต่ใจของหลี่ตงเหลียนช่างเหยียนจำต้องหันไปมองเด็กสาวที่ยืนร้องไห้อยู่ข้างๆ แล้วตวาดเสียงเข้ม“เธอเรียนมายังไงกัน? อยู่ที่นี่มาปีหนึ่งแล้วก็ยังเรียนไม่รู้เรื่องงานเล็กๆ แค่นี้ก็ยังทำไม่ได้เงินเดือนเดือนนี้ของเธอเอาไปหักชดเชยให้สหายหลี่ตงเหลียนไปเลย”
“ช่างเหยียนคะ ฉันพยายามอย่างเต็มที่แล้วจริง ๆ ค่ะอย่าหักเงินเดือนฉันเลยนะคะ? เงินเดือนฉันแค่ห้าหยวนหักออกไปก็ไม่เหลืออะไรแล้วนะคะ” เด็กสาวมองช่างเหยียนพลางอ้อนวอนเมื่อเห็นสายตาของช่างเหยียนและหลี่ตงเหลียนมองมา เด็กสาวก็กล่าวเสียงสะอื้น“หักแค่ครึ่งหนึ่งได้ไหมคะ? เหลือให้ฉันสักครึ่งหนึ่งก็ยังดี…”
“เงินแค่นี้ยังชดเชยความเสียหายไม่ได้เลยด้วยซ้ำยังจะหน้าด้านต่อรองเหลือแค่ครึ่งหนึ่ง เธอคิดว่าฉันจะยอมเหรอ?” หลี่ตงเหลียนสวมชุดกระโปรงผ้าเดครอนสีขาว ซึ่งขับผิวของเธอให้ดูขาวผ่องใบหน้าอ่อนเยาว์ ขณะนี้คิ้วเรียวของเธอก็ขมวดมุ่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ข้างกายหลี่ตงเหลียนยังมียืนชายคนหนึ่งสวมสูทจงซานสวมนาฬิกาข้อมือ ดูจากท่าทางแล้วน่าจะอายุราวๆ ยี่สิบห้าปีสูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร ชายคนนั้นกระดิกขาไปพลางมองเด็กสาวด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ แล้วกล่าวเสียงดุ “อย่าคิดว่าร้องไห้ฟูมฟายแล้วจะจบนะ!เธอทำผ้าที่ฉันซื้อมาให้ว่าที่เจ้าสาวของฉันเสียหาย ยังมีหน้ามาร้องไห้อีกเหรอ?ไม่ต้องพูดมากแล้ว! ชดใช้มาซะ!”
เด็กสาวถูกพูดใส่จนหมดกำลังจะเถียงได้แต่ก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ในเมื่อผ้าผืนนี้ดีเยี่ยมขนาดนั้น แล้วทำไมถึงเอามาให้เด็กฝึกงานทำเล่า?”
ในตอนนั้นเองก็มีเสียงสดใสของหญิงสาวดังขึ้น
หลี่ตงเหลียนหันกลับไปมองก็เห็นเพียงร่างอันบอบบางงดงามก้าวเดินเข้ามา หญิงสาวมีใบหน้างดงามล่มเมืองราวกับนางฟ้าที่หลุดออกมาจากภาพวาด งดงามจนแทบจะทำให้เธอตาพร่า
หลี่ตงเหลียนตกตะลึงหนักอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งในความงามของอีกฝ่าย หญิงสาวคนนี้คือใครกันนะ?ทำไมถึงได้สวยงามเช่นนี้!
ฉับพลันหลี่ตงเหลียนก็รู้สึกว่าใบหน้าตรงหน้าคุ้นเคยอย่างยิ่งเธอครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะจำได้ว่าคือใคร ซูเจียวเจียว!
“คุณคือยุวชนซูงั้นหรือ?”
หลี่ตงเหลียนมองเธอดวงตาเรียวหรี่ลงเต็มไปด้วยความริษยา
ก่อนหน้านี้หลี่ตงเหลียนเคยรู้สึกว่าซูเจียวเจียวสวยแต่ไม่คิดว่าเมื่อซูเจียวเจียวตั้งใจแต่งตัวแล้วจะสวยงามถึงเพียงนี้!
รูปร่างผอมเพรียวใบหน้าสวยงามอ่อนช้อย และอุปนิสัยอันโดดเด่นไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ไม่เหมือนชาวนาชนบทเลย กลับเหมือนคนเมืองเสียมากกว่า
ส่วนเธอที่ทำงานอยู่ในเมืองมาตลอดเมื่ออยู่ต่อหน้าซูเจียวเจียวแล้ว กลับดูเหมือนคนบ้านนอกไปโดยปริยาย
แม้แต่ชายหนุ่มข้างกายหลี่ตงเหลียนก็ยังจ้องมองจนตาค้างไม่คิดเลยว่าในตัวอำเภอเล็กๆ แห่งนี้จะมีหญิงงามถึงเพียงนี้!
เมื่อเห็นสีหน้าตะลึงลานของหม่าปั๋วเหวินที่อยู่ข้างกายหลี่ตงเหลียนพลันรู้สึกถึงภัยคุกคามอย่างรุนแรงในใจขณะเดียวกันก็พลันโล่งอกที่ซูเจียวเจียวออกเรือนไปแล้ว หากไม่เป็นเช่นนั้นหม่าปั๋วเหวินคงตกหลุมรักซูเจียวเจียวไปแล้ว แล้วจะมีที่ยืนสำหรับเธอได้อย่างไรเล่า!
เธอรู้ดีกว่าใครว่าฐานะทางบ้านตระกูลหม่าดีขนาดไหน!
ตระกูลหม่าเป็นเศรษฐีใหญ่ในตัวอำเภอบ้านพักอาศัยก็ใหญ่โตโออ่า แถมสถานะทางสังคมก็ยังดีเลิศ!
หลี่ตงเหลียนก้าวเท้าไปยืนขวางหน้าหม่าปั๋วเหวินโดยไม่ให้เขารู้ตัวบังสายตาของเขาไว้ เธอหันไปมองซูเจียวเจียว ใบหน้าฉีกยิ้มที่ดูแย่กว่าร้องไห้“ยุวชนซูมาที่นี่คนเดียวเหรอคะ? เซียวหยวนหมิงไม่ได้มาด้วยหรือ?พวกคุณสองสามีภรรยาออกมาเที่ยวตลาดนัดด้วยกันหรือคะ?”
เธอจงใจเน้นคำว่า‘สามีภรรยา’ อย่างชัดเจน
หม่าปั๋วเหวินที่อยู่ข้างกายเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเผยความเสียดายในแววตายุวชนซูที่เรียกขานผู้นี้แต่งงานแล้วเสียจริง ช่างน่าเสียดาย…
ซูเจียวเจียวมองตรงไปยังหลี่ตงเหลียนและช่างเหยียนในร้าน “เมื่อครู่ฉันได้ยินเรื่องที่พวกคุณพูดกันหมดแล้วค่ะช่างเหยียนคะ ในเมื่อคุณรู้ว่าหลี่จิ้งเซียนยังไม่มีความชำนาญทำไมถึงยังมอบผ้าผืนสำคัญนี้ให้เธอทำล่ะคะ?”
หลี่จิ้งเซียนเป็นลูกสาวของป้าหวังและยังเป็นน้องสาวของหลี่ต้าเฉวียนอีกด้วย
เมื่อปีก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีนหลี่จิ้งเซียนกลับมาบ้านห้าวัน แล้วก็รีบกลับเข้าเมืองไปตอนนี้เมื่อเห็นหลี่จิ้งเซียนถูกรังแก ซูเจียวเจียวจะทนได้อย่างไร
ป้าหวังไม่เคยปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเธอมาตลอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการปลูกผักและเลี้ยงไก่ ซึ่งเธอไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยแต่ป้าหวังเป็นคนสอนเธอเองทั้งหมดทำให้ลูกไก่สองตัวที่บ้านของเธอเลี้ยงจนโตขึ้นมากและผักในที่ดินส่วนตัวก็เติบโตได้ดีเป็นพิเศษ
ดังนั้นเมื่อเห็นหลี่จิ้งเซียนถูกรังแกในตอนนี้เธอจึงไม่อาจยืนอยู่เฉยๆ ได้
“ผม...ผมก็แค่อยากจะดูฝีมือของเธอเฉยๆ ครับ” ช่างเหยียนกล่าวเสียงอึกอักสายตาหลุกหลิกเล็กน้อย
เหยียนกุ้ยหรงที่กำลังแกะเมล็ดแตงโมอยู่หน้าโต๊ะจ่ายเงินพลางอุ้มลูกก็รีบหันหน้าหนีด้วยความรู้สึกผิด
หลี่จิ้งเซียนอ้าปากจะพูดหลายครั้งแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยออกมา
ซูเจียวเจียวเก็บสีหน้าของทุกคนไว้ในสายตาโดยไม่แสดงออกเธอหัวเราะเสียงใส “นำผ้าเดครอนชั้นดีมาลองฝีมือเด็กฝึกงานช่างเหยียนคะ เรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องที่คุณจะทำได้เลยนะคะ”
หลี่ตงเหลียนเม้มปาก“ถึงอย่างไร เสื้อผ้าที่เธอทำก็แย่จริงค่ะ! อีกอย่าง ดูตรงนี้สิคะตรงนี้ผ้าขาดแล้ว เห็นได้ชัดว่าเธอทำเสื้อผ้าของฉันเสียหายฉันไม่ต้องการชุดนี้แล้ว! ไม่ชดใช้เงินก็ได้ แต่ต้องชดใช้ผ้าผืนใหม่ให้ฉันผ้าของฉันเป็นผ้าเดครอนชั้นดีและมีราคาแพง คู่หมั้นของฉันตั้งใจซื้อมาจากตัวเมืองมณฑลให้ฉันโดยเฉพาะที่นี่หาซื้อไม่ได้หรอกค่ะ!” หลี่ตงเหลียนกล่าวอย่างเกรี้ยวกราด
ซูเจียวเจียวรับเสื้อผ้ามาดูเสื้อผ้าตัวนี้เป็นแบบธรรมดาตามสมัยนิยมก็จริง แต่ก็ไม่ได้มีข้อผิดพลาดอะไรเพียงแต่การเย็บในบางจุดค่อนข้างหยาบ อาจเป็นเพราะการเลาะแล้วเย็บซ้ำหลายครั้งทำให้ผ้าบางจนแทบขาด
จากนั้นซูเจียวเจียวก็พบว่าบางส่วนของการเย็บนั้นละเอียดมากเมื่อมองรอยเย็บที่หยาบกลับไม่ใช่ฝีมือคนเดียวกันทำเลยส่วนที่ผ้าบางจนแทบขาดนั้นเห็นได้ชัดว่าเกิดจากคนทำที่ไม่ชำนาญและมีฝีมือไม่ดีทำให้ทำเสียหาย
“จิ้งเซียน ด้านหน้าของชุดนี้ก็เป็นเธอทำเหรอ?” ซูเจียวเจียวถาม
หลี่จิ้งเซียนเมื่อเห็นว่ามีคนเข้าข้างตัวเองก็รีบส่ายหน้าพลางบอกความจริง “พี่เจียวเจียวคะด้านหน้าของชุดนี้ไม่ใช่ฉันทำค่ะ ช่างเหยียนเป็นคนทำส่วนด้านหลังก็ไม่ใช่ฉันทำเหมือนกันค่ะ เป็นสหายเหยียนกุ้ยหรงทำ…”
เหยียนกุ้ยหรงสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีแล้วกล่าว “เธอพูดเหลวไหลอะไร!ฉันไม่ได้แตะต้องชุดนี้เลยนะ!”
หลี่จิ้งเซียนกล่าว“ก็พี่นั่นแหละค่ะที่ทำ!เมื่อคืนฉันเห็นพี่ยืนเย็บผ้าด้วยจักรเย็บผ้าตรงนี้คนเดียวแล้วพี่ก็ทำเสียหายแล้วก็เลาะด้ายออก เลาะด้ายออกแล้วก็เย็บใหม่ฉันอยากจะเตือนพี่ว่าอย่าแตะต้องเสื้อผ้าที่ช่างเหยียนทำเอาไว้ไม่อย่างนั้นถ้าทำเสียหายแล้วจะยุ่งนะคะ แต่เมื่อก่อนฉันเตือนพี่ทีไรพี่ก็ดุฉันทุกที ฉันก็เลยไม่กล้าพูดแล้วค่ะเช้านี้พี่เอาเสื้อผ้าที่เสียหายตัวนี้มาให้ฉันช่วยซ่อมบอกว่าถ้าฉันไม่ซ่อมจะหักเงินเดือนฉันค่ะ”
“แต่ฉันฝีมือไม่ดี ต่อให้พยายามซ่อมเท่าไรก็ซ่อมไม่ได้หรอกค่ะ”
กล่าวจบหลี่จิ้งเซียนก็รู้สึกเสียใจจนทนไม่ไหว ยกมือขึ้นปาดน้ำตา ดวงตาแดงก่ำ
ช่างเหยียนตะลึงงันราวกับไม่คิดว่าคนที่ทำเสื้อผ้าเสียหายไม่ใช่หลี่จิ้งเซียน แต่เป็นเหยียนกุ้ยหรงลูกสาวสุดที่รักของตนเอง
เหยียนกุ้ยหรงตั้งใจจะแก้ต่างอยู่แล้วแต่เมื่อได้ยินซูเจียวเจียวพูดว่า “ฝีเข็มของแต่ละคนไม่เหมือนกันหรอกค่ะถ้าอยากรู้ว่าฝีเข็มบนเสื้อผ้าตัวนี้เป็นของใครก็ให้แต่ละคนลองเย็บเสื้อผ้าคนละตัวก็รู้แล้วค่ะ”