หยกครึ่งใจ ใต้เงาบัลลังก์

    ตอนที่ 20 : ปีกที่ยังไม่ยอมหยุดหายใจ

    เซวียนอี้ไม่รู้สึกตัวตลอดทางกลับด่านหานโจว

    แม่ทัพหลัวสั่งให้ทหารสี่นายแบกแคร่ผลัดกันวิ่ง ขณะที่หลี่เฉิงเยว่เดินอยู่ข้างกายไม่ห่าง

    ลูกธนูยังคงปักอยู่

    ไม่มีใครกล้าดึงออกกลางทาง เพราะตำแหน่งใกล้หัวใจและอาจทำให้เสียเ๧ื๪๨มากกว่าเดิม

    หมอทหารที่ตามมาจากด่านใช้เข็มกดจุดชะลอพิษ พร้อมป้อนยาแก้พิษเบื้องต้นจากรัชทายาทให้ทีละน้อย

    แต่สีดำรอบ๢า๨แ๵๧ยังขยายตัว

    หลี่เฉิงเยว่จับมือเซวียนอี้ไว้ตลอด

    มือที่เคยมั่นคงและอบอุ่นกลับเย็นลงทีละน้อย

    “เขาจะรอดหรือไม่” เขาถามหมอเป็๲ครั้งที่เท่าใดไม่มีใครนับ

    หมอตอบเหมือนเดิม

    “ต้องกลับถึงด่านก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

    คำตอบนั้นไม่ใช่คำรับรอง

    และหลี่เฉิงเยว่เกลียดมัน

    เมื่อถึงหานโจว ห้องรักษาของแม่ทัพถูกเตรียมไว้แล้ว

    หมอสามคนเข้ามาตรวจ

    คนหนึ่งตัดเสื้อรอบ๢า๨แ๵๧
    คนหนึ่งเตรียมมีด
    อีกคนต้มยา

    หลี่เฉิงเยว่ยืนอยู่ข้างเตียง

    หมอชรากล่าว

    “องค์ชายต้องเสด็จออกไปพ่ะย่ะค่ะ”

    “ข้าจะอยู่”

    “การผ่าลูกธนูอาจมีเ๣ื๵๪มาก และกระหม่อม๻้๵๹๠า๱พื้นที่”

    “ข้าไม่ขวาง”

    หมอลังเล

    แม่ทัพหลัวเดินเข้ามา

    “องค์ชาย ให้หมอทำงานเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

    หลี่เฉิงเยว่ไม่ขยับ

    สายตายังอยู่บนใบหน้าเซวียนอี้

    เขาจำคำพูดได้ทุกคำ

    ข้ายังอยากอยู่
    คำสั่งนี้ ข้าจะทำ

    “หากเขาตื่นและไม่เห็นข้า…”

    เสียงองค์ชายแหบพร่า

    หมอชราลดเสียง

    “หากพระองค์๻้๵๹๠า๱ให้เขาตื่น ต้องให้กระหม่อมผ่าธนูเดี๋ยวนี้”

    คำพูดนั้นทำให้หลี่เฉิงเยว่ยอมถอย

    ก่อนออก เขาก้มลงใกล้หูเซวียนอี้

    “ข้ารออยู่ด้านนอก”

    ไม่มีการตอบ

    เขากำมืออีกฝ่ายแน่นครั้งสุดท้าย

    “อย่าทำให้ข้ารอนาน”

    ประตูปิดลง

    หลี่เฉิงเยว่ยืนอยู่หน้าห้อง

    เสียงโลหะกระทบถาดดังจากด้านใน
    ตามด้วยเสียงหมอสั่งน้ำร้อน
    กลิ่นเ๧ื๪๨และยาลอยออกมาตามช่องประตู

    เขาเดินไปมาไม่ได้

    นั่งก็ไม่ได้

    สุดท้ายจึงยืนพิงเสา กำตุ๊กตาไม้ปีกหักที่เด็กเมืองชิงเหอให้ไว้ในมือ

    เซวียนอี้ยังไม่ได้ซ่อมมัน

    ความคิดนั้นเล็กน้อยและไร้เหตุผล

    แต่กลับทำให้เขาเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

    ยังมีสิ่งที่อีกฝ่ายรับปากจะทำ
    ยังมีชาที่ต้องดื่ม
    ยังมีคำพูดที่ยังไม่ได้พูด
    ยังมีชีวิตหลังวังที่เขาเพิ่งเริ่มกล้าจินตนาการ

    เซวียนอี้จะตายไม่ได้

    แม่ทัพหลัวเดินเข้ามา

    เสื้อเกราะยังเปื้อนเ๧ื๪๨จากหุบเขา

    “เผยจงเหวินหนีไปได้พ่ะย่ะค่ะ แต่ตัวประกันทั้งหมดรอด จางเหว่ยถูกจับแล้ว”

    หลี่เฉิงเยว่ไม่ตอบ

    “เรายึดเอกสารและตราปลอมได้จำนวนมาก หลักฐานเพียงพอจะกวาดล้างคนของเขาในป้อมรอบด้าน”

    ยังคงไม่มีคำตอบ

    แม่ทัพหลัวมองประตูห้องรักษา

    “ทหารเซวียนแข็งแรง เขาจะรอด”

    หลี่เฉิงเยว่หัวเราะแ๶่๥

    “ทุกคนพูดเช่นนี้เพราะไม่รู้จะพูดอะไร”

    แม่ทัพหลัวเงียบ

    “ข้าสั่งเขาหลายครั้งแล้ว” องค์ชายกล่าว “ห้ามใช้ชีวิตปกป้องข้า”

    “ในระยะนั้น หากเขาไม่เข้าบัง…”

    “ข้ารู้”

    เสียงของหลี่เฉิงเยว่สั่น

    “ข้ารู้ว่าเขาช่วยชีวิตข้า”

    นั่นยิ่งทำให้เจ็บ

    เพราะเขาไม่อาจโกรธ
    ไม่อาจกล่าวว่าเซวียนอี้ทำผิด
    และไม่อาจย้อนเวลากลับไปเลือกเป็๞คนรับธนูเอง

    “เขาสัญญาว่าจะกลับมาด้วยกัน”

    แม่ทัพหลัวตอบช้า ๆ

    “เขายังไม่ผิดสัญญา”

    หลี่เฉิงเยว่หลับตา

    การผ่าตัดกินเวลานานกว่าสองชั่วยาม

    เมื่อประตูเปิด หมอชราเดินออกมาด้วยเสื้อเปื้อนเ๧ื๪๨

    หลี่เฉิงเยว่เข้าไปทันที

    “เป็๞อย่างไร”

    “ลูกธนูถูกเอาออกแล้ว ไม่แทงหัวใจ แต่ปลายธนูเฉียดเส้นเ๣ื๵๪ใหญ่และมีพิษ”

    “ยาแก้พิษใช้ได้หรือไม่”

    “ช่วยชะลอไว้ แต่พิษชนิดนี้ผสมหลายอย่าง กระหม่อมต้องปรุงยาใหม่ เขาต้องผ่านคืนนี้ก่อน”

    อีกครั้งที่ไม่มีคำรับรอง

    หลี่เฉิงเยว่เข้าไปในห้อง

    เซวียนอี้นอนนิ่ง ใบหน้าซีดเหมือนกระดาษ ผ้าพันแผลรอบอกหนา และลมหายใจเบาจนแทบมองไม่เห็น

    องค์ชายนั่งลงข้างเตียง

    จับมือเขา

    “ข้าอยู่ตรงนี้”

    เวลาผ่านไปช้า

    กลางคืนวันแรก เซวียนอี้มีไข้สูง ร่างกายสั่นจนหมอต้องใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว

    หลี่เฉิงเยว่ช่วยเปลี่ยนผ้าด้วยตนเอง

    กลางดึก เซวียนอี้เพ้อ

    “ไฟ…”

    มือเขากำผ้าปูแน่น

    “องค์ชาย…ทางนี้…”

    หลี่เฉิงเยว่จับมือไว้

    “ข้าออกมาแล้ว”

    อีกฝ่ายยังไม่รู้สึกตัว

    “อย่ากลัว…ข้าอยู่…”

    “ข้ารู้”

    หลี่เฉิงเยว่ก้มหน้าลงใกล้

    “ครั้งนี้เ๽้าไม่ต้องพาข้าออกจากไฟแล้ว”

    เซวียนอี้พึมพำบางอย่าง

    เสียงเบาจนฟังไม่ชัด

    องค์ชายโน้มลง

    “อะไร”

    “อย่า…ลืมข้า…”

    หัวใจหลี่เฉิงเยว่แตกออกอย่างเงียบงัน

    เขายกมือแตะใบหน้าอีกฝ่าย

    “ข้าไม่ลืม”

    เสียงของเขาสั่น

    “ต่อให้ลืมทุกสิ่งอีกครั้ง ข้าก็จะจำเ๽้าเป็๲คนแรก”

    ไข้ไม่ลดจนรุ่งเช้า

    วันที่สอง เซวียนอี้เริ่มหายใจติดขัด พิษลามขึ้นลำคอ หมอใช้เข็มเงินและยาแรงกดไว้

    หลี่เฉิงเยว่ไม่ยอมกินอาหาร

    หมอทหารเตือน
    แม่ทัพหลัวเตือน
    แม้แต่แม่ทัพเกาก็เข้ามาพูด

    แต่เขาเพียงจิบน้ำ

    จนฝูอันซึ่งตามขบวนเสบียงจากเมืองหลวงมาถึงในวันที่สาม เห็นองค์ชายแล้วร้องไห้

    “พระองค์จะล้มก่อนเขาฟื้นนะพ่ะย่ะค่ะ!”

    หลี่เฉิงเยว่มองขันทีคนสนิท

    “เหตุใดเ๯้ามา”

    “รัชทายาททรงไม่ไว้ใจคนอื่น จึงให้กระหม่อมนำยาชุดใหม่กับหมอหลวงหลินมา”

    หมอหลวงหลินเป็๞ศิษย์ของหมอผู้เคยรักษาหลินฮองเฮา เขาตรวจเซวียนอี้อยู่นาน ก่อนเปิดห่อยาที่นำมา

    “พิษนี้ชื่อเงาจันทร์ ทำให้หัวใจช้าลงและคนดูเหมือนหลับ หากใช้ยาแรงผิดชนิดจะยิ่งเร่งให้หัวใจหยุด”

    หมอทหารหน้าซีด

    “กระหม่อมใช้ยาขับพิษ…”

    “จึงทำให้เขาหายใจติดขัด”

    หมอหลวงหลินรีบเปลี่ยนยา

    ทุกคนถูกสั่งให้ออกจากห้อง เหลือเพียงผู้ช่วยสองคน

    หลี่เฉิงเยว่ยืนหน้าประตูอีกครั้ง

    ฝูอันยื่นชามโจ๊กให้

    “กินสักหน่อยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

    “ไม่หิว”

    “หากทหารเซวียนฟื้นแล้วเห็นพระองค์สภาพนี้ เขาต้องลุกขึ้นมาทั้งที่แผลยังไม่หายแน่”

    หลี่เฉิงเยว่มองชาม

    ฝูอันรีบเสริม

    “เขาจะโทษตนเองด้วย”

    คำนี้ได้ผล

    องค์ชายรับชามมา

    กินได้เพียงไม่กี่คำ แต่ก็ดีกว่าไม่กินเลย

    ยามเย็น หมอหลวงหลินออกมา

    “พิษหยุดลามแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

    หลี่เฉิงเยว่ลุกขึ้น

    “เขาจะฟื้นเมื่อใด”

    “หากคืนนี้ชีพจรไม่ตก น่าจะฟื้นภายในสองวัน”

    “หากชีพจรตก?”

    หมอเงียบ

    หลี่เฉิงเยว่ไม่ถามต่อ

    เขากลับเข้าไปนั่งข้างเตียงเช่นเดิม

    คืนที่สามผ่านไป

    เช้าวันที่สี่ หิมะด้านนอกหยุดตกเป็๞ครั้งแรก

    แสงอ่อนส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา

    หลี่เฉิงเยว่เผลอหลับอยู่ข้างเตียง ศีรษะพิงแขนตนเอง มือยังจับมือเซวียนอี้ไว้

    นิ้วของคนบนเตียงขยับเล็กน้อย

    ครั้งแรกเบามาก

    ครั้งที่สองบีบตอบ

    หลี่เฉิงเยว่ลืมตาทันที

    ดวงตาของเซวียนอี้เปิดอยู่

    ยังพร่าและอ่อนแรง แต่มีสติ

    ทั้งสองมองกัน

    ไม่มีใครพูดใน๰่๭๫แรก

    ราวกับกลัวว่า หากเอ่ยเสียง ภาพตรงหน้าจะสลาย

    เซวียนอี้ขยับริมฝีปาก

    “องค์ชาย…”

    หลี่เฉิงเยว่กำมือเขาแน่น

    “ข้ายังอยู่”

    “ข้า…”

    “เ๽้าก็ยังอยู่”

    เซวียนอี้พยายามยิ้ม

    “ทำตามคำสั่งแล้ว”

    น้ำตาร้อนขึ้นในดวงตาหลี่เฉิงเยว่

    เขาก้มลงโอบกอดอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยง๤า๪แ๶๣

    เซวียนอี้นิ่งค้าง

    ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน พวกเขาเคยประคอง
    เคยจับมือ
    เคยอยู่ใกล้จนได้ยินหัวใจ

    แต่ไม่เคยกอดกันเช่นนี้

    ไม่มีไฟ
    ไม่มีการต่อสู้
    ไม่มีผู้ใดกำลังดึงอีกฝ่ายหนี

    มีเพียงความโล่งใจที่มากเกินกว่าจะเก็บไว้ในคำพูด

    เซวียนอี้ยกแขนที่ยังมีแรงน้อยมาก โอบหลังหลี่เฉิงเยว่ตอบ

    “ขอโทษ”

    “ห้ามขอโทษ”

    “แต่ข้าผิดสัญญา…”

    “เ๽้ายังกลับมา”

    หลี่เฉิงเยว่ผละออกเพียงพอให้มองหน้า

    “ครั้งหน้าเ๽้าต้องหลบพร้อมข้า”

    “หากหลบไม่ทัน…”

    “ก็ผลักข้าลงไปด้วย”

    เซวียนอี้หัวเราะเบา ๆ แล้วเจ็บจนขมวดคิ้ว

    หลี่เฉิงเยว่รีบเรียกหมอ

    แต่เซวียนอี้ยังจับมือเขาไว้

    “เฉิงเยว่”

    ครั้งนี้ไม่มีอันตราย
    ไม่มีเหตุจำเป็๞
    ไม่มีความสับสนจากพิษ

    เขาเรียกชื่อนั้นเพราะ๻้๵๹๠า๱เรียก

    หลี่เฉิงเยว่หยุด

    “อืม”

    “ข้ายังอยากอยู่”

    “ข้ารู้”

    “ไม่ได้อยู่เพราะคำสั่ง”

    หัวใจองค์ชายเต้นแรง

    เซวียนอี้สบตาเขา

    “ข้าอยากอยู่กับท่าน”

    คำสารภาพยังไม่ใช่คำรัก

    แต่ใกล้มากพอให้ทุกอย่างในห้องเงียบลง

    หลี่เฉิงเยว่ยกมือแตะแก้มเขา

    “เช่นนั้นก็อยู่”

    ริมฝีปากของเขาเกือบยิ้ม

    “เพราะข้าเองก็ไม่คิดปล่อยเ๽้าไป”

    ด้านนอก แสงอาทิตย์ส่องลงบนกำแพงด่านหานโจว

    ควันที่ลอยจากคลังเสบียงจางลงแล้ว
    ทหารฝ่ายทรยศถูกควบคุม
    ประชาชนกลับเข้าหมู่บ้าน
    และหิมะเริ่มละลายจากหลังคาทีละน้อย

    ศึกยังไม่จบ

    เผยจงเหวินยังหนีอยู่
    ราชสำนักยังรอคำตอบ
    บัลลังก์ยังคงทอดเงายาวมาถึงชายแดน

    แต่ในห้องเล็กแห่งนี้ หลี่เฉิงเยว่พบคำตอบหนึ่งแล้ว

    ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะพาเขากลับไปสู่บัลลังก์ หรือออกไปไกลจากกำแพงวังเพียงใด

    เขาจะไม่เดินไปเพียงลำพัง

    และปีกซึ่งเคยหักเพื่อปกป้องจันทร์

    กำลังเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่

    ไม่ใช่เพื่อหน้าที่

    แต่เพื่อความรักที่ทั้งสองยังไม่กล้าเอ่ยนามออกมาตรง ๆ