ผ่านมาเกือบสองสัปดาห์หลังจากที่พวกเราไปตามจับไอนิค พวกเราก็ไม่เห็นวี่แววของไอนิคอีกเลย คนที่เศร้าที่สุดก็คงเป็ไอปาล์ม เพราะมันเป็คนที่สนิทและรักไอนิคที่สุด ด้วยความที่มันเป็เพื่อนคู่ซี้ที่พากันกินมาตลอด ผมเห็นมันนั่งหงอยเป็หมาซึมส้วมอยู่ตลอดั้แ่ไอนิคหายไป แต่มันก็ยังแดกได้ไม่หยุดอยู่ดี
“ปาล์มมึงยิ้มบ้างเหอะ ซึมเหี้ยไรขนาดนั้น” ผมพูดก่อนจะเอามือผลักหัวมันเบา ๆ
“ก็มันจะสอบแล้วอ่าาา พ่อกูบอกว่าปีนี้ถ้าติดศูนย์แม้แต่ตัวเดียวจะส่งไปเรียนที่อเมริกา” มันตอบก่อนจะแกะห่อพลาสติกม้วนขึ้นมากิน
“ห๊ะ!!”
“อกใออำไอ (ใทำไม) ”
“ก็มึงโง่ขนาดนั้นไม่ให้ใได้ไงอะ ที่ผ่านมามึงติดศูนย์แทบทุกวิชา ผ่านแค่พละกับศิลปะแค่นั้นแหละมึงอะ ไอควาย”
“มึงทำวีซ่ายังวะ!!”
“พวกมึงพอเลย กูจะทำยังไงดี ฮือออ”
“ไอทีมไง มันฉลาดขึ้นนิ่ ก็ให้มันช่วยติวสิ” ไอมอสเป็คนเสนอขึ้นมา
“เหอะ พ่อบอกห้ามติดศูนย์สักวิชา ให้มันช่วยยังไงก็ต้องตกคณิตอยู่ดีอะ”
“อ้าว ไอ้เวรนี่หันกลับมากัดกูได้อีก” ผมหันไปตบหัวมันอีกทีด้วยความหมั่นไส้
“ก็เนี่ยไง กูโง่ก็เพราะพวกมึงอะ ชอบตบหัวกูไอพวกเหี้ย” มันพูดก่อนจะเอามือปิดหัวตัวเองไว้ แล้วก็โวยวายเสียงดัง
“ไม่เกี่ยวเลยไอควาย มึงโง่โดยสันดาน”
“ทีม เพื่อนรักช่วยกูหน่อยน๊าา” มันกอดแขนคลอเคลียผมเป็ลูกแมว ทำเสียงออดอ้อนแถมส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มมาให้ผม ขนลุกเป็บ้า
“ไม่ช่วยหรอก เมื่อกี้มึงกัดกู ให้กูช่วยไปมึงก็ตกคณิตอยู่ดีนี่ หึหึ” ผมพูดก่อนจะผลักหน้ามันออกไปจากตัว
“งอนเป็เด็กเลยไอควาย” มันพูดเสร็จก็ลุกขึ้นมาคว้าหัวผมไปหยุม
“ไอ้เวรเอ๊ย มันเจ็บ เออช่วยก็ช่วย” พอผมพูดเสร็จมันก็ปล่อยมือออกจากหัวผม
“แต่วิชาเฮงซวยนั่นกูช่วยไม่ได้จริง ๆ นะ”
“มีคนที่ช่วยได้คนหนึ่ง”
“ไออั้บเอื่อน (ใครครับเพื่อน) ”
“แพรวาไง ตัวตึงคณิตศาสตร์ของโรงเรียน”
“เออว่ะ!! ลืมไปเลย!!”
“งั้นเอางี้ พวกเราก็ไปติวกันที่บ้านไอทีม จบ” เหอะไอ้พวกเวร เจอหน้าที่โรงเรียนก็ปวดประสาทจะแย่อยู่แล้ว นี่เสาร์อาทิตย์ยังจะตามไปรังควานกูอีกหรอ
“พวกมึงเอาจริงหรอ ติวแค่หลังเลิกเรียนก็พอมั้ง”
“ไม่ได้นะ เพื่อนมึงจะต้องไปอยู่ต่างประเทศเลยนะ”
“ต่อให้กูติว มันก็คงต้องไปอยู่ดีปะ”
“อ้าว อากอีอิไออัด (อ้าว ปากดีนี่ไอสัตว์) ”
ออด~~~~
“ไปเร็ว เลิกแดกได้แล้วไอ้เด็กเวร”
“ขอกินก่อน แอปอึง”
“เดี๋ยวมึงจะได้ไปเรียนที่อเมริกาจริง ๆ” พอมันได้ยินคำนั้นก็เหมือนพึ่งจะคิดได้ เลยวิ่งหอบขนมสองสามถุงวิ่งตามขึ้นผมห้องเรียน
ชั่วโมงเรียนผ่านไปแบบค่อนข้างไว เพราะไม่มีไอวิชาคณิตเวรเข้ามาให้ปวดหัว ไอปาล์มมันดูตั้งใจเรียนกว่าปกติ แต่มันก็ไม่น่าจะได้อะไรไปเพิ่มเท่าไหร่หรอกครับ เพราะสภาพมันเอาแต่วาดรูปการ์ตูน
“เดี๋ยวมึงจะได้ไปอเมริกาจริง ๆ ก็คราวนี้แหละ”
“โห้ยย ก็มันน่าเบื่ออะ พูดก็ไม่รู้เื่”
“แล้วทำไมไม่อยากไปเรียนอเมริกา การเรียนการสอนที่นั่นก็น่าจะดีกว่า” ผมถามหลังจากเห็นสภาพไอปาล์ม มันนั่งหงอยเป็หมาซึมส้วม
“ก็พูดภาษาไม่เป็ แถมไปก็ไม่รู้จักใครอีก มันเหงาจะตาย” มันตอบผมด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ดูจากทรงพวกมันคงสนิทกันมากจริง ๆ ถึงไม่อยากจะแยกออกจากกันขนาดนั้น
“มึงก็ตั้งใจเรียนหน่อยเถอะ ถ้าย้ายไปอเมริกากูตามไปด้วยไม่ได้นะคราวนี้!!”
“คราวนี้? พวกมึงเคยย้ายโรงเรียนกันหรอ” ผมถามออกไปด้วยความสงสัย
“ก็เคยนะสิ ตอนมัธยมสี่เทอมแรกพวกเราเรียนด้วยกันสี่คน แต่ไอนิคมันได้ทุนมาที่โรงเรียนนี้”
“อ๋อ พวกเราก็เลยย้ายตามมาอะหรอ”
“ใช่!! ฉลาดขึ้นจริง ๆ นี่มึงอะ!!” ที่ผ่านมาไอ้เด็กนี้มันต้องโง่ขนาดไหนวะ เื่แค่นี้เพื่อนถึงกับต้องชม
“เสียดายเนาะ ถ้าไอนิคอยู่กูคงจะมีความหวังมากกว่านี้” พอได้ยินชื่อไอนิค ไอปาล์มมันก็เศร้าเป็จ๋อยหมาหงอยอีกครั้ง
“พอเลย ไม่ต้องเศร้าเลยมึงอะ เดี๋ยวกูติวให้” ผมตอบมันด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แล้วเอื้อมมือไปลูบหัวมันด้วยความเอ็นดู
“ธนาธิป วรบดินทร์ ปภังกร!!” เสียงเรียกชื่อสามตัวแสบได้ดังขึ้นจากหน้าห้อง พวกผมหันไปทางต้นเสียงก็เจอคุณครูจอมโหดยืนถือไม้เรียวมองมาทองพวกผม
“คะ…ครับ”
“ยืนขึ้น!!” พวกเราทั้งสามคนตั้งใจลุกกันอย่างพร้อมเพรียง พลางสะดุ้งโหยงกับเสียงที่กระแทกดังขึ้น
“ออกไปยืนหน้าห้องทั้งหมด” เธอพูดพร้อมเอาไม้ฟาดไปที่โต๊ะหน้าห้อง
“แล้วกรภัทรล่ะครับ!!” ไอวินพูดออกไปพร้อมมองค้อนไปที่ไอมอสที่นั่งกลั้นขำอยู่ข้าง ๆ
“ครูยังไม่เห็นกรภัทรพูดไรสักคำ ยังจะกล้าเถียงอีกหรอ!!” เธอพูดก่อนจะค่อย ๆ เดินตรงมาหาพวกผม
“ไอสัตว์วินพูดทำเหี้ยไรมึงอะ” เป็เสียงไอปาล์มที่กระซิบด่าไอวิน
“กระซิบอะไรกัน ห้ะ!!” เธอเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะไอวิน แล้วเท้าสะเอวพร้อมเอาไม้เรียวฟาดไปที่โต๊ะมันเบา ๆ
“ป..ป่าวครับ”
“จะออกไปยืนกันได้ยัง”
“ไปแล้วคร้าบบบบบ” ไอปาล์มตอบก่อนจะวิ่งออกไปหน้าห้อง ผมกับไอวินเลยรีบวิ่งตามออกไป มีไอมอสที่นั่งขำเล็กขำน้อยอยู่ที่โต๊ะ
“หัวเราะอะไรกรภัทร อยากออกไปกับเพื่อนไหม”
“ไม่ครับ” ผมได้ยินมันตอบอย่างเสียงแข็ง
สรุปไอสองตัวบาทและก็ผมต้องมายืนหน้าห้อง กว่าจะหมดเวลาคาบนี้ก็อีกตั้งครึ่งชั่วโมง
“เพราะมึงอะไอวินชอบคุยเสียงดัง” ไอปาล์มเปิดศึกด่าไอวิน ก่อนจะเอามือไปหยุมหัวมัน
“โอ๊ย!! ไอ้เวรมันเจ็บ เล่นเหี้ยไรมึงเนี่ย” ไอวินร้องเสียงหลง หัวโยกเยกไปตามแรงกระชากของไอปาล์ม
“พวกเธอสามคนไม่เข็ดกันเลยใช่ไหม ห้ะ!!!” เสียงคุณครูจอมดุดังมาจากในห้อง ไอปาล์มสะดุ้งโหยงถึงกับปล่อยมือออกจากหัวไอวิน
“คาบไว้” เธอเดินออกมาจากในห้องพร้อมไม้บรรทัดสามอัน ก่อนจะยื่นไม้บรรทัดมาให้กับพวกผม
“เพราะมึงอะ!!”
“วรบดิรทร์!!1”
“ครับผม ไม่พูดแล้วครับ”
พวกเราสามคนพร้อมกันเอาไม้บรรทัดเข้าปาก ก่อนจะยืนมองหน้าจ้องตากันปริบ ๆ ผ่านไปเกือบสิบนาที ไอวินดูท่าจะไม่ไหว เลยนั่งยอง ๆ ผมเห็นก็เลยทำตาม จนตอนนี้อีกห้านาทีก็จะหมดคาบแล้ว สภาพพวกผมคือนั่งขัดสมาธิกันสามคน แต่ปากยังคาบไม้บรรทัดอยู่ เห็นแล้วอนาถตัวเองฉิบหาย
ออด~~~~
เสียงออดที่ดังขึ้นเป็สัญญานบอกว่าหมดเวลาเรียนแล้ว ไอวินะโลุกยืนขึ้นอย่างไว ผมก็ค่อย ๆ ยืนขึ้นตาม มีแต่ไอปาล์มนี่แหละที่ไม่ยอมลุกขึ้นมาสักที
“ไม่ลุกไงมึง!!”
“ลุกไม่ไหว”
“ทำไม!!!”
“ไม่ได้กินอะไรตั้งครึ่งชั่วโมง จะเอาแรงมาจากไหน” เสียงตอบที่เหมือนกำลังจะตายของมันตอบออกมาเบา ๆ
“โอ๊ยย ไอตะกละ” ผมพูดก่อนจะเอาตีนถีบไปที่ไอปาล์มจัง ๆ
“ช่วยก่อน ลุกไม่ไหวจริง ๆ” มันพูดเสร็จผมก็เลยยื่นมือเพื่อไปช่วยดึงมันขึ้นมา แต่ไอ้เวรนี้ก็ปัดมือผมออก จนผมต้องยืนเท้าสะเอวมองหน้ามันว่าตกลงจะเอายังไง
“ไปเอาขนมมาให้หน่อย” มันส่งสายตาอ้อนวอนมาที่ผม โอ๊ย ไอเด็กตะกละเอ๊ย ผมเลยต้องเดินเข้าไปในห้อง ในขณะที่เด็กคนอื่นเดินทยอยออกมา ยกเว้นไอมอสที่นั่งหัวเราะรออยู่ที่โต๊ะ
“ฮ่า ฮ่า”
“ขำควยไรไอสัตว์”
“ขำพวกมึงไง ก็น่าจะรู้กันอยู่ว่าวิชานี้ไม่ควรคุยกัน ยังโง่คุยกันอีกไอควายเอ๋ย”
“แล้วไอสองตัวบาทนั่นอะ”
“รออยู่หน้าห้อง มึงเอากระเป๋าไอวินไปด้วยนะ กูจะขนขนมกับกระเป๋าไอปาล์มไป มันนั่งอดอยากปากแห้งรออาหารอยู่อะ” ผมตอบก่อนจะแบกห่อขนมที่ยัดไว้ใต้โต๊ะนักเรียนประมาณสองห่อ กับสาหร่ายม้วนอีกห้าห่อขนไปให้มันกิน