จากนั้นทั้งสองก็เดินเคียงข้างกันไปขึ้นเครื่องพออยู่บนเครื่องทั้งสองก็แยกไปนั่งตามที่นั่งของตัวเอง ปรียารอจนผู้โดยสารนั่งที่หมดแล้วเครื่องกำลังจะถอยออกเธอหันไปดูอารยะพอเห็นที่นั่งข้างเขาว่างไม่มีคนนั่งเธอก็รีบลุกไป
“ฉันนั่งด้วยคนนะคะ” เธอยิ้มให้เขา
“ครับ” อารยะพยักหน้ายิ้มตอบ ปรียานั่งข้างเขาพร้อมกับรัดเข็มขัด
อารยะเหลือบมองเธออย่างงงๆนึกในใจว่าทำไมเธอจะต้องกลับพร้อมเขาด้วยทั้งๆที่เมื่อวานคุยกันก็ไม่เห็นเธอพูดเลยว่าจะกลับเที่ยวเดียวกันเท่าที่ฟังเธอเล่า พ่อแม่เธอมาร่วมหุ้นลงทุนทำโรงแรมที่นี่ส่วนตัวเธอมาเยี่ยมพ่อแม่แล้วก็ตระเวนเที่ยวนครวัดตามประสาคนชอบเมืองเก่าส่วนผู้ชายคนนั้นเป็คนที่พ่อแม่ของเธออยากจะให้แต่งงานกันแต่เธอไม่ชอบก็เลยพยายามหาตัวช่วยเท่าที่รู้จักกันเธอก็นิสัยดีทีเดียวเสียแต่ค่อนข้างจะเอาแต่ใจไปนิดตามประสาลูกคนรวย
“คิดอะไรอยู่เหรอคะ?” ปรียาถามเขา อารยะสะดุ้ง!โพล่งว่า “ก็คิดว่าทำไมคุณถึงกลับเที่ยวนี้ล่ะ?”
ปรียายิ้ม“อ้าวก็ไม้กันหมาอย่างคุณไม่อยู่แล้วเื่ไรฉันจะอยู่ต่อล่ะฉันก็กลับซิคะยิ่งรำคาญนายนั่นอยู่ด้วย”
“โหนี่คุณคิดจะใช้ผมเป็ไม้กันหมาไปตลอดเลยรึไง?” อารยะถามเล่นๆ
“แล้วคุณยอมเป็ไม้กันหมาให้ฉันตลอดไปได้ป่ะล่ะ?”ปรียาแกล้งถามไปงั้นแหละ
“เื่ไรล่ะคุณเสียเครดิตหนุ่มหล่อเนื้อหอมหมด” อารยะพูดเล่น
“หลงตัวเองไปรึเปล่าคะคุณอารยะ”ปรียาแกล้งค้อน
“ไม่หลงล่ะเห็นแบบนี้สาวๆในสต็อกผมก็เยอะเหมือนกันนะคุณ” อารยะแกล้งคุยอวด
ปรียาค้อน “เยอะตายล่ะ”
ส่วนในใจกลับคิดตรงข้ามเพราะหลายวันที่รู้จักกันไปไหนมาไหนด้วยกัน เธอสังเกตเห็นสายตาสาวๆจ้องเขาตาเป็มันเชียวนี่ถ้าไม่ติดว่ามีเธออยู่ด้วยแม่สาวๆพวกนั้นคงได้เข้ามาแจกเบอร์โทรแจกไอดีให้เขาเป็พรวนเลยเชียวดูๆไปเขาก็หล่อดี หล่อกว่านายภาสกรนั่นเยอะ รูปร่างก็ดีกว่า ถึงแม้การแต่งตัวจะดูโลเกรดกว่านายคนนั้นแต่โดยรวมแล้วเขาก็ดูดีกว่าเยอะ
อารยะยิ้มแล้วเครื่องก็เริ่มเทคออฟออกจากสนามบิน ปรียาชะโงกมองออกไปนอกหน้าต่างเครื่อง
อารยะผงะเพราะหน้าเธอแทบจะเฉียดจมูกเขาเชียวนึกในใจว่า เธอไม่ค่อยระวังเลยเมื่ออยู่กับเขาแล้วกับผู้ชายคนอื่นเธอไม่ระวังตัวอย่างนี้ด้วยรึเปล่านะ?กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆโชยเข้าจมูก เขาสูดกลิ่นเข้าไปเต็มๆ หอมดีจังกลิ่นหอมนี้ชวนให้คิดถึงกลิ่นน้ำหอมที่แม่ชอบใช้ แม่ของเขาชอบใช้น้ำปรุงที่ทำเองกลิ่นน้ำหอมของแม่จึงไม่เหมือนใครจนกระทั่งมาได้กลิ่นน้ำหอมของเธอนี่แหละหอมคล้ายๆ กันแต่ก็ไม่เหมือนกับของแม่เขาหรอก
“เดี๋ยวพอสัญญาณดับคุณมานั่งตรงนี้ไหม?”เขาเสนอเพราะเห็นเธอตั้งอกตั้งใจมองข้างนอกมากอีกอย่างจะได้ไม่ต้องชะโงกจนหน้าแทบจะติดเขาแบบนี้ ก็เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ
“ไม่ล่ะฉันเข้าห้องน้ำบ่อยนั่งตรงนี้ดีแล้ว” ปรียาบอกแล้วก็มองไปข้างนอกต่อ อารยะลอบทำหน้าเซ็งนั่งเกร็งพยายามไม่ให้หน้าตัวเองไปชนกับหน้าเธอ เขาี้เีเจอข้อหาเอาเปรียบ จนกระทั่งปรียาถอยไปนั่งพิงเก้าอี้เลิกมองนอกหน้าต่างแล้วเขาจึงลอบถอนหายใจโล่งอก
สักพักสัญญาณคาดเข็มขัดก็ดับลงพร้อมกับเสียงกัปตันประกาศสภาพการเดินทางตามปกติแอร์โฮสเตสก็เริ่มให้บริการเครื่องดื่มและอาหาร
“ฝากบอกเขาด้วยว่าฉันไม่กินนะคุณอยากนอนมากกว่า” ปรียาบอกแล้วก็ปรับพนักพิงเอนตัวนอนหลับ
“ครับ” อารยะได้แต่พยักหน้ารับนึกในใจว่ารู้จักกันไม่กี่วันเท่านั้นเองเธอกลับทำสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานานเขาไม่เคยเจอผู้หญิงแบบเธอเลย ส่วนมากเจอแต่พวกอยากสนิทสนมกับเขาจนออกนอกหน้าหรือไม่ก็พวกแอ๊บสร้างภาพ กับอีกพวกคือหยิ่งใส่เลยเขาเหลือบมองเธอแล้วก็หยิบนิตยสารมาเปิดอ่าน พอแอร์โฮสเตสมาบริการเครื่องดื่มเขาก็บอกตามที่เธอสั่งพร้อมกับเก็บนิตยสารแอร์โฮสเตสยิ้มแล้วก็บริการอาหารเครื่องดื่มให้เขาแล้วก็เข็นรถไปบริการคนอื่นต่อ
พอกินอาหารเสร็จแล้วแอร์โฮสเตสก็เดินมาเก็บถาดไปเขาหยิบนิตยสารมาอ่านต่อ สักพักปรียาก็เอนหัวมาพิงซบไหล่ของเขาเขาเหลือบมองแล้วก็อ่านนิตยสารต่อปล่อยให้เธอหลับซบไหล่อยู่อย่างนั้น
ณ สนามบินดอนเมือง เครื่องบินแลนดิ้งเรียบร้อย ปรียากับอารยะนั่งรอจนกระทั่งผู้โดยสารคนอื่นทยอยลงจากเครื่องไปจนเกือบหมดจากนั้นปรียาก็ลุกไปหยิบกระเป๋าของตัวเอง อารยะตามไปช่วยถือกระเป๋าให้
“ขอบคุณค่ะ” ปรียายิ้มให้เขา“แล้วนี่คุณจะกลับบ้านยังไงคะ? จะเรียกแท็กซี่เหรอ?”
“ก็คงต้องเรียกแท็กซี่แหละครับ” อารยะตอบพร้อมกับเดินนำหน้าออกจากเครื่อง
“ถ้างั้นฉันไปส่งดีไหม?พอดีฉันให้คนขับรถมารับน่ะค่ะอีกอย่างจะได้รู้จักบ้านคุณด้วยเผื่อโอกาสหน้าฉันผ่านไปจะได้แวะไปเที่ยวบ้านคุณไง”ปรียาอาสา
“รบกวนคุณเปล่าๆผมเรียกแท็กซี่สะดวกกว่า” อารยะปฏิเสธอย่างเกรงใจ
“ไม่รบกวนหรอกค่ะ ให้ฉันไปส่งเถอะฉันจะได้รู้จักบ้านคุณด้วยไงคะ นะคะคุณอารยะ” ปรียาบอกอย่างเอาแต่ใจ ทำตาอ้อน
อารยะพยักหน้า “ก็ได้ครับขอบคุณมากครับ”
ก็เจอสายตาอ้อนๆของคุณเธอทีไรเขายอมแพ้ทุกที
ปรียายิ้มพอใจ
จากนั้นทั้งสองก็ลงจากเครื่องเดินเข้าสู่อาคารผู้โดยสารตรงไปยังเคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมืองทั้งสองเดินคุยกันไปสารพัดเื่พอผ่านจุดตรวจคนเข้าเมืองแล้วทั้งสองก็เดินไปรับกระเป๋าจากนั้นก็เดินออกประตูไปด้านหน้า
คนขับรถของปรียายืนคอยอยู่พอเห็นเ้านายก็รีบปราดเข้าไปหา“สวัสดีครับคุณปรี เดินทางเป็ยังไงมั่งครับ?”
“สวัสดีค่ะน้านาจ”ปรียาทักทายแล้วก็หันไปแนะนำตัวคนขับรถกับอารยะ“คุณยะคะนี่น้านาจคนขับรถของปรีเองค่ะ”
อารยะยกมือไหว้ “สวัสดีครับ”
อำนาจรีบรับไหว้ “สวัสดีครับคุณ”
“น้านาจคะนี่คุณยะเพื่อนใหม่ของปรีค่ะเดี๋ยวน้านาจไปส่งคุณยะก่อนนะคะแล้วค่อยกลับบ้าน” ปรียาแนะนำพร้อมกับสั่งเสร็จสรรพ
“ครับคุณปรี”อำนาจพยักหน้ายื่นมือไปรับกระเป๋า “มาครับผมถือให้ครับคุณ”
อารยะส่งกระเป๋าของปรียาให้อำนาจส่วนกระเป๋าของเขาๆถือเอง
“รถจอดอยู่ไหนคะน้านาจ?”ปรียาถามเพราะถ้าจอดไม่ไกลมากเธอก็กะจะเดินไปที่รถเลย
“คุณปรีรอที่ประตูทางออกดีกว่าครับเดี๋ยวผมไปเอารถมารับครับ วันนี้รถเยอะเลยจอดไกลหน่อยครับ”อำนาจบอกแล้วก็รีบเดินไปเอารถ
สองหนุ่มสาวจึงเดินไปนั่งรอที่เก้าอี้
สักพักใหญ่อำนาจก็ขับรถไปจอดหน้าประตูทางออกปรียาเห็นรถมาแล้วก็ลุกขึ้น “รถมาแล้วค่ะคุณยะ”
“ครับ”อารยะพยักหน้ายืนขึ้นเข็นรถขนกระเป๋าไปที่รถ อำนาจรีบเปิดท้ายรถแล้วก็เดินเร็วๆไปรับรถเข็นจัดแจงยกกระเป๋าใส่ท้ายรถอารยะก็ช่วยยกกระเป๋าใส่ท้ายรถอย่างมีน้ำใจ
“คุณขึ้นรถเถอะครับ ผมยกเองครับ”อำนาจบอกอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็ไรครับ ให้ผมช่วยเถอะกระเป๋าคุณปรีหนักมาก”อารยะบอก
ปรียามองทั้งสองคนแล้วก็เปิดประตูรถเข้าไปนั่งรอ
อำนาจยิ้มนึกถูกชะตากับเพื่อนของเ้านายคุณคนนี้ใจดีจังไม่เหมือนคุณภาสกรเลยรายนั้นรึอย่าหวังเลยว่าจะช่วยยกกระเป๋าแบบนี้น่ะ พอยกกระเป๋าใส่ท้ายรถเสร็จแล้วเขาก็ปิดท้ายรถจากนั้นก็เดินไปเปิดประตูให้ “เชิญครับคุณ”
“ขอบคุณครับ”อารยะยิ้มก้าวเข้าไปนั่งเคียงข้างปรียา
อำนาจปิดประตูรถแล้วก็เดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งคนขับจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากสนามบิน “บ้านคุณอยู่ไหนเหรอครับ?”
“อยู่ราชเทวีครับ” อารยะบอก
อำนาจพยักหน้า“ถ้าถึงแถวๆนั้นแล้วคุณบอกทางผมด้วยนะครับ”
“ครับ”อารยะพยักหน้ายิ้มให้คนขับรถ
ปรียามองทั้งสองคุยกันแล้วก็หันไปมองวิวข้างทางพยายามจดจำเส้นทางด้วยความอยากรู้จักอารยะให้มากขึ้น
อารยะหยิบโทรศัพท์ออกมาไลน์หาตะวันสักพักเขาก็เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วก็มองออกไปนอกรถ
อำนาจขับรถขึ้นทางด่วนจากนั้นไม่นานนักรถก็ไปถึงบ้านของอารยะตามที่เ้าของบ้านบอกทาง
ปรียาชะเง้อมองอย่างสนใจ
“บ้านคุณร่มรื่นดีจัง”เธอชมสายตาก็มองลอดลูกกรงประตูรั้วเข้าไปภายในบ้านสองชั้นบนเนื้อที่ครึ่งงาน
“ขอบคุณครับ” อารยะพูดอย่างติดปากเขาเปิดประตูรถลงไป
อำนาจรีบเปิดประตูฝั่งเ้านาย
ปรียาลงไปยืนมอง
ประตูรั้วเปิดออกพร้อมกับตะวันเดินออกมา
“ไงไอ้ยะ” เขาทักทายเพื่อนแต่พอเห็นผู้หญิงที่มากับเพื่อนก็ประหลาดใจ“คุณปรียา!”
“อ้าว...คุณตะวัน”ปรียาทักอย่างประหลาดใจเช่นกัน
อารยะมองทั้งสองคนทักกัน“นี่รู้จักกันเหรอ?”
“รู้จักซิคุณปรียาเ้าของร้านเพชรที่แม่ฉันชอบไปซื้อบ่อยๆไง” ตะวันบอกแล้วก็ถามว่า“แล้วนี่แกมากับคุณปรียาได้ไงเนี่ย?”
“ก็คนนี้ไงที่เจอที่เสียมเรียบไงล่ะ”อารยะตอบ
ตะวันพยักหน้ารับรู้ “อ๋อ...”เขาจะพูดต่อแต่ก็รีบยั้งไว้ทัน ก็ขืนพูดไป ‘คนเอาแต่ใจ’ ของไอ้ยะคงวีนใส่เขาแน่เขาหันไปพูดกับปรียาว่า “เชิญคุณปรียาเข้าบ้านก่อนครับ”
ปรียานึกงง “นี่บ้านคุณตะวันเหรอคะ?”
ตะวันรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่หรอกครับนี่บ้านไอ้ยะน่ะครับ ผมกับมันสนิทกันมากน่ะครับก็เลยเข้าๆออกๆเหมือนเป็บ้านตัวเองอีกหลังเลยล่ะครับ”
ปรียาพยักหน้ารับรู้ “อ๋อค่ะ”
อำนาจเดินไปเปิดท้ายรถยกกระเป๋าลง
อารยะเดินไปช่วยจากนั้นเขาก็ลากกระเป๋าเข้าบ้าน ก่อนจะเข้าไปเขาก็หันไปพูดกับปรียาว่า“เชิญครับคุณปรี”
“เชิญครับ” ตะวันบอกพร้อมกับผายมือ
“ค่ะ”ปรียาพยักหน้าแล้วก็เดินตามอารยะเข้าไป
อำนาจปิดท้ายรถปิดประตูรถแล้วก็ขับรถไปจอดแอบข้างรั้วไม่ให้ขวางทางรถคันอื่นแล้วเขาก็จัดแจงเมมตำแหน่งบ้านเพื่อนเ้านายไว้ในจีพีเอส เผื่อครั้งหน้าเ้านายจะมาที่นี่อีกจะได้ขับรถมาส่งได้ถูก
อารยะลากกระเป๋าไปไว้มุมห้องรับแขกแล้วก็หันไปพูดกับปรียาว่า“เชิญนั่งครับ”
“ขอบคุณค่ะ”ปรียาเดินไปนั่งที่โซฟามองไปรอบๆห้อง
ตะวันเดินไปนั่งตรงข้ามกับปรียาแล้วก็หันไปสั่งเพื่อนว่า“ไอ้ยะเอาน้ำมาเผื่อฉันด้วยนะ”
“เออ”อารยะพยักหน้าแล้วก็เดินเข้าครัวไป พอเข้าไปในครัวเขาก็ตะลึง! “ยัยวา!”
เขาโผกอดอย่างดีใจ
“เฮ้ย! ไรวะไอ้ยะ?”ตะวันรีบลุกไปดูั้แ่ได้ยินเสียงเพื่อน
“ว๊าย!”เ้าหญิงจันทราใตัวแข็งทื่อ พอตั้งสติได้นางก็ผลักสุดแรง “ปล่อย!”
อารยะเซไปชนตะวันซึ่งพรวดเข้ามาพอดี“โอ๊ะ”
ปรียารีบตามตะวันไปอย่างอยากรู้“มีอะไรเหรอคะ?”
อารยะตั้งตัวได้ก็มองน้องอย่างงงๆ“เป็ไรยัยวา ผลักพี่ทำไมเนี่ย?”
เ้าหญิงจันทรารีบวิ่งผ่านอารยะเข้าไปหาตะวัน“ช่วยด้วย!”
ตะวันอ้าแขนรับ
“ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรครับนี่ไอ้ยะไงครับ” เขาปลอบเสียงนุ่ม
เ้าหญิงจันทราหันไปมองอารยะอย่างตื่นกลัว
“ไอ้ยะแกลืมไปแล้วเหรอนี่ไม่ใช่ทิวานะ” ตะวันบอกเพื่อนอย่างพอจะเข้าใจสถานการณ์
อารยะหันไปมองเ้าหญิงจันทรากับตะวัน“ขอโทษที ฉันลืมไป”
เขายกมือลูบท้ายทอยหน้าเจื่อน
ปรียามองอย่างงงๆ
อารยะมองเ้าหญิงจันทรา“ผมขอโทษครับ ผมลืมไปว่าคุณไม่ใช่ยัยวา”
“ไปข้างนอกกันเถอะครับ”ตะวันพูดกับเ้าหญิงจันทราแล้วก็สั่งเพื่อนว่า “แกเอาน้ำไปด้วยล่ะพอดีป้าอ้อยออกไปซื้อของยังไม่กลับ”
อารยะทำหน้างง “ใครวะป้าอ้อย?”
“ก็แม่บ้านที่ฉันจ้างมาใหม่ไง”ตะวันบอก “แกลืมอีกล่ะซิ”
อารยะพยักหน้านึกขึ้นได้แม่บ้านที่ตะวันบอกว่าให้มาคอยดูแลคุณเ้าหญิงที่บ้านเขา “เออๆ จำได้แล้ว”
แล้วเขาก็เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเหยือกน้ำออกมาพร้อมกับหยิบแก้วน้ำใส่ถาดยกไปให้แขก
ตะวันหันไปเห็นปรียาก็บอกว่า“ไม่มีอะไรหรอกครับ เชิญที่ห้องรับแขกดีกว่าครับคุณปรียา”
“ค่ะ”ปรียาพยักหน้าแล้วก็เดินกลับไปนั่งที่โซฟา ตาก็มองหญิงสาวแล้วก็นึกขึ้นได้ว่า“อ๋อ...ผู้หญิงคนนี้นี่เองที่คุณยะบอกว่าเหมือนกับน้องของเขาใช่ไหมคะที่ว่ามาจากอีกโลกนึงนั่นใช่ไหมคะ” เธอโพล่งอย่างลืมตัว
ตะวันอึ้งไป “นี่ไอ้ยะมันเล่าให้คุณฟังเหรอครับ?”
“ค่ะ” ปรียาพยักหน้า
ตะวันหันไปมองทางห้องครัวนึกสงสัยว่าเพราะอะไรเพื่อนถึงได้เล่าเื่สำคัญให้คนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วันได้รับรู้แบบนี้นะแล้วเขาก็พูดกับเ้าหญิงจันทราว่า “นั่งตรงนี้นะครับ”
เ้าหญิงจันทราพยักหน้าแล้วก็นั่งที่โซฟาเยื้องกับหญิงสาวแปลกหน้า
ตะวันนั่งข้างเ้าหญิงจันทรา
ปรียาหันไปมองรูปบนผนังแล้วก็มองหญิงสาวต่างโลก“เหมือนน้องสาวคุณยะมากเลยค่ะนี่ถ้าไม่บอกก็ต้องคิดว่าเป็คนเดียวกันกับในรูปแน่ค่ะ”
อารยะยกน้ำเข้ามาพอดี เขาวางถาดบนโต๊ะแล้วก็รินน้ำแจกทุกคน“น้ำครับ”
“ขอบคุณค่ะ”ปรียายิ้มยกแก้วขึ้นดื่ม
อารยะนั่งที่โซฟาเดี่ยวเยื้องกับปรียาเขามองเ้าหญิงจันทราแล้วก็มองหน้าเพื่อน “แกมานานรึยัง?”
“มาั้แ่เช้าแล้ว” ตะวันตอบ“แล้วแกล่ะเป็ไงมั่ง มีวี่แววว่าจะเจอทิวามั่งไหม?”
อารยะส่ายหน้า พลัน! เขาก็นึกขึ้นได้“เออจริงซิ!”
เขารีบลุกไปเปิดกระเป๋าเป้หยิบม้วนทองคำออกมา
พอเ้าหญิงจันทราเห็นม้วนทองคำนางก็หลุดปากว่า“สาส์นเทพ!”
ทุกคนหันไปมองเ้าหญิงเป็ตาเดียว
“ไอ้นี่เรียกว่าอะไรนะ?”อารยะถามพร้อมกับจ้องหน้าเธอ
“สาส์นเทพ” เ้าหญิงจันทราตอบแล้วก็ถามว่า“ท่านได้รับจากเทพีจันทราใช่ไหม? สาส์นนั่นคงส่งให้ข้าแน่”
นางรีบยื่นมือไป
อารยะส่งให้อย่างงงๆ
เ้าหญิงจันทรารับไปอย่างดีใจนางเปิดออกแต่สาส์นเทพกลับปิดสนิทไม่สามารถเปิดได้
“เอ๊ะ!ไม่ใช่สาส์นที่ส่งให้ข้าหรือ?” นางมองสาส์นเทพอย่างงงๆ แล้วก็ยื่นคืนให้อารยะ“ไม่ใช่ของข้า”
อารยะรับคืนไปอย่างงงๆ
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 5 บาท 10 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ