ครอบครัวของจื้อเซินไหลหรือร่างที่เทพสายฟ้าเข้ามาอยู่แทนนั้นมีคนทั้งหมด 4 คนเท่านั้น คือ คุณปู่จื้ออิ๋งเซียง ท่านเคยเป็ถึงนายพลของกองกำลังพิเศษแห่งชาติของประเทศ S คุณย่าถังเหมยลี่ ลูกสาวคนเดียวของเ้าสัวทางการเงินที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศเช่นกัน คุณย่าที่ได้รับสืบทอดมรดกของพ่อตนเองมาจำนวนมากจึงได้ให้บุตรชายคนเดียวคือ จื้อเฟยฉางดูแลธุรกิจต่อจากเธอเมื่อเขามีความสามารถเพียงพอแล้ว ส่วนจินลี่ฮัวลูกสะใภ้หรือแม่ของจื้อเซินไหลก็ทำงานเป็ทนายความ เธอพบกับจื้อเฟยฉางโดยบังเอิญในมหาวิทยาลัยเดียวกัน จื้อเฟยฉางชอบนิสัยของเธอที่ดูไม่สนโลก ปกติเขาจะถูกสาว ๆ ตามห้อมล้อมอยู่เป็ประจำ มีแค่จินลี่ฮัวที่มองเขาอย่างดูถูกเท่านั้นที่ไม่เคยสนใจเขาเลย จื้อเฟยฉางจึงตามจีบจินลี่ฮัวจนเธอใจอ่อนหลังเรียนจบได้สามปี เธอเห็นความตั้งใจและความสม่ำเสมอของเขาจึงได้ตกลงปลงใจแต่งงานด้วย ไม่เกี่ยวเลยว่าเขาจะร่ำรวยสักแค่ไหน เพราะครอบครัวของเธอเองก็สืบทอดอาชีพทนายความมาทุกรุ่น ทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวเธอก็โด่งดังไม่น้อยไปกว่าครอบครัวของเขามากนัก
เทพสายฟ้าในร่างใหม่คือจื้อเซินไหลก็พอใจไม่น้อยที่ครอบครัวของเขาร่ำรวย ยิ่งเ้าหม่าฟานมาพูดกรอกหูว่าของประหลาดทั้งหลายในคฤหาสน์หลังใหญ่นี้มีแต่ของดี ๆ เขาเองก็อยากเดินสำรวจบ้างเช่นกัน เพียงแต่ทุกคนเป็ห่วงจึงได้เรียกหมอประจำตระกูลมาตรวจสภาพร่างกายของเขาและให้พักผ่อนต่ออีกสักสองสามวันเสียก่อน จื้อเซินไหลจึงได้แต่รอรับบริการจากบ่าวรับใช้ในบ้านที่ทุกคนให้มาดูแลแทน
ถึงแม้คนในครอบครัวนี้จะมีเพียงไม่กี่คน แต่บริวารในบ้านนั้นมีนับหลายสิบคน ด้วยคุณย่าถังเคยชินกับการมีคนรับใช้จำนวนมากั้แ่ยังไม่แต่งงาน คุณปู่ผู้รักภรรยาจึงได้ตามใจให้เธอจัดการบ้านตามที่เธอ้า จินลี่ฮัวที่แต่งเข้ามาทีแรกก็ไม่ค่อยชินเท่าไหร่นัก ด้วยครอบครัวเธอเลี้ยงดูกันมาแบบคนธรรมดา ไม่เหมือนจื้อเฟยฉางที่ถูกเลี้ยงดูมาดั่งคุณชายน้อยมาแต่ไหนแต่ไร แต่ด้วยว่าเธอเป็คนปรับตัวง่าย จึงทำให้เธอใช้เวลาไม่นานนักจึงเข้าใจการดูแลบ้านของแม่สามีผู้นี้
ความจริงแล้วครอบครัวสามีเธออยากให้เธอมีลูกหลายคน แต่ด้วยตอนคลอดจื้อเซินไหลนั้นเธอเกิดภาวะเืออกไม่หยุด จึงทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก ทุกคนในครอบครัวก็ไม่ได้กดดันเธอเื่นี้ ถึงยังไงพวกเขาก็ยังมีจื้อเซินไหลเป็ทายาทอยู่ ด้วยความเข้าใจของทุกคน จินลี่ฮัวจึงได้แยกตัวออกจากบริษัททนายของพ่อตนเอง เธอเข้ามาช่วยสามีดูแลเื่สัญญาต่าง ๆ ในบริษัทแทน ทำให้จื้อเฟยฉางมีความสุขไม่น้อยที่ภรรยามาช่วยแบ่งเบาภาระของเขา ส่วนพ่อตาของจื้อเฟยฉางเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเกี่ยวกับเื่นี้ เพราะท่านยังมีลูกชายอีกสองคนที่สามารถดูแลบริษัทของเขาต่อไปได้เช่นกัน
สามวันต่อมาหลังจากจื้อเซินไหลได้รับอนุญาตให้ออกนอกห้องได้แล้ว เขาให้เ้าหม่าฟานพาเดินสำรวจโดยรอบคฤหาสน์ที่มันคงวิ่งดูนั่นดูนี่จนทั่วถึงแล้วกระมัง ก็เ้าตัวนี้มันยิ่งชอบออดอ้อนผู้หญิงอยู่ด้วย เขาไม่แปลกใจที่คุณย่ากับแม่ของเขาจะเอ็นดูเ้าแมวอ้วนตัวนี้
จื้อเซินไหลคอยบ่นร่างเล็ก ๆ ของเขาว่าช่างขาสั้นเสียจริง ๆ กว่าจะเดินดูได้หนึ่งในสามของคฤหาสน์ เขาก็เหนื่อยจนเดินต่อไม่ไหวแล้ว หม่าฟานยังดูถูกเขาเสียอีกว่าพออยู่ร่างใหม่แล้วกลับอ่อนแอกว่าเดิม ทำเอาจื้อเซินไหลอยากะโถีบมันให้หน้าคว่ำนัก มันไม่ดูบ้างเล่าว่าเขาอายุแค่ห้าขวบ จะให้แข็งแรงได้ขนาดไหนกัน!
จื้อเซินไหลไม่คิดจะหักโหมให้ร่างใหม่นี้พังเสียก่อน เขานั่งพักผ่อนที่สวนด้านหลังรอเวลาอาหารเที่ยงกับหม่าฟาน โดยมีคนคอยนำน้ำชากับอาหารว่างมาให้เขา นับว่าเขาโชคดีไม่น้อยที่ได้มาอยู่ในครอบครัวนี้ เพราะเขามองออกว่าทุกคนรักเขามากจริง ๆ แถมยังตามใจเขาจนแทบเสียเด็กอีกด้วย ดีที่เขาเป็ถึงเทพสายฟ้าจึงได้ควบคุมตัวเองได้อยู่ ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องเสียเด็กแน่ ๆ จากการตามใจของทุกคนในบ้าน
อาหารกลางวันนั้นจื้อเซินไหลจะกินกับคุณปู่คุณย่าเป็ปกติ เพราะพ่อกับแม่ของเขาออกไปทำงาน ส่วนใน่วันหยุดพวกท่านก็มักจะพาเขาไปเที่ยวพักผ่อนอยู่เสมอตามประสาครอบครัวคนรวย ใครใช้ให้พวกผู้ใหญ่เหล่านี้คิดว่ามีเวลาใช้กับเขาเพียงแค่่เด็กกันเล่า หากโตขึ้นเขาคงต้องมีภาระหลายอย่างจนไม่มีเวลาไปเที่ยวกันเป็ครอบครัว ทุกคนจึงลงความเห็นว่าจะพาเขาเที่ยวทุกวันหยุดแบบนี้นี่แหละ
ั้แ่จื้อเซินไหลตกสระน้ำ เขาก็ไม่ได้ไปโรงเรียนเลย ด้วยอิทธิพลและความร่ำรวยของตระกูลจื้อ ทำให้ทางโรงเรียนได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ใครจะอยากทำให้ครอบครัวนี้โกรธเคืองกัน เพราะโรงเรียนเองก็ได้รับเงินบริจาคจากตระกูลจื้อมาั้แ่จื้อเซินไหลเข้าเรียนจำนวนไม่น้อยเลย พวกอาจารย์ในโรงเรียนเองก็เฝ้าดูแลเขาดั่งเ้าชายน้อยเสียอีก ทำให้ตอนนี้จื้อเซินไหลต้องวางแผนว่าจะทำอย่างไรเมื่อต้องไปโรงเรียนอย่างหนักใจ
หม่าฟานยังพูดจ้อย ๆ ว่ามันเองก็อยากไปเที่ยวโรงเรียนของเขาเช่นกัน เผื่อว่ามันจะตกสาว ๆ ให้มอบขนมให้มันได้บ้าง ทำเอาจื้อเซินไหลอยากปล่อยสายฟ้าใส่มันเสียให้เข็ด เ้านี่มันยังไม่จำอีกเหรอว่าที่เขากับมันต้องตกลงมาอยู่ในโลกนี้ก็เพราะความตะกละของมันเองนั่นแหละ
หลังอาหารเที่ยงจื้อเซินไหลยังคงเดินเล่นดูคฤหาสน์ต่อกับหม่าฟาน โดยมีคนรับใช้ที่คุณย่าให้คอยประกบเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุกับหลานรักอีก จื้อเซินไหลรู้ดีว่าทุกคนเป็ห่วง แต่บางครั้งเขาก็รำคาญไม่น้อยที่มีคนคอยตาม ทำยังไงได้ในเมื่อเขาเป็คุณชายน้อยวัยแค่ห้าขวบ!!!
ตอนเย็นก่อนเวลาอาหาร จื้อเซินไหลก็มานั่งเล่นที่ห้องรับแขกรอพ่อกับแม่ของเขาเลิกงาน ครอบครัวนี้จะต้องทานอาหารด้วยกันเสมอหากมีเวลา นอกจากบางครั้งที่พ่อกับแม่ของเขาต้องไปงานเลี้ยงจึงจะไม่ได้ร่วมโต๊ะกัน นี่เป็กฎเหล็กที่คุณปู่คุณย่าใช้เพื่อเพิ่มปฏิสัมพันธ์กันในครอบครัว ด้วยครอบครัวคุณย่านั้นก็ทำเช่นเดียวกันนี้มาตลอด ถึงแม้เธอจะมีน้องชายบุญธรรมที่พ่อรับเลี้ยงเอาไว้ แต่เธอก็เว้นระยะห่างจากเขาเสมอ ด้วยไม่อยากให้เกิดเื่ไม่ดีในครอบครัว เธอรู้ดีว่าน้องชายคนนี้คิดไม่ซื่อมานานแล้ว เธอจึงได้แต่งงานกับจื้ออิ๋งเซียงซึ่งขณะนั้นยังเป็เพียงพันโทแต่แรก เขาบังเอิญช่วยเธอจับขโมยที่พยายามแย่งกระเป๋าถือของเธอระหว่างที่เธอไปช็อปปิ้ง เธอจึงได้ประทับใจเขาและคอยตามตอแยจนเขายอมแต่งงานกับเธอจนได้