ร่างบอบบางบนแท่นบรรทมหนานุ่มฮ่องเต้วัยชรา เอื้อมมือหยาบเลิกชายกระโปรงขึ้นช้าๆ มืออุ่นล้วงลึกเข้าไปในเนื้อผ้า ผิวเนื้อเย็นเฉียบสะดุ้งน้อยๆ เมื่อถูกริมฝีปากหยาบกระด้างจุมพิต
“เ้า ทำให้ข้าพอใจยิ่งนัก”เสียงกระซิบข้างหูสั่นกระเส่า
เยว่ซินฝืนยิ้ม
“เป็ของข้าเสียเถิด แล้วเ้า้าสิ่งใดข้ายินดีนำมันมาวางไว้แทบเท้าของเ้า”ร่างชรา จุมพิตลงที่หน้าท้องเนียน ที่โผล่พ้นชายอาภรณ์ออกมา
“ฝะฝะฝฝ่าา แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะเกิดเื่ใหญ่แล้ว”เสียงขันทีข้างกายวัยชรา กวง เอินะโลั่นดังเข้ามาใน ห้องบรรทม ร่างชราที่ กำลังมีความ้าทางเพศถึงขีดสุดถึงกลับสะดุ้ง ยกมือขึ้นตบไปที่หว่างขาเบาอย่างไม่สบอารมณ์
“เื่ใดกัน หากไม่ใหญ่จริงเ้าเตรียมตัวตายได้เลย”
“ข้าน้อยสมควรตาย แต่ตอนนี้กองกำลังฏได้เข้ามาประชิดประตูวังแล้ว องค์ชายสี่ได้ให้กระหม่อมมาทูลเชิญฝ่าาให้เสด็จหนีออกไปก่อนที่พวกฏจะหนีเข้ามาในนี้”
“ไท่จือเล่าไท่จือลูกข้าเล่า แล้ว แล้ว สนมอี้เฟยของข้าเล่า” สีหน้าหวาดหวั่นยิ่งนักลืมไปเสียสนิทว่ามีเยว่ชินอยู่ที่นี่ด้วย
“ฝ่าาอย่าทรงห่วงคนอื่นตอนนี้ฝ่าาทรงเอาตัวรอดหนีไปก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”เยว่ชินดึงอาภรณ์ที่ หลุดลุ่ยให้เข้าที่ปาดน้ำตาที่ไหลรินด้วยความหวาดกลัวและตื่นใที่จะต้องมอบกายร่วมแท่นบรรทมกับฮ่องเต้ชราด้วยความฝืนใจ ์เมตตา เทพธิดาปรานีแล้ว ตอนนี้ทำได้เพียงหนีไปเสียไม่ต้องถวายตัวอย่างฝืนใจอีกต่อไป ฮ่องเต้ชรา สวมเสื้อคลุมั
เยว่ชินเองก็กระชับเสื้อคลุม
เสียงกระบี่ถูกชักออกจากฝักก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของบุรุษชุดดำยืนขวางหน้าคนทั้งสามไว้
“ยอมจำนนเสีย เหอไท่ซวงหยางฮ่องเต้ ท่านไม่อาจหนีไปไหนพ้น คนของอ๋องฉู่พวกเราล้อมไว้หมดแล้ว”
เสียงคมกระบี่ตวัดเข้าใส่ในทันทีแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ฮ่องเต้ชราหงายหลังลงกับพื้น แต่ทว่ากระบี่คมของใครอีกคนกลับกางกันคมกระบี่ของฝ่ายฏไว้เสียงโลหะกระทบกันดังลั่น
ร่างสูงกับอาภรณ์ที่ไม่ได้บ่งบอกฐานะ องค์ชายสี่ผู้ถูกขนานนามว่าองค์ชายปีศาจแต่ใบหน้ากับหล่อเหลาเพียงแต่แววตาเฉยชาเหลือเกิน ก้าวขาเข้ามาในห้อง กวาดตามองมาที่เยว่ชินที่หลบตาคมดุนั้น บุรุษชุดดำก่อนหน้านั้นผงะถอยออกเล็กน้อย ก่อนจะตั้งสติได้
“เสด็จพ่อหนีไปเถิด”
เสียงเข้มดุขององค์ชายปีศาจที่เยว่ชินเพิ่งจะเคยได้พบหน้า เหมือนจะข่มขวัญคนอื่น ขันทีพยุงฮ่องเต้ให้ลุกขึ้นบุรุษชุดดำผู้นั้นยังไม่ถอดใจ เงื้อคมกระบี่เข้าใส่ร่างสูงดวงตาแข็งกร้าว แต่สายไปเสียแล้วเมื่อคมกระบี่คมวาวพลิกเพียงฝ่ามือเสียบทะลุเข้าที่ยอดอก ทะลุกลางหลัง
“กรี๊ดดด”
เมื่อกำลังจะขาดใจเอื้อมมือกระชากอาภรณ์ของเยว่ชินริมฝีปากพ่นเืสดๆ ออกมาก่อนจะสิ้นใจ เยว่ชินหน้าซีดเผือด เฉิงชุนคว้าข้อมือไว้เมื่อร่างเล็กถูกดึงให้ล้มลงไปกลับร่างไร้ิญญา
“องค์ชายไม่อาจต้านทานไว้ได้อ๋องฉู่นำทัพล้อมวังหลวง ตอนนี้องค์ชายใหญ่ถูกปะาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าจะสั่งสอนอ๋องฉู่ผู้นั้นเอง”โม่เหวินถอนหายใจกับความบ้าบิ่นของเหอไท่เฉิงชุน (ความสำเร็จในฤดูใบไม้ผลิ)
“องค์ชายคนของอ๋องฉู่โเี้ยิ่งนัก แม้ไทฮองไทเฮาจะทรง ออกมาร้องขอชีวิตองค์ชายใหญ่ก็หามีความหมายใดไม่ องค์ชายหนีเอาตัวรอดเถิดพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้พบเจอใคร ล้วนแต่ ปะาเสียสิ้นไม่เว้นแม้แต่ แม้แต่องค์ชาย17 ที่ข้าน้อยไม่อาจช่วยเหลือได้”
โม่เหวินเอ่ยออกมาด้วยสีหน้ารันทดที่สุด
“ชายาข้าเล่า”
“ข้าน้อยโม่เหวิน ส่งคนคุ้มกันคาดว่า พระชายาจะหนีออกไปจากวังหลวงแล้ว รอพบองค์ชายที่นัดหมาย”
“ข้าห่วงนางไม่น้อยนางกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ”
“คนของเราจะปกป้องพระชายาอย่างสุดชีวิต”
“ข้าจะกลับมา”ดังคำสัญญา เยว่ชินมองมือของตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือขององค์ชายสี่ผู้ที่ทุกคนต่างหวาดกลัว
"องค์ชายจะพานาง เอิ่มมมพระสนมไปด้วยหรือ"
"นางเป็บุตรีของฉีก้านบิดานางเป็คนที่ฉู่อ๋องวางใจ ไม่แน่การมาครั้งนี้ของฉู่อ๋องอาจเพื่อชิงตัวนางไปจากเสด็จพ่อ"เยว่ชินอ้าปากค้าง หันหลังเตรียมวิ่งออกจากตรงนั้นแต่ช้าไปเสียแล้วเมื่อร่างเล็ก ถูกดึงติดมือทะยานออกจากห้องบรรทมใหญ่ไปดังเช่นสิ่งของที่ไร้น้ำหนัก
"ท่านอ๋อง เรามาช้าไปคุณหนูเยว่ชินไม่อยู่ที่นี่"กงฉือคนสนิทของอ๋องฉู่ (ฉู่จีถังเอิน) กล่าวเบาๆ
ดวงตาคมภายใต้คิ้วดกหนาขมวดเข้าหากัน
"ข้ารู้แล้ว ไม่อาจช่วยเยว่ชินได้ทันเวลาทั้งๆ ที่ข้าชิงลงมือเพื่อช่วยนางให้รอดจากน้ำมือของเหอไท่ซวงหยาง"
"ท่านอ๋องวางใจข้าส่งคนกระจายกำลังไปทั่วห้าสิบลี้เพื่อค้นหาเหอไท่ซวงหยางและพวกที่เหลือทั้งหมด"
"ดีข้าจะเข้าเฝ้าเสด็จย่า (ไทฮองไทเฮา) เพื่อปลอบประโลมจิตใจไทฮองไทเฮาให้คลายกังวล"
"ท่านอ๋องไม่จำเป็ต้องอธิบายเหตุผลในเมื่อองค์ชายใหญ่ลอบกัดเพียงนั้นแค่พลั้งมือฆ่าหาได้ตั้งใจ"
"ข้าเป็หลานปลายแถวบัลลังก์นี้หากไม่ใช่เหอไท่ซวงหยางใช้วิธีสกปรกแย่งชิงมาป่านนี้บิดาข้าคงนั่งอยู่บนนั้นด้วยความสง่างาม เสด็จย่าแม้จะยุติธรรมแต่ก็เหมือนไร้ความยุติธรรมข้าเพียงแค่ทำไป เพราะไม่อยากให้ใครครหาว่าอกตัญญู"
กงฉือถอนหายใจ
"กงฉือเ้าใจแล้ว"
"ส่งคนแจ้งข่าวกับท่านพี่ฉีก้าน ด้วยว่าข้าไร้สามารถช่วยเยว่ชินไม่ได้โปรดตำหนิข้าเถิดแต่ข้ารับรองว่าจะพานางกลับมาให้จงได้"กงฉือประสานมือก้าวออกจากห้องบรรทมของเหอไท่ซวงหยาง อ๋องฉู่ก้มลงหยิบป้ายหยกเนิ้อดีคุ้นตา
"เหอไท่เฉิงชุนงั้นหรืออ๋องปีศาจได้ตัวนางไปอย่างแน่นอน"กำป้ายหยกไว้แน่น
"ลุกขึ้น เป็เ้าที่ถ่วงเวลาหากยังนั่งนิ่งแบบนี้ข้าจะฆ่าเ้าเสีย"
"ช่างท่าน"
"ลุกขึ้น"
"ไม่"
"ลุกเดี๋ยวนี้"
"ไม่"
กระชากร่างบางให้ลุกขึ้นดึงมือเยว่ชินจนร่างเล็กลากไปบนพื้น
"ปล่อยนะเ้าคนโฉด องค์ชายปีศาจปล่อยข้าเดี๋ยวนี้"
เงื้อมือสูงในท่าเตรียมพร้อมเยว่ชินหลับตาปี๋ เฉิงชุนยิ้มมุมปาก
"ไปได้แล้ว"เยว่ชินยอมเดินตามแต่โดยดี
โม่เหวินส่ายหน้าไปมา องค์ชายสี่เฉิงชุนผู้องอาจดุดันจะเคยรู้วิธีปฏิบัติตัวต่อหญิงงามก็หาไม่วันๆ เอาแต่ร่ำเรียนทั้งวิชาการและอาวุธ
"หยุดนะองค์ชายเฉิงชุน"ทั้งดาบกระบี่และธนูต่างรายล้อมไร้ช่องโหว่ โมว่เหวินชักกระบี่พุ่งเข้ามาขวางหน้าไว้
ใครกันจะหวั่นเกรงมิใช่นิยายสุขนิยม ลูกดอกนับสิบพุ่งเข้าหาร่างสูงของโม่เหวินที่เอาตัวเป็โล่มนุษย์ปกป้องเฉิงชุนด้วยชีวิตเืสดๆ ไหลทะลักออกจากปาก ชั่วเวลาบรรจุลูกดอก
"องค์ชายหนีไป"
ไม่รอให้บอกดึงมือเยว่ชินทะยานจากตรงนั้น
คันธนูถูกเหนี่ยวจนโค้งงอ
"อย่ายิง นั่นคุณหนูเยว่ชิน"
เฉิงชุนยิ้มหยันทั้งลากทั้งดึงเยว่ชินจากไป โม่เหวินทรุดกายลงกับพื้น ดวงตาพร่ามัว
"ตามไปสังหารเฉิงชุน ชิงตัวคุณหนูเยว่ชินกลับมา"
"องค์ชายปล่อยข้าไปเถิด ได้โปรด"ทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นเมื่อพ้นมาจากตรงนั้น
ยิ้มหยันที่ริมฝีปากของเฉิงชุน
"ตราบใดที่เ้ายังมีประโยชน์กับข้า ข้าก็จะกักตัวเ้าไว้แบบนี้ให้อ๋องฉู่กระอักเืตายไปเสีย"
เยว่ชิน กลนน้ำลายลงคอยากเย็นในเมื่อคิดถึงถภาพใบหน้าของอ๋องฉู่ที่ทั้งอ่อนโยนและเปิดเผยผิดกับคนตรงหน้าเฉิงชุนผู้นี้ที่ร้ายกาจสายตา
“องค์ชาย องค์ชายมีชายาแล้วปล่อยเยว่ชินไปเสียเถิด เยว่ชินรับรองว่าจะไม่บอกใครว่า องค์ชายมุ่งหน้าไปทางไหน”
“ฮ่าาาา”ยกมือที่แข็งดังคีมเหล็กบีบที่คางมน
“คิดว่าใบหน้างดงามของเ้ามีผลต่อข้าหรือไร เ้าอย่าได้คิดไปเทียบกับจื่อหรานของข้านางอ่อนหวานงดงามกว่าเ้าไม่น้อยเ้ามันก็แค่สนมปลายแถวที่เสด็จพ่อ หลงใหลเพียงชั่วครั้งชั่วคราว”
สะบัดมือปล่อยคางมน เยว่ชินเจ็บจนน้ำตาแทบไหลได้แต่กัดฟันทน
“ลุกขึ้นแล้วเดินนำข้าไป”
ค่ายพักพิง ของเหล่าผู้ที่ยังภักดีต่อเหอไท่ซวงหยาง
“ฝ่าาปลอดภัยแล้ว แต่คงต้อง ออกจากที่นี่หากอ๋องฉู่รู้ว่าฝ่าา อยู่ที่นี่จะต้องส่งคนมากวาดล้าง”
“ ไท่จือปลอดภัยหรือไม่”
“ไท่จือลี้ภัยยังแคว้นฉิน ส่วนสนมอี้เฟยนางกลับไปที่ตระกูลเดิมของพระนาง”
“เ้าสามกับเ้าห้าเล่า”
“องค์ชายสามกับองค์ชายห้าลี้ภัยที่แคว้นไต้ส่วนองค์ชายสี่ยังไม่ทราบชะตากรรม”
พยักหน้าขึ้นลง เ้าสี่คนนั้นจะเป็จะตายก็หาสนใจไม่ในเมื่อเ้าสี่ เป็ตัวนำโชคร้าย
“ดี ที่นี่เป็ของเ้าสี่ หากเ้าสี่ตายไปเสียข้าคิดว่าไท่จือก็จะได้มาคอยบัญชาการที่นี่”
“แต่ฝาบาทคนขององค์ชายสี่ล้วนภักดีกับฝ่าาอย่างที่สุดเช่นเดียวกับองค์ชายสี่”
“ข้าหาสนใจไม่ อยู่หรือตายเ้าสี่ก็ไร้ความหมาย”
ขันทีข้างกายทอดถอนใจ เหอไท่เฉิงชุนอาภัพนักกำเนิดมาสนมเอกที่เป็พระมารดาที่ฝ่าาโปรดปรานก็สิ้นชีวิตลง นับั้แ่นั้นมาเหอไท่ซวงหยางก็เกลียดชัง แม้จะแต่งตั้งให้เป็องค์ชาย แต่ก็เป็อันดับอัปมงคล
“ชายาขององค์ชายสี่ก็พำนักที่นี่ตอนนี้ กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ”
“ให้นางรั้งที่นี่ตาม อี้เฟยให้ไปพบข้าที่ หุบเขาร้อยลี้คนอื่นให้อยู่ที่นี่”
“แต่ แต่ฝ่าา ควรจะพาชายาองค์ชายสี่ลี้ภัยไปด้วย”
“ไม่มีทาง ให้รอเ้าสี่ที่นี่นั่นแหละดียิ่งแล้ว”ขันทีข้างกายคราวนี้ถอนหายใจยาวเหยียด
“เ้าทำให้การเดินทางล่าช้า”
“ข้าปวดขาเดินไม่ไหวแล้ว”ทรุดกายนั่งลงยกมือขึ้นบีบที่ขาเบาๆ
“เสแสร้ง ตั้งใจยื้อให้ถึงที่สุดใช่หรือไม่ อ๋องฉู่ผู้นั้นจะได้ตามทัน”
“ไม่เกี่ยวกับท่านอ๋องเสียหน่อยและโปรดเข้าใจไว้ด้วย ข้ากับท่านอ๋องหามีส่วนเกี่ยวข้องกัน”เฉิงชุนยิ้มหยัน
“บิดาเ้าฉีก้าน มิได้ร้องขอให้อ๋องฉู่ชิงตัวเ้าหรือ ในวังหลวงใครบ้างจะไม่รู้ว่าอ๋องฉู่เคยทาบทามเ้าในฐานะชายาเอก”
“บิดาข้าไม่มีทางทำแบบนั้น”
“เช่นนั้นเสียงคร่ำครวญของเ้าก็ไร้ความหมายต่อข้าข้าอาจเห็นใจหากว่าเ้าจะคิดถึงอกอุ่นของคนรักเช่นอ๋องฉู่ บางทีเมื่อข้าหนีไปยังที่ที่ปลอดภัยอาจปล่อยตัวเ้า แต่ในเมื่อเ้าปากแข็งเช่นนี้เกรงว่าข้ายิ่งจะเกลียดชังเ้า”เยว่ชินเม้มริมฝีปากแน่น
ก่อนหน้านั้น
“ท่านพ่อ ข้าข้า”
“อ๋องฉู่สุขุม เยือกเย็นอีกทั้งยังมีใบหน้าหล่อเหลา …เยว่ชินแต่งกับเขาพ่อจึงเบาใจ”
“ท่านพ่อข้าเพิ่งจะสิบเจ็ดปีนี้”
“ท่านพี่ ลูกยังเด็กนัก”มารดากุมมือเยว่ชินไว้แน่น
“อ๋องฉู่จะช่วยสั่งสอนนางเอง”เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ข้าไม่แต่ง”
“อีกสามวัน ข้าจะกลับมาถามเ้าใหม่ เื่ฃใดที่ข้ากะเกณฑ์ไว้ ข้าบอกเ้าไว้ก่อนว่าคือสิ่งที่ดีที่สุด”สะบัดชายเสื้อจากไป
สองวันผ่านไป
จงฉีก้านรับราชโองการรรร”ฉีก้าน ก้าวขา ทรุดกายคุกเข่าประสานมือตรงหน้า
“ด้วยบุตรีของจงฉีก้าน สมควรแก่เวลาที่จะถวายตัวแล้วฝ่าาได้มีพระเมตตาให้ จงเยว่ชิน เข้าถวายตัว และในครั้งนี้ด้วยจงเยว่ชินเป็ถึงบุตรีผู้นำสี่ตระกูลใหญ่ฉีก้าน ฝ่าาจึงประทานตำแหน่งสนมเอกให้เพื่อเป็เกียรติแก่ตระกูลจง นับจากนี้ อีกสองวันพระสนมเอกเยว่ชิน จะต้องเข้าถวายตัว ฉีก้านรับราชโองการรร”
ฉีก้าน คลานเข่าไปรับราชโองการจากมือของขันทีข้างกายสีหน้าเรียบเฉย
“ยินดีด้วย ใต้เท้า”ขันทีกวงเอิน อดที่จะแสดงความยินดีตามมารยาทเสียไม่ได้ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่เหมาะสม
“ฉีก้านขอบพระทัยฝ่าา” ถอนหายใจยาว
ส่งคนบุกทลายค่ายพักพิงขององค์ชายสี่เสียที่นั่นย่อมเป็ที่ซ่องสุมและอีกอย่างเหอไท่ซวงหยางและเหล่าองค์ชายจะต้องพำนักที่นั่นแน่”
อ๋องฉู่สั่งการ องครักษ์ที่แปรพักตร์ต่างยกมือประสานตรงหน้า
“ท่านพี่ฉีก้านโปรดวางใจข้าคิดว่าน้องสาวเยว่ชินต้องถูกคุมตัวไว้ที่นั่นเช่นกัน”
“ขอบคุณท่านอ๋อง มิเสียแรงที่ข้าวางใจเยว่ชินจะต้องปลอดภัย”ฉู่อ๋องยิ้ม กลบเกลื่อนความรู้สึกกังวลใจเสียทั้งหมด
“เรากำลังจะไปไหนกัน”เยว่ชินเอ่ยปากถาม เฉิงชุนเพราะรู้สึกว่าเดินมาไกลแสนไกลแล้วไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพักทั้งที่เหนื่อยแสนเหนื่อย
“......”
“นี่ องค์ชายสี่ เรากำลังไปไหนกัน”
“ข้าจะไปค่ายพักพิงของข้า ที่นั่นชายาข้าจะต้องรออยู่”
“ค่ายพักพิง ขององค์ชายสี่อยู่เลยออกไปทางทิศใต้ของ ด่านปงเปียง แล้วทำไมเรามาทางนี้กันได้”
“นั่นเพราะข้ากำลังตั้งใจเดินเป็วงกลมให้คนของอ๋องฉู่ตามเราไม่ทัน”
“แต่จากนี่ไปมันไกลมากทีเดียวอีกสองสามวันจึงจะถึงที่นั่น”
“ดีแล้ว ข้าตั้งใจหลอกล่อให้พวกเขาตามเ้าไม่ทัน”
"ท่านเหตุใดจึงคิดแผนการร้ายกาจเช่นนี้ได้".
“ข้ายอมสละทุกอย่างเพื่อทำให้อ๋องฉู่พลาดจากเ้า เ้าอย่างไรก็คือสนมของเสด็จพ่อ แม้อ๋องฉู่จะอยากได้เ้าไปเป็ชายาเอกเพียงใดข้าก็จะไม่มีทางให้เขาได้สมหวัง”
ค่ายพักพิงขององค์ชายสี่
“พระชายาหนีไปเถิดเ้าค่ะตอนนี้คนของอ๋องฉู่ยกทัพมาล้อมคายของเราไว้หมดแล้ว”
“หนีไปไหนไหนพวกเ้าบอกข้าว่า ท่านพี่จะมาที่นี่ในอีกไม่นาน เราก็แค่ขอร้องให้คนของอ๋องฉู่ไว้ชีวิตแล้วรอท่านพี่ที่นี่”
“นายหญิง ขอรับที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้วจะทำวิธีไหนก็ไม่ได้มีเพียงวิธีเดียวคือหนี อีกอย่างไม่อาจวางใจว่าคนของอ๋องฉู่จะเปี่ยมไปด้วยคุณะรรมบางทีพวกเขาอาจไม่สนวิธีการ องค์ชายสี่นับวาเป็ศัตรูคนสำคัญ ในบรรดาองค์ชายคนที่น่ากลัวที่สุดคืองค์ชายสี่”
จื่อหรานพยุงตัวลุกขึ้นช้าๆ หน้าท้องป่องนูนจนมองเห็นได้ชัดเจนเป็อุปสรรค์ในการเดินทางไม่น้อย
“แล้วข้าจะพบท่านพี่ได้ที่ไหนกัน”
“ตอนนี้ องค์ชายสี่ยังถือว่าปลอดภัยข้าน้อยจะส่งคนดักตามทางสัญจรเผื่อว่าจะได้ส่งข่าวของพระชายากับองค์ชายสี่”
“ไปกันเถิด”
“ หยุดๆๆๆๆ พวกเ้าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น” องครักษ์ข้างกายของ จื่อหรานรีบชักกระบี่ออกมาขวาง คนของอ่องฉู่ไว้เสีย
“นายหญิงหนีไป”สาวใช้รีบพยุงจื่อหราน หลบไปทางด้านหลัง แต่ทว่าทหารกับรายล้อมไว้จนสิ้น
“ปล่อยข้าไปเถิด”
จื่อหรานเอ่ยปากเบาๆ แต่องครักษ์ข้างกายกลับถลาเข้าใส่ เหล่าทหารที่ขวางไว้ เสียงคมกระบี่ปะทะกันดังเลื่อนลั่น สาวใช้พยุงจื่อหรานหลบหลีกทว่า เมื่อบังเกิดการประมือกันแล้ว ล้วนไม่อาจหลีกเลี่งการาเ็
องครักษ์ข้างกายของจื่อหราน พลาดท่าเซถลาชนเข้ากับร่างอุ้ยอ้ายของจื่อหรานอย่างแรงล้มลงกับพื้นทั้งสองคน องครักษ์กระอักเืออกมา
จื่อหรานรู้สึกเ็ปที่บั้นท้ายน้ำตาไหลริน พยายามจะลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล
เืสีแดงสดไหลลงมาเปรอะเปื้อน อาภรณ์สีขาวสะอาดเป็ทางยาว
“โอียยยย ปวด ปวดเหลือเกิน”ร่างอุ้ยอ้ายบิดตัวกุมท้องไว้แน่น สาวใช้ตกตะลึงตาค้าง
กงจือก้าวขาเข้ามา สีหน้าตื่นใพยุงร่างอุ้ยอ้ายของ จื่อหรานในทันที
“ พวกเ้าทำอะไรลงไป กลับวังหลวง กลับวังหลวงเดี๋ยวนี้”
จื่อหรานใบหน้าซีดเซียวก่อนที่จะหมดสติไปในทันที