ตอนที่ 5 เป็แค่อดีตเมดที่เขาเคยรู้จัก
“ยินดีด้วยกับการได้กำเนิดเป็หนึ่งในพี่น้องสุดยอดเมดของเราคะ‘มาร์เกริตา’...เธอคือน้องสุดท้องคนที่008 ส่วนฉันคือพี่ใหญ่สุดคนที่ 000 ...เธอสามารถเรียกฉันด้วยชื่อ ‘ซีโร่’ หรือ พี่ใหญ่ก็ได้คะ”
“ยินดีที่ได้กำเนิดเป็พี่น้องสุดยอดเมดคะท่านพี่ซีโร่”
การทักทายระหว่างพี่น้องเกิดขึ้น
ทางฝั่งเมดสาวหน้ากากขาวที่ถูกเรียกว่าซีโร่ดูอารมณ์ดีเป็พิเศษ...ส่วนทางฝั่ง มาร์เกริตา ดูไม่มีอารณ์ร่วมเลยหน้าตาของเธอดูนิ่งค่อนไปทางโกรธด้วยซ้ำ
และดูเหมือนว่า เธอจะเป็คนที่ควบคุมสีหน้าที่ไม่เก่ง
เธอมักจะไม่ค่อยแสดงอารมณ์ใดๆออกมาแถมยังไม่ค่อยพูดอีกด้วยหากไม่เอ่ยถาม
มีเพียงสีหน้าโกรธและไม่พอใจเท่านั้นที่แสดงออกมาให้เห็นในบางครั้งที่ไม่ถูกใจอะไร
...ทั้งหมดที่ว่ามาคือสิ่งที่กอนได้สังเกตเห็น
.
..
...
“เธอจะไปไหนเหรอมาร์เกริตา เธอควรอยู่เคียงข้างนายท่านและปกป้องเขานะ”
“เื่นั้นทราบอยู่แล้วคะแต่นายท่านก็มีท่านพี่คอยปกป้องอยู่แล้ว...ฉันมีเื่ที่อยากทำอยู่คะอีกอย่างท่านกอนก็อนุญาตแล้วด้วย”
“นี่เธอไม่รู้จักหน้าที่---”
ซีโร่ที่กำลังจะพูดตักเตือนน้องสาวของเธอก็ถูกกอนเข้ามาขัดแล้วห้ามเอาไว้
ทางฝั่งของมาร์เกริตามีสีหน้าที่เบื่อหน่ายแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
หากปล่อยไว้คงมีเื่บาดหมางระหว่างสองพี่น้องเกิดขึ้นกอนจึงรีบเข้ามาห้าม
“หนา!ๆ ใจเย็นๆหน่อยซีโร่ฉันอนุญาตเองแหละ”
เมื่อได้ยินเสียงห้ามของกอน ซีโร่ก็ค่อยๆใจเย็นลงทันที...
เธอเงียบและไม่พูดอะไรต่อแม้ในใจของเธอจะอยากพูดก็ตาม
...เมื่อกอนเห็นซีโร่ สงบสติอารมณ์ลงได้เขาก็หันไปพูดกับมาร์เกริตา
“เธอจะไปที่ไหนจะไปทำอะไรฉันก็ไม่ว่าหลอกนะเพียงแต่…หากมนุษย์เห็นรูปลักษณ์ที่เป็เผ่าเดม่อนของเธอ คงแตกตื่นกันใหญ่แน่...แตกต่างกับทางซีโร่ที่มีความสามารถคล้ายล่องหน”
“และอีกอย่างซีโร่นั้นไม่จำเป็ต้องกินดื่ม นอนหลับ และพักผ่อน ซึ่งมันแตกต่างจากเธอที่ยังจำเป็ต้องพึ่งพาสิ่งที่ว่ามาเ่าั้อยู่นะมาร์เกริตา”
“ทราบแล้วคะ”
กอนได้รับคำตอบสั้นๆและใบหน้าที่เรียบนิ่งค่อนไปทางเบื่อหน่อยของมาร์เกริตา
ก่อนที่เธอจะใช้มือััไปที่เขาของเธอเบาๆ...แล้วเื่ที่ประหลาดก็เกิดขึ้น
----เขา หาง กรงเล็บเขี้ยว และปีกของเธอ หายไปทัน
ลักษณะทางกายภาพของเผ่าเดม่อนหายไป...ภาพตรงหน้าของกอนเป็เพียงแค่เมดสาวเผ่ามนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น
‘นี่!...เธอซ้อนรูปลักษณ์ของเผ่าเดม่อนได้ด้วยเหรอเนี่ย’
.
.
“ยังไงฉันก็จะไปคะ’
มาร์เกริตายังยึดมั่นในคำพูดเดิม
...ทางฝั่งกอนเองก็ไม่อยากจะห้ามหรือยื้อไว้
เพราะดูเหมือนว่าจะทำอย่างนั้นไปก็ไร้ประโยชน์ในเมื่อมาร์เกริตาตั้งมั่นที่ใจไปจากเขาแล้ว
และนี่...ไม่ใช่ครั้งแรกที่สุดยอดเมดที่เขาสร้างขึ้นจากเขาไปมีสุดยอดเมดเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่ยังคอยรับใช้เขาอยู่
ซึ่งมันแตกต่างจาก ‘สกิลสายมินเนี่ยน’ โดยทั่วไปมาก...
โดยปกติแล้วมินเนี่ยนทุกตัว จะเชื่อฟังและรับใช้เ้านายโดยไม่สามารถขัดขืนได้เลย
แต่ที่ว่ามาเ่าั้คงใช้ไม่ได้กับ ‘สกิลสร้างสุดยอดเมด’ ของกอน
ที่ในบรรดาสุดยอดเมดที่เขาสร้างมาทั้งหมดมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังเชื่อฟังและคอยรับใช้เขาอยู่
.
.
มาร์เกริตาเรียกปีกเดม่อนของเธอออกมา
ปีกสีดำถูกกางออกตั้งยาวชูชันก่อนที่มันจะกระพือบิน ส่งร่างเมดสาวลอยขึ้นไปเหนือท้องฟ้า...หายลับเข้าไปในกลีบเมฆ
...
“เฮ้!...ก็บอกว่าอย่าแสดงรูปลักษณ์ของเผ่าเดม่อนไง เดี่ยวคนจะแตกตื่น!!!”
โชคดีที่แถวนี้ไม่ค่อยมีคนเวลานี้ไม่ค่อยมีคน เลยไม่มีใครเห็น
กอนที่ะโออกไปแต่เหมือนเธอจะไม่ได้ยิน เนื่องจากมาร์เกริตา สุดยอดเมดที่เขาพึ่งสร้างบินหายลับไปแล้ว...
แม้ขณะที่กอนพูดจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม...แต่หลังจากนั้นสีหน้าของกอนก็มีความเศร้าอยู่เล็กน้อย
พลางปรอบใจตนเอง ‘ไม่เป็ไร เดี่ยวค่อยสร้างใหม่’
…
..
.
ณ ทุ่งหญ้าที่เขียวขจีที่สุดแสนจะกว้างใหญ่ไพศาล
มันเป็ทุ่งหญ้าที่แสนมีระเบียบจากการตกแต่งเป็เหลี่ยมเป็มุม มีเส้นแบ่งขั้นที่ชัดเจน
แม้จะดูสวยหรูดีแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ถึงความน่าเบื่อแบบขั้นสุดของมันทั้งวิวทิวทัศน์และบรรยากาศ
“ป๊อค!!!”
ลูกทรงกลมสีขาวที่มีขนาดเล็กกว่ากำปั้นมีพื้นผิวขรุขระคล้ายหลุมขนาดเล็กๆเต็มไปทั่วทั้งลูก
มันถูกหวดลอยออกไปไกลมีจุดหมายคือหลุมที่มีธงโบกสะบัดตามสายลมปักอยู่ หรือขอแค่ไกล้เคียง
กับปากหลุมให้ได้มากที่สุด
----เพียงแต่ลูกที่ถูกหวดเมื่อกี้ ดันลอยห่างไป
จมลงในแอ่งน้ำ...ส่งผลให้ผู้ที่หวดหัวเสียเป็อย่างมาก
“บ้าเอ้ย...วันนี้มันบ้าอะไรกันวะ”
ชายผมเงินหัวฟัดหัวเหวี่ยงอารมณ์เสียเป็อย่างมาก
แคดดี้สาวที่แบกกระเป๋ากอล์ฟให้เขาอยู่พลางกลัวจนตัวสั่น
เนื่องจากเธอรู้ถึงอารมณ์และนิสัยของชายผมเงินดี
...
เขาระบายอารมณ์ความหงุดหงิดด้วยการหวดไม้กอล์ฟลงพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเกิดเป็หลุม เป็บ่อ
และไม้กอล์ฟคดงอ จากการหวดลงพื้นที่รุนแรงหลายครั้ง
ก่อนที่เขาจะหันไปทางแคดดี้สาวเพื่อที่จะหวดหน้าของเธอด้วยไม้กอล์ฟอย่างเต็มแรง
แคดดี้สาวสั่นกลัวเป็อย่างมากเนื่องจากรับรู้ได้ถึงโชคชะตาที่ตัวเองกำลังเผชิญ
“แกก็เป็พวกหนอนแมลงเหมือนกันสินะ”
เขาง้างไม้กอล์ฟขึ้นเตรียมหวดเต็มแรง
“---โอ้ว!”
“ไรเด็นลูกรักอย่าอารมณ์ร้อนไปเลย พลาดแค่นิดหน่อยเอง ลูกนะเก่งที่สุดแล้ว...หันไปดูคนอื่นๆสิไม่มีใครเทียบกับลูกได้เลยสักคน”
“แม่ก็พูดเกินจริงไปนิดผมไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก”
“ไม่หรอก!ลูกนะเก่งทุกเื่อยู่แล้ว ไม่มีใครเทียบลุกได้เลยจริงๆนะ”
ไรเด็นดูอารมณ์ดีขึ้นมาหลังจากที่ถูกแม่ของเขาพูดอวยเกินจริง
แม่ของไรเด็นเป็คุณนายสาวแก่ที่มีเครื่องทองหรูหราประดับไปทั่วทั้งตัว
‘ไรเด็นริวงิน’ มีแม่ เป็ตระกูลเกรทเทอร์ชนชั้นสูงของประเทศไทยและพ่อเป็ตระกูลเกรทเทอร์ชนชั้นสูงของประเทศญี่ปุ่น
----ในวันนี้เขากำลังอยู่ระหว่างการพักผ่าน
เขามาตีกอล์ฟเล่นในสนามประเทศทางฝั่งแม่
แต่ความหงุดหงิดและความขัดใจมันยังคาอยู่ในใจของเขาตลอดเวลา
“ลูกยังรู้สึกหงุดหงิดกับเื่ที่ไปทำภารกิจสำรวจรูหนอนแห่งใหม่ที่ประเทศเวียดนามอยู่อีกเหรอจะ”
“ครับแม่ไอหนอนแมลงนั้น...มันบังอาจมาทำผมอับอาย”
ไรเด็นดีใจเป็อย่างมากที่แม่ของเขามักจะเข้าใจ และคอยช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ
“เอางี้ไหมลูก...เดี่ยวแม่ส่งคนของแม่ไปตัดหัวไอไพร่ชั้นต่ำตัวนั้นมาให้”...
“ไม่เป็ไรครับแม่...ผมอยากจะะเิหัวของมันด้วยตัวของผมเองอีกอย่าง ครั้งที่แล้วผมแค่ประมาทไป...แต่ครั้งหน้า ผมจะไม่ทำพลาดอย่างแน่นอน”
“ต้องอย่างงี้สิสมแล้วที่เป็ลูกแม่”
รอยยิ้มที่สุดแสนจะมั่นใจปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของ‘ไรเด็น ริวงิน’
...
..
.
“เฮ้!ไอคิวมันหายไปไหนของมันเนี่ย นี่มันก็สายมากแล้วนะ สงสัยต้องหักเงินเดือนมันจริงๆแล้วละ”
“ไม่ใช่ว่าคิวเขาลาเหรอครับผมเห็นมันไปแคมป์ปิ้งกับแฟนเมื่อคืนวันก่อนยังไม่กลับมาเลย”
“ไม่ได้ลานะแปลกจริงๆเลย...ไอคิวมันมาสายบ่อยก็จริง แต่มันไม่เคยขาดโดยไม่แจ้งก่อนล่วงหน้าเลยนะ”
การบ่นประจำวันของเจ๊พอลล่าก็เริ่มขึ้นเป็ปกติแถมวันนี้ดูเหมือนว่าคิวจะไม่มาทำงาน
...สงสัยจะไปเที่ยวกับคุณฟานเพลินไปหน่อย
“ว่าก็ว่าเถอะ...ไอรูหนอนบ้าตรงนั้นยังไม่ถูกเคลียร์อีกเหรอ ทั้งขวางทางจราจร แถมจากข่าวที่ได้ยินมันยังอันตรายมากด้วยนะ เห็นว่ามันเชื่อมมิติไปยังโลกที่มีพวกเผ่าดวอร์ฟด้วยแหละ”
“ผมผ่านเมื่อเช้าทางยังปิดอยู่เลย สงสัยคงยังไม่ได้เคลียร์จริงๆนั้นแหละครับ”
“แย่จริงๆพวกเกรทเทอร์มันมัวทำอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่รีบเคลียร์รูหนอนทั้งๆที่รูหนอนนั้นมันอันตรายแท้ๆ”
กอนไม่รู้จะพูดปลอบเจ๊พอลล่าที่อยู่ในอารมณ์หงุดหงิดยังไง
...ความจริงไม่ใช่แค่เจ๊พอลลล่าเท่านั้นที่เดือดร้อนแต่คนทั่วไปก็เดือดร้อนเช่นกัน
มีเพียงพวกเกรทเทอร์เท่านั้นแหละที่คิดว่ามันเป็ดันเจี้ยนที่แสนสนุกสนาน น่าค้นหาและน่าผจญภัย
มีสมบัติและทรัพยากรมากมายรอให้พวกมันได้กอบโกยกันเป็ว่าเล่น
----แต่สำหรับมนุษย์ธรรมดานั้น
รูหนอนที่ปรากฏในครั้งนี้ลังแต่จะสร้างปัญหาความหวาดกลัว และเดือดร้อนให้กับพวกเขาเป็อย่างมาก
ในข่าวบอกไว้ว่ารูหนอนที่ปรากฏในครั้งนี้เป็ดั่งเขาวงกตภายในเต็มไปด้วยอุโมงค์ที่แตกเขนงเป็หลายเส้นทาง ดั่งรากไม้
ภายในรูหนอนหรือดันเจี้ยนในครั้งนี้มีสิ่งมีชีวิตจำพวกแมลงอยู่เต็มไปทั่ว...แมลงหลายชนิด หลายประเภทมากมายนับไม่ถ้วนไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กลัวแมลง
พวกมันเป็แมลงที่พบเห็นได้ทั่วไปแทบไม่มีความแตกต่างเลย หากดูจากลักษณะภายนอก
...เพียงแต่พวกมันนั้นมีสีขาวเผือกทุกตัว
และความลับอีกอย่างคือพวกมันนั้นเป็ส่วนประกอบสำคัญชั้นดีในการทำยาชูกำลังชนิดต่างๆ
นั้นเป็เหตุผลว่าทำไมพวกมันมีราคาที่สูงและพวกเกรทเทอร์เลือกที่จะเก็บดันเจี้ยนนี้ไว้
ส่วนอีกฝั่งของมิติเป็โลกของเผ่าดวอร์ฟ
ดวอร์ฟเผ่าที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายมนุษย์
...เพียงแต่พวกมันมีขนาดโตเต็มวัยแค่ประมาณ 130 ซม.
พวกมันทุกตัวมีแค่มานาสีแดงอยู่ในกายเท่านั้นไม่เคยมีการค้นพบดวอร์ฟที่มีมานาสีอื่นเลย
และการที่มันมีแค่มานาสีแดงก็ไม่ได้แปลว่ามันจะด้อยกว่ามนุษย์
พวกมันมันใช้มานาสีแดงได้อย่างคุ้มค่าและเหนือยิ่งกว่ามนุษย์กว่ามนุษย์หลายเท่า
ชุดเกาะและอาวุธเคลือบมานาแดงที่ดวอร์ฟสร้างขึ้นถือเป็สิ่งของที่ล้ำค่า และดีที่สุด
...ไม่มีเผ่าใดที่เด่นกว่าหรือเทียบ กับเผ่าดวอร์ฟในด้านนี้ได้
----เผ่าดวอร์ฟนั้นไม่ค่อยน่ากลัวสำหรับเกรทเทอร์
พวกมันมีทั้งที่เป็มิตรและศัตรู...
แต่โชคร้ายที่เผ่าดวอร์ฟที่เราเจอในครั้งนี้มันเป็ศัตรูอย่างเต็มตัว
มันมีนิสัยที่ป่าเถื่อนและโจมตีทันที่เห็นหน้ามนุษย์...นับว่าเราได้เจอกับพวกดวอร์ฟที่เกลียดมนุษย์เข้าไส้
และยังมีข่าวที่ช่องทางหลักถูกปิดไว้ไม่ให้รายงานแต่ชาวเมืองในละแวกรู้ดี
....แต่พวกเขาก็ไม่กล้าพูดอะไรมากเนื่องจากชาวเมืองส่วนใหญ่เป็เพียงแค่มนุษย์ธรรมดา
ข่าวที่ว่าคือข่าวที่ทีมสำรวจชุดแรกของมนุษย์ พบเข้ากับ ทีมสำรวจของพวกดวอร์ฟโดยบังเอิญ
การต่อสู้ได้เกิดขึ้นทันทีและทีมสำรวจของมนุษย์ได้พ่ายแพ้ไปอย่างง่ายดาย
โชคดีที่ทีมสำรวจทั้งหมดหนีกลับมาได้แต่โชคร้ายที่พวกดวอร์ฟมันก็ตามมาฝั่งมนุษย์เช่นกัน
การตามล่าดวอร์ฟที่เข้ามาฝั่งมนุษย์นั้นเป็ไปย่างลับๆ
.
..
...
ผลสรุปที่เกิดขึ้นของเหตุการณ์ในครั้งนี้...
ดวอร์ฟจับมนุษย์เป็ตัวประกันจำนวนแปดคนและหนีกลับเข้าไปในรูหนอนได้สำเร็จ
----แม้รูหนอนครั้งนี้จะพาไปพบกับพวกดวอร์ฟที่อันตรายเพียงใด
พวกเกรทเทอร์ยังคงไม่สนใจที่จะทำลายแกนกลางของรูหนอนเนื่องจากพวกดวอร์ฟเ่าั้ไม่ได้มีอันตรายมากมายเลยสำหรับพวกเขาที่เป็เกรทเทอร์‘สมบัติและทรัพยกรล้ำค่าสิ คือสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า’...
‘บ้าเอ้ย!...ไอพวกบัดซบ’ กอนสบถคำด่าในใจ
ก่อนที่ลูกค้าจะเริ่มทยอยเข้ามาในร้าน
ปิดฉากการสนทนาและการบ่นของเจ๊พอลลล่า ทั้งคู่แยกย้ายกันไปทำงาน
...
..
.
่เวลาที่ลูกค้าแ่าผ่านพ้นไป
‘ไอคิวมันไม่มาทำงานจริงๆเหรอเนี่ย’ กอนบ่นกับตัวเอง...เนื่องจาก เขาต้องทำงานแทนในส่วนของคิว
่เวลาที่หนักที่สุดมีลูกค้ามากที่สุดก็ผ่านพ้นไปแล้วอย่างทุลักทุเล...วันนี้เขาค่อนข้างเหนื่อยกว่าปกติ
...
“กอนมีลูกค้าเรียกหาแหนะ”
“เดี่ยวไปครับ”
ใครคือคนที่เรียกหาเขากันนะกอนไม่เคยรู้จักหรือสนิทกับใครอื่นในประเทศนี้เลยั้แ่ย้ายมาเมื่อ หกเดือนที่แล้ว
นอกจากคนในร้านไอคิวและคุณฟาน(แฟนของคิว)
กอนเดินไปหน้าร้านเห็นเจ๊พอลล่าทำสายตาเ้าเล่ห์อยู่
“หุหุ!ไม่เลวเหมือนกันนะเนี่ยกอนของเราไม่เห็นบอกเจ๊มั่งเลย...ว่าแต่ไปตกได้มาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย”
“พูดอะไรของเจ๊เนี่ยผมไปตกอะไรได้มาั้แ่เมื่อไหร่”
กอนค่อนข้างงงกับสถานการณ์เขาไม่รู้อะไรเลยจริงๆ
...
เจ๊พอลล่าชี้ตำแหน่งลูกค้าที่เรียกหาเขา
เธอนั่งหันหลังอยู่ที่โต๊ะด้านในสุดเป็หญิงสาวผมดำที่กอนรู้สึกคุ้นเป็อย่างมาก
“ประเทศนี้ฟาสต์ฟู้ดเฟื่องฟูั้แ่เมื่อไหร่กันทั้งที่เมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อนฟาสต์ฟู้ดยังไม่เป็ที่นิยมเลยแท้ๆ”
“เื่นั้นไม่ทราบเหมือนกันครับพอดีผมเองก็พึ่งจะย้ายมาอยู่ได้ไม่ถึงปีเลย”
กอนพยายามปั้นหน้ายิ้มเหมือนคุยกับลูกค้าปกติคนอื่นๆ
----แต่เมื่อกอนได้เห็นใบหน้าของเธอชัดๆสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็เ็าทันที
‘ตามมาถึงที่นี่เลยเหรอ’ คำพูดในใจของกอนหลังจากเห็นรูปร่างหน้าตาของเธอ
แน่นอนว่าเธอเป็คนที่กอนรู้จักเป็อย่างดี
หญิงผมสั้นสีดำมีระเบียบหน้าตาไม่ได้ขี้เหล่และไม่ได้น่ารักมีจุดเด่นที่เห็นได้ชัดที่สุดคือไฝสีดำใต้ริมฝีปาก
อายุประมาณ20 ต้นๆ ปกติกอนมักจะเห็นเธอในชุดเมด แต่ตอนนี้เธอใส่ชุดธรรมดา
“เื่นั้นฉันทราบดีอยู่แล้วคะนายน้อยกอน...ไม่สิตอนนี้ต้องเรียกว่าคุณกอนสินะคะ เพราะคุณไม่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลของแล้วนิหนา”
หญิงสาวคนนี้มีน้ำเสียงที่เย่อหยิ่งกว่าที่คิด
ในอดีตเธอเคยเป็เมดประจำตัวของกอน...ก่อนที่เขาจะถูกขับไล่ออกจากตระกูล
และแน่นอนเธอคนนี้ไม่ใช่สุดยอดเมดที่เขาสร้างขึ้น
“ฉันรู้ว่าเธอมาที่นี่เพื่ออะไรนะแต่บอกไว้ก่อนเลยว่ามันเสียเวลาเปล่า ฉันไม่มีทางยกคฤหาสน์หลังนั้นให้กับใครแน่ๆ”
สมบัติเพียงชิ้นเดียวที่กอนมีอยู่เป็มรดกที่ปู่ของเขามอบให้กับเขาโดยตรง
...หลังจากที่ปู่ของเขาเสียชีวิตได้ไม่นานเขาก็ถูกพ่อแท้ๆขับไล่ออกจากตระกูลทันที
“ฉันไม่ได้มาเพื่อพูดคุยหรือเจรจากับนายสักหน่อย...อย่าลืมสถานะของตัวเองสิ”
“อ่อ!งั้น~ผมไปละ”
กอนเตรียมเดินจากไปทันทีดูเหมือนลูกค้าท่านนี้จะไม่ได้มีเื่อะไรให้ต้องพูดคุยกันกับเขา
.
.
อดีตเมดสาวไม่พอใจการกระทำของกอนที่พยายามเมินเธอ
“ด~เดี่ยวก่อน นายจะไปไหน”
“อ่าว! ก็คุณไม่มีเื่จะพูดแล้วนิ แล้วผมจะอยู่ทำไมละ”
เธอััได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เหมือนเดิมของเด็กหนุ่มที่ชื่อกอน
เขามีการล้อเล่นกับเธอมีความกล้าที่มากกว่าเดิมหลายเท่า...ทั้งที่เขารู้ชนชั้นและระดับของตัวเองดีแท้ๆ
มนุษย์ธรรมดาแบบเขาเทียบกับคนของตระกูลเกรทเทอร์ชั้นสูง
“ทางตระกูลของเราจะช่วยปกป้องนายจากตระกูลริวงินให้ตลอดชีวิตแลกกลับนายต้องยกคฤหาสน์หลังนั้นให้กับเรา”
“เป็ข้อเสนอที่ดีนะเพียงแต่ผมไม่มีทางเชื่อคำพูดของคนใน ‘ตระกูลนานาเคะ’ แน่นอน...อีกอย่างแค่ตระกูลริวงิน ทำอะไรผมไม่ได้หรอกนะ”
[ นานาเคะตระกูลมีชื่อเสียงอันดับต้นๆของประเทศญี่ปุ่นเป็ตระกูลหน้าใหม่ที่มีอายุไม่ยังไม่ถึง 400 ปี ก่อตั้งโดย เกรทเทอร์คนหนึ่งที่มีมักใหญ่ใฝ่สูงในอดีต]
หญิงสาวแสดงสีหน้าที่โกรธเคืองไม่พอใจขึ้นมาทันที
เธอไม่คาดคิดเลยว่าเศษขยะไร้พลังที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลด้วยความอับอาย
จะกล้าต่อปากต่อคำกับเธอได้ถึงขั้นนี้
‘บางทีกอนคงจะลืมสถานะของตัวเองไปแล้วฉันอาจจะต้องสั่งสอนเขาเสียหน่อย’ อดีตเมดสาวบ่นในใจ ก่อนที่จะจ้องไปยังกอนด้วยท่าทางที่บ่งบอกว่าให้รู้ว่า‘ตอนนี้สถานะของชั้นเหนือกว่าแก’
“แกมันโอหังขึ้นเยอะเลยนะแถมยังดูเหมือนจะฉลาดขึ้นเล็กน้อย...แต่ก็ชั่งเหอะ ไม่ว่ายังไง สุดท้ายคฤหาสน์หลังนั้นต้องตกเป็ของตระกูลนานาเคะอยู่ดี”
กอนที่ฟังจบเขาก็ฉีกยิ้มทันที
“จะใช่แบบนั้นหรือเปล่านะเพราะถ้าพวกตระตระกูลนานาเคะทำได้จริง คงไม่ส่งเธอมายื่นข้อเสนอกับผมแน่”
หญิงสาวตรงหน้าเงียบไปทันที...กอนสังเกตเห็นสีหน้าและท่าทางของเธอ
...ตอนนี้เธอเผยธาตุแท้ออกมาแล้ว
มันเป็สีหน้าที่เต็มไปด้วยความรังเกียจที่มีต่อกอน
“แกคิดว่าสุนัขเฝ้าคฤหาสน์โง่ๆของแกจะปกป้องคฤหาสน์หลังนั้นได้จริงๆเหรอ...”
“รู้ไว้ซะ! เราแค่ยังไม่ส่งมือดีของเราไปจัดการเท่านั้น...หากเวลามาถึงเมื่อไหร่สุนัขโง่ๆของแกได้ตายคาคฤหาสน์หลังนั้นแน่ๆ”
“ฮ่าฮาๆนี่คิดจะขู่ผมไปเพื่ออะไรกันเนี่ย คิดว่าพูดแบบนั้นไปแล้วจะทำให้ผมกลัวขึ้นมาเหรอ...ฮ่าฮาฮาผมรู้หนาคุณ ‘มิกิ’ ถ้าสิ่งที่ผมปล่อยไว้เฝ้าคฤหาสน์เป็เพียงแค่สุนัขโง่ๆจริงๆแล้วละก็ คุณจะมายื่นข้อเสนอกับผมทำไม”
กอนหัวเราะชอบใจกับท่าทีที่เต็มไปความโกรธของอดีตเมดสาวประจำตัวของเขาที่อดีตตระกูลของเขาส่งมา…
เขาไม่ใช่คนที่ยอมทำตัวโง่ๆเชื่อฟังตระกูลทุกอย่างอีกต่อไป...ตอนนี้เขาเป็อิสระ
----ทางฝั่งมิกิโกรธเคืองเป็อย่างมาก
ภายในใจนั้นร้อนรุ่มแทบจะะเิอยากจะฆ่าอดีตนายน้อยที่ชื่อกอนให้ตายๆไปสะตอนนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
เพียงแต่...เธอยังทำมันตอนนี้ไม่ได้
.
.
.
ติชมผลงานวิจารณ์ได้ตามสะดวกเลยครับ ผมจะปรับปรุงตัวเเละเเก้ไขทันทีผมอ่านทุกคอมเม้นเเน่นอน
ฝากติดตามผลงานเฟสบุ๊คเพจ : https://bit.ly/3aJY2ic