เควินเอาตะกร้าขนมไปเก็บไว้ที่เบาะหลังรถยนต์และก้าวขึ้นนั่งประจำที่คนขับมลจิราเห็นดังนั้นจึงก้าวตามขึ้นไปนั่งข้างคนขับขณะกำลังคาดเข็มขัดนิรภัย
“ไม่สบายเหรอม่อนทำไมใส่หมวกกันน๊อคนั่งรถยนต์ ไปหาหมอมั้ย” เควินกล่าวและหันมายิ้มใส่คนแก้มใสที่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็สีแดง
“บังเอิญว่าต้องออกไปส่งขนมกับคนป่วยเป็ไบโพล่าเลยใส่กันไว้ก่อนกลัวอาการกำเริบเปลี่ยนใจแตะเบรคกระทันหันแล้วหัวจะกระแทกตอนขับรถเร็ว ๆอีกอย่างเผื่อเขาสับสนกับการตัดสินใจ... ไปเถอะสายแล้วอย่างน้อยขอปลอดภัยไว้ก่อนค่ะ”ถอนหายใจพร้อมทั้งบอกให้เขาออกรถเพื่อไปส่งขนมส่วนเควินนั่งอมยิ้มไปอย่างมีความสุขเหตุการณ์ทุกอย่างไม่รอดพ้นจากสายตาของคู่หูบอดี้การ์ดได้บันทึกวีดีโอส่งไปให้นายใหญ่และมาดามดูบอสเขามีความสุขแต่สาวน้อยนี่สิบึ้งตึงมากเมื่อนายใหญ่มาร์ตินและมาดามช่อผกาเห็นวิดีโอถึงกับอึ้งตอนแรกที่ลูกชายหายไปติดต่อไม่ได้คิดว่าจะไปติดนางแบบคนไหนที่ไหนได้สาวน้อยคนนี้ห่างไกลจากสเปกของเควินลิบลับเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายเขาท่าทางอมยิ้มอย่างมีความสุขสายตาวิบวับขี้เล่นที่ไม่เคยเห็นมานานเหลือเกินั้แ่ช่อทิพย์มารดาผู้ให้กำเนิดเสียชีวิตเควินไม่ต่อต้านที่เขาแต่งงานกับช่อผกาซึ่งเป็น้องสาวของมารดาเพราะหลังจากช่อทิพย์เสียชีวิตก็ได้ช่อผกานี่แหละที่คอยดูแลเควินแต่รอยยิ้มความอ่อนโยนและความสดใสของเควินก็เริ่มหายไป จนเควินกลายเป็คนที่มีบุคลิกภาพที่เคร่งขรึมแทนแต่เป็แบบนี้ก็ดีกว่าอยู่แล้วหรือว่าเขาจะต้องเตรียมรับขวัญว่าที่ลูกสะใภ้ สองหนุ่สาวส่งขนมเสร็จกลับเข้าบ้าน“ยายจ๋า ยาย”
“ไม่เอาจ้าหลานซื้อแล้วเพิ่งซื้อเมื่อวาน” เควินคิด....หาหมอรอบนี้คงต้องปรึกษาหมอสักหน่อย
“หนูม่อนเองจ้ากลับมาแล้วลูกค้าดีใจกันใหญ่ที่เรากลับมาทำขนมอีกและเขาฝากบอกยายดูแลตัวเองด้วยและขอให้หายไวไวจ๊ะ”
‘ขอบใจลูก”
“มากินข้าวกันเถอะ”
“ม่อนจ๋า อยู่บ้านมั้ย” มลจิราได้ยินเสียงเรียกหน้าบ้านจึงออกไปดู
“อ้าวฟ้าใสจะไปไหนกันเหรอพี่พลก็มาด้วยเหรอ”
“เห็นคนในตลาดพูดกันว่ายายผ่าตัดฟ้ากับพี่พลเลยแวะมาเยี่ยมจ้า” เควินที่เอาตะกร้าไปเก็บเมื่อได้ยินเสียงคุยกันหน้าบ้านจึงเยี่ยมหน้าออกมาดูก็พบกับสาวน้อยและหนุ่มวัยรุ่นน่าจะอ่อนกว่าเขา
“ไปเข้าไปหายายกัน”
เมื่อเข้ามาในบ้านยายละอองแก้วซึ่งกำลังเอนตัวพักผ่อนก็ค่อย ๆลุกขึ้นแล้วหันมาทักผู้มาใหม่ทั้งสองคน
“ ฟ้าใสกับพลไปไงมาไงลูก”
“ฟ้ากับพี่พลได้ยินคนที่ตลาดพูดกันว่ายายไม่สบายเป็ไงบ้างจ๊ะ”
“ขอบใจลูกยายหายแล้วแต่หมอบอกว่าทำบอลลูน มันยังไงยายก็ยังไม่ได้ถามเลยแล้วยายจะลอยได้เหมือนในทีวีไหมหนูม่อน“
พูดจบยายก็ทำหน้าสงสัยเลยทำให้ทุกคนอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
“ช่างมันเถอะหายแล้วก็แล้วมามากินข้าวด้วยกัน” ยายละอองแก้วชักชวนและค่อยๆ เดินไปที่โต๊ะกินข้าวเมื่อเดินมาที่โต๊ะกินข้าวก็พบกับเควินที่นั่งประจำที่ทั้งพลวัตรและฟ้าใสมองด้วยสายตาประหลาดใจมองยายละอองแก้วทีนึงแล้วก็มองมลจิราด้วยคำถาม
“เอ่อ ฝรั่งคนนี้คือ...” พลวัตรเอ่ยถาม
“คนรู้จักค่ะมาอาศัยชั่วคราวอีกไม่กี่วันก็กลับแล้ว”
“สวัสดีครับผมชื่อเควิน”
“ฟ้าใสเพื่อนม่อนค่ะ”
“ผมพลวัตรพี่ชายฟ้าใสครับ” ในขณะแนะนำตัวแต่สายตาพลวัตรมองตามมลจิราที่กำลังเตรียมสำรับกับข้าวและตักข้าวเพิ่มให้แขกทำให้เควินหนวดเริ่มกระตุกอืมสนใจหญิงทั้งๆ ที่แนะนำตัวกับเขา
หลังจากทานข้าวเสร็จฟ้าใสจึงชวนมลจิราให้ไปงานแต่งงานของเรือนไหมเพื่อนสนิทอีกคนที่กำลังจะแต่งงานในอีกสองวันข้างหน้า งานจัดที่เขาใหญ่ซึ่งเป็บ้านของฝ่ายเ้าสาวต้องใช้เวลาเดินทางประมาณสามชั่วโมงกว่าจากกรุงเทพโดยมีพ่อ-แม่ของฟ้าใสและพลวัตรก็ไปด้วยส่วนพลวัตรทำหน้าที่เป็พลขับ ยายละอองแก้วได้ยินดังนั้นจึงคิดอยากให้มลจิราได้ไปเจอเพื่อนๆ ด้วย
“ไปก็ดีนะหนูม่อนจะได้ไปเจอเพื่อนและได้ไปสังสรรค์กันด้วย”
“ถ้าหนูม่อนไปแล้วใครจะดูแลยายละคะ” เควินได้ยินดังนั้นจึงคิดวางแผนที่จะไปด้วยเขาไม่มีทางให้มลจิราไปด้วยโดยไม่มีเขาไปอย่างแน่นอนจึงเสนอออกไป
“ไปสิผมไปด้วยจะขับรถพาคุณไปเองส่วนยายผมจะให้เพื่อนมาอยู่เฝ้าให้”เขาจะให้โทนี่กับเดฟมาอยู่ดูแลยายแต่ไม่บอกหรอกว่าพวกเขาเป็ใครเมื่อตกลงนัดกันเรียบร้อยฟ้าใสกับพลวัตรจึงขอตัวกลับเควินจึงโทรให้เดฟและโทนี่มาแนะนำตัวและทำความคุ้นเคยกับยายละอองแก้วและมลจิรา