"พวกเจ้าจะต้องได้รับการลงทัณฑ์ที่เจ็บปวดทีละน้อย ๆ"
"จับพวกมันไปห้องขังทัณฑกาลใต้ดิน ข้าจะทรมานพวกมันให้ตกตาย"
"อ้อ ! ..... แต่พวกเจ้าไม่ต้องห่วง ไยตาข่ายพวกนี้ เป็นปราณจากพวกเรา ตัวปราณเหล่านี้ มีพิษร้ายผสมผสานอยู่ แม้แต่วิถีจักรพรรดิก็ทำลายไม่ได้ ศัสตราวุธพวกเจ้าก็ทำลายไม่ได้"
"ให้พวกเจ้าได้ลิ้มรส ไยไหมทัณฑกาล"
"ไยตาข่ายนี้ จะช่วยพวกเจ้าทำลายตันเถียนของพวกเจ้าทีละน้อย ทีละน้อย ..." ผู้นำชราเผ่าพันธฺุ์เซียนจีกล่าวพร้อมหัวเราะด้วยความสะใจ หลังจากที่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ที่โดนกระทำมาหลายครั้ง
*********************************************
ณ มิติเแห่งดินแดนเทียนเซียน มิติเซียนที่ลึกลับในภพเซียน ในวัฏะเดิม ลี้เฟยบรรลุอริยวิถีเหนือมนุษย์ เข้าสู่ระดับเซียน ที่มีอายุยืนยาว และมีวิถีระดับจักรพรรดิ์ปราชญ์เซียน ขั้นอนันตริยอนันต์ และอยู่ระดับครึ่งก้าวปรมัตถ์แล้ว หากเพียงต้องการที่จะแก้ข้อสงสัยเรื่องพลังวิถีมิติแห่งภพ หลังจากที่ได้ศึกษามายาวนาน ทำให้เข้าใจและคิดค้นเคล็ดวิชาวัฏะและก้าวข้ามมานั่นเอง
ชายหนุ่มสวมใส่เสื้อผ้าสีฟ้าสดใส ออกจากกรรมฐานหลังจากเข้ามาสักพักใหญ่
"ไตรจักระของนายท่านเป็นอย่างไรบ้าง" ซื่อเทียน เซียนน้อยผู้อยู่ดูแลลี้เฟยมาตลอดในวัฏะก่อนกล่าวถาม
"ข้าพบปัญหาใหญ่"
"ไม่คาดคิดว่าจะเป็นปัญหาที่ทำให้ข้ากลับมาเช่นนี้"
"โชคดีขณะที่เกิดเหตุ ข้าเข้าถึงตติยฌาณอยู่ตลอดเวลา หาไม่แล้ว จิตข้าอาจดับสูญไปที่ได้ ยากจะเอ่ยบรรยาย"
ความจริงแล้ว ในเหตุการณ์ที่ผ่านมา แม้ลู่ซือจะถูกทำร้าย จนร่างกระเด็นตกหน้าผา แต่ด้วยการเข้าจิตระดับตติยฌาณอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้เหตุการณ์เป็นไปทุกอย่าง จิตวิญญาณไม่ดับสูญ
"ในยามนี้ ..."
"ข้าสามารถหล่อหลอมไตรจักระของข้าให้เข้ากับสภาวะแห่งจิตของข้าได้แล้ว ในช่วงที่ผ่านมา ข้าเร่งรีบและประมาทไป ทำให้การหลอมประสานไม่ทันกัน ด้วยร่างกายข้ายังมีวิถีระดับต่ำเกินไป"
"แต่ไตรจักระและขุมพลังจิตของข้าเดิม เป็นวิถีจักรพรรดิ์ปราชญ์เซียน ขั้นอนันตริยแล้ว ทำให้วิถีแห่งขุมพลังไม่ประสานกัน" ชายหนุ่มสวมใส่เสื้อผ้าสีฟ้ากล่าวตอบ
"ซื่อเทียน ตั้งแต่ข้าก้าวข้ามวัฏะไป มีใครเข้ามาสร้างปัญหาหรือไม่" ชายหนุ่มสวมใส่เสื้อผ้าสีฟ้าหรือก็คือลู่ซือถามชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
"ทางดินแดนสุิรยเทพ มีกลุ่มคนต่างดินแดนเข้ามาก่อกวน ต้องการจะขอแบ่งส่วนดินแดนปกครอง ดูเหมือนพวกมันจะมีความกล้ามากที่เข้ามาขอหลังจากที่นายท่านหายไป"
"ในส่วนของราชินีมู่หยงฟ่านเองก็กังวลในส่วนนี้"
"ลึก ๆ ข้าน้อยเข้าใจว่า น่าจะมีคนในเป็นไส้ศึก หาไม่แล้ว มันจะกล้าเข้ามาได้อย่างไร ไม่มีใครรู้เรื่องนายท่านมากนัก" ซื่อเทียนรายงานความเป็นไปและปัญหาของดินแดนที่ลู่ซือปกครองทั้งหมด
"มู่หยงฟ่าน เป็นอย่างไร ลู่ซือถาม
"พระนางปลอดภัย กำลังเร่งสืบเบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ขอรับ" ซื่อเทียนกล่าว
"ดี ..."
"เจ้ายังไม่ต้องรายงานเรื่องราวของข้า"
"ข้าจะก้าวงล้อวัฏะกลับไปใหม่ และข้าจะไปหานางภายหน้า" ลู่ซือกล่าว
"ในยามนี้ ไตรจักระและขุมพลังจิตข้าสอดประสานแล้ว ข้าเพียงเพิ่มวิถีแห่งหลังของข้าขึ้นไปเท่านั้น"
"เจ้าไปนำความไปบอกมู่หยงฟ่านว่า ไม่ต้องห่วงข้า ข้าจะไปหานางแน่นอน" ลู่ซือกล่าว
จากนั้นจึงสงบจิตเข้ากรรมฐานร่ายเคล็ดวิชาก้าวข้ามวงล้อแห่งวัฏะอีกครั้ง จากนั้นดวงจิตที่ผนึกด้วยไตรจักระและขุมพลังจิตอนันตอริยะก็ก้าวข้ามมิติแห่งเวลา ผ่านมิติแห่งภพ กลับสู่เจดีย์โถงบรรพกาลชั้นที่เก้าอีกครั้ง
"ข้ามีหลายอย่างที่ข้าจะต้องไปนำกลับมา"
"อย่างแรก ข้าจะควบรวมเข้ามาไว้ในถะเจดีย์ข้าก่อน ... เรือเหาะซีหยาง"
ชายหนุ่มสวมใส่เสื้อผ้าสีฟ้าสดใส ก้าวเดินออกมาจากโถงห้องบรรพกาล ทอดมองออกไป มองดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง นับตั้งแต่ข้าเข้าไปที่โถงห้องมังกรบรรพกาล
และนั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อนในมิติบนดินแดนหยวนอามารแห่งนี้ ทว่ามันคือ เวลาเกือบสามเดือนบนชั้นเก้าในเจดีย์ที่อยู่ในโถงห้องมังกรบรรพกาล และมันคือ หนึ่งชั่วยามในมิติเทียนเซียน