“แกขำอะไร ถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ฉัน้าไม่ได้ล่ะคอยดู” เขาหันมาทางลูกชายคนเล็กที่รู้เท่าทันและแสบเอาการ เหวินหลงรู้ว่าพ่อใช้ให้พวกพี่ ๆ เขาไปทำอะไรมาบ้าง เหวินหลงยักไหล
“เอาล่ะ ๆ พ่อลูกไม่ต้องทะเลาะกัน” สุดท้ายแม่เขาก็เป็คนไกล่เกลี่ยและยอมให้อภัยพ่อเสมอ เหวินหลงมองเค้กวันเกิดของมารดาที่ถูกตัดแบ่งมาเสิร์ฟลงตรงหน้าเขา สอบเข้ามหาลัยรึ เขาล่ะเกลียดยัยเหม่ยอิงหน้าซีด ยัยลูกเมียน้อย ยัยนั่นเป็ลูกติดท้องของผู้หญิงคนนั้นมาจากชายอื่น เขาเกลียดท่าทางหงอ ๆ และกลัวเขาทุกครั้งที่เห็น ขนาดเรียนที่เดียวกันยัยนั่นยังพยายามหลบหน้าเขาตลอด แต่เห็นหน้าขาวๆ ซีดๆ อย่างนั้นเถอะเรียนเก่งชะมัด และข้อนี้เองที่ทำให้เขายิ่งเกลียดยัยนั่นเข้าไส้ ดีที่ไม่ต้องอยู่บ้านเดียวกันไม่อย่างนั้นเขาจะอาละวาดให้บ้านแตกไปเลย เอาให้อยู่กันไม่ได้ไปข้างหนึ่ง ถึงแม้เหวินหลงจะสงสารแม่ของยัยนั่นอยู่บ้างแล้วก็น้องชายเขาที่เพิ่งจะอายุได้เก้าขวบก็เถอะ สำหรับยัยนั่นที่กล้าตบหน้าเขาแล้วล่ะก็ไม่ยอมเด็ดขาด ยังไงก็ต้องหาทางเอาคืน
เหวินหลงตักเค้กเข้าปากในใจก็เฝ้าวนเวียนคิดวางแผนที่จะจัดการกับเหม่ยอิง แกล้งขู่เอาให้ร้องไห้ไปเลยดีไหมนะ จะให้คนของเขาจับตัวไปที่ไหนสักแห่ง แล้วเขาก็จะเล่นบทจอมวายร้าย หรือจะแอบเอากระเป๋าเรียนของยัยนั่นไปซ่อนดีเื่แค่นี้เขาทำได้สบายอยู่แล้วโดยไม่ต้องให้ใครช่วย อืม.. . หรือเอาชุดนักเรียนของยัยนั่นตอนชั่วโมงพละไปซ่อนดี หรือรองเท้าเอาไปทิ้งลงบ่อโคลนหลังโรงเรียน.. .หึ หึ
เหวินหลงเฝ้าแต่คิดหาวิธีกลั่นแกล้งเหม่ยอิง รู้สึกมีความสุข จนแทบจะรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ไม่ไหว เขาจะได้ลงมือทำอย่างที่วางแผนไว้
*********************
เหวินซิ่วกดปิดโทรศัพท์ เขายัดมันลงไปในกระเป๋าเสื้อโค้ดสีเข้ม
“ ปึ้ก ! ” ร่างน้อย ๆ ของเด็กชายที่วิ่งมาชนเขา
“โอย !” เสียงน้อยๆ ร้องอุทาน
เหวินซิ่วจับสองแขนเล็ก ๆ ของเด็กเอาไว้ เอ่ยปาก
“ขอโทษ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เขาก้มลงถามเป็ภาษาอังกฤษ ต่อร่างน้อย ๆ ของเด็กชายที่แหงนหน้ามองเขา หน้าตาจิ้มลิ้ม อย่างกับเด็กผู้หญิงแนะ
“ไม่เป็ไรฮะ” เด็กชายตอบเขา เป็ภาษาเดียวกัน เหวินซิ่วขมวดคิ้ว เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเด็กคนนี้อยู่ไม่น้อย เหมือนกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“อาซัน” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ทั้งเหวินซิ่วและเด็กชายหันไปตามเสียงนั้น เหวินซิ่วปล่อยตัวเด็กชายที่หันกลับ วิ่งไปหาหญิงสาวร่างบอบบาง ผิวขาว สวย เธอจับตัวเด็กชาย โอบไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งทำหน้าดุ ๆ และตาเขียวๆ ใส่เด็กชาย ดูเธอสาวและอ่อนวัยเกินกว่าจะเป็แม่ของเด็กชายได้ พอเธอเงยหน้ามองเขาและกล่าวขอโทษเขา เหวินซิ่วจึงจำได้ว่าเขาเคยเห็นหญิงสาวคนนี้และเด็กชายคนนี้ที่ไหน เขามองตามร่างทั้งสองไป ขณะที่เด็กชายยังหันมามองเขา ก่อนจะเงยหน้าพูดกับพี่สาว
“เท่ะเิไปเลย ผู้ชายคนนั้นน่ะ พี่หาแฟนให้ได้อย่างงั้นสิ”
“จุ๊ ๆ อาซัน เงียบไปเลยนะ นึกจะวิ่งไปไหนก็วิ่ง ถ้าหลงกันพี่จะแย่นะ” ชิงหลินเอ็ดน้องชาย เธอกับน้องจะต้องขึ้นเครื่องไปสิงคโปร์เพื่อกลับไปหาพ่อแม่และพี่สาวที่นั่นแต่ อากาศไม่เป็ใจ หิมะตกหนักราวพายุ และเครื่องก็ไม่สามารถขึ้นบินได้ ผู้โดยสารตกค้างอยู่ในสนามบินเป็พันๆ คน ชิงหลินคิดว่าเธอควรจะทำอย่างไรดีระหว่างรอให้หิมะหยุดตกกับการกลับไปที่บ้านพักในวอชิงตัน แต่ตอนนี้คงไม่ได้ทั้งสองทาง
“เขาเท่จริงๆ นี่นาคนอะไรก็ไม่รู้หล่อชะมัด ตัวก็สู๊งสูง” น้องชายชูแขนขึ้นจนสุดทำมือทำไม้
ชิงหลินอดหัวเราะกับความซุกซนและร่าเริงของน้องชายไม่ได้ เขาเหมือนปูที่ไม่ยอมหยุดอยู่นิ่งๆ และเดินก็เฉไปเฉมา
“คุณชาย” เสียงเรียกของทู้เต่อทำให้เหวินซิ่วหันมอง ทู้เต่อยื่นแก้วกาแฟร้อน ๆ ที่ใส่ลงในถ้วยทำจากกระดาษส่งให้เ้านายหนุ่ม
“สนามบินจะปิดเที่ยวบินยาวไปอีกสามวันจนกว่าหิมะจะหยุดตก และเครื่องจะขึ้นบินได้ ผมจองโรงแรมไว้ให้แล้วถ้าหิมะเบากว่านี้ รถของโรงแรมจะมารับเราภายในยี่สิบห้านาที” เขารายงาน
เหวินซิ่วพยักหน้าและบุ้ยใบ้ไปทางสองพี่น้อง ทู้เต่อมองตามขมวดคิ้ว เขาเห็นไม่ถนัดตอนที่เหวินซิ่วยืนอยู่กับเด็กผู้ชายและผู้หญิงคนนั้น
“ใครหรือครับ” เขาถาม
“ลูกสาวคนกลางกับลูกชายคนเล็กของถังเห่อหนัน” เหวินซิ่วบอก ยกกาแฟขึ้นดื่ม
“ฮ้า !” ทู้เต่อร้อง โลกอะไรช่างกลมเช่นนี้ เ้านายเขาเพิ่งสั่งยิงเรือของถังเห่อหนันไปไม่กี่วัน แต่คนอย่างถังเห่อหนันก็มีเขี้ยวเล็บและเขาก็หนังเหนียวพอที่จะมีชีวิตอยู่ ไม่อย่างนั้น สองคนพี่น้องนั่นคงต้องได้กลับไปเคารพศพบิดาแล้ว แต่ดูพวกเขาเหมือนไม่รู้เื่อะไรเลย ถังเห่อหนันมีลูกสาวสองคนและลูกชายหนึ่งคน ลูก ๆ ยังอยู่ในวัยเรียนกันทั้งนั้น ลูกสาวคนโตเพิ่งจบโทและช่วยงานบิดาเล็กๆ น้อยๆ ส่วนคนรองยังเรียนอยู่ที่นิวยอร์ก กับน้องชายที่อยู่โรงเรียนใกล้กัน เขาเป็คนให้คนไป สืบประวัติของครอบครัวนี้มาให้เ้านายเอง ยังมีรูปถ่ายของสมาชิกของครอบครัวนี้ทุกคน ถังเห่อหนันแม้จะทำธุรกิจแต่เขากลับไม่เข้มงวดต่อลูกๆ เขาปล่อยให้ลูกๆ เรียนและทำงาน ไปไหน ๆ ได้อย่างอิสระ ไม่ต้องมีคนคอยติดตามดูแล ซึ่งต่างจากครอบครัวของเ้านายเขา ที่ทุกคนต้องมีคนคอยดูแลอารักขาความปลอดภัยอย่างต่ำไม่น้อยกว่าหกคน
อย่างคุณชายเหวินซิ่ว มีเขาและอีกเจ็ดคนที่อยู่ในที่นี้คอยดูแลความปลอดภัยทุกฝีก้าว หรืออย่างนายน้อยเหวินหลงที่เรียนอยู่มอปลายและกำลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังมีบอดี้การ์ดไม่ต่ำกว่านี้คอยดูแล แต่รายของนายน้อยเหวินหลงนั่นทำเอาพวกบอดี้การ์ดส่ายหน้ากับความคิดแผลงๆ เขาชอบแกล้งคุณหนูเหม่ยอิง เป็ประจำและมักใช้พวกบอดี้การ์ดของเขานั่นแหละทำ จะไม่ทำก็ไม่ได้ ครั้งล่าสุดเห็นว่าคุณหนูเหม่ยอิงถึงกับโกรธจัด ตบหน้านายน้อยเหวินหลง ต่อหน้าธารกำนัล
เหวินซิ่วรู้ถึงกับหัวเราะและกล่าวสมน้ำหน้าน้องชายที่ชอบหาเื่แกล้งเหม่ยอิงทุกครั้งที่มีโอกาส ั้แ่เล็กจนโตพอเห็นฝ่ายนั้นกลัวหงอทีไรก็ได้ใจทุกที
****กามเทพตัวน้อpของฉัน ^_^ รบกวนกดหัวใจให้หน่อนนะค๊ะ นะค๊า