บทที่ 3 เหตุใดจึงติดตามข้าเช่นนี้ ช่างน่ารำคาญนัก
พื้นได้รับการทำความสะอาดหมดจด ไป๋จีนำน้ำเข้ามาปรนนิบัติชำระล้างร่างกายท่านอ๋อง
เยี่ยจิ่นหานสวมเสื้อคลุม มองดูเด็กน้อยที่พยายามคลานเข้ามากอดเขา
ขณะที่มือน้อย ๆ ของเยี่ยถวนถวนกำลังจะแตะชายแขนเสื้อของเยี่ยจิ่นหาน
ท่านอ๋องเก้าเอ่ยถามเสียงเ็า “เ้าให้อาหารหมาป่าที่เขาหลังจวนหรือยัง”
ถูกต้อง ด้านหลังจวนอ๋องเก้ามีเขาลูกใหญ่ ปกติใช้เป็สถานที่ฝึกทหาร และเลี้ยงสัตว์ป่านานาชนิด เขาลูกนั้นกว้างใหญ่ไพศาล มีทั้งหมาป่า เสือ และสัตว์ร้ายอื่น ๆ มากมาย
เยี่ยถวนถวนได้ยินแล้วอ้าปากเล็กน้อย ปากของนางอ้ากว้างพอที่จะยัดไข่นกกระทาลงไปได้หนึ่งฟอง ทั้งดูโง่เขลาและน่ารักน่าชัง
“ทะ...ท่านพ่อจะเอาคนไปเลี้ยงหมาป่าหรือเ้าคะ” มือน้อย ๆ หดกลับโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาเยี่ยจิ่นหานฉายแววอ่อนใจ ดูเหมือนว่านางยังไม่โง่เขลาถึงที่สุด
แล้วก็ได้ยินเยี่ยถวนถวนพูดต่อว่า “แต่ว่า...แต่ว่าไป๋จีก็ไม่ได้ตั้งใจ เอาเขาไปเลี้ยงหมาป่าคงไม่เหมาะกระมังเ้าคะ”
ไป๋จี “!!!”
เขาทำผิดอะไรถึงได้รับความห่วงใยจากจวิ้นจู่น้อยเช่นนี้
เยี่ยจิ่นหาน “...”
คำว่า ‘ไม่โง่เขลาถึงที่สุด’ เมื่อครู่เขาขอถอนคำพูด…
แม้ว่าเยี่ยถวนถวนจะไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของเยี่ยจิ่นหาน แต่ระบบเข้าใจดี
ถวนชีชีไม่อยากให้ฮ่องเต้หญิงของตนสิ้นชีพั้แ่อายุสามขวบ
ดังนั้นจึงรีบเตือน [เด็กน้อย รีบไปดูอาการาเ็ของท่านพ่อเ้าเร็ว!]
รีบเอาใจเขาเร็วเข้า!
เยี่ยถวนถวนเกาแก้มเบา ๆ จากนั้นนางก็ปีนลงจากเตียง แล้วเดินเตาะแตะไปทิ้งก้นกลม ๆ บนตักของเยี่ยจิ่นหาน
“ท่านพ่อ หน้าอกของท่านยังเจ็บอยู่หรือไม่” นางพูดพลางยื่นมืออ้วนป้อมไปลูบเบา ๆ
นั่นคือจุดที่ถูกอาวุธลับโจมตีเมื่อวาน
แม้ว่าอาวุธลับจะถูกจานสกัดไว้ แต่ก็ยังมีแรงบางส่วนกระทบร่างของเยี่ยจิ่นหาน
ดวงตาของเยี่ยจิ่นหานที่เดิมดูไม่พอใจ เริ่มอ่อนโยนลงเล็กน้อย ราวกับนึกขึ้นได้ว่า เมื่อวานนี้เด็กน้อยผู้นี้เพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้
“หากท่านพ่อยังเจ็บอยู่ ถวนถวนมียารักษาแผล ท่านพ่อตามข้าไปเอายากันเถอะ”
กล่าวจบก็ะโตุ๊บลงมาจากตักแกร่ง แล้วยังยื่นฝ่ามือน้อย ๆ ของตนไปหาเยี่ยจิ่นหานอย่างดื้อรั้น
เมื่อเห็นภาพนี้ ไป๋จีอยากจะบอกว่าท่านอ๋องไม่ได้รับาเ็ อีกทั้งลูกดอกนั้นยังถูกสกัดไว้ก่อน ต่อให้ไม่ถูกสกัด ด้วยวรยุทธ์อันเลิศของท่านอ๋อง ก็ย่อมสามารถใช้พลังภายในสกัดลูกดอกออกไปได้
แต่เมื่อคำพูดมาถึงริมฝีปากแล้ว ไป๋จีกลับไม่ได้พูดออกไป เพราะเขาเห็นท่านอ๋องถูกจวิ้นจู่น้อยจูงไปหายาจริง ๆ
เยี่ยจิ่นหานก็รู้สึกสงสัย ว่าเ้าตัวน้อยโง่เขลาสามขวบนี่จะมียาสมานแผลอะไรกัน
ผู้ใหญ่หนึ่งเด็กหนึ่งเดินออกจากเรือนหน้า ตลอดทางมีบ่าวทาสที่กำลังกวาดถูต่างรีบคุกเข่าก้มหน้าคำนับ
เยี่ยถวนถวนเดินตรงไปยังห้องเดิมของตน โดยไม่วอกแวกมองซ้ายแลขวา
ขาสั้นป้อมของนางต้องก้าวถึงสามก้าว จึงจะเท่ากับหนึ่งก้าวของบิดา
เมื่อเดินมาถึงเรือนหลัง ใบหน้าน้อย ๆ ก็มีเหงื่อผุดซึมด้วยความเหนื่อยล้า
เยี่ยถวนถวนจึงยกแขนเสื้อของเยี่ยจิ่นหานขึ้นมาซับเหงื่อโดยไม่ทันคิด
เยี่ยจิ่นหานทนไม่ไหวจึงคว้าคอเสื้อด้านหลังของถวนถวนแล้วยกขึ้น พลางกล่าวว่า “ห้ามใช้เสื้อของข้าเช็ดเหงื่อ”
เยี่ยถวนถวนถึงกับตะลึงงันทันที
ขณะที่เยี่ยจิ่นหานคิดว่าตนเองประสบความสำเร็จในการทำให้นางใ เยี่ยถวนถวนกลับมีแววตาเป็ประกายวาววับ
นางกล่าวว่า “โอ๊ะ เสียงของท่านพ่อช่างไพเราะจริง ๆ”
เป็ครั้งแรกที่ถวนถวนได้ยินบิดาพูดยาวเช่นนี้
เยี่ยจิ่นหาน “...”
เยี่ยจิ่นหานยังคิดจะสั่งสอนเ้าตัวน้อยโง่เขลาผู้นี้อย่างไรให้หลาบจำ แต่ในตอนนั้นเอง เขาเห็นมีคนกำลังส่งอาหารไปยังเรือนทรุดโทรมด้านหน้า
ประตูเปิดแล้วปิดลงพร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่าที่ลอยออกมา ทำให้เยี่ยจิ่นหานขมวดคิ้ว “เ้าอาศัยอยู่ที่นี่มาตลอดหรือ”
เยี่ยถวนถวนพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ “อืมอืม!! ยินดีต้อนรับสู่บ้านของข้าเ้าค่ะ”
เยี่ยจิ่นหานกวาดตาสำรวจรอบ ๆ แล้วก็พบว่าที่นี่คือเรือนหลังของจวนอ๋อง
โดยปกติแล้ว เรือนหลังมักเป็ที่พำนักของสตรี แต่จวนอ๋องเก้าในฐานะ ‘ด่านหน้า’ ของต้าฉู่นั้นไม่มีสตรีอาศัยอยู่ เรือนหลังจึงถูกทิ้งร้างไปโดยปริยาย
แต่เยี่ยจิ่นหานไม่คิดว่าจะถูกทิ้งร้างถึงเพียงนี้ หลังคาเป็รูรั่ว หน้าต่างชำรุดแตกหัก ฤดูร้อนไม่บังแดด ฤดูหนาวไม่กันลม
เดินต่อไปอีกสองก้าวก็เห็นโต๊ะเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ บนนั้นมีเศษอาหารวางอยู่ แม้แต่ผักใบเขียวก็ส่งกลิ่นเปรี้ยวบูด
สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง
ทว่าเ้าตัวน้อยกลับทำท่าคุ้นเคยเสียแล้ว ขาสั้นป้อมวิ่งดุ๊กดิ๊กไปหยิบขวดกระเบื้องเล็ก ๆ ออกมาจากตู้เก่าผุพัง
ราวกับกำลังมอบของล้ำค่า “ท่านพ่อ ยารักษาแผลเ้าค่ะ ใช้แล้วจะไม่เจ็บแผลอีก”
เยี่ยจิ่นหานรับมาเปิดดู ข้างในมีเพียงเถ้าขี้ธูปเท่านั้น ไม่ใช่ยารักษาแผลแต่อย่างใด
“ผู้ใดให้เ้ามา”
สีหน้าของเยี่ยจิ่นหานเรียบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง แต่บรรยากาศรอบกายพลันเย็นเยียบดั่งูเาน้ำแข็ง
เยี่ยถวนถวนรู้สึกกลัวจนมือบีบผ้าพันแผลแน่น “ท่านพ่อ… ถวนถวนทำอะไรผิดหรือเ้าคะ”
เยี่ยจิ่นหานก็รู้ว่าตนเองทำให้ลูกน้อยใ หากแต่ชายอกสามศอกอย่างเขาไม่รู้วิธีปลอบประโลมเด็กหญิง ดังนั้นจึงะโออกไปข้างนอก “ทหาร!”
“ขอรับท่านอ๋อง”
“ไปเรียกผู้ดูแลเรือนหลังทั้งหมดมาพบข้าเดี๋ยวนี้”
ทันใดนั้นเรือนหลังก็เริ่ม ‘อลหม่าน’ ขึ้นมา
เยี่ยจิ่นหานมองอาหารเช้าบนโต๊ะ เห็นแต่น้ำแกงส่งกลิ่นเหม็นบูด แม้แต่เมล็ดข้าวก็เป็สีเหลืองซีดเหมือนอาหารสัตว์
อาหารแบบนี้ แม้แต่ทาสในจวนก็ไม่กิน ส่วนใหญ่มักจะเป็อาหารของผู้ลี้ภัยที่ยากจนข้นแค้น ข้าวไม่พอกิน ต้องเติมรำลงไปเพื่อให้อิ่มท้อง
แต่ที่นี่คือจวนอ๋องเก้า เป็ศูนย์กลางของเมืองชิงหลวนทั้งหมด ไฉนจึงมีสิ่งเช่นนี้ปรากฏขึ้น
“เ้ากินอาหารเช่นนี้เป็ปกติหรือ”
เยี่ยถวนถวนพยักหน้า สีหน้าดูลังเลเล็กน้อย เกรงกลัวว่าบิดาจะโกรธ
“เ้าค่ะ แต่บางครั้งก็มีเนื้อสับนิดหน่อย”
เนื้อสับนิดหน่อยเรอะ
ข้าวและเศษอาหารเน่าเช่นนี้ ยังจะมาโรยด้วยเนื้อสับนิดหน่อยอีก
กลิ่นอายเย็นเยือกแผ่กระจายไปทั่วร่างเยี่ยจิ่นหาน บัดนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเมื่อจับได้ว่านางแอบกิน นางจึงหวงแหนกุ้งขาวนักหนา
แม้ว่าเขาจะจำไม่ได้ว่าตนเองมีบุตรสาว แต่นางก็เป็ถึงจวิ้นจู่ แต่จวิ้นจู่ผู้สูงศักดิ์ กลับเติบโตมาด้วยอาหารเช่นนี้น่ะหรือ
พวกบ่าวทาสเหล่านี้ อยากให้ตระกูลถูกล้างบางหรือไร
ลูกของเขา เขาสามารถรังแกได้ แต่ผู้อื่นไม่อาจแตะต้องได้แม้แต่น้อย!
ไม่นานนัก ไป๋จีนำบรรดาคนรับใช้จากเรือนหลังมา
พวกคนรับใช้สิบสองคนคุกเข่าเป็ระเบียบ
เยี่ยจิ่นหานหลุบตามองดูผู้คนเหล่านี้ น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับธารน้ำแข็ง “บอกมา ใครรับผิดชอบที่พักและอาหารของจวิ้นจู่น้อย”
“ขะ...ข้าน้อยเองขอรับ ขอท่านอ๋องโปรดละเว้นชีวิตด้วย ท่าน…”
“ตัดหัวมันซะ”
ไม่นาน องครักษ์จากเรือนหน้าก็ลากชายวัยกลางคนผู้นั้นออกไป ผ่านไปไม่นานก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้น
ถวนถวนรู้สึกใไม่น้อย พลางถามถวนชีชีในใจ ‘ที่ท่านพ่อบอกว่าตัดหัว คือตัดหัวคนจริง ๆ หรือ’
ถวนชีชี [เด็กน้อย คนพวกนั้นล้วนสมควรได้รับโทษ อีกอย่างในอนาคตเ้าคือฮ่องเต้หญิง ไม่ควรใจอ่อนต่อคนชั่ว เ้าเข้าใจหรือไม่]
เยี่ยถวนถวนดูเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ ก้าวเตาะแตะสองสามก้าวไปกอดแขนเสื้อของเยี่ยจิ่นหาน ทำท่าน่าสงสาร
เยี่ยจิ่นหานยื่นมือใหญ่ออกไปอุ้มนางขึ้นด้วยมือเดียว “ไม่ต้องกลัว วันนี้ข้าจะเป็ที่พึ่งให้เ้าเอง!”
เมื่อได้ยินเยี่ยจิ่นหานพูดเช่นนั้น เยี่ยถวนถวนก็ไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไป
นางยื่นมือโอบรอบคอของเยี่ยจิ่นหาน ใช้คางนุ่มนิ่มถูไถเคราของเขา "ท่านพ่อ..."
อืม... มีบิดาช่างดีจริง ๆ
เยี่ยจิ่นหาน “...”
“อายุสามขวบแล้ว เหตุใดจึงยังไม่เติบโตเป็ผู้ใหญ่เสียที ทำไมถึงได้ติดข้าเช่นนี้ ช่างน่ารำคาญเสียจริง”