ฟู่ชิน หมู่ชิน เป็การเรียกพ่อ แม่อย่างสุภาพ
…..
จินฮวานั่งทอดถอนใจอยู่กลางตำหนัก
ขณะที่จิงจิงกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างนาง “วันนี้คุณหนูของนู๋กำลังจะออกเรือนแล้ว คุณหนูของนู๋ช่างงดงามยิ่ง”
ตามธรรมเนียมของแคว้นอันเหลียนแล้ว พิธีสมรสฝ่ายชายจะต้องไปรับฝ่ายหญิงที่บ้าน แต่เนื่องจากการสมรสในครั้งนี้คือการสมรสของฮองเฮาและฮ่องเต้จึงมีพิธีการมากมาย และมีการเตรียมตัวมากมายตลอดหลายวันที่ผ่านมา
ในเช้าวันสมรสนางถูกลากจากที่นอนั้แ่ฟ้ายังไม่สาง มาขัดสีฉวีวรรณจนนางแสบไปทั้งตัว ก่อนจะจับนางสวมอาภรณ์สีแดงปักลายหงส์ด้วยไหมทองคำ หลังจากสวมแล้วนางก็รู้สึกว่านี่มันช่างรุ่มร่ามเหลือเกิน หลังจากนางแต่งกายเสร็จจิงจิงออกไปจากตำหนัก
จากนั้นไม่นานหงอวี้หวงไทเฮาก็เดินเข้ามา พร้อมกับชายหญิงสองคนที่นางไม่คุ้นหน้านัก แต่ไม่ทราบเหตุใดในตอนที่เห็นหน้าพวกเขาหัวใจของนางจึงเต้นผิดจังหวะ จิตใจของนางไม่มีความผูกพัน เพียงแต่ร่างกายกลับมีปฏิกิริยา สายตาของนางจ้องนิ่งที่ชายหญิงสวมอาภรณ์ขาวแต่ดูมีราคาคู่นั้น จนกระทั่งหงอวี้หวงไทเฮาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านาง ในมือของท่านถือมงกุฎหงส์
“ต่อจากวันนี้ไปเราจะเป็ครอบครัวเดียวกัน ขอให้เ้าคิดเสียว่าข้าก็เป็แม่เ้าคนหนึ่งหากมีเื่ทุกข์ร้อนมาหาแม่ผู้นี้ได้เสมอ” หงอวี้ลูบศีรษะนาง ก่อนจะค่อยๆ สวมมงกุฎหงส์ทำจากทองคำตรงหางหงส์เรียงร้อยลูกปัดหยกขาวให้นาง
โดยธรรมเนียมของแคว้นอันเหลียน ในพิธีสมรสผู้ที่ทำหน้าที่สวมมงกุฎหงส์คือมารดาของสามี และผู้ที่คลุมหน้าให้แก่เ้าสาวจะเป็บิดามารดาของเ้าสาว หลังจากที่สวมมงกุฎหงส์เรียบร้อยหงอวี้จึงถอยให้สองสามีภรรยาเข้าไปหาบุตรสาว
ผู้เป็มารดานั้นกล่าวทั้งน้ำตา “ฮวาเอ่อร์แม่ไม่มีคำใดจะกล่าวนอกจากให้เ้ารักษาตนเองให้ดี นับจากวันนี้ไปไม่ว่าเ้าจะเป็ใคร เ้าก็ยังเป็ดอกไม้ของแม่ และจะเป็ดอกไม้ที่สวยงามที่สุดของแม่ตลอดไป”
แม่ทัพหวังก็ยังคงเป็แม่ทัพที่องอาจเสมอ เขาไม่ได้กล่าวคำใดกับบุตรสาวทำเพียงแค่ลูบศีรษะเบาๆ
คำว่าบิดามารดาสำหรับนางแล้ว เป็เื่ที่ห่างไกลตัวมาก ความอบอุ่นเมื่อครั้งนางยังเป็ลูกแมวนางจำไม่ค่อยได้แล้ว แต่นางรู้สึกดีมากบางทีร่างกายนี้อาจยังคงมีความทรงจำอยู่ นางคิดว่าหากหวังจินฮวายังคงอยู่คงอยากจะกล่าวถ้อยคำเหล่านี้
“ฟู่ชิน หมู่ชินขอบคุณที่ดูแลข้าเป็อย่างดี”
แม่ทัพหวังกุมมือบุตรสาวเบาๆ “จากวันนี้ไปข้าก็ยังคงดูแลท่าน ข้าเป็แม่ทัพของท่าน จากวันนี้ถึงจะเรียกท่านว่าฮวาเอ่อร์และเรียกตนเองว่าฟู่ชินไม่ได้อีก แต่ข้าก็ยังเป็ดาบให้ท่านเป็กระบี่ให้ท่าน”
กล่าวจบแล้ว สองสามีภรรยาก็หยิบผ้าคลุมหน้าสีแดงขึ้นมาคลุมหน้าบุตรสาว
หลายวันที่ผ่านมามีคนบอกลำดับพิธีการนางเรียบร้อยแล้ว หวังจินฮวาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้น
นางมองลอดผ้าคลุมหน้า ก่อนค่อยๆ ก้าวเดินออกนอกตำหนักและได้พบกับลู่เหรินจวินที่อยู่ในชุดสีแดงปักลายั ชุดสีแดงที่เขาสวมขับเน้นให้เขาดูสง่างามเป็อย่างมาก
เขายื่นมือออกมา “พร้อมหรือยัง”
“พร้อม”
กล่าวจบนางก็วางมือลงบนฝ่ามืออุ่นๆ ของเขา
“มือเ้าเย็นเ้ากำลังตื่นเต้น”
“ข้าไม่ได้ตื่นเต้นแค่กลัวว่าตนเองจะจำลำดับพิธีการไม่ได้ครบ”
ในตอนนั้นนางได้ยินเสียงเขาหัวเราะในลำคอ ก่อนเขาจะกล่าวด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูกเล็กน้อยว่า “ข้าอ่านลำดับพิธีการของเ้ามาแล้ว ข้าจำได้ ข้าไม่ปล่อยให้เ้าทำข้าขายหน้าแน่”
หวังจินฮวารู้สึกว่าตนเองถูกทำร้ายจิตใจเล็กน้อย เขาคิดว่านางจะต้องจำไม่ได้แน่ๆ ใช่หรือไม่
“ท่านควรรู้เอาไว้ว่าข้าฉลาดปราดเปรื่องมาก”
“มารู มารู เหมียว เหมียว กุรุ กุรุ กุ๊ก กุ๊กคนที่ฉลาดปราดเปรื่องเช่นเ้าเท่านั้นที่คิดคาถาเหล่านี้ได้”
หวังจินฮวาถึงกับสะอึก นางอยากจะไปตะกุยหน้าเขานัก
บทนี้หมีขอหั่นครึ่งนะคะ เพราะยาวมาก จริงๆ ก็ไม่ครึ่งหรอก ขอแบ่งตรงนี้หลังจากนี้อยากให้อ่านพิธีกันยาวๆ ไปเลย
แต่หมีขอออกตัวก่อนนะคะว่าทั้งหมดไม่ใช่พิธีจีนแบบถูกต้อง 100% หมีดัดแปลงไปตามจินตนาการของตัวเอง