“คุณจะพาฉันไปไหน”
“นรก” เขาตอบสั้น ๆ แต่แฝงด้วยความหมายกฤติยาหยุดนิ่งในขณะที่เขากำลังเดินนำหน้าเธอไปหญิงสาวตัดสินใจวิ่งกลับไปทางเดิมอย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่เร็วกว่าคนตัวโตที่วิ่งตามมา
ชายหนุ่มกระชากเธอให้หันกลับหน้ามาสบตาก่อนจะออกแรงผลักทำให้เธอเสียหลักกระแทกลงไปกองกับพื้นอย่างแรง
“คิดจะหนีเหรอ” ดวงตาอาฆาตจ้องมาแล้วเดินเข้าใกล้ทำให้ร่างบางถอยหนีออกไปเรื่อย ๆ
“ปล่อยฉันไปเถอะนะ เราไม่เคยรู้จักกัน ฉันไม่เคยรู้จักคุณ ถ้าฉันเคยทำอะไรให้ไม่พอใจฉันขอโทษปล่อยฉันไปเถอะ” เธอยังคงย้ำคำเดิมราวกับไม่มีคำไหนที่จะอธิบายความทรงจำที่มีได้มากกว่านี้แล้ว
“ขอโทษเหรอ แค่คำเดียวมันแลกชีวิตคนทั้งชีวิตกลับคืนมาได้ไหม”
“ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเคยไปทำอะไรให้คุณ ไม่รู้จริง ๆ”
“ตอแหลอย่ามาทำมารยาเก่ง”เขาก้มลงจับแขนเล็กแน่นด้วยมือแกร่งทั้งสองข้างแล้วเขย่าอย่างแรง
“น้องสาวผมไง วารินจำได้ไหม วารินผู้หญิงที่คุณหลอกไปซ่องให้ไอ้พวกระยำรุมโทรมจนตายคุณจำได้…อย่ามาทำตัวเป็ผู้หญิงแพศยาไร้เดียงสาให้ผมสงสาร”
“ฉันไม่เคยรู้จักคนที่คุณพูดถึงเลยฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่รู้เื่” กฤติยาพร่ำบอกเขาทั้งน้ำตาพร้อมส่ายหัวปฏิเสธ
“ไม่ใช่คุณแล้วหมาที่ไหนมันทำผู้หญิงสารเลวที่ไหนมันจะทำ”เขากระแทกแรงลงไปที่หญิงสาวอย่างแล้วจับแขนเธอข้างหนึ่งกระชากขึ้นมา
“โอ๊ย!! ขาฉัน โอ๊ยคุณฉันเจ็บ” แรงกระชากทำให้เท้าที่ใส่ส้นสูงพลิกจนข้อเท้าแพลงแต่ตาคมมองนิ่งแล้วก็กระชากแรงกว่าเดิมเพื่อที่จะฉุดให้เธอลุกขึ้น
“โอ๊ย”
“อย่ามาสำออยแค่นี้มันคงไม่ทำให้คุณตายง่ายๆ หรอก”เขาไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อยจับแขนเล็กลากตามแรงโดยไม่มีความปรานี
“ฉันเจ็บคุณ ปล่อย โอ๊ย!” กฤติยาร้องบอกเขาทั้งที่น้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย
“อย่ามาตอแหล!”
“ขอร้องละนะ ฉันเจ็บ คุณ… ฉันเจ็บข้อเท้า”
“ถอดรองเท้าออก” เขาหันมาสั่งเธอแล้วปล่อยสะบัดแขนอย่างแรง
“จะถอดได้ไงล่ะ แหกตาดูบ้างสิ” กฤติยามองหน้าเขาอย่างตัดพ้อแล้วร้องกระแทกกลับออกไปชายหนุ่มจึงได้เข้าใจว่ามือทั้งสองข้างของเธอนั้นถูกมัดไว้อยู่
เขาก้มลงมาแก้มัดให้เธอแต่ยังคงจับเรียวแขนเล็กไว้ข้างหนึ่งแต่แรงที่บีบเอาไว้ก็ทำให้เธอดิ้นไม่หลุดแล้วทั้งยังสายตาที่มองมาด้วยสายตาไม่เป็มิตรนั่นอีก
“แก้มัดแล้วอย่าคิดหนีล่ะ ไม่งั้นเจอดีแน่”เขาพูดเสียงต่ำนุ่มที่ยังคงแฝงไปด้วยความร้ายกาจอย่างน่ากลัว
กฤติยาไม่พูดอะไรมีเพียงน้ำตาจากสองข้างที่ไหลออกมาไม่ขาดสายเมื่อเขาปล่อยมือจากเธอหญิงสาวก็ก้มลงถอดรองเท้าออกตามคำสั่งประกอบกับกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองไว้
“ลุกขึ้น” เขายืนกอดอกสั่ง
“ลุกขึ้นสิวะ” เขาพูดกระแทกซ้ำอีกครั้งเมื่อไม่เห็นว่าหญิงสาวมีปฏิกิริยาใดๆ
“ฉันลุกไม่ไหวหรอกเจ็บข้อเท้า” กฤติยาตอบเขาเสียงดัง
“อย่าสำออย มารยาคุณมันใช้กับผมไม่ได้ผลหรอก”
“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไม… คุณเกลียดฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ ตอนนี้ฉันตัวคนเดียวไม่เหลือใครแค่นี้น่าจะพอใจได้แล้วที่สำคัญ ฉัน-ไม่-เคย-รู้-จัก-คุณ” กฤติยาเน้นคำหนักแน่นกับความกล้าที่เพิ่มขึ้นมาชั่วขณะ
“ใช่ ไม่เคยรู้ แต่ผมรู้ว่าพ่อคุณเป็คนฆ่าพ่อกับแม่ผมอย่างเืเย็นแล้วคุณเองไม่ใช่เหรอที่ทำร้ายวารินน้องสาวคนเดียวที่ผมมี”
“ไม่มีทางพ่อฉันไม่ทำแบบนั้นแน่และฉันก็ไม่เคยรู้จักคนที่ชื่อวารินเลยสักนิดเดียว”
“เหรอ แล้วใคร… ผู้หญิงเลว ๆ ที่ไหนมันทำ”
“ก็บอกแล้วไงฉันไม่รู้เื่”
“คนร้ายทุกคนมันก็ไม่ยอมรับความจริงหรอกนะ แต่อย่าคิดว่าคุณจะหนีผมรอดต่อไปคุณต้องรับผิดชอบทั้งชีวิต”
“โอ๊ย!!” เขาไม่ฟังเสียงของเธอเลยแม้แต่น้อยและออกแรงฉุดแขนหญิงสาวขึ้นแล้วก็ลากเธอไปข้างหน้าโดยที่ไม่ฟังเสียงร้องอ้อนวอนใดๆ ไม่สนใจว่าเธอจะเป็ยังไง อยู่ท่าไหนแล้วถูกลากไปโดนอะไรบ้างสายตาเขาไม่คิดจะหันมามองด้วยซ้ำ
ในตอนนี้ความแค้นของเขามันบดบังมืดมิดจนไม่เห็นแม้แต่คำว่าปรานีส่วนกฤติยาเธอก็ได้แต่ขมความเ็ปอย่างสุดใจ เจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจไม่ว่าจะอ้อนวอนเรียกร้องอะไรเขาก็ยังคงเมินเฉย ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอธิบายหรือพูดอีกในเมื่อเขาไม่ยอมรับฟังคำพูดของเธอ
กฤติยาถูกลากมาสักพักก็หยุดอยู่ที่เนินเขาลูกเล็กที่มีบันไดราวสักสิบขั้น
“เดินขึ้นไป” เขาตวาดเสียงดังตาคมก็จ้องมองอย่างแค้นพร้อมผลักหญิงสาวให้ไปยังบันไดเล็กๆ นั่น
“ฉันเจ็บเท้า”
“ผมไม่ได้ถามคุณ แต่สั่งให้คุณเดินขึ้นไป” หญิงสาวมองหน้าเขานิ่ง นี่เขาจะไม่มีความปรานีเลยสักนิดเลยใช่ไหม…เธอจึงจำต้องทำตามที่เขาสั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้
“เดิน” เขากระแทกเสียงอีกครั้ง แต่กฤติยาก็ทำได้แค่นั้นจริง ๆ เธอหยุดเดินเป็ระยะเพราะข้อเท้าของเธอบวมและแดงช้ำไปหมด
เมื่อเดินขึ้นไปก็เห็นบ้านพักหลักเล็กแล้วมือแกร่งก็กระแทกแรงผลักเธอเข้าไปข้างใน
“เดินเข้าไป เร็วสิ”เขาบีบแขนเธอให้เดินตามเขาอย่างไม่คิดว่าเธอนั้นจะเจ็บเลยแม้แต่น้อย
“ฉันเจ็บนะ ไอ้บ้า แค่ก ๆ ๆ โอ๊ะ! นี่มันอะไรกัน” กฤติยาสีหน้าไม่ค่อยดีนักไอหนักเหมือนจะขาดอากาศหายใจ เมื่อภายในตัวบ้านมันไม่ใช่ที่ที่ใครจะอยู่ได้เลย
“วันนี้คุณต้องอยู่ที่นี่”
“จะบ้าหรือไง ฝุ่นเต็มไปหมด ไม่เหมือนที่อยู่ของคนเลยสักนิด” เมื่อมองไปรอบๆ ภายในนั้นไม่มีอะไรเลยนอกจากหน้าต่างทุกบานถูกปิดตาย ใยแมงมุมตามฝ้าเพดานเกาะกันรุงรังพื้นก็เต็มไปด้วยฝุ่นละอองเหมือนไม่เคยมีใครมาทำความสะอาดเป็ปีอาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ
“ใช่ นี่มันไม่เหมือนที่อยู่ของคน แต่เธอต้องอยู่ที่นี้”
“ขืนฉันอยู่ที่นี้ต้องตายแน่ นี่กะจะฆ่าฉันรึไง”
“ก็อยากจะทำเดี๋ยวนี้เลย แต่คนอย่างเธอมันต้องตายอย่างทรมานสิ จะตายง่าย ๆมันก็คงจะไม่สาสมใจกับที่คุณทำกับน้องสาวผม และครอบครัวคุณที่ทำกับครอบครัวผม”
“ไม่! ฉันจะไม่อยู่ที่นี่เด็ดขาด” เขาไม่ฟังเสียงเธอ พร้อมกันนั้นก็ไปที่เสาไม้กลางห้องซึ่งมีโซ่เส้นหนากองอยู่
“นี่จะทำอะไร โอ๊ย! ปล่อยนะ” เขาจับเธอมาผูกไว้ที่เสาด้วยโซ่เส้นนั้นแล้วนำกุญแจล็อกไว้
มือใหญ่ไม่สนใจกับเสียงร้องของหญิงสาวเลยแม่แต่น้อยไม่สนเลยว่า ขาเธอนั้นจะเจ็บจะบวมแค่ไหน สิ่งที่เขาทำก็มีแต่กระชาก แล้วกำแน่นหยาดน้ำตาทั้งสองข้างของกฤติยานั้นไหลออกมาไม่ขาดสายกับความเจ็บที่มากขึ้นเรื่อย ๆตรงข้อเท้าเธอ
แม้จะร้องบอกเขาแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับมาเลยสายตาเขาก็ยังจ้องมองด้วยแววตาว่างเปล่าแฝงด้วยความน่ากลัวอย่างมากมายยิ่งเขานิ่งยิ่งน่ากลัว
“ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้g];”กฤติยาร้องด่าตอบโต้การกระทำเขาแต่เขาก็ตอบสนองเธอกลับด้วยคำพูดที่เ็ปไม่แพ้กัน
“เธอต่างหากที่เลว แต่ถ้าฉันเลวคนอย่างเธอก็คงต้องเจอคนอย่างฉัน”
“จะไม่ฟังฉันเลยใช่ไหม”กฤติยาร้องตามหลังเขาก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากตัวบ้าน
“ใช่! ต่อให้พูดจนน้ำลายเป็สีเืไอ้คำพูดของเธอมันก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมาหรอกและจำไว้ด้วยว่าต่อไปคนกุมลมหายใจของเธอคือผม…วายุ นิมิตเดชา”
หลังจากที่คนใจร้ายหายออกไปได้สักพักกฤติยาจึงนั่งเอนหลังพิงกับเสาอย่างอ่อนใจ เธอชันเข่าขึ้นสองมือกอดตัวเองแน่นทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายเท้าทั้งสองข้างที่ถูกล็อกไว้นั้นข้างหนึ่งมันบวมแดงอย่างเห็นได้ชัด
ตอนนี้บรรยากาศรอบนอกก็มีแต่ความมืดไร้เสียงผู้คนมีเพียงเสียงจักจั่นที่ร้องก้องกังวานชวนเดียวดายและน่ากลัวในคราวเดียวกันในบ้านหลังน้อยก็มีเพียงแต่เธอกับเสียงตุ๊กแกที่ร้องออกมาเป็ระยะโดยไม่รู้เลยว่าตัวมันอยู่ตรงไหนและจะกระโจนใส่เธอหรือไม่
หญิงสาวรู้สึกสงสารชะตาตัวเองมากถึงมากที่สุดเธอไม่รู้จริง ๆ ว่าเคยทำอะไรให้เขา ไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำเมื่อกลับมาจากอเมริกาก็ต้องมาเจอเื่ที่เลวร้ายพ่อกับแม่ก็ไม่อยู่กับเธอแล้วแถมทรัพย์สมบัติทั้งหลายก็ไม่เหลือไว้สำหรับเธอเลย
มิหนำซ้ำยังต้องมาเจอกับใครก็ไม่รู้… เขาหยิบยื่นความโหดร้ายอย่างไม่ปรานีแล้วยังมาบอกว่าพ่อของเธอฆ่าพ่อกับแม่ของเขาอีกทั้งยังกล่าวหาว่าเธอหลอกน้องสาวเขาจนถูกรุมโทรมกระทั่งสิ้นลมหายใจ ตอนนี้จึงไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเมื่อเขาไม่ยอมฟังแม้คำพูดคำเดียวที่ออกมาจากปากเธอเลย
“ทำไมฉันต้องมาเจอเื่แบบนี้ด้วยนะพ่อคะแม่คะช่วยน้ำด้วยน้ำไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงแล้ว”เธอร้องไห้กับตัวเองอย่าทรมานสุดใจ
ขณะนี้ิัเริ่มมีผื่นขึ้นเพราะอาการแพ้ฝุ่นที่อยู่เต็มบ้านสภาพไม่ต่างอะไรกับเลยกับคนที่หมดอาลัยตายอยาก หมดหนทางสู้ หมดทางที่จะไป…