ในเวลากลางวันเซี่ยวซิงอวี่ยังคงเข้าเรียนตามปกติบรรยากาศในทุกคาบเรียนเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
เพราะใกล้จะถึงวันสอบกลางภาคแล้วทุกคนจึงรู้สึกตื่นเต้น
อู๋เซิงโหย่วคาบปลายดินสอไว้ในปากในมือถือหนังสือ “คู่มือพิชิตสัตว์อสูร”ด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว
“โอย แย่แล้ว สอบตกไม่เท่าไรแต่ถ้าทิ้งชีวิตไว้ในสนามสอบนี่สิเรื่องใหญ่!”
รถไฟขบวนที่ 13 คือสนามสอบกลางภาค
เมื่อถึงเวลานั้นรถไฟจะแล่นผ่านจุดอันตรายต่างๆ และจะมีสัตว์อสูรหลากหลายชนิดแห่กันมาโจมตีรถไฟ
หากรถไฟพลิกคว่ำ ตกลงไปในหุบเขาหรือแม่น้ำทุกคนบนรถไฟก็จะเสียชีวิต
แม้โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้จะน้อยมากแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางเกิดขึ้นเลย
ความกังวลของอู๋เซิงโหย่วคือความกังวลของเพื่อนร่วมชั้นทุกคนในชั่วโมงเรียน พวกเขากำลังพูดคุยกันเรื่อง “การเขียนพินัยกรรมล่วงหน้า”อย่างออกรส
เลิกเรียนช่วงบ่าย
ซ่งหู่หย่อนก้นลงบนโต๊ะเรียนของเซี่ยวซิงอวี่ในมือถือบัตรโรงอาหาร
“ป๊าอวี่ ไปโรงอาหารไหม? วันนี้ฉันเลี้ยง!”
“ขอบใจนะลูกบุญธรรมฉันรับรู้ถึงความตั้งใจแล้ว แต่พอดีฉันมีนัดแล้ว”
เซี่ยวซิงอวี่เก็บกระเป๋านักเรียนปล่อยให้ซ่งหู่กับอู๋เซิงโหย่วค้างเติ่งอยู่ตรงนั้น
“เหล่าอู๋ นายว่าป๊าอวี่นัดใครวันนี้?”
อู๋เซิงโหย่ววิเคราะห์อย่างเป็นตุเป็นตะ:“ปะป๊าอวี่ตอนนี้เป็นคนดังที่สุดในสถาบันชิงหลงเลยนะคาดว่าดาวคณะคงตามตื๊อเขาแน่ๆ”
“สาวสวยของสถาบันชิงหลงของเราก็มีไม่กี่คนหรอกนับนิ้วได้เลย มีรุ่นพี่เย่ซวงหนิง มู่หรงซินซิน เฉินเข่อเหรินแล้วก็ผู้หญิงที่มีดวงตาคู่พิเศษคนนั้น ชื่อว่า...”
“ไป๋หว่านเกอ”
“ใช่ๆ ไป๋หว่านเกอ!”
คนที่อู๋เซิงโหย่วและซ่งหู่กำลังพูดถึงคือสี่สาวสวยของสถาบันชิงหลง
แน่นอนว่าคนที่โด่งดังที่สุดคือเย่ซวงหนิงผู้เป็นเลิศตั้งแต่เกิด
นอกเหนือจากเย่ซวงหนิงแล้วตอนนี้ความนิยมของมู่หรงซินซินก็มีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
เนื่องจากมู่หรงซินซินมักจะปรากฏตัวข้างกายเซี่ยวซิงอวี่และทั้งคู่ยังเข้าร่วมการแข่งขันซูเปอร์โนวาด้วยกัน
ความนิยมของเซี่ยวซิงอวี่นั้นสูงกว่าสาวงามทั้งสี่มาก
ดังนั้นความนิยมของมู่หรงซินซินในหมู่สาวงามทั้งสี่จึงมีการเพิ่มขึ้นจากชื่อเสียงของเซี่ยวซิงอวี่
อาคารเรียนหลังเลิกเรียนก็เหมือนกับกระป๋องปลาซาร์ดีนที่เพิ่งเปิดใหม่ผู้คนหลั่งไหลออกจากประตูแคบๆ
คนที่โดดเด่นที่สุดในฝูงชนคือสองพี่น้องผมขาว
มู่หรงหยางซั่วและมู่หรงซินซินเดินเคียงข้างกันเนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ พี่น้องทั้งสองจึงวางแผนที่จะกลับบ้าน
“น้องสาว ได้ยินว่าพ่อเรากลับมาแล้วคืนนี้ที่บ้านต้องมีของอร่อยแน่ๆ เลย!”
มู่หรงหยางซั่วเม้มริมฝีปากน้ำลายสอแทบจะไหลออกมา
มู่หรงจิ้นเป็นพลเรือเอกแห่งกองทัพเรือหลงกั๋วมีภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขามและสง่างาม
แต่ที่บ้านเขาเป็นพ่อบ้านที่เชี่ยวชาญการทำอาหาร
เพราะภรรยาของมู่หรงจิ้นเสียชีวิตตั้งแต่ยังสาวมู่หรงจิ้นในฐานะพ่อจึงเลี้ยงดูสองพี่น้องทั้งสองคนมาตามลำพัง
แม้เขาจะไม่สามารถมอบความรักแบบแม่ให้ลูกได้แต่เขาก็ทำหน้าที่ทุกอย่างที่แม่พึงกระทำ เช่น การทำอาหาร
ใบหน้าที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของมู่หรงซินซินเผยรอยยิ้มออกมาได้ยาก
“ฉันก็คิดถึงอาหารที่พ่อทำแล้วเหมือนกัน”
ทันใดนั้น มู่หรงหยางซั่วก็หยุดฝีเท้าแล้วหันไปมอง
“พี่ เป็นอะไร?”
“น้องสาว ดูคนนั้นสิ คุ้นๆ ไหม?”
มู่หรงซินซินมองตามสายตาของมู่หรงหยางซั่วไป
“เซี่ยวซิงอวี่”
มู่หรงซินซินแค่เห็นเงารางๆ ในฝูงชนนับพันก็จำเซี่ยวซิงอวี่ได้แล้ว
“ไอ้หมอนั่นจริงๆ ด้วย!”
มู่หรงหยางซั่วจับแขนของมู่หรงซินซินแล้ววิ่งตรงไปยังเซี่ยวซิงอวี่
“ซิงอวี่!”
เซี่ยวซิงอวี่รู้สึกว่ามีคนแตะไหล่ตัวเองหันกลับไปมองก็เห็นสองคนรู้จัก
“พี่หยางซั่ว ลิ่วจิน บังเอิญจังเลยนะ~”
“ซิงอวี่ นายยิ้มมีความสุขจังปากจะฉีกถึงหูแล้ว ฟันเหงือกก็โผล่หมดเลย มีเรื่องอะไรดีๆ เหรอ?”
เซี่ยวซิงอวี่วันนี้มีความสุขเป็นพิเศษมู่หรงหยางซั่วอดไม่ได้ที่จะสงสัย
“ฉันก็เหมือนเดิมแหละ มีความสุขแบบคนจน~”
มู่หรงซินซินแทรกขึ้นมาทันที“วันนี้นายตั้งใจทำผมทรงใหม่ แถมยังเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ด้วย”
เซี่ยวซิงอวี่ปกติไม่ค่อยใส่ใจภาพลักษณ์ของตัวเองวันนี้เขาแต่งตัวเป็นพิเศษ ทำให้ดูหล่อเหลาขึ้นมาก
มู่หรงหยางซั่วโอบไหล่เซี่ยวซิงอวี่
“ซิงอวี่ คืนนี้ไปกับเราสิ”
“ไปไหน?”
“ไปบ้านเราไง!”
มู่หรงหยางซั่วชวนเซี่ยวซิงอวี่กลับบ้าน
การไปเป็นแขกที่บ้านตระกูลมู่หรงเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์
ต้องรู้ไว้ว่าคนทั่วไปทั้งชีวิตก็ไม่อาจจะผูกสัมพันธ์กับตระกูลมู่หรงซึ่งเป็นตระกูลขุนนางระดับนี้ได้เลย
“วันนี้พ่อฉันกลับบ้านนายมาบ้านฉันกินข้าว ทำความรู้จักกันหน่อยสิ!”
มู่หรงหยางซั่วเป็นคนซื่อสัตย์เขาอยากจะช่วยเซี่ยวซิงอวี่สร้างความสัมพันธ์เพื่อให้น้องชายของเขามีที่พึ่งในอนาคต
เซี่ยวซิงอวี่เกาหัวด้วยความลำบากใจพอคิดถึงตัวเองในฐานะชายชุดดำที่ต่อสู้กับมู่หรงจิ้นอย่างดุเดือดที่เกาะเหมันต์อัคคีในคืนนั้นเขาก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่จะไปเป็นแขกที่บ้านตระกูลมู่หรง
“พี่หยางซั่ว ขอบคุณสำหรับคำเชิญนะไว้คราวหน้าดีกว่า”
“ไม่จริงน่า น้องชาย นายจะปฏิเสธทำไมเนี่ย?”
“วันนี้ฉันมีนัดแล้ว”
คำพูดของเซี่ยวซิงอวี่ทำให้มู่หรงซินซินรู้สึกไม่สบายใจ
มู่หรงหยางซั่วทำหน้าตาขี้สงสัย
“นัดใคร? ผู้ชายหรือผู้หญิง?”
“นัดพี่สาวคนหนึ่ง”
“เซี่ยวรั่วเสวี่ย?”
“เปล่า เป็นพี่สาวต่างสายเลือด”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เซี่ยวซิงอวี่รับสาย
เสียงของฉินเยียนหรานดังขึ้น:
“น้องซิงอวี่พี่รออยู่ที่ประตูหลังโรงเรียนนะ~”
“พี่เยียนหราน ผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับ”
หลังจากวางสายเซี่ยวซิงอวี่ก็โบกมือลาพี่น้องตระกูลมู่หรง
“พี่หยางซั่ว ลิ่วจินไว้เรานัดเจอกันใหม่นะ เดี๋ยวฉันเลี้ยง!”
มู่หรงหยางซั่วอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็พึมพำ“พี่สาวต่างสายเลือด? นั่นก็คือไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดใช่ไหม...”
“น้องสาว ตามไปดูกัน!”
พี่น้องตระกูลมู่หรงมาถึงประตูหลังสถาบันชิงหลงและเห็นรถสปอร์ตเปิดประทุนราคาแพงจอดอยู่ริมถนน
หญิงสาวสวยสง่าคนหนึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งคนขับเธอดูเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มาก
เธอคือฉินเยียนหรานลูกสาวของประธานสมาคมชางฉยง
“พี่เยียนหราน!”
“น้องซิงอวี่ ไม่เจอกันนานเลยนะพี่คิดถึงนายแทบตาย!”
พี่น้องต่างสายเลือดกลับมาพบกันอีกครั้งและกอดกัน
พี่น้องตระกูลมู่หรงเห็นทุกอย่างเต็มตามองเซี่ยวซิงอวี่นั่งเบาะข้างคนขับของฉินเยียนหรานจนกระทั่งลับสายตาไปจากหัวมุมถนน
“สาวสวยคนนั้นไม่ใช่ฉินเยียนหรานแห่งสมาคมชางฉยงหรอกเหรอเนี่ยหุ่นนี่มันเด็ดจริงอะไรจริง~”
มู่หรงหยางซั่วพูดไปเรื่อยๆทันใดนั้นก็รู้สึกถึงความหนาวเย็นยะเยือก
“เอ่อ ฉินเยียนหรานหุ่นดีก็จริงแต่ก็สู้ความสวยของน้องสาวพี่ไม่ได้หรอก!”
นี่คือสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมู่หรงหยางซั่วในฐานะพี่ชายแท้ๆของมู่หรงซินซิน
มู่หรงซินซินยืนจ้องมองหัวมุมถนนอย่างเหม่อลอยไม่มีใครรู้ว่าเด็กสาวคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่
มู่หรงหยางซั่วเขกหน้าผากมู่หรงซินซินเบาๆทีหนึ่ง
“น้องสาวน้องก็เห็นแล้วนะว่าผู้ชายที่มีพรสวรรค์และหน้าตาดีอย่างซิงอวี่น่ะเป็นที่นิยมในหมู่สาวสวยมาก”
“ถ้าอยากให้ซิงอวี่มาเป็นลูกเขยของตระกูลมู่หรงเธอก็ต้องรุกหนักหน่อยนะ!”
มู่หรงซินซินกะพริบตาเส้นผมสีขาวบนหัวปลิวไหวตามลม
“ฉันไม่รู้ว่าจะรุกยังไง”
“เรื่องเดตแบบนี้ผู้หญิงรุกก่อนก็ไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะต้องสงวนท่าทีบ้าง...”
มู่หรงหยางซั่วครุ่นคิดอยู่นานแล้วก็คิดอะไรบางอย่างออก “น้องสาว แบบนี้ดีไหมพอสอบกลางภาคเสร็จพี่จะหาโอกาสสร้างสถานการณ์ให้พวกเธอสองคนได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง!”
ก่อนหน้านี้มู่หรงหยางซั่วเคยต่อต้านเซี่ยวซิงอวี่มากแค่ไหนตอนนี้เขาก็อยากให้เซี่ยวซิงอวี่มาเป็นน้องเขยของเขามากเท่านั้น แผนการร้ายๆผุดขึ้นมาไม่หยุด