เช้าวันต่อมา 08.30 นาฬิกา
- ซาโตรุ talk -
"อื้ม...เมื่อยจัง..."ผมค่อยๆสะลึมสะลือตื่นพร้อมลุกขึ้นจากโซฟามาบิดี้เีจนได้ยินเสียงข้อต่อดังก๊อบแก๊บ ด้วยเหตุจำเป็ทำให้เมื่อคืนผมต้องมานอนห้องฮาจิมะอย่างช่วยไม่ได้ แถมยังเผลอทำเื่ไม่ดีกับเขาอีก ตอนแรกคิดว่าจะโดนเกลียดแต่ด้วยสถานการณ์หลายๆอย่างพาไปทำให้เื่ของพวกเราถูกเก็บเป็ความลับกันสองคน เฮ้อ...ไม่น่าเลยตู ทำเื่ยุ่งยากไว้อีกแล้ว~
"ตื่นแล้วเหรอ"ขณะกำลังนั่งคิดนู้นคิดนี้ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยมาจากข้างๆ ฮาจิมะที่พึ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาพร้อมขยี้หัวตัวเองด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก วันนี้เขาใส่ชุดไปรเวทธรรมดาๆ ในมือถือกาแฟติดมาด้วยถ้วยหนึ่งพร้อมจิบเบาๆขณะเปิดโน๊ตบุ๊ค
"มีอะไรหรือเปล่า?"ผมที่มัวแต่เหม่อทำให้ถูกเขาจับสังเกตได้ เมื่อคิดว่าโกหกไปก็ไม่ช่วยอะไรจึงพูดความจริงออกมา
"แค่คิดว่าวันนี้คุณจะไปไหนหรือเปล่า เห็นตื่นแต่เช้าเชียว"
"อ๋อ! พอดีอยากขอบคุณคุณโฮโจก็เลยสัญญาว่าจะเลี้ยงข้าวตอบแทน วันนี้เลยกะจะไปหาเขาสักหน่อย"
"โห้...แบบนั้นหมดตูดแน่นอน ผู้กำกับเขากินจุอยู่ด้วย" ผมรู้เพราะตอนไปถ่ายหนังเคยเห็นเขาเอาของกินมาวางข้างๆตัวพร้อมกินไปด้วยขณะทำงาน เขาบอกว่ายิ่งกินมากเท่าไหร่ยิ่งเก่งมากเท่านั้น แต่ผมไม่เชื่อหรอกเพราะคนเราจะเก่งมันต้องฝึกสิ! ไม่ใช่กิน!
"ก็สัญญาไปแล้วนี้น่า ช่วยไม่ได้"ฮาจิมะกำลังเลื่อนเมาส์เพื่อไล่ดูเอกสารที่ผู้จัดการโอซุมะส่งมาให้ ผมที่อยากคุยกับเขามากกว่านี้จึงขยับเข้ามานั่งใกล้ๆพร้อมเอาบางอย่างออกมาให้ดู
"คนในรูปนี้กับผมใครหล่อกว่ากัน (^^)"
"หะ? ไหงถามแบบนั้นละ"
"ตอบหน่อยๆ ผมอยากรู้นี้น่า"ฮาจิมะที่กำลังงงๆพยายามมองรูปทางซ้ายสลับกับมองหน้าผม จากนั้นเขาก็เริ่มขมวดคิ้วและมองหน้าผมกับรูปนั้นอีกทีอย่างสงสัย
"เอ...คนในรูปนี้กับนายเหมือนกันเลยนะ แต่เพราะในรูปแต่งหน้าเลยดูไม่ออกว่าใช่มั้ย..."
"คนในรูปคือผมนั้นแหละ (^^)"
"หะ! จริงเหรอ! ทำไมถึงแต่งหน้าแบบนี้ละ?"
"ผมรับงานถ่ายแบบด้วยไงจำได้มั้ย? ในรูปนี้ผมเป็พรีเซนเตอร์เครื่องสำอางของผู้ชาย เป็ไง? เก่งใช่มั้ย~(^^)"ผมภูมิใจมากเลยนะสำหรับงานนี้เพราะได้เจอคนเก่งๆดังๆที่นั้นหลายคนเลย แต่งานนี้ก็เหนื่อยใช่ย่อยเพราะต้องไปถ่ายที่ต่างจังหวัด 3 จังหวัดในวันเดียว แต่ค่าแรงที่ได้กลับมาถือว่าคุ้มมากเลยละ
"อื้ม! เก่งมากเลย อายุแค่นี้ทำได้ขนาดนี้ถือว่าเยี่ยมมากเลยนะ"
"ขอบคุณที่ชมครับ (^^)"ถึงจะเป็คำชมทั่วไปแต่ผมกลับรู้สึกดีใจนิดๆ จึงเผลอขยับเข้าไปกอดคนตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว
"ลุกไปกินข้าวได้แล้วไป เดี๋ยวโดนคนอื่นแย่งหมดนะ"
"ไม่ว่าเหรอที่มากอดแบบนี้?"ผมเกยคางบนไหล่ของเขาพร้อมกระซิบถามข้างหู นึกว่าเขาจะบอกให้ปล่อยซะอีก
"อยากทำอะไรก็เชิญ แค่อย่าทำให้เดือดร้อนก็พอ (-.-)"
"งั้น...จูบได้มั้ย? (^^)"
"หะ!?"
"ไม่ได้เหรอ..."ผมเอียงคอถามพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ที่จริงแค่อยากแกล้งเล่นเท่านั้นแหละ~
พึบ!
"ครั้งเดียวนะ (_ _)"แต่เขากลับหลับตาลงพร้อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ นั้นทำให้ผมเกือบหลุดขำออกมาเพราะไม่คิดว่าเขาจะยอม ก่อนจะเลื่อนหน้าลงมาประกบริมฝีปากกับคนตรงหน้าอย่างนุ่มนวล ปลายจมูกของพวกเราแตะชนกันจนรับรู้ได้ถึงไอร้อนๆจากลมหายใจ
"อื้ม!"ฮาจิมะเริ่มส่งเสียงแปลกๆในลำคอพร้อมใช้มือตีแขนผมเบาๆเป็สัญญาณให้หยุด ผมจึงยอมผละริมฝีปากออกพร้อมมองใบหน้าฮาจิมะที่กำลังหอบหายใจอย่างแรง นั้นทำให้ผมเกิดสงสัยบางอย่างขึ้นมา
"เวลาจูบอ้าปากด้วยสิจะได้หายใจสะดวก"
"ช่วยไม่ได้ ก็ไม่เคยจูบกับใครนี้น่า (-.-)"
"หืม? ไม่เคยเลยเหรอ?"
"...!!"จู่ๆเขาก็นิ่งเงียบไปพร้อมก้มหน้าต่ำอย่างผิดปกติ ผมจึงจับใบหน้าเขาเงยขึ้นมาทำให้เห็นสีหน้าของเขาออกแดงนิดๆพร้อมทำปากขมุบขมิบเหมือนเด็กๆ เห็นแล้วมันอยากหยิกจริงๆเลย หมั้นไส้!!
"อย่าบอกนะ...ว่าผมเป็คนแรกที่ได้จูบ..."
"ไม่ใช่สักหน่อย(-///-)"
"คุณโกหกไม่เนียนเลยนะ"
"โถ่เอ้ย! ถ้าใช่แล้วจะทำไมเล่า! (-///-)"
"ก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่รู้สึกดีใจนิดๆเท่านั้นเอง (^^)"ผมใช้คางถูๆไปมาบนหัวของเขาเบาๆ อ่า...รู้สึกวันนี้มีความสุขแปลกๆแหะ สงสัยเป็บ้าแล้วมั่งเรา...
"ให้ตายสิ...อุตส่าห์จะไม่บอกแล้วนะ (-3-)"ฮาจิมะทำท่าลุกขึ้นยืนนั้นทำให้ผมยอมปล่อยเขาออกไปพร้อมหยิบโทรศัพท์เดินออกไปโทรหาใครบางคนในห้องนอน ระหว่างนั้นผมจึงลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาบ้างเพื่อเตรียมตัวออกไปกินข้าวเช้า ป่านนี้โดนพวกนั้นแย่งของกินหมดแล้วมั่ง
"ซาโตรุ~ช่วยปิดห้องให้ด้วยนะ เดี๋ยวต้องรีบไปแล้วละคุณโฮโจมาถึงแล้ว"
"ได้ๆ ไปเลยไม่ต้องห่วง"
"ขอบใจ"ผมได้ยินเสียงประตูเปิดปิดอยู่สักพักจนเงียบไปจึงเดินออกมาดูข้างนอกก็ไม่พบฮาจิมะแล้ว ผมจึงล็อคประตูห้องให้ตามที่สัญญาและเดินเลี้ยวเข้าห้องอาหารข้างๆทันที
"อ่าว! มาสายนะเนี่ย"ซาโตชิที่กำลังนั่งกินโจ๊กเงยหน้าขึ้นมาทักทาย ตอนนี้ในห้องมีแค่ผม ซาโตชิ และบาจิเท่านั้น ส่วนเฮอิจิกับเคย์คงอยู่ที่ห้องนั้นแหละ
"พอดีคุยกับฮาจิมะอยู่ก็เลยมาสาย"
"เป็ไง? เขาแสนดีมากเลยใช่มั้ย"
"เหมือนจะเป็แบบนั้นนะ"
"เฮ้อ...ฉันละกลัวจริงๆว่าเขาจะถูกล่อลวง ยิ่งเชื่อคนง่ายๆอยู่"
"พูดซะน่ากลัวเชียว ใครจะไปทำเื่บ้าๆแบบนั้น" หรือว่า...ผมเป็หนึ่งในนั้นวะ!
"อย่างเฮอิจิไง หมอนั้นอันตรายชอบแกล้งแรงๆอยู่"
"อ๋อ...ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เขาฉลาดจะตาย"
"พูดเหมือนไปรู้อะไรมาเลยนะ..."
"ฮ่าๆๆ พอดีเมื่อคืนได้เขาช่วยซ้อมบทให้นะ แสดงอารมณ์เก่งเหมือนกันนะ"
"หะ! ช่วยซ้อมบท!! นี้นายกับพี่ฮาจิมะ..."
"ไม่มีหรอกเว้ยเื่แบบนั้น! แค่ให้พูดตามบทเท่านั้นเอง"ถึงตอนท้ายเป็ผมเองที่ทำเสียเื่หมด เฮ้อ....คิดแล้วอยากตีตัวเองชะมัด ทำไมเมื่อคืนถึงคิดว่าตอนนั้นเป็ความฝันกันนะ...หรือผมพักผ่อนไม่เพียงพอเองเลยเกิดอาการเบอลๆก็ได้
"อ๋อ! อืม...แบบนี้ไปขอให้เขาช่วยด้วยดีมั้ยนะ..."
"ทำไม? ติดปัญหาตรงไหน?"
"ก็หลายๆอย่าง มันเป็บทที่ไม่เคยเล่นมาก่อนนะสิ..."
"บทอะไร เดี๋ยวสอนให้ก็ได้"
"คนบ้าหัวรุนแรง (-_-)"
"ฮ่าๆๆๆ นั้นมันนิสัยนายไม่ใช่เหรอ!"ผมเผลอหัวเราะชอบใจออกมาเพราะซาโตชินั้นได้คาแรคเตอร์ที่ตรงกับตัวเองซะงั้น คนบ้าหัวรุนแรงงั้นเหรอ...ก็เหมาะกับซาโตชิดีนะ
"ให้ตายเถอะ คุยกับนายแล้วประสาทจะกินหัวเอา ไปละ"ซาโตชิลุกไปเก็บจานพร้อมเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ส่วนผมเดินไปหยิบขนมปังทูน่าสุดโปรดใส่กระเป๋าพร้อมเดินออกจากห้องอาหารเพื่อกลับไปที่ห้องตัวเอง กลับไปดูห้องหน่อยดีกว่า...ป่านนี้ห้องของผมคงรกอย่างกับรังหนูแน่ๆเลย
.
.
อีกด้านหนึ่ง
- ฮาจิมะ talk -
ณ ร้าน JJ FOOD เวลา 11.00 นาฬิกา
"แม้...ขอบใจนะที่วันนี้อุตส่าห์พามาเลี้ยงแถมมาซะไกลอีก ไม่ลำบากใช่มั้ย? (^^)"
"ไม่เลยสักนิดครับ ถ้าคุณโฮโจอยากกินอะไรอีกบอกมาได้เลยนะครับเดี๋ยวผมจ่ายให้ (^^)"
"ใจกล้าเหมือนกันนี้ไอหนู งั้นนั่งรถไฟไปลงสถานีคุโดะโรนิกัน ที่นั้นมีร้านไอติมอร่อยๆด้วยนะ"
"ได้เลยครับ นำทางไปเลย! (^^)"วันนี้ผมได้มีโอกาสออกมาข้างนอกทั้งทีก็เอาให้คุ้มหน่อยละกัน ถือซะว่ามาเที่ยวด้วยเพราะเมื่อก่อนผมเป็คนไม่ชอบเที่ยวเลย กลับห้องมาก็นอน เสาร์อาทิตย์ว่างๆก็นั่งเล่นเกม ดูหนังไปวันๆ เหมือนใช้ชีวิตไม่คุ้มเลยเนอะแต่ตอนนั้นมันรู้สึกว่า...ได้ทำแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว แต่ตอนนี้ผมมีโอกาสออกมาเที่ยวก็ขอเที่ยวหน่อยละนะ
"ว่าแต่...มีปัญหากับบทหรือเปล่า? บอกได้เลยนะเดี๋ยวจะกลับไปแก้ให้"
"ที่เห็นเมื่อวานก็มีคนบ่นๆอยู่นะครับว่าไม่ชอบ แต่ก็ไม่มีใครบ่นอยากเปลี่ยนบทนะครับ"
"อืมๆ เข้าใจละ เ้าเด็กพวกนั้นคงกลัวโดนฉันดุสินะ ปกติไม่เฮอิจิก็เคย์นี้แหลที่จะโวยเื่บท พวกนั้นชอบคิดว่าตัวเองมีประสบการณ์เยอะแล้วจะเลือกเล่นแบบไหนก็ได้ แต่งานก็คืองาน มาในรูปแบบไหนก็ต้องทำให้ได้นั้นแหล"
"เห็นด้วยเลยครับ แล้วคุณโฮโจรู้จักพวกนักแสดงชายมากี่ปีแล้วครับ? แล้วก่อนหน้านี้มีนักแสดงอีกมั้ย?"
"ก็ประมาณ10กว่าปีได้มั่ง ก่อนหน้านี้มีนักแสดงชายอยู่คนหนึ่งหล่อมากเลย รู้สึกจะเป็ผู้บุกเบิกด้วย แต่เขาออกจากบริษัทไปแบบเงียบๆ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนอกจากคนก่อนๆที่อยู่มานานอย่างผู้จัดการโอซุมะหรือหัวหน้าไฮระฝ่ายบัญชี" เห...มีเื่แบบนั้นด้วยเหรอเนี่ย ชักอยากรู้แล้วสิว่าเขาเป็ใคร
"เขาชื่ออะไรเหรอครับ?"
"เอ่อ...มา...มาระๆอะไรสักอย่างนี้แหล ฉันพึ่งมาตอนที่เขาออกพอดีเลยจำไม่ได้เท่าไหร่...อ๋อ! แต่นิสัยเด่นๆที่จำได้เลยคือเขาชอบใส่รองเท้าเกี๊ยะไม้ เดินทีนี้รู้ทั้งชั้นว่าเป็เขา ประหลาดดีเนอะว่ามั้ย?"
"เอ...ก็ไม่นะครับ เท่ดีออก"
"รสนิยมแปลกเหมือนกันนะไอหนู แต่ก็นั้นแหล ถ้าอยากรู้เื่ของเขาลองไปถามผู้จัดการโอซุมะดูนะ เขาอาจเล่าให้นายฟังก็ได้ ถ้ารู้แล้วมาเล่าให้ฟังด้วยละเพราะหมอนั้นไม่ยอมเล่าให้ฉันฟังเลยนี้สิ ไม่รู้เป็ความลับอะไรหนักหนา"
"ได้ครับ เดี๋ยวจะลองไปถามดูนะครับ"และเื่ระหว่างทางก็จบลงแค่นั้น ผมกับคุณโฮโจเดินไปคุยไปจนมาถึงสถานีรถไฟได้ในที่สุด พวกเราซื้อตั๋วไปยังอีกสถานีหนึ่งเพื่อหาของกินแสนอร่อยตามคำแนะนำของคุณโฮโจ อืม...ซื้ออะไรไปฝากพวกนั้นดีนะ เดี๋ยวค่อยถามคุณโฮโจก่อนกลับแล้วกัน
.
.
.