============ รักนี้ดีต่อใจ ============
สามปีก่อน
“ไอ้คีย์!!!!” เสียงะโเรียกมาแต่ไกลจากเพื่อนสนิททำให้ชายหนุ่มหันไปมองคนที่พุ่งมาตามเสียง“มึงต้องช่วยกูนะ”
“ช่วยอะไร”ใบหน้าคมเข้มของร่างสูงโปร่งเอ่ยอย่างติดรำคาญเสียงโวยวายของเพื่อน
“มึงช่วยจีบน้องพริ้งหน่อยดิเนี่ยตัวติดกันจะตายห่า กุจะจีบ จะทำไรน้องรินไม่ถนัดเลย”ศิรวัฒน์เอ่ยออกมาอย่างวอนขอ
“ทำไมต้องกูเนี่ยน้องเขาก็มีคนจีบเยอะแยะ มึงก็ไปให้พวกนั้นช่วยดิ” คีตาว่าอย่างไม่สนใจก่อนจะหันหน้ากลับไปสนใจหนังสือที่อ่านอยู่ตรงหน้าแทนเพื่อนที่มาก่อกวน
“ไม่ได้ต้องมึงเลย น้องพริ้งแม่งแสบ คนอื่นเอาไม่อยู่หรอก ต้องอย่างมึงเนี่ยแหละ หล่อ คมเข้ม เท่ห์สัดๆกระชากใจหญิงเนี่ยล่ะ ถึงจะเอาอยู่”
“ส้นตีนสิกูไม่ได้ชอบน้องเขา” อีกฝ่ายเถียงพร้อมคำด่า
“เถอะน่าเพื่อน ช่วยกูหน่อยเหอะ ไม่งั้นกูขาดใจตายแน่เลย แม่งงง จีบมาตั้งสองปีกว่าแล้วน้องรินยังอะไรๆก็น้องพริ้งอยู่เลยกูจะบ้าตายแล้ว” ร่างสูงสมส่วนของชายหนุ่มอีกคนว่าพลางขยี้หัวตัวเองอย่างเจ็บใจคิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างหงุดหงิด ดวงตาคู่คมฉายแววเ็ปยามเมื่อนึกถึงสถานการณ์ที่เป็อยู่ตอนนี้
คีตาเหลือบมองเพื่อนก่อนจะถอนหายใจเขารู้ว่าศิรวัฒน์จริงจังกับผู้หญิงคนนี้ ไม่อย่างนั้นคงไม่ตามตื้อมาเป็ปีๆแบบนี้ทั้งที่เ้าหล่อนติดแหง็กอยู่กับเพื่อนสนิทอย่างกับถูกผูกกันไว้ไอ้เพื่อนตัวดีก็ยังพยายามเอาหน้าไปให้เขาเห็นบ่อยๆพยายามไปอยู่ด้วยแม้ว่าจะถูกมองเป็ส่วนเกินซะบ่อยๆ
ช่วยมันสักหน่อยคงไม่เป็ไร
ชายหนุ่มนึกในใจ
“เดี๋ยวกูลองดูแต่ไม่รับประกันว่าจะช่วยอะไรมึงได้ เข้าใจไหม”
“ต้องอย่างงี้สิเพื่อนร้ากกกกกกกกกกกกกกก”ศิรวัฒน์ว่าก่อนจะะโรัดคอเพื่อนตัวเองแน่น “มึงโคตรของโคตรหล่อแบบนี้ไหนจะลูกล่อลูกชนชั้นครู บวกกับเซ็กแอพเพียสูงส่งอย่างมึงเนี่ย น้องพริ้งเห็นต้องะโมาหามึงแน่”
แน่นอนล่ะว่าทั้งเขาทั้งมันก็เหมือนผู้ชายอื่นทั่วๆไปมีเสนอมาก็สนอง เพียงแต่ว่าโปรไฟล์และรูปร่างหน้าของพวกเขา ‘เอื้อ’ ให้ควงผู้หญิงได้มากกว่าคนอื่นๆเท่านั้นเอง
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“น้องพริ้งจ๋า”ศิรวัฒน์เรียกหญิงสาวที่นั่งถัดจากสาวในดวงใจเขาด้วยเสียงออดอ้อน
“จะอ้อนให้ตายพริ้งก็ไม่ปล่อยในยัยหนูรินอยู่กับพี่ซีนตามลำพังแน่ๆนี่ให้มาเที่ยวด้วยก็ดีแค่ไหนแล้วเหอะ ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ”เสียงหวานแต่ดุออกจากปากของคนถูกเรียก ทำให้ชายหนุ่มที่เพิ่งเดินมาถึงโต๊ะอีกคนเงยหน้ามองคนพูดก่อนขยับยิ้มบาง
ดุขนาดนี้ มิน่า ไอ้ซีนถึงไปลากเขามาช่วย
“เปล่าจ๊ะ เปล่าพี่แค่จะแนะนำเพื่อนสนิทพี่ให้รู้จักเฉยๆเอง” ศิรวัฒน์ว่าพร้อมกับรอยยิ้มแพรวพราวแล้วหันไปหาคนที่เพิ่งทรุดตัวลงนั่งข้างๆ “นี่ไอ้คีตา เรียกคีย์ก็ได้เพื่อสนิทโคตรๆของพี่เอง”
“สวัสดีค่ะพี่คีย์”เป็หญิงสาวข้างกายเพื่อนที่เอ่ยทักพร้อมกับยกมือไหว้อย่างเรียบร้อยและสง่างาม“รินลดาค่ะ พี่คีย์เรียกว่ารินเฉยๆก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะเบนสายตาไปยังหญิงสาวอีกคนดวงหน้าสวยมุ่ยลงอย่างไม่ชอบใจ ดวงตากลมโตกวาดมองบนอย่างเหนื่อยหน่ายถอนหายใจอีกเฮือก ก่อนจะยกมือไหว้เขาเฉกเช่นเดียวกับเพื่อนตัวเอง “สวัสดีค่ะพริ้งพราวค่ะ”
ท่าทางที่ทำให้ชายหนุ่มขยับยิ้มเพิ่มก่อนจะเอ่ยทักทาย“สวัสดีครับ ได้ยินซีนพูดถึงมานานแล้ว เพิ่งได้เจอตัว น่ารักอย่างที่ไอ้ซีนบอกไว้จริงๆยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
จบประโยคคนถูกชมก็หน้าร้อนวูบๆเมื่อสบเข้ากับดวงตายิ้มได้ของร่างสูงโปร่งที่มองมาไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ‘คนน่ารักของพี่ซีน’ นั้นคนไหน
“เฮ้ยๆ คนนี้ของกู ไม่ต้องโปรยเสน่ห์เลยมึง”คนข้างตัวแย้งพร้อมกับถองศอกใส่เพื่อนตัวเอง ดวงตาคู่คมวาววับพร้อมแยกเขี้ยวใส่เพื่อน
คนถูกเพื่อนศอกใส่ได้แต่ส่ายหน้าเบามือเรียวหันไปรับแก้วน้ำสีเหลืองอำพันจากสาวเสิร์ฟแล้วยกขึ้นจิบขณะจ้องมองหญิงสาวอีกคนตรงหน้า
สวยหวาน แต่ดวงตาไม่ค่อยจะหวานเหมือนหน้าเลยแหะท่าทางจะยาก
ความคิดที่ชายหนุ่มลอบประเมินคนที่เพื่อนคะยั้ยคะยอให้ช่วยกันออกจากเพื่อนสาวอีกคน
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“ไม่สนุกหรือครับ”เสียงทุ้มเอ่ยถามยามเมื่อเพื่อนเขาและรินลดาพากันไปสนทนากันอยู่ที่โต๊ะบาร์แทนแล้วปล่อยเขาทิ้งไว้กับหญิงสาวอีกคนที่นั่งจิบของเหลวในแก้วเงียบๆดวงตาคู่สวยยังจับจ้องไปยังเพื่อนสนิทที่ไกลออกไปแม้ไม่ได้ตามไปแต่ก็ยังจับตามองอยู่ทุกนาที
คำถามที่เรียกดวงตาคู่สวยให้ตวัดตามามองก่อนริมฝีปากบางจะเปิดออก“ถ้าพี่เหงาไปหาสาวที่โต๊ะอื่นได้นะคะ พริ้งไม่ว่าหรอก แต่พูดตรงๆนะคะพริ้งไม่สนใจพี่ อย่าอ่อยให้เสียเวลาเลยค่ะ”
ถ้อยคำตรงไปตรงมาทำเอาคนฟังเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจริมฝีปากอิ่มขยับยิ้มมากกว่าเดิมดวงตาคู่คมฉายแววเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะเอ่ยถามต่อ
“ถ้าหวงนักทำไมไม่ตามไปนั่งด้วยกันล่ะครับ”
คำถามที่เรียกให้ดวงตาคู่โตตวัดมามองอีกครั้งอย่างขุ่นเคืองริมฝีปากบางเฉียบเอ่ยสั้นด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อ “ไม่เกี่ยวกับพี่นี่คะ”
คำตอบที่ทำเอาคนฟังหัวเราะหึๆในคอดวงตาคู่คมเป็ประกายระยับอย่างถูกใจ
“พี่ไม่จีบก็ได้ครับแค่ขอคุยด้วยเฉยๆได้ไหม ไม่อยากนั่งเหงาๆรอซีนมัน”
ประโยคที่ทำให้คนฟังหมดความอดทนหันขวับมามองหน้าคนพูดด้วยสายตาเย็นเยียบ สายตาที่ใครต่อใครกลัวนักหนากลัวโดยไม่ต้องพูดอะไรอีก หากแต่ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้กับคนตรงหน้าที่ยังยิ้มอารมณ์ดีอยู่เช่นเดิม
“ตาดุขนาดนี้ไอ้ซีนพามาให้เชือดแบบนี้กี่คนแล้วหืม.....” เสียงทุ้มเอ่ยว่าอย่างกระเซ้ายกแก้วในมือจรดริมฝีปากด้วยท่าทางสบายๆ หากแต่ดวงตายังพราวระยับไม่เปลี่ยน
ท่าทางที่ทำให้คนที่เห็นถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย“ตกลงพี่จะเอาชนะให้ได้ใช่ไหมคะ”
คนถูกถามส่ายหน้าทันทีเสียงทุ้มเอ่ยตอบออกไปอย่างช้าๆและชัดเจน “พี่ไม่ได้อยากเอาชนะใครครับแค่อยากหาเพื่อนคุยเฉยๆจริงๆ วันนี้พี่ไม่ได้มาหาใครขึ้นเตียงด้วยไอ้ซีนมันลากมาเป็เพื่อนเท่านั้นเองครับ”
ประโยคที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทำให้คนฟังจ้องตาคนพูดอย่างจับผิดพิรุธเนิ่นนานก่อนจะถอนใจเฮือก แล้วสบตาคนตรงหน้าอีกครั้งริมฝีปากบางเอ่ยตอบคำที่ทำให้รอยยิ้มของคนฟังกว้างขึ้นกว่าเดิม
“ขอโทษทีค่ะพริ้งไม่ได้ตั้งใจหาเื่พี่ แต่พี่ซีนชอบหาคนมาจีบพริ้ง พริ้งเลยรำคาญ”
“พี่เข้าใจครับ”ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำของหญิงสาวก่อนจะเอ่ยต่อ “ตกลงว่าพริ้งไม่ชอบเพื่อนพี่ใช่ไหมแล้วทำไมไม่ขวางล่ะครับ ถ้าพริ้งขวางจริงๆจังๆ น้องรินคงฟังพริ้ง”
คำถามที่ทำให้หญิงสาวยอมละสายตามจากเพื่อนสนิทแล้วขยับมานั่งสนทนากับคนตรงหน้าอย่างจริงจัง
“ยัยหนูรินชอบพี่ซีนค่ะพริ้งก็แค่พยายาม love me love my dog แต่ก็ยังไม่ชินอยู่ดีที่เพื่อนจะมีเวลาให้น้อยลง”
“แล้วทำไมพริ้งไม่ลองหาคนของพริ้งบ้างล่ะครับจะได้ไม่ต้องมากังวลแบบนี้”
“ยังไม่มีใครคลิกเลยค่ะ”หญิงสาวเอ่ยตอบสั้นก่อนจะยกแก้วจรดริมฝีปากบางตัวเองแล้วกลืนลงคอ“หายากค่ะคนที่จะทนพริ้งได้”
ชายหนุ่มไม่ตอบคำหากแต่ยกแก้วขึ้นจรดปากแล้วกรอกของเหลวในปากเข้าคอเหมือนกันดวงตาคู่คมฉายแววครุ่นคิดทั้งที่บทสนทนายังเดินต่อไปเรื่อยๆ จากคนที่เพิ่งรู้จักกัน
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“เฮ้ยคีย์เอาน้องพริ้งขึ้นรถกูเดี๋ยวกูไปส่งเอง”ร่างสูงสมส่วนของศิรวัฒน์ว่าพร้อมกับเปิดประตูรถให้คนที่อุ้มร่างปวกเปียกอยู่ในอ้อมแขน
ร่างสูงโปร่งของคนถูกเรียกสาวเท้าไปชิดรถเพื่อนย่อตัวลงก่อนจะสอดตัวเข้าไปในรถแล้ววางร่างบอบบางลงกับเบาะรถอย่างเบามือ
“งืมๆๆพี่คีย์ๆๆ” เสียงของคนที่เมาไม่ได้สติพึมพำเบาเรียกให้ชายหนุ่มผู้เป็เ้าของชื่อยกยิ้มบาง ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยแก้มใสเบาๆอย่างเอ็นดู ก่อนจะถอยตัวออกมา
หมับ!
คนที่ไม่สติคว้ามือที่กำลังผละออกแล้วดึงลงมากอดทำให้คนที่ไม่ทันระวังตัวถลาลงไปหาคนดึงทันทีร่างสูงใช้แขนอีกข้างยันกายไว้กับเบาะรถแน่นไม่ให้ล้มลงไปทับคนที่เมาอยู่เสียงทุ้มเอ่ยเบากับคนข้างใต้
“พริ้งคะปล่อยมือพี่ก่อนนะ”
“อือ~~~” คนเมายังคงกอดแขนคนตัวโตกว่าแน่น ทำให้คีตาถอนใจเบา ริมฝีปากอิ่มขยับยิ้มเอ็นดูก่อนจะค่อยๆยันตัวนั่งรั้งร่างบอบบางที่กอดแขนเขาไม่ปล่อยเข้าหาตัว แล้วเรียกเพื่อนตัวเอง
“ซีน”
“อะไร”เ้าของรถก้มลงมาหาก่อนจะมองตามสายตาเพื่อน คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจ
“กูคงต้องไปด้วยเกาะไม่ปล่อยแบบนี้” บอกเพื่อนพลางชี้ไปแขนตนเองที่มีมือบางเกาะไว้อยู่
“แล้วรถมึง?”ศิรวัฒน์ถามถึงเ้าบีเอ็มคันสวยที่จอดอยู่ข้างกันของเพื่อน
“ให้คนที่ร้านเอาไปส่งไว้ที่คอนโดกู”เ้าของรถว่า “เดี๋ยวไปส่งน้องเขาเสร็จแล้วกูไปนอนคอนโดมึง”
“รับบัญชาครับเพื่อน”ร่างสูงสมส่วนของศิรวัฒน์ หันไปบอกสาวน้อยข้างตัวอีกคน พยักเพยิดให้เ้าหล่อนขึ้นมารอบนรถก่อนที่เ้าตัวจะหายลับเขาไปในร้านเพื่อตามคำสั่งเพื่อน
“ขอโทษด้วยนะคะพี่คีย์ที่ทำให้ต้องลำบากปกติพริ้งไม่กินจนเมาขนาดนี้ แล้วดูสิ เกาะพี่คีย์ไม่ปล่อยเลย แย่จัง”รินลดาเอ่ยปากอย่างเกรงใจเมื่อเห็นท่าทางของเพื่อนสนิทตัวเอง
“ไม่เป็ไรหรอกครับ”ชายหนุ่มเอ่ยตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้คนห่วงเพื่อนคลายใจ“สงสัยคุยกับพี่เพลินไปหน่อยจนลืมตัวกินเกินลิมิตตัวเอง”
“ค่ะ”หญิงสาวอีกคนได้แต่รับคำเบาแล้วหันไปคาดเข็มขัดเมื่อเ้าของรถเดินมาประจำที่ของคนขับ
ศิรวัฒน์เหลือบมองเพื่อนที่ยังคงกอดร่างบอบบางไว้ผ่านกระจกมองหลังอีกครั้งก่อนจะขับรถออกไป
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
ออดี้สีดำคันสวยจอดสนิทก่อนเครื่องจะดับลงเ้าของออกจากรถก่อนจะเดินอ้อมไปเปิดประตูด้านข้างคนขับให้กับหญิงสาวในดวงใจแล้วค่อยขยับไปเปิดประตูด้านหลังเพื่ออำนวยความสะดวกให้เพื่อนอีกคน
แขนของคนที่ถูกเกาะไว้เมื่อตอนออกจากร้านถูกปล่อยออกแล้วเหลือเพียงแต่การทิ้งร่างพิงคนตัวโตและลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอคีตาเหลือบมองคนที่ตนเองประคองกอดไว้ก่อนจะค่อยๆขยับตัวช้อนร่างบางที่อยู่ในห้วงนิทราเข้ามาในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอมเมื่อวงแขนแข็งแรงโอบล้อมตัว คนที่ไร้สติก็ซุกเข้าหาคนอุ้มทันที ท่าทางที่ทำให้หญิงสาวอีกคนที่คอยเหลือบมองเพื่อนสนิทตัวเองประหลาดใจ
พริ้งพราวไม่ใช่คนหลับลึกแม้จะมีแอลกอฮอล์อยู่ในตัวแบบนี้ เธอก็จะประคองสติตัวเองอยู่เสมอไม่เคยจะปล่อยให้ใครได้เข้าใกล้ง่ายๆแบบนี้
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“ขอบคุณพี่ซีน พี่คีย์มากนะคะที่มาส่งเดี๋ยวพริ้งฟื้นแล้วรินจะให้โทรไปขอบคุณพี่ๆด้วยตัวเอง โดยเฉพาะพี่คีย์นะคะ”รินลดาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้าเมื่อชายหนุ่มทั้งสองเข้ามาส่งเพื่อนเธอถึงเตียงนอนโดยเฉพาะกับคีตาที่เป็คนอุ้มเพื่อนเธอขึ้นมา
“ไม่เป็ไรครับน้องรินพี่เต็มใจ” ศิรวัฒน์ตอบรับพร้อมกับยิ้มหวานส่งให้ เอื้อมมือไปจับมือบางของเ้าของห้องขึ้นมาจูบเบาๆก่อนจะเอ่ยลา“ฝันดีนะครับ”
รินลดาหน้าร้อนวูบกับััที่มือก่อนจะร้อนยิ่งกว่าเดิมเมื่อเหลือบไปเห็นชายหนุ่มอีกคนที่ยังยืนอยู่ด้วยริมฝีปากเรียวสวยเอ่ยว่าคนตรงหน้าอย่างเขินอาย “พี่ซีน ทำอะไรคะเนี่ยพี่คีย์ก็อยู่ด้วยนะคะ”
“ไม่เห็นเป็ไรเลยครับไอ้คีย์ไม่ปากโป้งหรอกน่า” ศิรวัฒน์ว่าทั้งยังหันไปพะยักเพยิดกับเพื่อนตนเองก่อนจะก้มลงไปกระซิบกับคนที่ยืนก้มหน้าอยู่“นี่ถ้าไม่ติดว่ามันยืนอยู่ด้วยพี่จะหอมแก้มแทนเถอะ”
เท่านั้นดวงหน้าหวานละมุนของรินลดาก็เงยขึ้นสบตาคนพูดดวงตาเรียวสวยเบิกกว้าง ริมฝีปากบางร้องออกมาก่อนจะทุบเข้าที่อกของคนพูด “พี่ซีนเดี๋ยวเถอะค่ะ!”
คนพูดค้อนขวับเข้าให้อีกทีทำให้เ้าของชื่อหัวเราะเบาๆแล้วบอกลาอีกครั้ง “ราตรีสวัสนะครับ เดี๋ยวถึงแล้วพี่ไลน์บอก”
“ขับรถดีๆนะคะ”รินลดาเอ่ยขณะยกมือขึ้นมาโบกให้ชายหนุ่มแล้วหมุนตัวกลับเข้าห้องตัวเอง
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
แสงแดดยามเช้าลอดเข้ามาตามการปลิวลมของม่านริมหน้าต่างทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียงขยับตัวเปลือกตาบางกระพริบปริบๆอยู่สองสามครั้งก่อนจะขยับตัว
“โอ้ยโลกหมุน” มือบางจับหัวตัวเองแล้วหงายท้องลงเตียงไปอีกครั้งเมื่อััได้ว่าพื้นห้องโคลงเคลง
เปลือกตาบางปิดลงชั่วครู่ก่อนจะเกิดขึ้นมาใหม่แล้วค่อยๆสำรวจ
ห้องของเธอ
ว่าแต่กลับห้องมาได้ยังไงนะจำได้ว่าดื่มอยู่กับพี่คีย์........
กึก
ความจำที่เริ่มร้อยเรียงเข้ามาทำเอาคนที่ปวดหัวตุบๆขมวดคิ้วหากแต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากกว่านี้ ประตูห้องก็ถูกเปิดแล้วตามมาด้วยร่างของเพื่อนสนิท
“ตื่นพอดีเลยอ่ะนี่น้ำส้มคั้นสดแก้แฮงค์ และก็ชาร้อนๆกับข้าวต้มรองท้อง”เสียงใสๆของรินลดาเอ่ยพร้อมกับประคองร่างเธอให้ลุกขึ้นมาพิงกับหัวเตียง
“ลำบากหนูรินเลยเนี่ยโทษทีนะเมื่อวานพริ้งดื่มเยอะไปหน่อย” พริ้งพราวเอ่ยปากกับเพื่อนรักขณะรับแก้วน้ำส้มมาดื่ม
หญิงสาวเ้าของชื่อส่ายหน้าไปมาขณะที่ริมฝีปากบางก็เอ่ยออกมาอย่างสดใส “เราไม่ลำบากหรอก คนลำบากคือพี่คีย์นู่น”
ชื่อที่ออกจากปากเพื่อนซี้ทำให้คนที่ยกชามาดื่มต่อชะงักมือดวงหน้าหวานหันไปถามย้ำทันที “พี่คีย์?”
“ก็พี่คีย์น่ะสิเรากลับมาที่โต๊ะก็เห็นพริ้งฟุบไปแล้ว ตอนแรกใหมดเลยดีที่พี่คีย์บอกว่าแค่หลับไป รินก็จะพาพริ้งกลับหรอกแต่พี่คีย์บอกว่าเดี๋ยวเขาจัดการเอง แล้วเขาก็อุ้มพริ้งมาส่งที่รถเนี่ย ยังไม่พอนะพริ้งอ่ะไปดึงแขนพี่คีย์มากอดไม่ปล่อยจนพี่เขาต้องทิ้งรถแล้วนั่งมากับเรากับพี่ซีนแต่พี่คีย์ก็ไม่บ่นสักคำนะ แถมยังอุ้มพริ้งมาส่งถึงเตียงอีกเราน่ะเกรงใจพี่คีย์จะแย่ แต่เขาไม่ให้เราจับพริ้งเลย”เพื่อนสาวร่ายยาวขณะที่คนข้าวต้มในมือแล้วตักมาเป่าฟู่ๆก่อนจะป้อนให้เพื่อนแล้วพูดต่อ “เราก็แปลกใจนะว่าทำไมพริ้งกินซะขนาดนั้นปกติพริ้งจะพยุงสติตัวเองตลอดนี่นา มีเื่อะไรไม่สบายใจแล้วแอบปิดเราป่ะเนี่ย”
เสียงใสๆของรินลดาว่าพร้อมกับมองหน้าเพื่อนอย่างค้นหา
“บ้าสิเราไม่มีอะไรปิดหนูรินอยู่แล้ว” คนถูกถามตอบเพื่อนพร้อมส่งรอยยิ้มให้คลายใจ“พอดีพี่คีย์คุยสนุกน่ะ เลยเผลอตัวไปหน่อย กินไปกินมาฟุบไปเมื่อไรก็ไม่รู้”
“งั้นเหรอ”เพื่อนสาวทวนคำก่อนจะพยักหน้ารับ “เราดีใจนะพี่พริ้งคุยกับพี่คีย์ได้พี่ซีนบอกว่าเป็เพื่อนรักของเขา ไม่เหมือนเพื่อนคนอื่นไม่อยากให้ขัดใจกับพริ้งน่ะ”
“แหมๆๆอะไรก็พี่ชีนๆ นะตอนนี้ ต้องน้อยใจหรือเปล่าที่หนูรินเห็นคนอื่นสำคัญกว่าเนี่ย”คนที่เมาค้างแซวกลับ
“บ้าหรือไงพริ้งเราไม่มีทางเห็นใครสำคัญกว่าพริ้งแน่ๆ พี่ซีนกะ....ก็แค่......ก็แค่......”เสียงใสๆของรินลดาเบาลงช้าๆ ดวงหน้าหวานละมุนแดงระเรื่ออย่างเขินอาย แววตาฉายชัดถึงความสุขยามเมื่อพูดถึงใครอีกคน
พริ้งพราวยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของเพื่อนเธอดีใจจริงๆที่เพื่อนจะมีคนมาดูแลเพื่อนรักคนนี้นอกจากเธอ
หากแต่ลึกลงไปในรอยยิ้มพริ้งพราวกลับสะท้อนเล็กๆในอกความรู้สึกกลัวที่จะสูญเสียเพื่อนคนสำคัญให้กับคนอื่นทำให้เธอไหวหวั่นทั้งที่แน่ใจอย่างที่สุดว่าเพื่อนจะไม่มีวันเปลี่ยนไปรินลดาจะยังเห็นเธอเป็ที่หนึ่งอยู่เสมอไม่ว่าจะมีใครเพิ่มเข้ามา
หากแต่การที่มีคนเข้ามาเพิ่มในความสัมพันธ์ก็ทำให้เธออดกลัวไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลง
พริ้งพราวกดความรู้สึกนี้ลงไว้ให้ลึกสุดหัวใจหากแต่เมื่อคืนคนที่เพิ่งรู้จักกลับล้วงเข้ามาในหัวใจดวงนี้อย่างง่ายดาย
คีตา
ชื่อของผู้ชายคนนั้นคนที่ััเจอกับความหวาดกลัวและความอ่อนแอภายในใจของเธอ
แย่ชะมัดที่ให้คนที่เพิ่งรู้จักได้รู้ถึงจุดอ่อนหากแต่หล่อนกลับรู้สึกว่าหากเป็ผู้ชายคนนี้ก็คงจะไม่เป็ไรที่เธอจะเผยตัวตนอีกมุมให้เขาเห็น
และเมื่อเหล้าเข้าปากสติสัมปชัญญะที่ควรจะมีก็ค่อยๆหลุดลอยไปเหลือแต่เพียงความเปราะบางของเธอให้เขาได้ัั
ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยปลอบประโลมหรือโน้มน้าวให้เธอพูดสักคำ มีเพียงแค่สายตาที่จ้องมองมาอย่างจริงใจและท่าทางที่พร้อมจะรับฟังนั่นก็ทำให้เธออุ่นและคลายใจลงจนเผลอปล่อยความรู้สึกตัวเองออกมาจนหมดสิ้น
“พริ้งต้องโทรไปขอบคุณพี่คีย์นะ”เพื่อนสาวเอ่ยเปลี่ยนเื่เมื่อเห็นเพื่อนนิ่งไป
“แหนะเปลี่ยนเื่ ยังไม่บอกเลยว่าพี่ซีนเป็อะไร”คนที่พิงหัวเตียงว่ากระเซ้ารอยยิ้มแต่งแต้มบนริมฝีปากบางดวงตาคู่หวานเต็มไปด้วยแววล้อเลียนเพื่อนสนิทไม่เลิก
“มะ..ไม่ได้เปลี่ยนนะ.......พี่ซีนก็แค่......”
“แค่อะไรหือ?”พริ้งพราวยื่นหน้าเข้ามาพร้อมกับสายตาล้อเลียนเต็มเปี่ยม
“ก็แค่พี่ชายคะ...คนพิเศษเอง”
“นั่นไงคิดอะไรกับพี่ซีนจริงๆด้วยนะเนี่ย ฮิๆ” เสียงหวานใสเอ่ยล้อเพื่อนที่บัดนี้หน้าแดงหูแดงไปหมดอย่างชอบใจก่อนจะหัวเราะเบาแล้วเอ่ยย้ำ “รักเขา ชอบเขาก็บอกๆไปได้แล้ว เขาจีบมาสองปีแล้วนะ”
“จะบ้าเหรอพริ้งพูดอะไรเนี่ย โอ้ยไม่เอาแล้ว เราเอาจานไปล้างดีกว่าถ้าพริ้งยังลุกไม่ไหวก็นอนไปก่อนนะ แต่ถ้าไหวแล้วก็ไปอาบน้ำเน่ามาั้แ่เมื่อคืนแล้วเนี่ย” รินลดาว่าพลางยกถาดออกจากห้องเธอไปอย่างลนลาน
“จ้าๆ”เ้าของห้องรับคำไล่หลังก่อนจะชะงักลงเมื่อประตูปิดสนิทร่างบอบบางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ขยับตัวเตรียมจะลุกจากเตียงนุ่ม
RRRRRRR~~~~~
หืมมม
ร่างเพรียวบางชะงักขาก่อนจะหันไปยังที่มาของเสียงมือบางเอื้อมไปหยิบมาดู คิ้วเรียวขมวดมุ่นก่อนจะรับสาย
“พริ้งพราวค่ะ”
“[เสียงสดใสดีแล้วนี่คะพี่นึกว่าจะแฮงค์เสียอีก]” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกระเซ้าโดยไม่แนะนำชื่อเสียงเรียงนามของตัวเองแต่อย่างใดหากแต่คนรับสายก็ยังจำน้ำเสียงแบบนี้ได้ชัดเจน
“ไปเอาเบอร์พริ้งมาจากไหนคะ”ร่าบอบบางเปลี่ยนทิศจากห้องน้ำไปยังระเบียงกว้างเดินออกไปด้านนอกก่อนจะพิงตัวเข้ากับราวระเบียง
“[ขอมากจากซีนค่ะ]” ปลายสายเอ่ยตอบชัดถ้อยชัดคำ
“จะขอเบอร์พริ้งจากคนอื่นต้องบอกพริ้งก่อนหรือเปล่าคะแล้วพี่ซีนอีกเื่อะไรเอาเบอร์พริ้งไปแจกแบบนั้น” หญิงสาวว่าเสียงดุคิ้วเรียวขมวดฉับอย่างไม่ชอบใจนัก
“[อย่าโกรธซีนมันเลยค่ะพี่บังคับมันเองแหละ พี่เป็ห่วงเรา ตอนแรกว่าจะโทรหาน้องริน แต่ซีนมันไม่ยอมมันบอกว่ากลัวน้องรินหลงเสน่ห์พี่]” ปลายสายบอกด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ
คำพูดที่ทำให้เธอนึกคลายใจลงคิ้วเรียวที่ขมวดอยู่คลายออก ก่อนจะเอ่ยตอบออกไป “ไม่โกรธก็ได้ค่ะแค่บอกพี่ซีนว่าอย่าเอาเบอร์พริ้งไปให้ใครอีกก็พอ แล้วตกลงว่าพี่คีย์จะคะๆขาๆแบบนี้อีกนานไหมคะ”
หญิงสาวเปลี่ยนเื่นี่เป็อีกเื่ที่เธอไม่ค่อยชอบใจแค่คุยกันพักเดียวชายหนุ่มก็เปลี่ยนมาพูดคะๆขาๆกับเธอไม่ได้สะทกสะท้านเลยว่าคนฟังจะรู้สึกยังไง
“[พริ้งไม่ชอบหรือคะพี่พูดกับพริ้งคนเดียวเลยนะ น่ารักดีออก]”ปลายสายว่าพร้อมยืนยันว่าไม่ยอมเลิก
“เชื่อได้แค่ไหนคะเนี่ยว่าพูดกับพริ้งคนเดียวปากหวานขนาดนี้สาวๆคงมีเป็ฮาเร็ม”
“[อันนี้พริ้งคงต้องพิสูจน์เองแล้วค่ะ]”ปลายสายว่าก่อนจะขยายความเพิ่มอีกเมื่อนึกได้ “[จริงๆแล้วมีอีกคนที่พี่พูดแบบนี้ด้วยก็คือเ้าภาน้องสาวพี่อันนั้นไม่นับนะคะ]” คีตาก็ยังคงเป็คีตาแม้ว่าภายนอกชายหนุ่มจะมีรูปลักษณ์คลับคล้ายกับเพลย์บอย หรือผู้ชายแบดบอยทั่วๆไปหากแต่ใครได้คุยด้วยแล้วจัััได้ถึงความจริงใจผ่านน้ำเสียงของชายหนุ่ม “[ส่วนเื่ฮาเร็มก็ไม่มีเหมือนกันค่ะผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่เก็บไม่จำนะคะ]”
คำพูดที่ทำเอาพริ้งพราวยู่หน้าใส่โทรศัพท์“ผู้ชายก็แบบนี้ทั้งปี”
“[ใช่ค่ะเป็ธรรมดาของผู้ชายแต่ในส่วนของพี่ถ้ารักใครแล้วรักจริงค่ะ ไม่ให้ผ่านง่ายๆ]” ชายหนุ่มยังโต้ตอบด้วยน้ำเสียงมาดมั่นทำเอาคนฟังเบ้ปากเพิ่มแล้วย้อนเข้าให้
“พี่คีย์ก็เลยปล่อยผ่านไปไม่รักใครเลยจะได้ไม่ต้องหยุดแบบนั้นใช่ไหมคะ”
“[โอ้โห พูดซะพี่เสียเลยค่ะสาวน้อยปากแบบนี้ระวังจะโดนปิดด้วยปากเอานะคะ]” เสียงทุ้มเอ่ยกลั้วหัวเราะ
“ฝันไปเถอะค่ะพริ้งไม่ใช่บรรดาสาวๆของพี่คีย์แน่ อย่าคิดว่าจะยอมให้จูบง่ายๆนะ”พริ้งพราวย้อนเข้าให้อีกครั้งก่อนจะเปลี่ยนเื่ ไม่ยอมให้ใครอีกคนได้ ‘หว่าน’ เสน่ห์ไปมากกว่านี้ “ขอบคุณพี่คีย์นะคะที่เมื่อคืนอุตส่าห์มาส่งอุ้มพริ้งขึ้นมาอีก หนักแย่ พริ้งตัวเบาที่ไหน”
“[ก็มีลูกแมวเกาะแขนพี่ไม่ปล่อยนี่คะเลยต้องอุ้มมาส่ง]” ปลายสายว่าด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์ไม่วายแหย่คนพูดซ้ำหากแต่ยอมเปลี่ยนเื่ตามเ้าของเสียงหวานๆนั่น “[ทีตอนเมาล่ะอ้อนเป็ลูกแมวสนจะน่ารักตอนนี้ล่ะกางเขี้ยว กางเล็บใส่ แถมแง่งๆ ใหญ่เลยเนี่ย]”
“พี่คีย์!” หญิงสาวร้องเรียกชื่อคนพูดเสียงหลง“พริ้งไม่ใช่แมวนะคะ เดี๋ยวเถอะ ว่าพริ้งนักเจอหน้าจะข่วนให้จริงๆ คอยดู”
คำที่ปลายสายหัวเราะร่วนแล้วเอ่ยเย้าต่อ “[มาเลยค่ะไปหาพี่ที่ร้านเมื่อคืนได้ทุกเวลานะ เดี๋ยวพี่เตรียมหน้าไว้รอ]”
“พี่คีย์!!!!!” อีกครั้งที่หล่อนะโผู้ชายอะไรต่อปากต่อคำเก่งขนาดนี้นะ
“[ฮะๆ ล้อเล่นค่ะ]”ปลายสายว่าก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “[แต่ถ้าพริ้งเหงาหรือรู้สึกแย่ พริ้งมาหาพี่ได้จริงๆนะคะ โทรมาก็ได้เดี๋ยวพี่ไปหาพริ้งเองอย่านั่งเศร้าคนเดียวแบบนี้อีกนะ]”
“ขอบคุณนะคะ”คำขอบคุณที่เธอเอ่ยมันอย่างเต็มใจ เธอไม่สนใจหรอกว่าคีตาจะเป็ผู้ชายร้ายกาจที่คอยล้วงความลับคนอื่นออกมาใช้ประโยชน์หรือเปล่าเพราะหัวใจของเธอเชื่อเหลือเกินว่าคำพูดของผู้ชายคนนี้เชื่อถือได้แม้จะเพิ่งรู้จักกันก็ตาม “ขอบคุณทั้งเื่เมื่อคืน และเมื่อกี้ ขอบคุณจริงๆค่ะ”
“[ด้วยความยินดีค่ะ]” ชายหนุ่มรับคำก่อนจะทิ้งท้าย “[อ้อ พี่อุ้มพริ้งไปส่งได้ทุกวันนะคะตัวเล็กเป็ลูกแมวแบบนั้น อุ้มได้สบายมากแล้วยิ่งถ้ามีรางวัลเป็ลูกแมวเลียปากพี่ยินดีเป็ขาให้ลูกแมวตัวนั้นเลยค่ะ]”
“พี่คีย์!” เสียงเรียกสุดท้ายจากเธอก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของเขาเป็คำตอบจนกระทั่งสายตัดไปมือเรียวกำโทรศัพท์ในมือแน่น ใบหน้าหวานจัดแดงระเรื่อกับประโยคยั่วเย้าสุดท้าย“พูดบ้าๆ ใครจะไปยอมเลียปากให้กันล่ะ”
หากแต่หญิงสาวก็ขยับมือมาเมมหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาล่าสุดก่อนจะโยนเครื่องมือสื่อสารทิ้งไว้บนเตียงแล้วผละเข้าห้องน้ำไป
============ รักนี้ดีต่อใจ ============