ฟ้ายังไม่สาง ทันใดนั้นเสียงจิ๊ดๆ ๆ ก็ดังขึ้น เซี่ยเหยียนตื่นเพราะเสียงดัง แล้วยันตัวลุกขึ้นนั่ง มือกลับเหมือนไปโดนอะไรบางอย่าง เนียนๆ ลื่นๆ จะว่าไปก็สบายมืออยู่ แต่เซี่ยเหยียนใ “เฮ้ย อะไรกันเนี่ย”
“ข้าเอง” คนที่พูดกลับเป็หนานเหอ
“ท่านมาอยู่บนเตียงข้าได้อย่างไร” เซี่ยเหยียนหงุดหงิด เขาไม่ชอบให้ใครมาแตะเตียงของเขา แม้แต่ตอนทำความสะอาดยามปกติเขาก็ลงมือเอง
“งั้นเ้าจะให้ข้าไปนอนที่ไหน”
“ข้า…” เซี่ยเหยียนเพิ่งพูดไปได้คำเดียว ก็ได้ยินเสียงจิ๊ดๆ ๆ ดังขึ้นอีก เขาหันหน้ามองไปทางต้นเสียง ตอนนั้นเองเขาก็สบเข้ากับดวงตาสีแดงคู่โต
เซี่ยเหยียนขนลุกไปทั้งตัว เขารีบพลิกตัวไปหลบอยู่หลังองค์รัชทายาท พลางถามเสียงสั่น “นั่น…นั่นอะไร”
หนานเหอเห็นตั้งนานแล้ว เขาหรี่ตาพินิจมอง
ดวงตาสีแดงขนาดใหญ่เคลื่อนออกมา และเผยตัวภายใต้แสงจันทร์ เป็หนูที่ตัวใหญ่กว่าพวกเขา
พูดให้ถูกก็คือ ขนาดของหนูคือปกติ ที่ไม่ปกติคือพวกเซี่ยเหยียน
เซี่ยเหยียนกลืนน้ำลายก่อนจะถามเสียงเบา “ฝ่าา ท่านกลัวหนูหรือไม่”
หนานเหอปรายตามองเขาแล้วขำเบาๆ “อะไรกัน เ้ากลัวหรือ ข้าเคยได้ยินว่าเ้าเคยช่วยปีศาจหนู”
“นั่นมันไม่เหมือนกัน ปีศาจหนูมีสติปัญญาแล้ว สื่อสารได้” ตัวที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่ แถมมีอะไรแปลกๆ อย่างเห็นได้ชัด
“งั้นเ้าก็พยายามเข้านะ” หนานเหอลุกขึ้นตบบ่าของเซี่ยเหยียน
เซี่ยเหยียนมองเขาอย่างสับสน จากนั้นก็เห็นองค์รัชทายาทผู้เก่งกาจเหนือคนธรรมดาของพวกเขาวิ่งหนีเผ่นแน่บ
หนี…หนีไปแล้ว?
เซี่ยเหยียน “......” ที่แท้องค์รัชทายาทก็กลัวหนู!
อึ้งอยู่สักพัก เซี่ยเหยียนก็ะโขึ้นแล้วรีบตามหลังหนานเหอไป ต้องรีบหนีเหมือนกัน
และในตอนนั้นเอง หนูก็ขยับเหมือนกัน มันะโขึ้นเตียงอย่างว่องไวแล้ววิ่งไล่ตามเซี่ยเหยียน
“ให้ตายสิ ข้าไม่เคยรังแกหนูนะ ทำไมต้องมาไล่ข้าคนเดียวด้วย” เซี่ยเหยียนเลี้ยวซ้ายทีขวาที แต่ก็ยังสลัดไม่หลุดสักที
หนานเหอก็สังเกตเห็นจุดนี้เหมือนกัน เขายืนนิ่งอยู่ที่มุมหนึ่ง
“ท่านเซียน ทางนี้” เสียงเอะอะขนาดนี้ หลินอิ่งกับอู๋เฟิงที่นอนอยู่หน้าประตูก็หนวกหูจนตื่น หลินอิ่งคว้าผ้าปูที่นอนแล้วะโไปทางเซี่ยเหยียนที่อยู่บนเตียง
เซี่ยเหยียนพลิกตัวอย่างว่องไว หลบกรงเล็บหนูที่ตะปบลงมา แล้วปะทะเข้ากับอกของหลินอิ่งอย่างแรง ทั้งสองกลิ้งเป็เกลียวแล้วร่วงลงไปตามกัน
ยังดีที่ที่วางเท้าด้านล่างปูเบาะรองนุ่มๆ ไว้ ทั้งสองเลยไม่ได้รับาเ็
แต่พวกเขายังไม่ทันได้พักหายใจหายคอ หนูก็ตามลงมาแล้ว
หลินอิ่งถีบเซี่ยเหยียนออกไป เตรียมรับศึกด้วยตัวเอง
แต่ทว่าหนูกลับไม่ได้มองเขาแม้แต่น้อย พอลงถึงพื้นก็พุ่งไปทางเซี่ยเหยียน
หลินอิ่งที่อยู่ในท่าเกรงขาม “......”
เซี่ยเหยียนกับหนูลงถึงพื้นติดๆ กัน เพียงแต่เซี่ยเหยียนไวกว่า เขารีบลุกขึ้นทันที ใช้จังหวะที่หอบหายใจ เดินลมปราณแตะปลายเตียงแล้วะโขึ้นคว้าพู่ห้อย แล้วไปตกที่เก้าอี้ตัวเตี้ยข้างๆ
เซี่ยเหยียนไม่รอช้า อาศัยลวดลายฉลุบนโต๊ะแปดเซียนะโขึ้นไป
ยังดีที่ว่าหนูตัวนี้ยังไม่ได้กลายเป็ปีศาจ พอตามไม่ทันก็ไม่รู้ว่าเซี่ยเหยียนขึ้นโต๊ะไปได้อย่างไร มันได้แต่ะโขึ้นตามสัญชาตญาณซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทุกครั้งก็ะโถึงแค่แผ่นกั้นฉลุลายใต้โต๊ะ ไม่รู้ว่าชนไปกี่รอบ เหมือนว่าหนูจะเหนื่อย ในที่สุดก็หยุดลง
ตอนนี้เซี่ยเหยียนถึงได้โล่งอก เขานั่งหอบหายใจเฮือกใหญ่อยู่บนโต๊ะ พอเห็นถ้วยชาข้างๆ ที่สูงเท่าตัวเขา ถึงได้รู้สึกคอแห้งหิวน้ำขึ้นมา
ดังนั้นเขาก็เลยยืนขึ้นอีกครั้ง ข้างในมีชาอยู่ครึ่งถ้วย เป็ชาที่เขาดื่มเหลือไว้เมื่อวาน
เซี่ยเหยียนออกจะรังเกียจน้อยๆ แต่กาน้ำชาข้างๆ นั้นสูงใหญ่กว่ามาก ครู่เดียวเขาก็ยอมแพ้ หันไปผลักถ้วยชาให้ล้มแทน
น้ำชาครึ่งถ้วยนั้นกระฉอกออกมา เซี่ยเหยียนเหยียบน้ำที่นองบนโต๊ะแล้วเดินเข้าไปอย่างระมัดระวังก่อนจะก้มดื่มที่ปากถ้วย
พอดื่มจนอิ่ม เซี่ยเหยียนก็ยืนขึ้นอย่างอารมณ์ดี
จู่ๆ ก็มีเสียง “ปัง” ก็ดังขึ้น พร้อมกับโต๊ะที่สั่น เซี่ยเหยียนยืนไม่มั่น เท้าที่เหยียบน้ำอยู่พาให้ลื่นตกลงไปด้วยท่วงท่าสง่างาม
หนูมันเริ่มชนโต๊ะแปดเซียนอีกแล้ว
ตาของหนูฉายแสงสีแดง พอเห็นเซี่ยเหยียนร่วงลงมาก็อ้าปากรออยู่กับที่
เซี่ยเหยียนใจหายวาบ
“เซี่ยเหยียน!”
“ท่านเซียน!” เสียงร้องใจากทั้งสองดังขึ้น
แต่ในตอนนี้เองมีบางอย่างโฉบผ่านรับมาเซี่ยเหยียนกลางอากาศ ในขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของหนู
“จิ๊ด——”
เซี่ยเหยียนใจเต้นตึกตักจนแทบกระดอนออกมานอกอก สักพักใหญ่ถึงพบว่าตัวเองนั่งอยู่บนหลังของนก ข้อมือถูกคว้าเอาไว้ “ฝ่าา?”
หนานเหอก้มหน้า กำลังผลักเข็มเย็บผ้าเล่มใหญ่สองเล่มลงไป จากนั้นก็ได้ยินเสียงหนูร้องโหยหวน
เซี่ยเหยียนรีบมองดูข้างล่าง ในปากและตาของหนูต่างมีเข็มเย็บผ้าแทงอยู่ หนูดิ้นทุรนทุรายไปบนพื้น กลุ่มควันสีดำฟุ้งขึ้น ขนาดของหนูค่อยๆ เล็กลง
“หา?” หนานเหอเหมือนจะพบบางอย่าง จู่ๆ เขาก็ะโลงไป
เซี่ยเหยียนใ “ฝ่าา”
ะโลงไปจากความสูงขนาดนี้ ถ้าไม่มีพลังเวทย์ต้องตายแน่