ตอนที่79 การตัดสินใจของพันธมิตรผู้แก้แค้น
กัสไม่ได้แสดงสีหน้าเหมือนกับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ
ลิชพูดต่อ
“หลังจากฟื้นขึ้นมาเขาได้ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที แล้วก็ดูเหมือนจะเป็นมาโครจริง ๆ ที่หักหลังฆ่าเพื่อนของตัวเองพอเบนจามินรู้เรื่องโกรธแค้นมาก มองออกเลยว่าเขาต้องการแก้แค้นมาก”
“เขากล่าวอะไรอีกไหม”
ลิชหยุดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ดูเหมือนเขาอยากจะขอบคุณท่านแล้วก็บอกว่าถ้าท่านช่วยเขา เขาจะยินดีรับใช้ท่านทั้งชีวิต ทุกอย่างเป็นไปตามการคาดการณ์ของนายท่านจริงๆ”
กัสหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
ปัง!
ซอมบี้ตัวหนึ่งล้มลงอีกครั้งในลานฝึก
ลิชพูดต่ออย่างนอบน้อม
“ต้องยอมรับว่าสายตาของนายท่านแม่นยำมากตั้งแต่แรกนายท่านก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าเบนจามินจะไม่ตายง่าย ๆและเมื่อเขาฟื้นขึ้นมา…เขาจะเป็นดาบที่ใช้งานได้”
“แน่นอน แต่ดาบเล่มนี้ไม่ธรรมดา”กัสรู้ว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับเบนจามิน
แต่ไม่ได้แม่นยำเขาแค่ได้ยินเรื่องเล่าเท่านั้น
โดยได้ยินว่ากิลด์กรรไกรแตกคอกัน เลี่ยมตายส่วนมาโครขึ้นไปยังชั้นสองและเบนจามินไล่ตามไปฆ่า มาโครที่ทรยศ
แต่ครั้งนั้นไม่ได้ทรยศด้วยทรัพย์สมบัติที่มากขนาดนี้ก็แค่ผนึกต้นกำเนิดไม่กี่ชิ้นที่ได้มาจากดันเจี้ยนเท่านั้นแถมเขาไม่รู้ที่เกิดเหตุที่แน่นอน
ดูแล้วคงไม่สำคัญเหตุการณ์บางอย่างยังคงเกิดขึ้น อาจจะรุนแรงขึ้นหรือไม่ก็ผิดที่ผิดเวลาแต่มันจะเกิดขึ้น
แน่นอนว่าเขาสามารถแทรกแซงได้ แต่เหตุการณ์มันจะกลายเป็นแบบไหนเขาไม่แน่ใจเบนจามินอาจจะไม่เชื่อเรื่องนี้และหันมาไม่ไว้ใจกัสมาโครอาจจะไม่กล้าเผยจิตใจด้านมืดออกมา แล้วเลี่ยมก็อาจจะไม่ตาย
ซึ่งสุดท้ายเขาจะไม่สามารถเปลี่ยนเบนจามินให้เป็นดาบของเขาได้อาจจะกลายเป็นศัตรูกัน ไม่ชอบหน้ากันมากขึ้น เบนจามินเป็นคนที่มีชะตาบางอย่างที่แข็งแกร่งมากในชีวิตก่อนเบนจามินแข็งแกร่งกว่ากัสมาก
มากขนาดที่กัสอยู่ชั้นแรกก็ยังได้ยินชื่อเสียงของเบนจามินที่ชั้นสองของหอคอย
ถ้ากัสทำลายเหตุการณ์นี้เบนจามินที่ทรงพลังในอนาคตคนนั้นจะไม่เกิดขึ้นมาก็ได้
การช่วยครั้งนี้เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะทำให้เบนจามินรับใช้เหมือนเป็นทาสแต่ดูเหมือนว่าความแค้นของเบนจามินจะมากกว่าที่กัสคาดการณ์ไว้
ถึงขนาดที่อีกฝ่ายยอมเอ่ยปากเป็นข้ารับใช้ตลอดชีวิตแบบนี้
ถือว่าเขาเดิมพันถูกต้องและได้ไพ่ตายใบนี้มาอยู่ในมือแล้ว
...
การทดสอบอาวุธดำเนินไปไม่นานนัก เพราะกระสุนมีไม่เยอะ
แต่ข่าวต่อมาเป็นสิ่งที่กัสรอพอดี
พันธมิตรราชาโจมตีและยึดแนวป้องกันได้ทำให้พันธมิตรผู้แก้แค้นเสียเปรียบอย่างหนักต่อแนวป้องกันหลายแห่งของพันธมิตรผู้แก้แค้นก็โดนโจมตีและทำลายทำให้เสียหายอย่างหนัก อาวุธและความแข็งแกร่งที่ด้อยกว่ายิ่งทำให้พันธมิตรผู้แก้แค้นอ่อนแอลงเรื่อย ๆ
มีบางแนวรบเข้ามาถึงกลุ่มค่ายที่เป็นกลางและเกือบมีการกระทบกระทั่งกันแต่ค่ายที่เป็นกลางทำได้ข่มขู่ เหมือนกับแมวที่แกล้งเป็นเสือ
กัสรู้ว่าพวกเขาไม่มีอาวุธพอจะไปสู้กับพันธมิตรราชาและค่ายแกนนอน
“ปล่อยไว้ไม่ดีแน่”
ถ้าพันธมิตรผู้แก้แค้นและค่ายเป็นกลางแตกพ่ายต่อไปพันธมิตรราชาต้องกวาดล้างทั้งเขตดัลลัสแน่นอน เขายังต้องการเวลาอีกหน่อยถึงจะรับมือกับค่ายแกนนอนได้
“แถมช่วงวันสองวันนี้มีพวกหนูจากค่ายแกนนอนมาสอดแนมแถวค่ายมากขึ้นพวกมันคงเริ่มสงสัยเกี่ยวกับตราประทับดินแดนแล้ว”
“คงได้เวลาแทรกแซงแล้ว”
...
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาข่าวหนึ่งก็เริ่มแพร่กระจายไปที่พันธมิตรผู้แก้แค้นกับค่ายที่เป็นกลาง
ค่ายมิดไนท์เปิดขายอาวุธอาวุธส่วนใหญ่เป็นอาวุธระดับธรรมดา
มีทั้งมีดต่อสู้ ดาบเหล็ก หอกล่าสัตว์ โล่แม้จะไม่ใช่อาวุธระดับ T1 เป็นของของในยุคธรรมดาแต่มันก็ช่วยเติมเต็มช่องว่างทางด้านอาวุธได้ โดยเฉพาะสำหรับค่ายขนาดเล็ก
มันก็ถือเป็นของล้ำค่าอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้หลายค่ายตกตะลึงจริงๆ คืออาวุธอีกชนิดหนึ่ง
[ธนูเหล็กดำ T1]
อาวุธระดับ T1
แม้จะเป็นเพียงอาวุธระยะไกลแต่มันสามารถคุกคามผู้มีพลังระดับสูงได้จากระยะไกลและนั่นก็เพียงพอจะเปลี่ยนสมดุลของสนามรบ
ส่วนว่าทำไมถึงกลายเป็นที่สนใจก็เพราะว่าจำนวนในการขายอาวุธT1 ที่พบกันในโลกของซอมบี้หอคอยชั้นแรกถ้าไม่มีพิมพ์เขียวและโต๊ะสิ่งประดิษฐ์ ก็ไม่มีทางที่จะมีจนเอาออกมาขายได้เป็นจำนวนมากแบบนี้
กัสไม่ได้เปิดขายมันแบบไม่จำกัดเขาประกาศชัดเจน
ธนูเหล็กดำ T1มีเพียงสองร้อยคันเท่านั้นและลูกศรที่ขายให้เป็นเพียงลูกศรล่าสัตว์ธรรมดาไม่ใช่ลูกศรระดับT1 แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเป็นอาวุธที่หลายค่ายต้องการอย่างยิ่ง
ทว่าสิ่งที่ทำให้หลายคนแปลกใจมากที่สุดกลับไม่ใช่จำนวนอาวุธ แต่เป็นเงื่อนไขการซื้อขายของค่ายมิดไนท์
พวกเขาไม่แลกเปลี่ยนกับอาหารอุปกรณ์หรือแก่นพลังงาน
สิ่งเดียวที่พวกเขารับมีเพียงอย่างเดียว
“แร่ทองแดงบริสุทธิ์”
ใครมีแร่ทองแดงก็สามารถนำมาแลกอาวุธได้แต่ถ้าไม่มีก็ไสหัวไป
...
แสงไฟสีขาวจากหลอดไฟเพดานส่องลงมาภายในห้องประชุมกว้างของค่ายพันธมิตรผู้แก้แค้น
โต๊ะเหล็กยาวตั้งอยู่กลางห้องรอบโต๊ะมีเก้าอี้แปดตัวถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบบนผนังด้านหนึ่งมีแผนที่เขตดัลลัส เส้นแนวรบหลายแห่งเป็นสีแดง แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ของพันธมิตรผู้แก้แค้นกำลังเสียเปรียบมากขึ้นทุกวัน
บรรยากาศในห้องเคร่งเครียด
การประชุมครั้งนี้ไม่ได้ถูกเรียกขึ้นมาโดยบังเอิญบนโต๊ะกลางห้องมีรายงานวางอยู่หนึ่งฉบับรายงานที่ทำให้ตัวแทนลอร์ดระดับสองทั้งเจ็ดต้องมานั่งอยู่ที่นี่
เนื้อหาของมันสั้นมากแต่สะเทือนทั้งห้องประชุม
[ธนูเหล็กดำ T1จำนวนสองร้อยคัน]
ที่นั่งหัวโต๊ะคือชายร่างใหญ่ ไหล่กว้างสายตาคมดุเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังเฝ้ามองเหยื่อ
ลอร์ดพยัคฆ์ผู้นำของค่ายอสูรและยังเป็นผู้นำของพันธมิตรผู้แก้แค้น ตั้งแต่การประชุมเริ่มขึ้นเขายังไม่ได้พูดอะไร เพียงนั่งฟังความเห็นของทุกคนเงียบ ๆ
รอบโต๊ะคือผู้แทนจากค่ายระดับสองทั้งเจ็ดค่าย
ตัวแทนลอร์ดเดรโกจากค่ายกรงเล็บโลหิต ระดับ2 เอนตัวพิงเก้าอี้อย่างสบาย ๆ นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ ขณะมองรายงานตรงหน้า
ตัวแทนลอร์ดเร็กซ์จากค่ายเขี้ยวหมาป่า ระดับ2 นั่งกอดอก สีหน้าหงุดหงิดเหมือนคนที่ไม่ชอบเสียเวลา
ตัวแทนลอร์ดโบรัมจากค่ายกระดูกเหล็ก ระดับ 2ร่างใหญ่สวมเกราะโลหะหนานั่งเงียบ ๆ แต่สายตาเต็มไปด้วยความโลภ
ตัวแทนลอร์ดอีธานจาก ค่ายเงาดำ ระดับ 2นั่งนิ่งเหมือนเงา ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ
อีกฝั่งของโต๊ะยังมีตัวแทนของลอร์ดอีกสามคนตัวแทนลอร์ดอัลดริกจากค่ายปีกเหล็ก ระดับ 2 นั่งหลังตรง ดวงตาเคร่งเครียด
ตัวแทนลอร์ดซีวานจากค่ายหอกพายุ ระดับ 2กำลังอ่านรายงานอย่างละเอียดและตัวแทนลอร์ดมาเรนจากค่ายแสงอำพัน ระดับ2นั่งเงียบเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ความเงียบปกคลุมห้องอยู่พักหนึ่ง
ก่อนที่เดรโกจะเป็นคนแรกที่พูดขึ้นเขาหยิบรายงานขึ้นมาแล้วโบกมันเบาๆ
“ธนูเหล็กดำ T1สองร้อยคัน พวกนายคิดจริง ๆ เหรอว่าค่ายระดับสองธรรมดาจะมีของแบบนี้”เดรโกเยาะเย้ย เรื่องไร้สาระนี้
“มันต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังแน่นอน”เร็กซ์จากค่ายเขี้ยวหมาป่าพยักหน้าทันที
โบรัมเอนตัวไปข้างหน้าเสียงเกราะเหล็กเสียดสีกันเบา ๆ “แล้วโต๊ะสิ่งประดิษฐ์ล่ะ คิดว่ายังไง”
คำสามคำถูกพูดออกมาอย่างชัดเจน
บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที
ทุกคนรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไรถ้าค่ายมิดไนท์มีโต๊ะสิ่งประดิษฐ์จริง พวกเขาก็สามารถสร้างอาวุธระดับ T1 ได้อย่างต่อเนื่อง
นั่นคือทรัพยากรที่มีค่ามหาศาลในหอคอยโลกาวินาศมันสามารถใช้พิมพ์เขียวที่เจอผลิตอุปกรณ์ตามพิมพ์เขียวได้เลยก็ไม่ใช่ว่าใครจะไม่เจอพิมพ์เขียวเลยอย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็เจอกันคนละหนึ่งถึงสองแผนแต่มีไม่มากที่จะมีโต๊ะสิ่งประดิษฐ์
เท่าที่รู้แม้แต่ค่ายแกนนอนก็อาจจะไม่มีมีถ้าค่ายมิดไนท์มีโต๊ะสิ่งประดิษฐ์ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีคันธนูเหล็กดำ T1 ถึงสองร้อยคัน
“งั้นจะรออะไรอยู่ เรายกกำลังไปยึดมันมาเลย”เร็กซ์กระแทกกำปั้นลงบนโต๊ะ เสียงของเขาหนักแน่น
“ถูกต้อง ที่นี่คือหอคอยโลกาวินาศลอร์ดต่างฆ่ากัน แย่งทรัพยากรกันอยู่แล้ว” โบรัมพยักหน้า เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ถ้าเราได้โต๊ะสิ่งประดิษฐ์พันธมิตรผู้แก้แค้นจะมีอาวุธ T1 ไม่จำกัด”อีธานจากค่ายเงาดำพูดเสียงเรียบ
คำพูดนั้นทำให้ดวงตาหลายคู่เป็นประกายอาวุธระดับ T1คือสิ่งที่สามารถเปลี่ยนสมดุลของสนามรบได้และตอนนี้ ค่ายมิดไนท์กำลังถือมันอยู่ถึงสองร้อยคัน แถมยังมีโต๊ะสิ่งประดิษฐ์ด้วย
แต่เสียงอีกฝั่งก็แทรกขึ้นมา
“ฉันไม่เห็นด้วย”อัลดริกจากค่ายปีกเหล็กส่ายหน้า
หลายคนหันไปมองเขาทันที
อัลดริกยังคงพูดต่อ“ค่ายมิดไนท์เปิดขายอาวุธ นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องการทำการค้าถ้าเราโจมตีตอนนี้มันจะกลายเป็นการสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น”
“ฮ่า ๆ ๆ ศัตรู?”เดรโกหัวเราะทันที เขายักไหล่ “แล้วถ้าเรากวาดล้างพวกมันหมด จะมีศัตรูจากไหนอีก”
“คนตายเป็นศัตรูไม่ได้ จริงไหม”โบรัมยิ้มเย็น
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที
ซีวานจากค่ายหอกพายุพูดขึ้นอย่างช้า ๆ“พวกนายคิดง่ายเกินไป”
ทุกสายตาหันไปหาเขา
“ตอนนี้พันธมิตรราชากำลังกดดันเราอยู่ถ้าเราโจมตีค่ายมิดไนท์แล้วไม่สำเร็จล่ะ” ซีวานวางรายงานลงบนโต๊ะ
ห้องประชุมเงียบลง...
ซีวานพูดต่อ
“ถ้าเราบีบพวกมันมากเกินไปแล้วค่ายมิดไนท์ตัดสินใจเข้าร่วมกับพันธมิตรราชา” เขากวาดสายตามองทุกคนเว้นไว้และค่อย ๆ พูดต่อ “ตอนนั้นพวกเราจะรับมือยังไง”
“ฉันเห็นด้วยนะ”มาเรนจากค่ายแสงอำพันพยักหน้า “ค่ายมิดไนท์สามารถสร้างอาวุธ T1 ได้ นั่นแปลว่าพวกเขาไม่ใช่ค่ายธรรมดาถ้าเราทำให้พวกเขากลายเป็นศัตรูโดยไม่จำเป็นมันอาจจะเป็นความผิดพลาดที่นำเราไปสู่ความตาย”
เร็กซ์หัวเราะเยาะ
“ฮ่า ๆ พวกนายกลัวค่ายระดับสองงั้นเหรอ”เขาพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก
“เรามีกองกำลังจากแปดค่าย ยังมีค่ายระดับ 1อีกหลายสิบค่าย แล้ว....ค่ายมิดไนท์มีอะไรจะมาสู้”
“คิดให้ดีนะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย”เดรโกพยักหน้า เขามองรายงานบนโต๊ะ “โดยเฉพาะโต๊ะสิ่งประดิษฐ์นะ ถ้าเราได้มันมา…”
เขายิ้มกว้าง
“สมดุลของสงครามในดัลลัสจะเปลี่ยนทันทีค่ายแกนนอนจะไม่น่ากลัวอีกต่อไป แต่ถ้ายังชักช้าปล่อยไป ข่าวไปถึงหูของค่ายแกนนอนพวกนั้นชิงลงมือก่อนพวกเรา แบบนั้นเราก็รอโดนบดขยี้ได้เลย”
...เสียงถกเถียงเริ่มดังขึ้น
สองฝ่ายโต้เถียงกันไม่หยุดแต่ท่ามกลางความวุ่นวาย
ชายคนหนึ่งยังคงเงียบ
ลอร์ดพยัคฆ์ เขานั่งฟังทุกอย่างมาตลอด ในที่สุดเขาก็ยกมือขึ้นเสียงในห้องถึงได้เงียบลงทันที
ลอร์ดพยัคฆ์ลุกขึ้นช้า ๆร่างใหญ่ของเขาทอดเงายาวบนโต๊ะประชุมสายตาคมดุกวาดมองทุกคน จะกล่าวออกมาว่า
“ค่ายมิดไนท์มีของที่เราต้องการ”เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดประโยคสุดท้าย
“ดังนั้น”
“เราจะไปเอามันมา”
ห้องประชุมเงียบไปชั่วขณะก่อนที่รอยยิ้มของเดรโกและเร็กซ์จะปรากฏขึ้นพร้อมกันการตัดสินใจของผู้นำได้ถูกประกาศแล้ว
“เราจะติดต่อท่านลอร์ดของพวกเรารวบรวมกองกำลังขนาดหนึ่งพันนายขึ้นมาในทันทีและเร่งเดินทางไปที่ค่ายมิดไนท์”
กองกำลังของพันธมิตรผู้แก้แค้นเคลื่อนไหวในทันทีเพราะไม่ต้องการเสียเวลาไปกว่านี้แล้ว ส่วนที่ต้องใช้กองกำลังมากขนาดนี้เพราะว่าต้องการยึดค่ายให้เร็วที่สุด