คู่หูทวินเทลกับการผจญภัยสุดป่วนโลก
บทที่ 4 คู่หูทวินเทลกับเหรียญตรา?
หลังยกชั้นออกมาก็พบประตูลับสีขาวที่ซ่อนอยู่ แสงแฟลชสะท้อนมาจาก แผ่นดำใสๆติดกับประตู
“เครื่องสะแกนลายนิ้วมือหรือ?”
“น่าจะใช้ ดูแล้วคงพึ่งใช้เมื่อไม่นานมานี้”
อลิสมองแล้ววิเคราะห์ดู จากที่พวกเธอเดินดูรอบๆห้องแล้วก็ไม่เห็นทางออกหรือทางไปต่อเลย นอกจากประตูนี้
“ต่อจากห้องทดลองลับมีประตูลับอีกทีอะไรลับขนาดนี้ มันเป็คอนเซ็บหรือไงเวลาทำห้องลับเนี้ย ว่าแต่เราจะเปิดยังไงดีอลิซ……อลิซ?”
เมเปิ้ลบ่นจนพอใจเลยถามความเห็นอลิซแต่ไร้การตอบกลับ พอมองไปหาเธอก็ต้องใ อลิซดูใจลอยผิดปกติเหมือนเธอกำลังอยู่ในภวังค์อะไรสักอย่างเอาแต่จ้องมองไปที่ประตูลับบานนั้น ไม่สิ มันเหมือนจองมองสิ่งที่อยู่หลังประตูมากกว่า
อลิซวางมือบนเครื่องสแกนรนเสียงทำงานดังขึ้น ก่อนประตูลับจะเปิดออก
“ประตูเปิดแล้ว…”
“รู้ได้ไงว่ามันจะได้ผล!?”
“ก็ไม่รู้สิ…เป็ความรู้สึกมั่งนะ ฉันก็ไม่เข้าใจ…เหมือนกัน”
“....….”
เมเปิ้ลเริ่มเป็ห่วงอลิซมากขึ้นมากกว่าครั้งไหนๆ
อลิซมีพลังพิเศษนั้นตัวเธอเองก็รู้ดี เมเปิ้ลเคยเห็นอลิซใช้พลังที่ว่ามาหลายครั้งแล้วมันเหมือนกับการสื่อสารใครอะไรสักอย่างที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้เธอคิดงั้น แต่ว่าการที่การที่ใจลอยอยู่ในภวังค์อะไรสักอย่างนั้นเป็ครั้งแรก
“เข้าไปข้างในกันเถอะ”
“อะ-อืม”
เมเปิ้ลตามอลิสเข้าไปแม้ใจไม่อยากก็ตาม
ภายในนั้นเป็ห้องเล็กทรงวงกลมในเป็ห้องโล่งๆไม่มีอะไรเลย มีเพียงแท่งทรงกระบอกตั้งอยู่กลางห้องแทนเป็โต๊ะกลม
ทั้งคู่เดินไปยังโต๊ะกลมบนนั้นมีของบางอย่างวางไว้อยู่ มันมีขนาดเท่าฝ่ามือเหมือนกับเหรียญตรา เหรียญนั้นดูแล้วทำมาจากโลหะประหลาดที่ไม่พบเห็นกันทั่วไป มันมีรูปร่างคล้ายๆทรงแปดเหลี่ยมที่มีสีพื้นฐานเป็สีน้ำเงินสลับสีขาวเป็หลัก มีตัวอักษร X สีน้ำเงินตัวใหญ่เด่นชัดอยู่กลางเหรียญนั้น
“นี้คือ…”
อลิซพูดขึ้นพร้อมมองเหรียญนั้นอย่างประหลาดใจ
“เหรียญตราอะไรสักอย่างมั่ง? ไม่เคยเห็นเลยแหะมันยังกันละเนี่ย”
เมเปิ้ลเริ่มบ่นกับของที่อยู่ตรงหน้าพวกเธอ แต่อลิซไม่ได้สนใจฟังแต่อย่างใด คำพูดต่างๆของเมเปิ้ลไม่ได้เข้าหูเธอเลยแม้แต่น้อย อลิซจ้องมองอย่างสนใจสิ่งเดียวคือของที่อยู่หน้าก่อนยกมือขวาขึ้นยื่นไปทางของบนโต๊ะ
เธอยืนมือไปโดยไม่รู้ตัวมันเป็ไปเองมันเหมือนกับเหรียญตรานี้เชื่อเชิญให้หยิบไป บอกให้เธอเอามันไป อลิซััได้ถึงพลังงานบางอย่างอันแกร่งกล้าในจนหน้าหวาดกลัวจากเหรียญตรานั้น
พลังงานประหลาดอันมหาศาลนั้นจนทำให้รู้สึกกลัวนั้นคือสิ่งที่อลิซคิด ทั้งที่คิดอย่างนั้นทั้งที่มันควรเป็งั้นแต่ว่ากลับกันเลย
เธอรู้สึกดีอย่างหน้าประหลาดจนบอกไม่ถูก ความโหยหาและคุ้นเคยนี้มันชั่งน่าคิดถึงนี้ทำเอาอลิซประหลาดใจอย่างมาก
(อยากได้… ฉันอยากได้มัน!)
ความ้าดังขึ้นใจของตัวเธอเอง อลิซยกมือขึ้นเดินตรงไปยังเหรียญตราอย่างช้าๆเหมือนกำลังล่องลอย ในหัวเธอนั้นว่างเปล่าไม่ความนึกคิดหรือเหตุแต่อย่างใด มีเพียงความต้องจากใจที่พาเธอไปหาสิ่งนั้น
(อีกไม่กี่ก้าว…. อีกไม่กี่ก้าวเท่านั้น ฉันก็จะได้มันมาครอง…. อีกไม่กี่ก้าว)
ทุกครั้งที่ก้าวออกไปคำพูดนั้นก็วนอยู่หัวเธอเรื่อยๆ แม้จะผ่านมาไม่กี่วินาทีแต่สำหรับเธอเวลาเหมือนเดินช้าลงนับนาที เธอหยุดยืนหน้าโต๊ะกลมที่หมายของเธอก่อนยื่นมือเข้าไปใกล้เหรียญตรานั้น
(อีกนิดเดียวเท่านั้น อีกไม่กี่เซนเท่านั้นก็จะถึง อีกเพียงไม่กี่เซนฉันก็จะได้มันมาครอง…)
“อลิซ!!!”
“เอ๊ะ เมเปิ้ล?”
อลิซใที่เมเปิ้ลอยู่ๆก็ะโเรียกเธอเสียงดัง พอหันไปมองคู่หูอย่างงงๆ ปรากฎใบหน้าที่ของเมเปิ้ลที่ทั้งใและกังวลเป็อย่างมากแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
เธออยู่กับเมเปิ้ลมาโดยตลอดไม่ว่าจะเจอเื่หน้ากลัวหรือหน้าใแค่ไหนก็เคยมาก่อนทั้งหลายแบบ แต่ใบหน้าที่หวาดกลัวและใอย่างนี้เป็ครั้งแรก
(เป็อะไรน่ะเมเปิ้ล ทำไมถึงทำหน้าอย่างนั้น?)
อลิซอดเป็ห่วงไม่ได้ เธออยากจะเข้าไปกอด อยากจะลูบปลอบโยนให้เมเปิ้ลหายกลัวและใ ใช้เธอรู้มันเป็สิ่งที่เธอ้าจะทำแต่มือเธอติดอะไรสักอย่างอยู่เลยทำไม่ได้
พอมองลงไปหามือตนเองว่ามันติดอะไรอยู่ถึงทำให้เธอปลอบเมเปิ้ลไม่ได้ อลิซก็ต้องผระหลาดใจพบมือของใครบางคนจับไว้อยู่ พอมองมือที่จับอยู่เธอกลับคุ้นเคยอย่างมากเหมือนเห็นมือนี้ทุกวัน
เ้าของมือนี้ไม่ต้องสงสัยแค่ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ของใคร มือที่แสนอบอุ่นและคุ้นเคยคอยช่วยเหลือเธอตลอดเช่นนี้ไม่มีใครอื้นอีกแล้วนอกจาก
(เมเปิ้ล?)
ทำไมมือเมเปิ้ลจับมือเธออยู่ก็ไม่เข้าใจเลยมองปลายทางแล้วก็โดยว่ามือของเมเปิ้ลกำลังห้ามไม่ให้เธอจับของที่อยู่บนโต๊ะหน้าพวกเธอ
(เอ๊ะ เมื่อกี่นี้…ฉัน…)
อลิซมองภาพที่อยู่หน้าเรื่มสับสนเลยหันไปรอบเพื่อพยายามเข้าใจเื่ที่เกิดขึ้น ผ่านไปได้แปปหนึ่งเธอก็พอเข้าใจเื่ที่กำลังจะทำแล้วก็รีบก้าวเท้าถอยหลังออกมาอย่างช้าๆอย่างใในทันที
เมื่อเมเปิ้ลเห็นว่าอลิซกลับมาได้สติอีกครั้งกลับมาเลยปล่อยมืออยู่แล้วจับไหลทั้งสองข้าวดูอาการคู่หูเธอแทนพร้อมดันอลิซให้ออกห่างจากโต๊ะนั้น
“อลิซไม่เป็ไรน่ะ เมื่อกี่เรียกหลายที แต่เธอไม่ยอมตอบอะไรเอาแต่จ้องมองใจลอยมองของบนโต๊ะนั้นแล้วพยายามจะหยิบ”
“ทะ-โทษที เมื่อกี่นี้ใจลอยไปหน่อยนะไม่มีไรหรอก อะ ฮ่ะฮ่าๆ”
เมื่อเห็นว่าอลิซกลับมาเป็ปกติจนมันใจแล้วเมเปิ้ลจึงยอมปล่อยมือ
อลิซได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมากลบเกลื่อนกับเื่ที่เกิดขึ้น ตัวเธอเองก็ใเื่ที่เกิดเมื่อตะกี่นี้ มันไม่เคยเป็เกิดขึ้นมาก่อน พลังพิเศษของเธอเหมือนทำให้รับรู้อารมณ์และความรู้ทั้งหลายรอบตัวได้ง่าย แต่การที่อยู่ในภวังค์ยังจำได้นี้เป็ครั้งแรกที่มีอาการอย่างนี้เหมือนถูกดึงเข้าไป
(ทำใจดีๆไว้ตัวฉัน ตอนนี้ต้องนิ่งมีสติ!)
อลิซมองไปที่เหรียญตรานั้นก็จะเปลี่ยนไปสำรวจรอบๆห้องแทน เธอพยายามทำใจสงบลง เพื่อจะโฟกัสไปที่การหาทางออก
ห้องกลมนี้เป็ห้องปิดดูแล้วไม่มีทางออกแต่อลิซไม่คิดงั้น เธอว่าเชื่อว่าต้องประตูลับอีกแน่
(…? เสียง?)
เหมือนเธอได้ยินเสียง เสียงของลมที่รอดผ่านเข้าประตูเข้ามาจากมุมใดมุมหนึ่งของห้อง
“เมเปิ้ล มีประตูลับอีกแน่ช่วยกันหาหน่อย”
“เข้าใจแล้ว แต่หายังไง?”
“เสียงนะ เสียงของลมที่รอดผ่านเข้ามาน่าจะเป็ประตูลับแน่ๆ”
เมื่อเมเปิ้ลเข้าใจแล้ว ทั้งคู่ก็ช่วยกันหา
ทั้งคู่เดินรอบห้องพยายามหาที่มาแต่ก็หาไม่พบ ถึงแม้จะไม่เจอประตูลับแต่เสียงที่ได้ยินรอดผ่านช่องมามั่นใจแน่ว่านั้นเป็ทางออกอลิซเชื่องั้น
“นี้เมเปิ้ล ขอผมเส้นหนึ่งจิ”
“เอ๊ะ?”
แม้เมเปิ้ลจะงงเอาไปทำอะไรก็ยื่นหัวให้ดึงไปเส้นหนึ่ง
“ในเมื่อหาเสียงลมไม่เจอ ก็ให้ลมบอกทางเองละกัน”
อลิซเดินวนรอบห้องอย่างช้าๆ ในมือถือผมเข้าไปใกล้กำแพง
“อ้อ ใช้ผมบอกทางที่ลมรอดเข้ามา ถ้าผมขยับก็แสดงว่าลมเข้ามาทางนี้สินะ”
เมเปิ้ลเข้าใจที่อลิซกำลังทำและดูอยู่ห่างๆ อลิซยังเดินต่อช้าจ้องผมนิ่งไม่ไหวติง
“หืม เมเปิ้ลเจอละ”
“จริงหรือ ไหนๆ”
เมเปิ้ลเข้าไปใกล้กำแพงที่อลิซชี้อยู่ แม้ตอนแรกจะหาไม่เจอเพราะมันหลอกตา แต่พอหาเจอก็เห็นเป็ประตูลับจริงๆ
“ตรงนี้จริงด้วย ทำไมตอนแรกถึงหาไม่เจอกันน่า”
“ก็ดีใจที่หาเจอ แต่ว่า…”
แม้จะหาเจอก็ไม่รู้ว่าจะเปิดประตูอย่างไร รอบประตูไม่มีกลอนจับ ปุ่มเปิด เครื่องสะแกนลายนิ้วมือหรืออะไรใช้เปิดได้เลย แม้เมเปิ้ลลองพยายามจะใช้เล็บแงะเปิดก็มีแต่ทำให้เจ็บนิ้วเปล่าๆ
(วิธีเปิดมันก็มี… แต่ว่า)
อลิซหันกลับมองไปที่เหรียญตราที่อยู่บนโต๊ะกลมที่เธอเกือบหยิบขึ้นมาก่อนหน้านี้
“…….”
ไม่ต้องสงสัยก็รู้ได้เลยว่า ถ้าหยิบเหรียญตรานั้นขึ้นมาประตูคงเปิดโดยอัตโนมัตินั้นคือหน้าที่ของมัน
อลิซไม่ชอบใจเลย ไม่ชอบใจที่กำลังทำตามที่คนอื่นคิด คนที่ส่งพวกเธอมาที่นี้้าให้เธอเก็บเหรียญตรานั้นไป ด้วยเหตุผลใดนั้นตัวเธอไม่รู้แต่ที่แน่ๆ มันเกี่ยวกับอดีตที่หายไปของเธอ
ตอนที่อยู่ในภวังค์มันเป็ความรู้สึกที่เคยผ่านหรือเื่ที่เคยในอดีตอลิซคิดว่างั้น หลังจากที่เธอตามหาอดีตของตนเองมานานแสนนาน นี้อาจจะเป็จิ๊กซอที่สำคัญที่เธอจะรู้เื่ในอดีตของเธอเลยก็ได้
อลิซคิดเงียบๆอยู่คนเดียวสักพักก่อนหันมาหาเมเปิ้ล
“เมเปิ้ล เออ… คือว่า…”
“อ้า รู้แล้วน่าว่าจะพูดอะไร”
อลิซที่พยายามหาคำมาอธิบายแต่เมเปิ้ลพูดแซกขึ้นสะมาก่อน
“อ้า— ฉันรู้ว่าเธอจะบอกว่าอะไรและจำเป็ต้องหยิบเหรียญนั้นขึ้นมาใช่ไหมล่ะ ถึงจะบอกว่านี้เป็ทางเดียวที่จะเปิดประตูไปต่อได้ ซึ่งมันคงจริงละนะ แต่จะบอกให้ฉันหยิบก็ได้แต่ไม่ทำ ใจเธอน่ะ…มันอยากหยิบเองใช้ไหมล่ะ เพราะว่า...อาจจะเกี่ยวกับอดีตของเธอ”
“………”
ไม่มีอะไรจะแก้ตัวอลิซยอมรับที่พูดแต่โดยดี ทุกสิ่งที่เมเปิ้ลพูดขึ้นมาล้วนเป็ความจริง
“โทษทีนะ ที่เอาแต่ใจ”
“ไม่เป็ไร ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็ทำให้ได้ นี้นะฉันชินแล้ว”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น อลิซจึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ตัวเมเปิ้ลเองก็อดหัวเราะตามไม่ได้ด้วยเช่นกัน ทั้งคู่ต่างหัวเราะและยิ้มให้กัน
อลิซหันกลับไปมองที่เหรียญตราอีกครั้ง พลังอันแรงกล้าเธอยังััได้อยู่
เธอซูดลมหายใจเข้าไปลึกๆทีหนึ่งตั้งสมาธิก่อนจะเดินไปที่โต๊ะกลมอย่างช้าๆ พอถึงก็หยุดยืนอยู่มองไปที่โต๊ะ
อลิซเกิดลังเลขึ้นมา เธอกลัวที่จะใจลอยเหมือนเมื่อกี่นี้ ความรู้ที่ตัวเองไม่ใช้ตัวเองมันไม่ดีเอาเสียเลย
อลิซหันมาหาเมเปิ้ลสีหน้าของตัวเธอบอกชัดเจอถึงความไม่มั่นใจและลังเล
เมเปิ้ลเห็นอย่างนั้นเลยกำมือชูนิ้วโป้งขึ้นไปทางอลิซแล้วยิ้มให้อย่างมั่นใจเหมือนบอกว่า ‘ไม่เป็ไรถ้าเกิดอะไรขึ้น ฉันอยู่ตรงนี้!’
เมเปิ้ลเป็กำลังใจให้เต็มที่แม้ใจจริงอยากห้าม แต่ว่านี้ก็เพื่อตัวอลิซด้วย ถ้านี้อาจทำให้เจออดีตของอลิซแล้วพลาดไปอาจเสียไปตลอดชีวิตก็ได้ เพราะงั้นเธอจึงเลือกสนับสนุนเป็กำลังใจให้
พอได้รับกำลังใจมาอลิซรู้สึกดีขึ้นมาแล้วยิ้มกลับไปอย่างมั่นใจก่อนยื่นมือไปจับเหรียญตรา…
***
“หนูโอเคนะ”
เสียงของหญิงคนหนึ่งถามขึ้นอย่างเป็ห่วง
“ค้า~ หนูโอเคค่ะ”
เด็กสาวตัวน้อยตอบเสียงใสท่าทางร่าเริง เธอหันไปหาเ้าของเสียง เด็กสาวก็เห็นหญิงสาวสวยผมสั้นบลอนในชุดกาวเหมือนคุณหมอกำลังยิ้มให้เธอพร้อมถือหวีในมือ
“เข้ามาใกล้สิจ๊ะ จะหวีผมให้”
“ค่า”
เด็กน้อยตอบรับอย่างสนุกสนานก่อนเข้าไปใกล้หมอสาวคนนั้นอย่างมีความสุข มอสาวลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมาให้เด็กน้อยจะได้สะดวก
พอเด็กน้อยนั่งหันหลังให้หมอสาวก็เริ่มหวีผมให้ เธออมยิ้มไปพร้อมพรางฮัมเพลง
เด็กน้อยมีดีใจมากทุกครั้งที่หวีผมหมอสาวหวีผมให้ หมอจะหวีผมให้เธออย่างเบามือและอ่อนโยน ทุกครั้งที่หวีเธอััได้ถึงความรักและการเอาใจใส่
ถึงแม้จะเป็เื่เล็กน้อยสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับเด็กน้อยแล้วมันเป็หนึ่งในความสุขและอบอุ่นที่หาอะไรมาแทนที่ไม่ได้
“เสร็จแล้วจ้ะ”
“ขอบคุณคะแม่”
เด็กน้อยขอบคุณหมอสาวหรือแม่ของเด็กน้อยที่หวีเสร็จ กระจกถูกยืนมาให้เด็กน้อยดู ภาพที่สะท้อนคือ เด็กสาวน้อยผมสั้นบลอนผิวขาวและนัยตาสีแดงสด
“งั้น ไปกันไหมจ้ะ อลิซ”
“ค่า คุณแม่”
***
“อลิซ ได้ยินไหมอลิซ อลิซ!"
“อะ-อืม ได้ยินแล้ว”
ตอนนี้อลิซยืนอยู่โดยมีเมเปิ้ลยืนหันหน้าเธอจับไหล่ทั้งสองข้าง
“ค่อยยังชั่วเมื่อกี้นี้หลังเธอจับนั้นปับ เธอก็ยืนนิ่งไปพักหนึ่งเลย ทำเอาฉันใแทบแย่เลยรู้ไหม”
ใบหน้าของเมเปิ้ลแสดงถึงความเป็กังวลอีกครั้ง อลิซที่เห็นก็รู้สึกผิดเหมือนที่ต้องให้คู่หูต้องเป็กังวลอย่างนี้
“งั้นเหรอ ฉันโอเคดีไม่เป็ไรขอโทษด้วยนะ ที่ทำให้ห่วง”
ว่าเสร็จเธอเอามือซ้ายตบไหล่เมเปิ้ลเบาๆเหมือนบอก ไม่เป็ไรแล้ว
ในขณะที่กำลังปลอบเมเปิ้ลนั้นมืออีกข้าง มือขวาก็กำบางสิ่งอยู่นั้นคือ เหรียญตรา X อยู่ ที่เมื่อกี่อยู่บนโต๊ะแต่ตอนนี้อยู่ในมือเธอแล้ว
““!!?””
อยู่ดีๆก็เกิดเสียงเครื่องบางอย่างทำงานขึ้น พื้นที่พวกเธอยื่นอยู่เริ่มสั่นประตูที่พวกเธอเข้ากำลังเลื่อนปิดลง ไม่สิไม่ใช้ว่าประตูกำลังปิดแต่ห้องนี้ที่กำลังหมุนอยู่ต่าง
“ห้องหมุนได้ ที่นี้ห้องทดลองลับหรือบ้านสวนสนุกกันแน่!”
เมเปิ้ลบ่นขึ้น
ห้องยังคงหมุนไปเรื่อยๆอย่างช้าๆจนหยุดลง ประตูที่เคยมาถูกปิดลง ละประตูลับที่เคยปิดอยู่ได้ถูกเปิดขึ้นมา ทางเดินที่มืดก่อนไฟจะค่อยๆเปิดติดตามทางเดินยาวไปเลยๆ
พอมองทางเดินที่ยาวออกไป พวกเธอหันมามองหน้าถอนหายใจกันก่อนะโพร้อมกันออกมาว่า
““ทางเดินยาวอีกแล้ววววว!!””