ชิงเหยาไม่รู้ว่าปี้หนี่ว์จะฟังความหมายแฝงในคำพูดของนางออกหรือไม่แต่นางไม่ได้สนใจนัก ไม่ว่าปี้หนี่ว์จะกล่าวหว่านล้อมเท่าใดนางก็แสร้งทำตัวอ่อนแอต่อไปเท่านั้น ในที่สุดปี้หนี่ว์ก็ยอมแพ้แล้วขอลากลับไป
ยามที่ปี้หนี่ว์กลับมาถึงเรือนตะวันฉายท่านอ๋องกับชายารองก็กำลังนั่งจิบชาอย่างกะหนุงกะหนิงกันอยู่ในศาลารับลมท้ายเรือนเ้านายของนางเป็หญิงสาวมากพร์ รูปลักษณ์งดงาม ฐานะทางบ้านก็ดียิ่งไม่ว่าจะมองอย่างไรก็คู่ควรที่จะเป็ชายาเอกในรุ่ยอ๋องมากกว่าหญิงชั้นต่ำเช่นเซี่ยชิงเหยา
หลิวหรงเอ๋อร์มองเห็นปี้หนี่ว์กลับมาพอดีจึงเรียกให้นางเข้าไปในศาลาปี้หนี่ว์ทำความเคารพท่านอ๋องและหลิวหรงเอ๋อร์เรียบร้อยแล้วจึงกราบทูลว่าเซี่ยชิงเหยาอ้างว่าร่างกายยังอ่อนแรงจึงมิอาจมาเข้าเฝ้าได้
“ชายาเอกตัวดีเปิ่นหวังเห็นนางเพิ่งฟื้นจากไข้จึงอ่อนข้อให้นางหลายครั้งเมื่อวานยังทำตัววางท่าใหญ่โตโบยปะาอีหมัวมัวได้อยู่เลยพอมาวันนี้กลับบอกว่าตนเองร่างกายอ่อนแอ จะต้องให้เปิ่นหวังไปหานางถึงเรือนหรือไร”
รุ่ยอ๋องท่าทางอารมณ์เสีย คราวก่อน ๆตอนที่นางเรียกร้องความสนใจก็เคยทำเช่นนี้ เขาเอือมระอาจนไม่อยากจะเห็นหน้านางอีกเดิมทีคิดจะช่วยให้นางได้พักผ่อนมากขึ้นจึงจะมอบหมายหน้าที่การดูแลจวนอ๋องให้หรงเอ๋อร์ช่วยแบ่งเบาชั่วคราวนางกลับดียิ่งดันมาเล่นแง่กับเขาเสียได้ อย่างนั้นก็ช่างปะไรอยากทรมานตนเองนักก็ปล่อยไป ดูสิจะทนได้สักกี่ชั่วยาม!
“ท่านอ๋องอย่าโมโหไปเลยพี่สาวคงยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่มากเรือนยลจันทร์ก็อยู่ห่างจากเรือนตะวันฉายไม่น้อย หากให้นางเดินมาหาไม่แน่ว่าร่างกายที่อ่อนแอของนางอาจจะทนไม่ไหว ล้มลงระหว่างทางได้...ไม่สู้เราก็ดูแลนางหน่อย เป็ฝ่ายไปหานางเอง ดีหรือไม่”
หลิวหรงเอ๋อร์ทำทีเป็พูดจาเห็นอกเห็นใจเซี่ยชิงเหยารุ่ยอ๋องจึงมองนางด้วยความอ่อนโยน หรงเอ๋อร์วางตัวดี มีน้ำใจ รักสัตว์ รักน้ำรักปลาอ๋องอย่างเขารู้สึกพึงพอใจมาก
“ยังคงเป็หรงเอ๋อร์ที่รู้จักเห็นใจผู้อื่นอย่างนั้นเราก็เป็ฝ่ายไปที่เรือนยลจันทร์เองแล้วกัน ไปเถอะ”
ว่าแล้วทั้งคู่ก็จัดขบวนมุ่งหน้าไปยังเรือนยลจันทร์ระหว่างทางไม่ได้รีบร้อนมากมาย ยังชี้ชวนกันชมนกชมไม้เดินประคองกันไปช่างเป็ภาพคู่รักที่รักกันหวานชื่นยิ่งนัก
เมื่อเข้ามาถึงเรือนยลจันทร์รุ่ยอ๋องก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นหน้าเรือนไม่มีบ่าวไพร่คอยเฝ้า ในเรือนเงียบสงัด หากไม่ใช่เพราะเมื่อวานเขาได้มารับชมความคึกคักอยู่ครู่หนึ่งเขาเองก็คงคิดแล้วว่าที่นี่คือเรือนร้าง
“พ่อบ้านหลี่เหตุใดเรือนยลจันทร์ถึงถูกปล่อยร้างเช่นนี้บ่าวไพร่ที่ควรอยู่เฝ้าหน้าประตูหายไปที่ใด”
รุ่ยอ๋องเอ่ยเรียกพ่อบ้านหลี่ที่เดินตามหลังมาเพื่อซักถามฝ่ายพ่อบ้านหลี่เองก็อึกอักยึกยักไม่กล้าตอบ จะให้เขาตอบอย่างไรปกติบ่าวรับใช้เรือนยลจันทร์คือคนที่ชายารองจัดมาให้รับใช้ชายาเอกไม่ได้ขึ้นตรงต่อเขาสักหน่อย
หากให้ตอบตามตรงตามที่เขาทราบมาก็คงต้องบอกว่าบ่าวไพร่พวกนี้สู่รู้ว่าท่านอ๋องไม่โปรดชายาเอกจึงไม่ได้ใส่ใจจะรับใช้นาง เมินเฉยได้ก็เมินวันดีคืนดียังกลั่นแกล้งรังแกชายาเอกอีกด้วย หากตอบไปเช่นนั้นท่านอ๋องคงต้องสืบสาวราวเื่ คราวนี้ก็จะถูกโยงไปถึงชายารองคนทั่วไปอาจจะคิดว่าชายารองเป็ฝ่ายสั่งให้บ่าวรับใช้กลั่นแกล้งชายาเอกเสียด้วยซ้ำ
พ่อบ้านหลี่เห็นชัดเจนว่าท่านอ๋องทรงโปรดปรานชายารองมากเขาจึงไม่กล้ากราบทูลตามตรงเพราะอาจทำให้ชายารองขุ่นเคืองใจ
“ท่านอ๋องอย่าทำให้พ่อบ้านหลี่ลำบากใจเลยบ่าวรับใช้พวกนั้นพ่อบ้านหลี่ไม่ได้เป็คนจัดหามาให้หม่อมฉันเกรงว่าพ่อบ้านหลี่คงจะไม่รู้เื่หรอกเพคะ”
เสียงแหบพร่าราวกับคนป่วยของเซี่ยชิงเหยาดังออกมาจากทางหน้าประตูเรือนรุ่ยอ๋องหันไปมองจึงเห็นหญิงสาวนางหนึ่งที่สวมชุดกระโปรงสีแดงก้าวออกมาจากเรือนด้วยท่าทีที่ไม่มั่นคงนักดวงหน้างดงามของนางแลดูซีดเซียวยามที่นางเดินเข้ามาใกล้เขาก็ได้กลิ่นยาล่องลอยมาตามลม...หญิงสาวนางนั้นคือเซี่ยชิงเหยา
“คำพูดของเ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ทูลท่านอ๋องบ่าวรับใช้พวกนั้นเป็คนที่น้องหรงเอ๋อร์ส่งมาคอยดูแลหม่อมฉันเองเพคะเวลาปกติก็ว่านอนสอนง่ายไม่เคยเกิดเหตุการณ์ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่เช่นนี้มาก่อนแต่พออีหมัวมัวเริ่มกำเริบเสิบสาน พวกนางเองก็เริ่มละเลยหน้าที่ดูแลหม่อมฉันเช่นกัน...ยามนี้ก็คงไปอยู่ที่ไหนกันสักแห่ง แต่ท่านอ๋องไม่ต้องกังวลหรอกเพคะรอพวกนางทราบข่าวว่าท่านอ๋องเสด็จมา พวกนางก็คงกลับมาเอง”
ได้ยินคำพูดเช่นนี้ของชิงเหยาหลิวหรงเอ๋อร์ก็หน้าเปลี่ยนสี สาวใช้พวกนี้นางส่งมาอีหมัวมัวนางก็เป็คนเ้ากี้เ้าการส่งมา นังสารเลวชิงเหยากล่าวว่าบ่าวพวกนี้ละเลยหน้าที่เพราะอีหมัวมัวเสี้ยมสั่งนั่นไม่เท่ากับว่ากำลังตบหน้านางอยู่หรือคนที่ฉลาดหน่อยก็คงพอฟังออกว่าความหมายในคำพูดของนังสารเลวนี่หมายความว่าเช่นไร
“ไร้สาระสิ้นดีบ่าวรับใช้ที่ละเลยหน้าที่ให้พ่อบ้านหลี่จัดการลงโทษตามกฎระเบียบแล้วอย่าลืมกำชับให้พวกนางดูแลชายาเอกดีๆ”
รุ่ยอ๋องได้ฟังเขากลับรู้สึกโมโหบ่าวรับใช้พวกนี้บังอาจเกินไปแล้วจะอย่างไรฐานะชายาเอกก็ไม่ได้มีไว้ให้พวกนางมาล่วงเกินได้ง่าย ๆเหิมเกริมมาเหยียบหัวชายาเอกก็เท่ากับล่วงเกินเขาเช่นกัน
“ท่านอ๋องเพคะหรงเอ๋อร์คิดว่าแค่กล่าวตักเตือนคงพอแล้ว อย่าลงโทษรุนแรงเลย”
”ไม่ได้! บ่าวรับใช้พวกนี้กล้าละเลยต่อชายาเอกอีกทั้งยังล่วงเกินนางชิงเหยาเป็ภรรยาเอกของอ๋องอย่างข้า ฐานะเหนือกว่าบ่าวไพร่พวกนั้นตั้งเท่าไรหากไม่ลงโทษให้หลาบจำวันหน้าพวกนางจะไม่เหิมเกริมปีนขึ้นมาเหยียบหัวอ๋องอย่างข้าแทนรึ”
หลิวหรงเอ๋อร์หน้าเสียแต่นางไม่กล้าจะเอ่ยแย้งอีกไม่อย่างนั้นคงผิดไปจากภาพลักษณ์เรียบร้อยอ่อนหวานที่นางเพียรสร้างไว้
“ถ้าอย่างนั้นก็จัดการตามที่ท่านอ๋องเห็นสมควรเถอะเพคะ”
“อืม...”
รุ่ยอ๋องตอบอย่างไม่สนใจนักจากนั้นจึงเดินขึ้นหน้าไป ชิงเหยาที่ยืนอยู่หน้าประตูหลีกทางให้เขาแล้วเชื้อเชิญให้เขาเข้ามานั่งที่ด้านในเรือนรอจนปรนนิบัติรินน้ำชาให้แขกเรียบร้อยแล้ว ชิงเหยาจึงเอ่ยปากถามว่า
“ท่านอ๋องเสด็จมาด้วยเื่อันใดเพคะ”
“ก่อนหน้านี้เปิ่นหวังเห็นเ้าเปลืองสมองคอยทุ่มเทควบคุมดูแลจวนอ๋องจนไม่มีเวลาพักผ่อนร่างกายอ่อนแอลงอย่างยิ่ง อาจกระทบต่อการนำเืมาปรุงยาให้หรงเอ๋อร์ได้เปิ่นหวังจึงคิดว่า่เวลานี้สมควรจะให้หรงเอ๋อร์เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระให้เ้าก่อนรอจนทุกอย่างลงตัวดีแล้ว ร่างกายเ้าแข็งแรงขึ้นแล้วค่อยให้เ้าเอากลับมาดูแลเช่นเดิม”
รุ่ยอ๋องกล่าวเนิบ ๆด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชาชิงเหยาแทบจะสังเกตไม่ออกว่าที่แท้แล้วเขาออกความเห็นนี้ด้วยความเป็ห่วงหรือว่าแค่อยากจะยึดอำนาจนาง
หากทำด้วยความเป็ห่วงก็บอกตรง ๆว่านางเชื่อไม่ลง ส่วนที่ทำเพราะยึดอำนาจนั้นกลับมีเค้าความเป็ไปได้อยู่มากเดิมทีเพื่อให้นางตายใจ เขาทำดีเอาอกเอาใจและมอบอำนาจใจตำแหน่งชายาเอกให้จนเมื่อนางยินยอมรับคำทำตัวเป็ถุงเืเดินได้ให้เขา เขาจึงเริ่มไม่แยแสนาง
่หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เห็นได้ชัดว่าอาการของหลิวหรงเอ๋อร์ดีขึ้นมากเกรงว่าอีกไม่นานคงไม่ต้องใช้เืนางปรุงยาอีก เช่นนั้นแล้วนางก็จะไร้ความหมายตำแหน่งชายาเอกของนาง ถึงตอนนั้นก็คงรักษาไว้ไม่ได้
“หากท่านอ๋องดำริเช่นนั้นหม่อมฉันก็ล้วนเชื่อฟังโดยดีเพคะ”
แม้ความคิดร้อยแปดอย่างจะวาบผ่านสมองไปแต่ในเมื่อการไม่อยู่ในตำแหน่งชายาเอกก็เป็เป้าหมายของนางอยู่แล้วอย่างนั้นก็โอนอ่อนเชื่อฟังเขาสักครั้งคงไม่เสียหายอะไร
“เื่การดูแลด้านต่างๆ ของจวนอ๋องหม่อมฉันสามารถวางมือได้ทันทีมีแค่เื่บัญชีเท่านั้นที่ยังคงต้องรออีกสองสามวันขอให้หม่อมฉันจัดการงานที่คั่งค้างไว้หมดแล้วจะให้พ่อบ้านหลี่นำสมุดบัญชีพร้อมกับกุญแจคลังไปถวายคืนให้นะเพคะ”
รุ่ยอ๋องพยักหน้าเห็นด้วยแต่ในแววตาของเขายังคงฉายความไม่เข้าใจอยู่ในทีเดิมทีเขาคิดว่านางจะอาละวาดใหญ่โตเพราะคิดว่าถูกเขายึดอำนาจภายในจวนเสียอีกเขาถึงขั้นเตรียมเหตุผลมากมายหลายข้อเพื่อนำมาโต้แย้งกับนางให้นางยอมเชื่อฟังแต่โดยดีสุดท้ายกลับ...ว่านอนสอนง่ายเช่นนี้?
รุ่ยอ๋องเห็นว่าชิงเหยาท่าทีอ่อนลงหลายส่วนอีกทั้งสีหน้าของนางยังดูอ่อนล้าอยู่ไม่น้อยในใจจึงบังเกิดรู้สึกสงสารนางขึ้นมาหลังจากกลับมาจากเรือนยลจันทร์แล้วเขาจึงเรียกพ่อบ้านหลี่มาพบที่เรือนใหญ่
“ท่านอ๋องเรียกบ่าวมามีอะไรจะรับสั่งหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“พ่อบ้านหลี่ ระยะนี้พระชายาร่างกายไม่แข็งแรงนักเปิ่นหวังอยากให้เ้าคอยช่วยใส่ใจนางสักหน่อยหากมีสิ่งใดที่นางปรารถนาและไม่ได้ทำให้จวนอ๋องเดือดร้อน เ้าก็จัดการให้นางเสีย”
พ่อบ้านหลี่รับคำพลางมองไปที่เ้านายของตนด้วยความรู้สึกสงสัยปกติท่านอ๋องจะละเลยไม่ใส่ใจพระชายาแต่กลับให้ความรักความเอ็นดูแก่ชายารองมากกว่าดังนั้นบ่าวรับใช้ส่วนใหญ่ในจวนจึงคอยห้อมล้อมเอาอกเอาใจแต่ชายารองและกลับกลั่นแกล้งชายาเอกอยู่เสมอครานี้เห็นทีว่าชายาเอกจะได้อยู่ในจวนอย่างสงบสุขเสียที
“รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะหากท่านอ๋องไม่มีสิ่งใดจะกำชับแล้ว ถ้าอย่างนั้นบ่าวขอทูลลา”
“ไปเถอะ”
เจิงหย่งิเห็นพ่อบ้านหลี่ถอยออกไปแล้วเขาจึงหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบแต่ความคิดกลับไพล่ไปถึงสตรีชาวบ้านที่นั่งอยู่ในตำแหน่งชายาเอกของตน เซี่ยชิงเหยาเป็สตรีที่เขารับเข้าจวนมาเพราะว่าเืของนางสามารถรักษาอาการป่วยที่แปลกประหลาดของหรงเอ๋อร์ได้ในเมื่อเขาต้องใช้เืของนางมาปรุงยาให้หญิงที่รักเขาจึงตอบแทนด้วยการแต่งตั้งนางเป็ชายาเอก
เขาได้ตั้งใจเอาไว้แต่แรกแล้วว่าจะตอบแทนให้นางได้แค่ตำแหน่งเกียรติยศ เงินทอง และความสะดวกสบายเท่านั้นส่วนความรักเขาได้มอบให้หลิวหรงเอ๋อร์ที่เติบโตมาด้วยกันนานแล้ว...
“คารวะท่านอ๋อง...”
ทหารองครักษ์ของเขาเสวียนอีก้าวเข้ามาในห้องโถง ดึงเอาความคิดของรุ่ยอ๋องระเหยไปสายตาคมปราดหันไปมองเป็สัญญาณให้ผู้มาใหม่พูดต่อ
“ทูลท่านอ๋องม้าเร็วจากนอกด่านถือสาสน์มาแจ้งว่าท่านสี่ได้รับาเ็จึงได้รับราชโองการจากฝ่าาให้เสด็จกลับมารักษาในเมืองหลวงและให้หมอเทวดาจินเป็ผู้ถวายการรักษาพ่ะย่ะค่ะ”
ท่านสี่ที่กล่าวถึงก็คือโอรสลำดับที่สี่ของฮ่องเต้รัชกาลก่อนพระอนุชาในฮ่องเต้รัชกาลปัจจุบัน และมีศักดิ์เป็เสด็จอาสี่ของเขาเมื่อครั้งที่อดีตฮ่องเต้ตเสด็จอาสี่มีพระชันษาเพียงสิบแปดหนาวเท่านั้นเสด็จพ่อของเขาเจิงหลงตี้ที่เป็รัชทายาทในขณะนั้นได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็ฮ่องเต้องค์ใหม่เริ่มศักราชเหยียนหลงแต่ราชบัลลังก์กลับไม่มั่นคงนัก ขุนนางในราชสำนักแบ่งออกเป็หลายฝักฝ่ายบ้างสนับสนุนองค์ชายรอง บ้างสนับสนุนองค์ชายสาม และองค์ชายสี่
เจิงหลงตี้ฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ได้ไม่ถึงหนึ่งขวบปีก็เกิดฏฉินฉู่อ๋องซึ่งนำโดยองค์ชายสองและองค์ชายสามผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็ฉินอ๋องและฉู่อ๋องตามลำดับครานั้นบ้านเมืองระส่ำระสายหากไม่ได้องค์ชายสี่นำกองกำลังเข้าปราบปรามฏรักษาบัลลังก์ไว้ได้เกรงว่าจิ่งโจวคงจะได้เปลี่ยนศักราชใหม่ไปแล้ว
หลังจากที่เื่ราวในปีนั้นสิ้นสุดลงบ้านเมืองสงบร่มเย็นแต่ทว่าในใจของเจิงหลงตี้ฮ่องเต้กลับมีความหวาดระแวงหยั่งรากลึกเสียแล้วองค์ชายสี่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคลื่นลมในราชสำนักและจิ่งโจวจึงได้ทูลขอราชโองการเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ไปประจำการยังชายแดนติดกับแคว้นเซี่ยโจวได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็ชินอ๋องแล้วจึงเดินทางออกจากเมืองหลวงไม่หวนกลับมาอีกเลยจวบจนเวลาผ่านไปสิบขวบปี
“เสด็จอาสี่กลับมาครานี้เมืองหลวงคงปั่นป่วนไม่น้อย แต่เอาเถอะ เ้าไปแจ้งข่าวให้จื่ออี้รับทราบไว้พระบัญชาของฝ่าามิอาจฝ่าฝืน”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วชิงเหยาจัดการบัญชีเสร็จเรียบร้อยจึงให้คนไปตามพ่อบ้านหลี่มารับไปส่งต่อให้ชายารองแต่มิคาดว่านอกจากพ่อบ้านหลี่แล้วชายารองหลิวหรงเอ๋อร์กลับเดินทางมารับสมุดบัญชีและกุญแจคลังถึงที่
“หรงเอ๋อร์คารวะพี่หญิง”
หลิงหรงเอ๋อร์ยอบกายลงทำความเคารพชิงเหยาอย่างเสียไม่ได้ั้แ่ครั้งก่อนท่านอ๋องได้กำชับไว้แล้วว่าต้องปฏิบัติต่อพระชายาเอกให้สมฐานะไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจล่วงเกินนางได้ หลิวหรงเอ๋อร์จึงได้แค้นใจนักบุตรีเสนาบดีกรมคลังอย่างนางต้องมาก้มหัวให้ชาวบ้านชาวนาต่ำต้อยอย่างชิงเหยานับเป็เื่เสียเกียรติอย่างมาก แต่นางก็ไม่กล้าขัดรับสั่งของท่านอ๋อง
“ตามสบายเถอะชายารองช่างกระตือรือร้นเสียจริง สุขภาพร่างกายดีขึ้นแล้วรึ”
ชิงเหยาปรายตามองหลิงหรงเอ๋อร์ใบหน้าของนางดูเอิบอิ่มไม่ได้มีความซีดเซียวราวกับคนป่วยเลยแม้แต่น้อยทั้งดวงตาสุกใสกับริมฝีปากสีแดงระเรื่อนั่นอีก
“เป็เพราะบารมีของท่านอ๋องและพี่หญิงที่ทำให้อาการป่วยของข้าใกล้จะหายดีแล้ววันนี้จึงพอจะมีเรี่ยวแรงมาคารวะพี่หญิงได้”
หลิวหรงเอ๋อร์แอบกัดฟันพูดเล็กน้อยนังคนชั้นต่ำนี่ไม่ใช่ว่าจับพิรุธอะไรของนางได้จึงได้เอ่ยทักถึงอาการป่วยของนางหรอกนะ
“ในเมื่อดีขึ้นแล้วนั่นก็เป็เื่ที่ดีข้าจะได้วางใจให้เ้าดูแลจวนอ๋องต่อ ไม่อย่างนั้นหากอาการยังกำเริบอีกเกรงว่าอำนาจที่อุตส่าห์ได้ไปจะสูญไปเสียเปล่า”
“จะเป็เช่นนั้นได้อย่างไรเ้าคะท่านอ๋องอุตส่าห์ไว้ใจให้ข้าดูแลจวนอ๋องแทนท่าน ไม่ว่าอาการป่วยจะกำเริบหรือไม่อย่างไรเสียข้าก็จะต้องไม่ทำให้ท่านอ๋องผิดหวัง”
เซี่ยชิงเหยายกถ้วยชาขึ้นมาจิบโดยเจตนาบดบังมุมปากที่ยิ้มเยาะของนางไว้หลิวหรงเอ๋อร์ผู้นี้กระหายอำนาจในตำแหน่งชายาเอกเสียจนแม้กระทั่งแสร้งป่วยก็คงไม่ทำแล้วสินะ
“เอาเถอะเห็นเ้ามีความตั้งใจแน่วแน่เช่นนี้ข้าเองก็วางใจเช่นกันนี่คือสมุดบัญชีกับกุญแจคลังของจวน ต่อไปนี้ก็ต้องมอบให้เ้าดูแลแล้ว”
ชิงเหยาหยิบเอาสมุดบัญชีเล่มหนาที่วางอยู่ข้างกายพร้อมกับกุญแจพวกใหญ่ส่งให้กับหลิวหรงเอ๋อร์จากนั้นจึงเอ่ยไล่ให้พวกนางกลับไปเสียโดยอ้างว่าร่างกายของนางยังไม่แข็งแรงดีนักจำเป็ต้องพักผ่อน
เวลานี้เองเสี่ยวเหยาที่ต้องอยู่เงียบๆมานานเริ่มทนไม่ไหว
‘ชิงเหยาพาข้าออกไปเที่ยวเล่นหน่อยสิ ข้าเบื่อจะแย่’
เป็ความคิดที่ไม่เลวเลยนางเองก็ไม่อยากที่จะอยู่แต่ในจวนนี้ไปนาน ๆ หรอกเพียงแต่ว่าร่างกายของนางในยามนี้ยังไม่ดีนัก เกรงว่าออกไปเจอลมข้างนอกกลับมาคงได้จับไข้นอนซมอีกแน่
“เ้าอยากไปที่ไหนล่ะร่างกายข้ายังไม่แข็งแรงพอจะพาเ้าเดินเที่ยวไปทั่วเมืองหรอกนะ”
‘ก็จริงถ้าอย่างนั้นออกไปหาร้านอาหารดีๆ สักร้านหรือไม่ก็โรงน้ำชาที่ขายของอร่อยๆ ก็ได้อย่างนี้ก็ไม่ต้องเดินให้เหนื่อยแล้วก็จะได้สั่งอาหารที่มีประโยชน์มาบำรุงร่างกายของเ้าแทนไงล่ะ’
ชิงเหยาพยักหน้าเห็นด้วยแล้วนางก็ไม่รอช้าลากหีบไม้แดงที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงนอนของนางออกมาใช้กุญแจไขล็อกแล้วจึงเปิดออกข้างในเต็มไปด้วยเงินทองและเครื่องประดับมากมายจนเต็มหีบก้นหีบยังมีหนังสือมีค่าหายากมากมายวางอยู่อย่างเป็ระเบียบชิงเหยาไม่ได้เอาอะไรออกมามากมายเพียงหยิบตั๋วเงินออกมาสองสามแผ่นยัดใส่แขนเสื้อไว้แล้วจึงเก็บหีบเข้าไปไว้ใต้เตียงเช่นเดิม
‘โอ้เ้าเองก็ร่ำรวยไม่ใช่น้อยเลยข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องมาทนรับความทรมานอยู่ที่นี่’
“หากไม่ใช่เพราะยามนั้นข้าถูกความรักบังตาหนีออกจากบ้านมาแต่งกับรุ่ยอ๋อง ข้าจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้รึเวลานี้ก็เหมือนขึ้นขี่หลังเสือ หากอยากลงมาก็ต้องระมัดระวังให้ดีมิเช่นนั้นจะถูกมันกัดเอาได้”
ตอนนั้นก่อนที่นางจะหนีมายังจิ่งโจวก็ทะเลาะกับทางบ้านใหญ่โตทำร้ายจิตใจท่านพ่อท่านแม่ไปไม่น้อย และได้พนันกับพี่ๆ ทั้งหลายไว้ว่านางจะใช้ฐานะของคนจนมาพิสูจน์ความรักของนางหากผิดสัญญานางจะไม่กลับมาที่บ้านอีกดังนั้นนางจึงแต่งเข้าจวนอ๋องโดยที่ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่ได้มีเงินทองอะไรมากมายทั้งยังปกปิดฐานะคุณหนูตระกูลเซี่ยไว้อีกด้วย
ผู้คนที่นี่รู้แค่ว่านางไม่มีที่ให้พึ่งพิงอะไรจึงเอาแต่ดูถูกและกลั่นแกล้งแต่นางกลับยังยืนกรานจะอยู่ที่นี่ให้ตายก็ไม่ยอมกลับบ้านมีแต่ส่งจดหมายกลับไปเท่านั้นทว่าจดหมายที่ส่งไปส่วนใหญ่มีแต่ขอเงินจากทางบ้านมาจุนเจือจวนอ๋อง ยามนี้ตาสว่างแล้วนางอยากกลับไปจะแย่แต่นางแพ้พนันแล้วและเกรงว่าท่านพ่อท่านแม่และพี่ ๆ ทั้งหลาย คงไม่ยอมอภัยให้นาง
ยามนี้นางเรียกได้ว่าตัวคนเดียวอย่างแท้จริงชีวิตน้อย ๆ ของนางจะรอดออกไปจากจวนอ๋องอย่างไร ออกไปได้แล้วจะทำอะไรนางต้องคิดให้รอบคอบ มีลู่ทางแล้วค่อยออกไปก็ยังไม่สาย
“ไปกันเถอะ”
ชิงเหยาละความคิดจากเื่ราวในอดีตยามนี้มีแต่ต้องอยู่กับปัจจุบันเท่านั้นรอให้ทุกอย่างคลี่คลายแล้วค่อยคิดถึงเื่กลับบ้าน
ชิงเหยาให้สาวใช้ที่หน้าห้องออกไปแจ้งพ่อบ้านหลี่ให้เตรียมรถม้าให้นางคันหนึ่งจากนั้นจึงเดินทางออกจากจวนอ๋องอย่างสบายใจแล้วมุ่งหน้าไปที่โรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงจิ่งโจวใช้เวลาเดินทางไม่ถึงหนึ่งก้านธูป นางก็มาถึงแล้ว
‘ว้าว! ที่นี่มันช่างอลังการจริง ๆ’
เสี่ยวเหยาอุทานออกมาอย่างตื่นเต้นนางกวาดสายตามองไปโดยรอบพลางเอ่ยชมนู่นนี่ไม่ขาดปากราวกับเด็กน้อยที่ได้ออกมาเห็นโลกเป็ครั้งแรกชิงเหยาจึงได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดู
“ที่นี่คือฮวาหม่านโหลว(ดอกไม้เต็มหอ) เป็โรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งแห่งจิ่งโจว”
‘ปล่อยวางเยาะเย้าสรรพสิ่งเพียงกลิ่นไม้หอมนอกหน้าต่าง...’
เสี่ยวเหยาหลับตาัักับกลิ่นหอมอบอวลของดอกไม้นานาพันธุ์ที่ปลูกประดับไว้ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้พลางร่ายกลอนออกมาเบาๆ
“ยินดีต้อนรับแม่นางข้าน้อยคือหลงจู๊หวัง มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือไม่”
“หลงจู๊หวัง (ผู้ดูแลโรงเตี๊ยม) ข้า้าห้องส่วนตัวที่บรรยากาศดีหน่อยแล้วก็อาหารขึ้นชื่อของที่นี่สักสี่ห้าอย่างแล้วก็เหล้าเหมยแดงหนึ่งกา”
ชิงเหมยสั่งการลงไปอย่างเป็ธรรมชาติแม้ว่าจะสวมบทเป็สาวชาวนามาหนึ่งปี แต่ท่าทางอย่างคุณหนูตระกูลใหญ่กลับหลุดออกมาไม่น้อยเสี่ยวเหยาสงสัยจริง ๆว่าที่แท้แล้วรุ่ยอ๋องตาบอดด้วยหรือไม่จึงมองไม่ออกเลยแม้แต่ครั้งเดียว...