เซวียนหยูเห็นว่าพี่สาวยืนคอตกอยู่หน้าบ้าน ดูเหมือนเธอจะเหนื่อยนิดหน่อยเขาจึงรีบหาน้ำมาให้และไม่ได้รบกวนอะไร
ทางเซวียนซือซือเองเมื่อเข้าห้องส่วนตัวแล้วก็พยายามตั้งสติ
“เย็นเข้าไว้ซือซือ แค่เธอยังไม่ตายก็ดีแค่ไหนแล้ว”
‘ฮือ แต่ฉันกำลังจะตาย’
“แล้วเธอจะอยู่ให้นางเอกเหยียบหัวหรือไง!”
สองเสียงในหัวตีกันวุ่นวายไปหมด นิยายเื่นี้มีตัวละครที่ชื่อเซวียนซือซืออยู่จริงๆ แต่เพราะหล่อนตายไปั้แ่ต้นเื่ เธอเลยไม่ได้จดจำอะไรมีแค่เอ๊ะนิดหน่อยตอนอ่านเพราะชื่อของเธอกับตัวละครดันมาเหมือนกัน..แต่ก็เท่านั้น คนเราชื่อแซ่ซ้ำกันมีถมเทไป
เซวียนซือซือจะได้เจอกับนางเอกในไม่ช้าเพราะทางฝั่งนั้นจะย้ายมาเป็เพื่อนบ้านเ้าของที่ดินหมายเลข 200 ที่ขนาบด้านซ้ายของที่ดินของเธอ
หนิงเิคือชื่อนางเอกของเื่ เ้าหล่อนและครอบครัวมาที่นี่เพราะโดนความผิดคดียักยอกทรัพย์ พ่อของเธอเป็ผู้นำหมู่บ้านปกครองพื้นที่เล็กๆ แห่งหนึ่งในเขต B ซึ่งการปกครองของโลกนี้ในพื้นที่ B จะมีพื้นที่แยกย่อยเป็หมู่บ้านแต่ละเขตๆ ไป โดยหนึ่งหมู่บ้านจะมีเ้าหน้าที่ปกครอง 2 คน หนึ่งคือผู้นำหมู่บ้านที่เลือกจากคนในหมู่บ้านเอง และสองคือเลขาธิการพรรคซึ่งเป็ตำแหน่งเ้าหน้าที่ทางการที่ถูกส่งมาจากส่วนกลางโดยตรง สองตำแหน่งนี้มีไว้เพื่อปรึกษาและคานอำนาจกัน
ตามต้นฉบับนิยายเขียนไว้ว่าพ่อนางเอกมีเื่กับเลขาธิการพรรค ฝ่ายนั้นจึงสรรหาความผิดและโยนพ่อของนางเอกรวมถึงครอบครัวอีกฝ่ายออกไปให้พ้นหูพ้นตา
ในระหว่างที่เดินทางมาเขต C หนิงเิก็ได้ทำความรู้จักกับเ้าหน้าที่ทางการคนหนึ่งที่คล้ายจะตกหลุมรักเธอ ชีวิตในการเป็ทาสทำฟาร์มของครอบครัวหนิงจึงไม่แย่สักเท่าไรเพราะมีผู้ชายคนนี้ช่วยอย่างลับๆ
และวันหนึ่งเ้าหน้าที่ทางการคนนั้นได้หลุดปากบอกข้อมูลลับๆ ให้หญิงสาวรู้ว่ายังมีวิธีอื่นที่จะทำให้หลุดพ้นจากการเป็ทาส ซึ่งก็คือการตื่นขึ้นของพลังิญญาหรือเรียกว่าเป็ผู้ฝึกพลังจิติญญา โดยผู้ฝึกจิติญญาจะมีด้วยกันสองแบบ แบบแรกคือสายต่อสู้และแบบที่สองคือสายสนับสนุน ยกตัวอย่างผู้ฝึกจิติญญาสายสนับสนุนจะมีคำเรียกว่า “ผู้ปลูก” คนเหล่านี้เน้นทำการเกษตรมีธาตุดินแฝงในตัวเยอะจึงเป็สายสนับสนุน
ในพื้นที่เขตปกครองพิเศษ A ที่มีพวกชนชั้นอีลิท อาศัยอยู่ ที่นั่นมีการขายน้ำยาปลุกพลังิญญาสังเคราะห์ที่ราคาแพงหูฉี่ ซึ่งการตื่นขึ้นของพลังมีทั้งการตื่นแบบธรรมชาติและการตื่นที่ต้องใช้ตัวกระตุ้นอย่างน้ำยาปลุกพลังิญญาสังเคราะห์
ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีที่ผู้อยู่อาศัยในเขต B บางคนพลังตื่นขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยพลังของแต่ละคนจะตื่นขึ้นเมื่ออายุ 18-20 ปี กรณีการตื่นขึ้นของพลังในคนที่อยู่อาศัย B ก็มีให้เห็นบ้างแต่ไม่มากนัก และผู้ที่ตื่นขึ้นตามธรรมชาติจะมีสองแบบ แบบแรกคือมีพลังต่ำสายสนับสนุนจะถูกส่งไป A เพื่อเข้าศึกษาในสถาบันระดับชาติทันที กรณีนี้จะถ้าเลือกเรียนฟรีรับทุนการศึกษา เมื่อเรียนจบต้องทำงานให้รัฐบาลไปตลอดชีวิต มีเงินเดือนและสวัสดิการรองรับอนาคตมั่นคงและไม่ลำบากแน่นอน
และอีกแบบคือคนที่มีพลังระดับสูงนับว่าเป็สายต่อสู้ หากครอบครัวมีกิจการพอจะมีทุนทรัพย์สนับสนุน คนแบบนี้สามารถซื้ออุปกรณ์กักเก็บพลังจิติญญาจากเขต A แต่หากไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอก็ต้องลงนามในสัญญากู้เงินเพื่อเบิกเงินซื้อเครื่องมือเก็บพลัง จนกว่าพวกเขาจะอายุเกิน 35 ปีพลังจึงจะคงที่ ไม่อย่างนั้นพลังิญญาจะปะทุออกมาและถูกกลืนกินจนเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งเมื่อได้รับอุปกรณ์กักเก็บพลังจิติญญาแล้วจึงจะสามารถเข้าเรียนที่สถาบันศึกษาแห่งชาติได้
สาเหตุที่ผู้อยู่อาศัยเขต B และ C ไม่รู้เื่ที่มีการขายน้ำยาปลุกพลังสังเคราะห์นั่นก็เป็เพราะทางรัฐบาลไม่ได้ป่าวประกาศออกไป เนื่องจากน้ำยาปลุกพลังสังเคราะห์ยังมีผลข้างเคียงที่ติดตัวไปตลอดชีวิตก็คือพลังจิติญญาในจะถูกแบ่งเป็สองส่วน
ส่วนแรกจะอยู่นอกร่างกาย 70% ส่วนที่สองจะอยู่ในเซลล์ร่างกาย 30% นั่นหมายความว่าคนที่ปลุกพลังด้วยการดื่มน้ำยาปลุกพลังสังเคราะห์จะต้องฝึกหนักว่าคนที่ตื่นขึ้นโดยธรรมชาติหลายเท่า เพราะสำหรับคนที่พลังตื่นขึ้นตามธรรมชาติ พลังจะอยู่นอกร่างกายเพียง 50%
ทางแก้สำหรับผู้ที่ใช้น้ำยาปลุกพลังจิติญญาก็คือจะต้องรับประทานอาหารที่มีดัชนีพลังอย่างต่ำวันละ 40 หน่วย[1]เพื่อชดเชย มิเช่นนั้นระดับพลังในเซลล์ร่างกายจะถูกแบ่งออกไปอีก
แล้วยิ่งพลังนอกร่างกายสูงขึ้นมากเท่าไร อุปกรณ์กักเก็บพลังจิติญญาก็ยิ่งเป็สิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่อุปกรณ์กักเก็บพลังจิติญญาก็ไม่ได้มีความสามารถในการดูดซึมพลังิญญานอกร่างกายให้หายไป 100% ได้ มันสามารถกักเก็บได้อย่างมากสุดก็คือ 30%
สำหรับคนที่ฐานะไม่ดีพอหรือไม่มีเส้นสายอาจจะใช้อุปกรณ์กักเก็บพลังจิติญญามือสองที่มีความสมบูรณ์ไม่มาก แต่มีราคาถูกกว่าแลกกับการที่กักเก็บพลังได้ต่ำกว่า 30%
ผู้คนล้วนมีวันเกิด จิติญญาเองก็มีวันเกิดเช่นกัน วันที่พลังจิตตื่นขึ้นตามธรรมชาติก็ดีหรือวันที่ถูกปลุกโดยน้ำยาปลุกก็ดี วันนั้นจะถูกเรียกว่าวันตื่น
ในวันครบรอบวันตื่นทุกๆ ปี ร่างกายของผู้มีพลังจิติญญาจะเกิดปฏิกิริยาถ่ายเทพลังจากน้อยไปมาก เรียกได้ว่าเป็วันที่ไร้พลังและร่างกายอ่อนแอที่สุด
คนทั่วไปไม่มีพลังก็จริง แต่เขาก็ไม่ทรมานเพราะไม่มีพลังภายนอกมากดเอาไว้เหมือนอย่างผู้มีพลังจิติญญา
เมื่อพลังจิติญญาเสียสมดุลก็จะเกิดการปะทุทวีคูณและกลืนกินจิติญญาและร่างกาย ใครทนได้โชคดีก็รอดไป ส่วนใครที่รับไม่ไหวก็ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเสียดาย
เมื่อวันตื่นมาถึง อุปกรณ์กักเก็บพลังมากมายก็ดูไร้ประโยชน์ เพราะคนที่เป็เ้าของวันตื่นจะเ็ปมากแทบจะคุมสติไม่อยู่ จึงไม่สามารถถ่ายเทพลังภายนอกส่งต่อไปยังอุปกรณ์กักเก็บพลังได้ มีเพียงบางคนที่แข็งแกร่งมากและพอจะประคองสติไว้ได้จึงจะสามารถถ่ายโอนพลังภายนอกออก แต่เพราะพลังจิติญญาภายในคือ 0 การถ่ายโอนพลังภายนอกจึงช้าและเหนื่อยมาก
ผู้มีพลังจิติญญาในสถานการณ์ปกติแล้วในสามเดือนจะใช้อุปกรณ์กักเก็บพลังจิติญญาสักหนึ่งชิ้น แต่ถ้าในวันตื่นแค่หนึ่งวันจะต้องใช้อุปกรณ์กักเก็บพลังจิติญญาไม่ต่ำกว่า 6 ชิ้นสำหรับการตื่นโดยธรรมชาติ ส่วนผู้ที่ใช้น้ำยาปลุกพลังอาจต้องพึ่งอุปกรณ์กักเก็บพลังจิติญญามากถึง 10 ถึง 15 ชิ้น
ดังนั้นน้ำยาปลุกพลังสังเคราะห์นี้จึงไม่เหมาะสำหรับชนชั้นกลางที่ไม่มีทุนทรัพย์ในการหาอาหารที่มีดัชนีพลังมากมายขนาดนั้นได้ การดื่มมันจึงส่งผลเสียมากกว่าผลดีเว้นก็แต่ว่าพวกเขาจะปลุกพลังแล้วอยู่ในสายสนับสนุน เื่ค่าใช้จ่ายในเื่อุปกรณ์กักเก็บพลังจิติญญาที่ต้องใช้ทุกสามเดือนจึงจะถูกตัดไป
แต่นางเอกอย่างหนิงเิหรือจะรู้เื่เหล่านี้ เ้าหน้าที่ทางการคนนั้นไม่ได้พูดให้ฟังโดยละเอียดเพราะตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ดังนั้นหญิงสาวจึงตะเกียกตะกายใช้ทุกวิถีทางให้ได้มาซึ่งน้ำยาปลุกพลังสังเคราะห์ หลังจากที่ดื่มมันเข้าไปแล้ว เธอได้เปลี่ยนสถานะจากทาสทะยานขึ้นสู่ฟ้าโบยบินไปยังเขต A เข้าสู่สถาบันศึกษาแห่งชาติ
ชีวิตในสถาบันศึกษาของหนิงเิใน่ต้นลำบากมากเมื่อทุกคนรู้ว่าเธอไม่ได้มาจากเขต A และการเรียนของเธอก็ไม่ได้เก่งการอะไร ค่าพลังก็อยู่ในระดับพื้นฐานค่อนไปทางต่ำ และมันก็ลดลงทุกวันๆ หนิงเิจึงไร้ตัวตนมากในที่แห่งนั้น
จนกระทั่งเธอจึงได้รู้สาเหตุว่าทำไมพลังของเธอจึงลดลงนั่นก็เพราะผลข้างเคียงของน้ำยาปลุกพลังสังเคราะห์ แต่ก็นะ ด้วยความที่หล่อนคือนางเอก แค่ไปเดินเตร็ดเตร่ข้างทางก็โดนใจกับสร้อยเส้นหนึ่งเข้าจึงซื้อมันมาจากแผงข้างทางในราคา 20 เหรียญดวงดาว
และเมื่อเธอได้ัักับจี้ของสร้อยก็ได้พบว่าภายในนั้นเป็มิติช่องว่างเล็กๆ ที่มียาชะล้างไขกระดูก ทันทีที่หนิงเิดื่มมันเข้าไปทั้งร่างกายของหล่อนก็เปลี่ยนไป โรคภัยรวมถึงพิษต่างๆ ได้ถูกชะล้างจนหมดสิ้น สีผิวที่กระดำกระด่างกระจ่างใสราวกับตุ๊กตาตัวน้อยๆ
ในตอนนั้นก็มีตัวร้ายตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาประจานนางเอก ชื่อของเธอก็คือ “เซวียนซือซือ” ตัวเซวียนซือซือเป็ทาสอยู่ในเขต C วันหนึ่งหลังจากที่ส่งส่วยให้เ้าหน้าที่แล้วเธอก็ได้แอบเห็นว่าเ้าหน้าที่คนนั้นกับนางเอกดูเหมือนจะชอบพอกันอยู่..
เซวียนซือซือจับสังเกตได้หลายต่อหลายครั้งและรู้สึกอิจฉาหนิงเิเป็อย่างมากที่มีคนคอยช่วยเหลือ แม้ผลผลิตจะส่งให้ทางการไม่ครบ เ้าหน้าที่คนนั้นก็มักช่วยเติมให้นางเอกเสมอ เมล็ดพันธุ์อิจฉาในใจของหล่อนเริ่มเติบโตขึ้นทุกวัน จนกระทั่งเธอได้รู้มาว่าหนิงเิหลุดพ้นจากสถานะพลเมืองชั้นสามและได้ก้าวข้ามไปยังเขต A เพราะการตื่นขึ้นของพลังิญญา!
[1] อ้างอิงจากผลผลิตของคนทั่วไปยกเว้นเซวียนซือซือเทียบจากปริมาณ100 กรัม ผลผลิตเกรด C ค่าดัชนีพลังงานไม่เกิน 5 หน่วย ,ผลผลิตเกรด B ค่าดัชนีพลังงานไม่เกิน 10 และผลผลิตเกรด A ค่าดัชนีพลังงานไม่เกิน 15 หน่วย