นักเรียนนับร้อยมารวมตัวกันที่สนามฝึกซ้อมรบที่อยู่กลางป่าในตอนเย็นซึ่งเป็เวลาเริ่มคาบเรียนภาคปฏิบัติ ณ สถานที่ห่างไกลจากตัวอาคารเรียน นักเรียนต่างนั่งแยกเป็กลุ่มตามที่จัดไว้เมื่อเช้า รอการปรากฏตัวของครูฝึกสอน
“เหอะๆ บรรยากาศกลุ่มของเรานี่…มันเป็เอกลักษณ์จริง ๆ นะ”เนปจูนกระซิบโรมเพราะจนถึงตอนนี้วีโอเลตก็ยังคงจ้องเขม็งไปยังแซนดี้ที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ละสายตา นั่นทำให้แซนดี้รู้สึกอึดอัดเป็อย่างมาก
“นั่นสินะ…” โรมยิ้มแหย เขาเองก็รู้สึกลำบากใจกับบรรยากาศในตอนนี้เช่นกัน
“วี…จำที่เราคุยกันไว้ไม่ได้หรอ” เลเวียร์ดุน้องสาวตัวเอง นั่นทำให้เธอชะงักไป
“ค…ค่ะ…” วีโอเลตรับคำเสียงอ่อย เธอหันไปหาสาวแว่นผมแดงอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก“ขอบคุณที่ช่วยพี่เลเวียร์เมื่อบ่ายด้วยนะคะ แล้วก็…”
“ข…ขอโทษนะคะ…คุณลี… ที่ฉันทำตัวไม่ดีเมื่อตอนเช้า…”
แซนดี้ยังไม่ทันได้ตั้งตัวกับคำขอโทษและคำขอบคุณที่ปุบปับจากปากของวีโอเลต คนที่เพิ่งทำร้ายเธอไปเมื่อเช้า ทำให้เธอตกตะลึงจนค้างไป หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไร แต่บนใบหน้ากลับปรากฏรอยยิ้มเล็ก ๆ
“แซนดี้ ฉันเองก็ต้องขอโทษเธอเหมือนกัน” เลเวียร์พูดต่อ “ทั้งฉันและวีโอเลตไม่รู้มาก่อนว่ามีริงเกอร์เข้าร่วม ARPD ด้วย…ก็เลย…”
“ม…ไม่เป็ไรค่ะ คุณเลเวียร์” แซนดี้รีบตอบกลับมา “ร... เื่นี้มันเป็เหตุสุดวิสัยนี่คะ… และมันไม่ใช่เื่ที่จะบอกให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย ๆ ด้วย…ก็เลยต้องรับผลแบบนี้…”
“ล…แล้วก็…ข…ขอโทษที่ทำให้ทุกอย่างวุ่นวายด้วยค่ะ”แซนดี้หันมาขอโทษทุกคนในกลุ่มอย่างเกรงใจ แต่บนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่บ่งบอกว่าเ้าตัวรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว
“ทั้งหมด…เข้าแถวตอนเป็กลุ่ม 1-20!”
เสียงแตกห้าวของชายคนหนึ่งที่ะโสั่งให้นักเรียนในบริเวณสนามฝึกมารวมตัวกันตรงกลาง นั่นทำให้เหล่านักเรียนต่างวิ่งกรูกันมาเข้าแถวตามลำดับที่คลอเดียได้จัดไว้เมื่อคาบเช้า
“นักเรียนเตรียมรุ่น 151 …ฉันเ้าหน้าที่ระดับ B วิล การ์ดเนอร์ จะเป็คนสอนคาบเรียนปฏิบัติให้กับพวกเธอทุกคน”ท่าทางที่เหมือนกับทหารผ่านศึกของครูฝึกชายผิวเข้มคนนี้สร้างความหวั่นเกรงแก่หมู่นักเรียน เขาซ่อนสายตาอันคมกริบไว้ใต้แว่นกันแดดสีดำและหมวกแกปที่ปิดบังหน้าผากทั้งหมดของเขาไว้“เพื่อให้ร่างกายของพวกเธอทนต่อภาวะ RSS ที่เป็ผลข้างเคียงจากการใช้ริงเกียร์เป็เวลานาน ก่อนเริ่มคาบเรียน พวกเธอควรสวมใส่ริงเกียร์ให้พร้อมไว้ั้แ่เนิ่น ๆ”
ริงเกียร์ เป็อุปกรณ์ที่ทำให้ริงยูสเซอร์สามารถต่อสู้กับริงเกอร์ได้ แต่กระนั้นก็ยังมีขีดจำกัดอยู่หลายอย่าง ประการแรก คือ ริงเกียร์ถ่ายพลังมนตราได้แย่กว่าแหวนมนตราของพวกริงเกอร์ ผู้ที่ไม่ชินกับการควบคุมการไหลมนตราของริงเกียร์ก็ยากที่จะสู้กับริงเกอร์ ประการที่สองริงเกียร์ยังเก็บพลังงานจำกัดเพียง และเมื่อไหร่ก็ตามที่พลังงานหมด ริงเกียร์จะดึงพลังงานชีวิตของริงยูสเซอร์ไปใช้ ซึ่งนั่นจะเร่งการแก่ชราของร่างกายและลดทอนอายุขัยของริงยูสเซอร์ จึงเป็กฎสำคัญว่า หากออกปฏิบัติภารกิจ ริงเกียร์จะต้องถูกชาร์จเต็มเปี่ยม และควรหยุดใช้หลังจากใช้งานติดต่อกันสามชั่วโมง ประการที่สาม ริงเกียร์จะปล่อยคลื่นมนตราออกมาเกือบตลอดเวลาและส่งผลกระทบทางอ้อมต่ออวัยวะภายในร่างกายของริงยูสเซอร์โดยไม่รู้ตัว เพราะร่างกายจะเกิดภาวะเครียดจากการไหลผ่านของเวทมนตร์ ที่เรียกว่า ภาวะดื้อริงเกียร์ หรือ RSS[Ringear-Stressed Syndrome]ส่งผลให้เกิดการเวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน หรือแม้แต่หมดสติ
“เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานต่อRSS ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป พวกเธอจะต้องสวมใส่ริงเกียร์อย่างน้อยหนึ่งวงั้แ่ตื่นนอน เพื่อปรับสภาพร่างกายให้คุ้นชินกับพลังมนตราที่ไหลผ่านร่างกาย และในคาบเรียนของฉัน จะเป็การฝึกฝนร่างกายเพื่อให้สามารถปรับตัวการใช้งานริงเกียร์” วิลอธิบาย เขาเดินไปยังก้อนหินขนาดใหญ่ใกล้ๆ เอามือไปแปะทาบมันไว้ จากนั้นก็ชี้ตรงมาที่เลเวียร์และโรมที่ยืนอยู่ในแถว “เธอสองคน ออกมาข้างหน้าหน่อย”
ทั้งคู่ต่างมองหน้ากันอย่างสงสัยเพราะกังวลว่าพวกเขาอาจจะเผลอทำอะไรแหกคอกไปโดยไม่รู้ตัว แต่กระนั้นก็วิ่งออกจากแถว ตรงไปยังหินก้อนั์ขนาดเท่าบ้านที่วิลยืนอยู่
“เธอลองทำลายหินก้อนนี้ด้วยพลังมนตราของริงเกียร์นิ้วโป้งซิ”เขาหันไปสั่งโรม “เธอน่าจะใช้ริงเกียร์เป็อยู่แล้วใช่ไหม?”
“อันดับแรกก็ตั้งสมาธิจดจ่อกับนิ้วที่สวมใส่ริงเกียร์ ปล่อยให้พลังมนตราจากริงก้อนไหลเวียนเข้ามาในร่างกาย จากนั้นก็ถ่ายเทมันออกไปสู่เป้าหมาย”
“ค…ครับ” โรมตบเท้าออกไปข้างหน้า ตั้งท่าราวกับนักมวยมืออาชีพ เขากำหมัดขวาที่สวมถุงมือสีดำ จู่ ๆ ก็มีออร่าสีเหลืองห้อมล้อมมือข้างนั้นเอาไว้ แล้วโรมก็ปล่อยหมัดขวาพุ่งออกไปกระแทกเข้ากับก้อนหินอย่างจัง
โครม!
เสียงปะทะดังขึ้น ก้อนหินขนาดใหญ่สั่นะเืเล็กน้อย ตรงตำแหน่งที่หมัดของโรมชนเข้ากับหินนั้น ปรากฏให้เห็นเป็รอยร้าวลึกอย่างชัดเจน นักเรียนหลายคนต่างฮือฮาและชื่นชมกับความทรงพลังเหนืุ์ของโรมเพราะหากเป็คนธรรมดาแต่ทำแบบเดียวกันนี้กับก้อนหินที่มีขนาดใหญ่เท่าบ้านตรงหน้า สิ่งที่ร้าวคงไม่ใช่หินก้อนนั้นแต่เป็กระดูกของพวกเขาเอง
“ดีมาก!” วิลพูด “ฉัน้าชี้ให้เธอเห็นว่าผู้ชายที่ร่างกายแข็งแรงคนนี้ สามารถดึงพลังงานของริงเกียร์ออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”
“ยิ่งร่างกายของเธอแข็งแรงมากเท่าไหร่ พลังที่เธอสามารถถ่ายเทจากริงเกียร์สู่เป้าหมายก็มากขึ้นเท่านั้น”
“ทีนี้ลองให้ไอ้เ้ากุ้งแห้งนี่ชกหินดูบ้าง…”วิลพูดเชิงล้อเลียน สาเหตุที่เขาเลือกเลเวียร์ออกมาก็เพื่อให้เลเวียร์เป็ตัวสาธิตของคนที่มีร่างกายอ่อนแอแล้วมีพลังมนตราจากริงเกียร์น้อยกว่าโรม
“ค…ครับ” เลเวียร์เดินไปตรงตำแหน่งที่โรมถอยออกมา ท่ามกลางเสียงหัวเราะและเสียงซุบซิบของนักเรียนใหม่ที่ต่างคาดหวังจะเห็นผลลัพธ์อันล้มเหลวของเลเวียร์
ให้ตายสิ…เป็ครูฝึกที่ไม่ให้เกียรติคนอื่นเอาซะเลย เนปจูนที่ยืนอยู่ในแถวรู้สึกไม่สบอารมณ์ที่เพื่อนคนแรกในอคาเดมี่ของเขาถูกครูฝึกและเพื่อนร่วมรุ่นดูิ่อยู่
“คิก…”
เสียงสำลักของแม่สาวน้อยผมสีน้ำตาลที่ยืนอยู่ในแถวตอนดึงความสนใจของหนุ่มแว่นผมดำคนนี้
“เธอหัวเราะอะไรรึ วีโอเลต?”
เลเวียร์ชูกำปั้นขึ้น ตั้งการ์ดแบบมือสมัครเล่นท่าทางผิดกับโรมลิบลับ
“ก็นิดหน่อยค่ะ…คุณโกลด์…” เธอตอบ “เพราะถ้าครูฝึกคนนี้้าชี้ให้นักเรียนเห็นความสำคัญของร่างกายที่แข็งแรงสอดคล้องกับประสิทธิภาพการดึงพลังมนตราจากริงเกียร์แล้วล่ะก็…”
“เขาเลือกคนสาธิตได้ผิดมหันต์มากเลยค่ะ”
“หมายความว่าไงรึ?”เนปจูนถามอย่างสงสัย
“ที่ครูฝึก้าจะสื่อก็ถูกนะคะ การฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรงจำเป็ต่อการดึงพลังจากริงเกียร์นั้นเป็เื่จริง...อย่างวีเองก็ต้องออกกำลังกายทุกเช้าเย็นกว่าจะสามารถควบคุมพลังมนตราจากริงเกียร์ได้อย่างคล่องแคล่วขนาดนี้”เธออธิบาย “แต่พี่เลเวียร์เป็กรณียกเว้น…เพราะพี่เขามีความเข้ากันกับริงเกียร์สูงมากั้แ่แรกถึงแม้จะไม่ได้ฝึกฝนร่างกายหนักเหมือนคนอื่นเลยก็ตาม”
“สิ่งที่จะแตกเป็เสี่ยง ๆ หลังจากพี่ชก คงไม่ใช่แค่ก้อนหินหรอกนะคะ...”
หมัดของเลเวียร์พุ่งเข้าหาหินก้อนั์นั่นอย่างเนิบๆ
“แต่เป็หน้าของครูฝึกคนนั้นด้วย”
เปรี๊ยะ!
โครม! ครืน…
ก้อนหินก้อนเท่าช้างพังทลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยท่ามกลางความตกตะลึงของทั้งครูฝึกและนักเรียนคนอื่น ๆ วิลอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกเพราะสิ่งที่เขาตั้งใจจะพูดมันต้องหลังจากหนุ่มผมเทาคนนี้ล้มเหลวอย่างไม่เป็ท่าเสียก่อน เขาชะงักกับสายตาที่เลเวียร์มองกลับมา ทั้ง ๆ ที่เขา้าจะหักหน้าเลเวียร์เพื่อเป็บทเรียนให้กับคนอื่น ๆ ในวินาทีนี้เขาต่างหากที่กลับต้องเป็ฝ่ายถูกหักหน้าซะเอง
“เอ๋…สงสัยหินคงจะร้าวั้แ่เพื่อนของผมชกแล้วล่ะครับ” เลเวียร์พูดด้วยรอยยิ้ม“เพราะคนร่างกายอ่อนแออย่างผมคงทำลายหินก้อนใหญ่ขนาดนี้ไม่ได้หรอกครับ”
ทั้งวิลและนักเรียนคนอื่น ๆ ต่างชะงักกับคำพูดอันถ่อมตนของหนุ่มผมเทา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิลที่ตกตะลึงมากกว่าคนอื่น ๆ
“น…นั่นสินะ…ช…ใช่แล้ว…หินมันร้าวจวนจะพังั้แ่คนแรกชกยังไงล่ะ ไม่อย่างนั้นคนที่สองจะพังมันได้ยังไง จริงมั้ย!? ฮ่าฮ่าฮ่า”วิลหัวเราะกลบเกลื่อนไปตามน้ำ “ย… ยังไงก็ตาม การฝึกร่างกายให้แข็งแรงก็จำเป็ต่อการเป็เ้าหน้าที่ภาคสนาม การพึ่งพาพลังจากริงเกียร์เพียงอย่างเดียว ไม่อาจทำให้พวกเธอเป็เ้าหน้าที่ที่ดีได้ …ข…ขอบคุณทั้งสองคนมาก เป็การสาธิตที่เยี่ยมจริง ๆ ทั้งคู่กลับเข้าแถวได้”
“ครับ!” เลเวียร์และโรมเดินกลับเข้าแถวไป
“หึหึ ใจดีเกินไปแล้ว นายน่ะ” โรมกระซิบเลเวียร์ขณะเดินเข้าที่ “ถ้าฉันเป็นาย…ฉันจะพูดให้หมอนั่นไม่มาลองดีกับฉันอีกเลย”
“ฉันเป็นักเรียนเขาเป็ครู…ฉันต้องให้เกียรติเขา…ถึงแม้เขาจะไม่ให้เกียรติฉันก็ตาม”เลเวียร์ตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “อีกอย่าง เขา้าที่จะสอนคนอื่น ๆ เื่ความสำคัญของการฝึกฝนร่างกาย…ซึ่งฉันเห็นด้วยนะ”
“ถึงแม้จะไม่ชอบวิธีการของเขาสักเท่าไหร่ก็เถอะ”
และแล้วการฝึกเพื่อเป็เ้าหน้าที่ต่อต้านริงเกอร์ของนักเรียนเตรียมARPD รุ่น 151 ก็เริ่มต้นขึ้น