เนื่องจากรอบนี้หลินหวั่นชิวทำของซ้ำออกมาจำนวนมากห้องหัตถการบนเสียนอวี๋จึงเลื่อนระดับอีกครั้งสามารถเลือกให้เสียนอวี๋จัดหาวัสดุสำหรับทำซ้ำเองได้ นางแค่จ่ายค่าวัสดุเท่านั้น
สามารถเลือกให้วัสดุเหมือนตัวต้นแบบหรือจะต่างกันก็ได้พูดได้ว่ามีตัวเลือกหลากหลาย แต่แน่นอนว่าต้องมีเงินเพียงพอเช่นกันเพราะวัสดุจะมีก็ต่อเมื่อมีเงินจ่าย
นี่ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่คาดไม่ถึงไม่พูดถึงอย่างอื่น ลำพังแค่เรื่องที่หลินหวั่นชิวไม่ต้องไปซื้อวัสดุมาใหม่ก็ประหยัดแรงประหยัดเวลามากแล้ว
แม้การซื้อวัสดุด้วยตัวเองจะยังคงคุ้มค่ากว่าแต่มันก็ช่วยหลินหวั่นชิวประหยัดเวลาไปไม่น้อย!
อีกอย่าง เสียนอวี๋ต้องหาเงินเช่นกัน มีเหตุผลกระไรต้องให้เจ้าใช้อย่างเปล่าประโยชน์ด้วยเล่า?
นางมองออกแล้วว่าการเลื่อนระดับเสียนอวี๋สัมพันธ์กับการจับจ่ายและขายสินค้า
นางไม่ได้ให้คนแจกใบปลิวแค่ในอำเภอเท่านั้นแต่ยังกระจายไปยังเมืองหลวงประจำมณฑลกับอำเภอรอบๆ ด้วย
วันเปิดร้านนางต้องยุ่งมากเป็นแน่ นางจึงย้ายโต๊ะคิดเงินมาไว้ที่ประตูบรรดาฮูหยินและคุณหนูเลือกของเสร็จแล้วค่อยจ่ายเงินตอนจะออกจากร้าน
ขณะเดียวกันนางก็เตรียมตราประทับของที่จ่ายเงินแล้วจะประทับตราด้านบน หากของที่นำออกไปไม่มีตราประทับเท่ากับว่ายังไม่จ่ายเงิน
นอกร้านวางป้ายไว้หนึ่งแผ่นเขียนว่า ‘ผู้ชายห้ามเข้า’
เพื่อรักษาความเป็นระเบียบในวันเปิดร้านหลินหวั่นชิวไปหาเหลียงหู่ ให้เขาช่วยติดต่อหัวหน้ามือปราบซุน มอบเงินให้สิบตำลึงขอให้ช่วยส่งคนมาดูแลความเรียบร้อยในช่วงสองสามวันแรก
ซุนเคอรู้ว่านางเป็นภรรยาเจียงหงหย่วน ทั้งยังให้เงินมาสิบตำลึงก็ตอบตกลงด้วยความดีใจหลินหวั่นชิวยังบอกซุนเคออีกว่านางจะจ่ายค่าแรงให้บรรดามือปราบเองให้วันละครึ่งก้วน[1] มากี่วันก็ให้เท่านั้น
เมื่อซุนเคอสอบถาม นางก็ตอบว่าเจ้าของที่อยู่เบื้องหลังร้านนี้เป็นคนจากเมืองหลวงคนใหญ่คนโตผู้นี้ไม่อยากเปิดเผยตัวจึงอาศัยเจียงหงหย่วนออกหน้าและให้ครอบครัวนางช่วยดูแลเพียงเท่านั้นขอให้เขาช่วยเก็บเป็นความลับ หากพวกผู้ช่วยนายอำเภอถามก็อย่าบอกความจริง
ซุนเคอรับปาก เดิมทีเขาคาดเดาไว้อยู่แล้วว่ามีผู้ใดอยู่เบื้องหลังเจียงหงหย่วนเป็นแน่คำพูดของหลินหวั่นชิวจึงช่วยยืนยันการคาดเดาของเขา
มิน่าเล่าคนหนุนหลังเจียงหงหย่วนมาจากเมืองหลวงนี่เอง ไม่แปลกเลยที่เขาจะได้เป็นหัวหน้าผู้คุมบ่อนตั้งแต่มาถึงยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับช่วงต่อจากเหลียงหู่
ยังไม่จบเพียงเท่านั้นหลินหวั่นชิวยังให้เหลียงหู่ช่วยแนะนำสำนักคุ้มครองความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือจ่ายราคาแพงเพื่อเชิญผู้คุ้มกันสตรีสี่คนมาช่วยควบคุมสถานการณ์
เหลียงหู่รู้สึกว่าหลินหวั่นชิวทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่แนะนำว่า “น้องสะใภ้เจ้าลงทุนขนาดนี้ ถ้ากิจการไม่ดีก็ขาดทุนน่ะสิ!” วันเปิดร้านหนังสือจะมีคนมามากขนาดไหนกันเชียว?
หลินหวั่นชิวรู้ว่าเหลียงหู่หวังดีไม่โต้เถียงกับเขา “เพิ่งเปิดร้านจะให้มีปัญหาไม่ได้ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า ไว้สักสองวันหากราบรื่นแล้วก็ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก”
เหลียงหู่คิดตามก็รู้สึกว่ามีเหตุผล อีกอย่างหลินหวั่นชิวจ่ายเงินไปแล้วพูดไปก็เปล่าประโยชน์
“ก็ได้ไว้วันนั้นข้าจะให้พี่สะใภ้เจ้าไปช่วยแต่เช้า”
หลินหวั่นชิวรีบพยักหน้าขอบคุณ “อื้มขอบคุณเหลียงต้าเกอมากเจ้าค่ะ”
ที่เหลียงหู่ไม่รู้ก็คือวันเปิดร้านจะมีคนเยอะไม่หวาดไม่ไหวจริงๆโชคดีที่หลินหวั่นชิวเตรียมทุกอย่างไว้พร้อม ไม่เช่นนั้น…อาจเกิดเรื่องได้
ทางนี้หลินหวั่นชิวยุ่งกับการเปิดร้านส่วนทางโน้นเจียงหงหย่วนกลับกำลังตามหาเสืออย่างยากลำบาก เขาล่าจิ้งจอกไปได้สองสามตัวแต่ยังไม่เจอจิ้งจอกหิมะที่ใจปรารถนาอยากทำเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาวให้หลินหวั่นชิว
สีขาวโพลนราวกับหิมะ ภรรยาตัวน้อยใส่แล้วต้องสวยมากเป็นแน่
ตกดึก เขาค้างคืนในกระท่อมสำหรับนายพราน เติมเสบียงแห้งและซ่อนในหม้อดินก่อนจากไปในตอนเช้า
นี่คือกฎของนายพรานบนภูเขา ผู้ใดมีความสามารถก็สร้างกระท่อมไม่ว่าผู้ใดที่มาล่าสัตว์ต่างพักแรมได้ทั้งนั้นแต่ก่อนไปต้องทิ้งเสบียงแห้งไว้เล็กน้อย เพื่อเป็นการช่วยเหลือนายพรานคนถัดไปที่มาพัก
อุณหภูมิบนเขาต่ำกว่าภายนอกมาก ตอนนี้หิมะเริ่มตกแล้ว
เจียงหงหย่วนเก็บข้าวของออกจากกระท่อมแต่เช้าเขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ภูเขาส่วนนี้ไม่มีนายพรานคนใดกล้ามา
เป็นเพราะเจียงหงหย่วนรู้สึกว่า หู สายตา พละกำลังความว่องไวของร่างกายและความอดทนของตัวเองดีกว่าเมื่อก่อนอย่างน้อยหนึ่งเท่าบวกกับมีหน้าไม้ที่หลินหวั่นชิวให้มา…เขาถึงได้กล้าเข้าไปในส่วนลึกของภูเขา
ทันใดนั้น เจียงหงหย่วนได้ยินเสียงคน
เขารีบปีนขึ้นไปซ่อนบนต้นไม้
“มารดามันเถิดจะล่าเสือเป็นของขวัญวันเกิดให้ท่านหัวหน้ากองโจรเสียหน่อยแต่ขึ้นเขามาแล้วหลายวันกลับไม่เห็นแม้แต่เงาเสือ”
“ลองหาอีกที เสือน่าจะอยู่แถวนี้พี่น้องหลายคนเคยได้ยินเสียงคำราม”
“แต่ก็มีพี่น้องที่ถูกเสือกัดตายเช่นกัน!”
“พวกเจ้าว่าท่านหัวหน้ากองโจรซ่อนสิ่งใดไว้บนภูเขา?”
“พวกข้าจะไปรู้ได้อย่างไรแต่ต้องเป็นของสำคัญมากเป็นแน่ ไม่เช่นนั้นคงไม่เอามาซ่อนบนเขาลึกเช่นนี้พี่น้องหลายคนต้องมาตายเพื่อขุดหลุม”
“ดังนั้นครั้งนี้พวกเราต้องล่าเสือให้ได้หนึ่งคือเพื่อมอบให้ท่านหัวหน้ากองโจร สองเพื่อขจัดภัยพิบัติวันหน้าพี่น้องคนอื่นมาแถวนี้แล้วจะได้ไม่อันตราย”
“ได้ รีบเร่งมือเถิดเลือกจุดวางกับดัก ข้ามีลางสังหรณ์ว่ารอบนี้จะสำเร็จ! กับดักที่พวกเราวางก่อนหน้านี้อยู่ด้านนอกเกินไปเสืออาจไม่ไปที่นั่น”
เจียงหงหย่วนเห็นคนเจ็ดแปดคนวางตาข่ายบนพื้นตะปุ่มตะป่ำที่อยู่ห่างไปสองสามร้อยหมี่[2]จากนั้นโรยกิ่งไม้ใบไม้จำนวนมากลงบนตาข่าย มัดแพะตัวหนึ่งไว้ตรงกลางและใช้มีดเฉือน
แพะกรีดร้องดีดดิ้นด้วยความหวาดกลัวคนกลุ่มนี้หัวเราะแล้วแยกกันไปซ่อนตัว
เจียงหงหย่วนยิ้มเยาะในใจ คิดว่าทำเช่นนี้จะล่อเสือได้?
ฝันหวานไปแล้ว!
กลิ่นคนเยอะเกินไป เลือดแพะไม่เพียงพอ
เจียงหงหย่วนลงจากต้นไม้เงียบๆมือกำกริชที่หลินหวั่นชิวให้มา เคลื่อนไปทางคนเหล่านั้น
เขากลั้นหายใจ คนเหล่านั้นหันหลังให้เขาเพราะต้องการจะล่าเสือ คนเหล่านั้นจึงไม่กล้าขยับเขยื้อนเช่นกัน ทำให้ไม่รู้ว่ามีคนเคลื่อนมาถึงด้านหลังแล้ว
เจียงหงหย่วนราวกับเสือดาวที่ล่าเหยื่อมีความอดทนมาก ค่อยๆ เข้าใกล้ ทุกครั้งที่เคลื่อนไหวจะทิ้งช่วงนานมาก
ในที่สุดเขาก็เข้าใกล้ทั้งสองคนเจียงหงหย่วนกระโดดขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว อุดปากจากด้านหลังและปาดคอ
จากนั้น เขาไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียวใช้วิธีเดียวกันมาปาดคออีกคน
ทั้งสองคนตายแบบไม่ทันได้ตอบโต้ ตายตาไม่หลับ!
เจียงหงหย่วนไม่ได้ค้นตัว เคลื่อนตัวไปซ่อนอีกทาง
เขามีความอดทนมาก ใช้วิธีเดียวกันฆ่าเพิ่มอีกคน
แต่ตอนที่เขาฆ่าคนที่สอง เขาเห็นว่ามีคนเดินมา
บุรุษผู้นั้นจะอ้าปากร้องเจียงหงหย่วนขว้างกริชออกไปแบบไม่ต้องคิด กริชเสียบทะลุปากและตรึงบุรุษผู้ไว้กับพื้น
โจรภูเขาล้มลงกับพื้น มีคนวิ่งมาทางนี้ทันที “เอ้อร์เปียวจื่อ เจ้าเป็นกระไรไป?”
เชิงอรรถ
[1] ก้วน(吊)1 ก้วน = 1000 อีแปะ(เหรียญทองแดงผสม)
[2] หมี่(米) 1 หมี่ = 1 เมตร