4
" นายเกลียดฉันหรือปล่าว? " จู่ๆ หมอกถามขึ้น สายตายังคงทอดยาวไปข้างหน้า โดยไร้ท่าทีหันมาสบตาคนที่นั่งอยู่ข้างๆ
วินด์นิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนตอบ " ฉันไม่เคยเกลียดนาย "
" แล้วทำไมถึงหนีล่ะ ตอนนั้น ทำไมถึงหนีฉัน ทำไมถึงเมินฉัน "
หมอกหันมาสบตา แววตาของเขามุ่งมั่นหวังคาดคั้นคำตอบจากคนตรงหน้า ทว่า วินด์กลับมีสีหน้าเคร่งเครียด พยายามครุ่นคิดหาคำตอบ หมอกที่เห็นเช่นนั้นได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน
เขาหันกลับไปเหม่อมองทะเลอีกครั้ง แววตาแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อย ความรู้สึกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งเฉยและเ็า ตอนนี้ราวกับกำแพงที่สร้างมาเริ่มพังทะลายลงทั้งหมด
" เหตุผลที่ฉันจูบนาย เพราะความรู้สึกของฉันมันบอกแบบนั้น แต่ก็เพราะความรู้สึกที่ไม่รักดี ฉันถึงยังจมปลักอยู่กับมันมาตลอดอย่างนี้ไง " น้ำเสียงของหมอกเริ่มสั่นเครือทีละน้อย พร้อมกับหัวใจที่เจ็บแปลบบาดลึกในอก
" ฉันน่ะดีใจที่ได้เจอนายอีกครั้งนะ แต่มันแย่ตรงที่ว่า การพบกันอีกครั้งมันแค่ไม่เป็อย่างที่ฉันคิด แค่นั้น "
หมอกพูดจบก็หันมาสบตากับวินด์ ความเ็ปภายในใจที่ต้องแบกรับความรู้สึกมากมายนั้นส่งผ่านมายังดวงตาสีเข้มโดยไม่มีทีท่าจะหลบแม้แต่น้อย
ทำไมกันนะ ทำไมวินด์ถึงรู้สึกเจ็บในอกราวกับมีมีดนับร้อยทิ่มแทงอยู่ภายในใจ ทำไมกันนะความรู้สึกแสนสับสนที่ตีกันวุ่นอยู่ในหัวมากมายนี้ ความอิ่มเอมที่ได้พบกันอีกครั้ง รวมทั้งความเศร้าที่มาพร้อมกับสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ เขาควรทำอย่างไรดี
" ฉันเสียใจ เพราะความขี้ขลาดของฉันที่ทำร้ายนายแบบนี้ ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่ทำแบบนั้น ฉันขอโทษ ถ้าฉันกล้าที่จะไปเจอนายวันนั้น ทุกอย่างมันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้ ถ้าฉัน..แก้ไขมันได้อีกครั้ง มันคงจะ.."
" ไม่มีใครสามารถกลับไปแก้ไขอดีตได้หรอก นอกจากอยู่กับปัจจุบันเท่านั้น "
" นั่นสินะ แต่ว่า สิ่งนึงที่ฉันยังคงยืนยันอยู่เหมือนเดิม คือฉันชอบที่นี่จริงๆ และมันคือที่ที่เดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจที่สุด "
" ถ้างั้นก็อยู่ที่นี่สิ อยู่ด้วยกันตลอดไป "
" เอ๊ะ "
หมอกยิ้มมุมปากเล็กน้อย " อยากรู้เหตุผลที่ฉันอยากเป็ช่างภาพรึปล่าว? "
วินด์ส่ายหน้า พลางสายตาจับจ้องไปยังคนตรงหน้าเพื่อหวังหาคำตอบ
" เพราะนายไง " น้ำเสียงแสนอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความจริงจังของหมอก วินด์เองก็รับรู้ความรู้สึกนั้นได้เช่นเดียวกัน
" จะชกฉันอีกหรือปล่าว? "
" เอ๊ะ "
ไม่ทันที่วินด์จะได้ตั้งตัว จู่ๆ เขาก็โดนดึงเข้าไปจูบ วินาทีนั้นวินด์รู้สึกช็อคไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ รับรสััจากริมฝีปากนุ่มของคนตรงหน้า มันช่างหอมหวาน อบอุ่นและเร้าร้อนในขณะเดียวกัน
เพียงแค่่วินาทีแต่ช่างแสนเนิ่นนานราวกับโลกใบนี้หยุดหมุน หมอกค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกจากคนตรงหน้าช้าๆ แต่ยังคงใกล้ชิดถึงลมหายใจอยู่ไม่ห่าง ภายในหัวของวินด์อื้ออึงไปหมด ใบหน้าของเขาเริ่มร้อนผ่าวจนแทบะเิ รอยยิ้มบางของหมอกค่อยๆ เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างเอ็นดูคนตรงหน้า
ความอ่อนโยนเริ่มแปลเปลี่ยนเป็ความเร่าร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ หมอกประทับริมฝีปากพร้อมบดขยี้แน่น มือของเขาเริ่มสาละวนไปทั่วร่างวินด์ ก่อนจะบีบเค้นความกำหนัดที่มีราวกับราชสีห์ออกล่าแกะตัวน้อย เสียงหอบหายใจรัวบอกความเสียวซ่านราวกับเพลิงพิศวาสที่กำลังลุกโชติ่ พร้อมกับขับเคลื่อนกำลังไปตามจังหวะอย่างแ่เบา ก่อนจะเร่งเร้าโบยบินยัง์พร้อมกับแสงสีทองที่ลาลับขอบฟ้าไปในค่ำคืนนั้น
ติ่งง ~
บนหน้าจอโทรศัพท์ของวินด์มีข้อความเด้งขึ้นมา
' พี่วินด์ ตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ? '
ก่อนที่แสงไฟนั้นจะดับลงไปช้าๆ
แชะ
วินด์ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงบางอย่างปลุกเขา ภาพแรกที่เขาเห็นคือชายหนุ่มที่แสนคุ้นกำลังมองเขาผ่านเลนส์กล้องตัวโปรดพร้อมรอยยิ้มแสนอ่อนโยน
" นี่แอบถ่ายรูปฉันตอนหลับหรอเนี่ย ไม่มีมรรยาท " วินด์บ่นอุบอิบอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก
" ก็เวลานายนอนหลับ น่ารักดีนี่นา ฉันแค่อยากถ่ายเก็บไว้ ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน "
ทันใดนั้น เมื่อความทรงจำที่ผ่านมาเมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหัวของเขาอีกครั้ง วินด์ถึงกับหน้าเปลี่ยนสีขึ้นมาในทันที
" นายเขินหรอ? หน้าแดงเชียว " หมอกแกล้งหยอกวินด์พร้อมกับรอยยิ้มยียวน
" นายก็หน้าแดงอยู่นะ " วินด์รีบสวนทันควัน
" แต่นายแดงกว่าฉันนะ " หมอกตอบ
ดูเหมือนวินด์ที่กำลังเขินจนหน้าแดงราวกับลูกมะเขือเทศนี้จะไม่สามารถแก้ตัวได้ เขาจึงได้แต่งุดหน้าลงกับผ้าห่มแทนคำพูดใดๆ
" ไม่เห็นต้องเขินเลยนี่นา เมื่อคืนนี้..นายร้อนแรงใช่เล่นนะ "
หมอกพูดพลางส่งยิ้มมีเลศนัยจนเ้าตัวรีบขว้างหมอนใส่ทันทีด้วยความเขินอาย แต่หมอกก็ไวกว่าจึงสามารถหลบได้อย่างสบายๆ
" ไอ้บ้า!! " วินด์โวยวาย
" รีบไปอาบน้ำได้แล้ว ฉันรออยู่ข้างนอกนะ "
หมอกพูดจบพร้อมเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงวินด์ที่กำลังเถียงกับตัวเองอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยปล่าว
" บ้าชะมัด "
วินด์อาบน้ำ แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เขาเดินออกมาที่ชานบ้าน เขาพบกับหมอกที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ริมชายหาด
วันนี้วินด์รู้สึกราวกับได้พบเจอกับเพื่อนสนิทที่คุ้นเคยอีกครั้ง หมอกในตอนนี้อยู่ในเสื้อเชิ้ตลำลองสไตล์ฮาวาย กาเกงขาสั้นสีเทาอ่อน เขาดูอ่อนโยนและเป็มิตรมากกว่าในวันแรกที่เจอกันเสียด้วยซ้ำ
" มาทำอะไรตรงนี้เนี่ย? " วินด์ถาม
" ไปเที่ยวกัน "
" อารมณ์ไหนเนี่ย "
" มาเหอะน่า "
หมอกไม่ได้ตอบอะไร นอกจากส่งยิ้มก่อนจะเดินนำคนขี้สงสัยไป แม้วินด์จะไม่เข้าใจมากเท่าไหร่กับพฤติกรรมของหมอก แต่เขายังคงเดินตามไปอย่างคนว่าง่ายอยู่ดี
หมอกพาวินด์ขับรถไปเที่ยวในเมือง วิวทิวทัศน์ของบ้านเรือน ภาพที่แสนคุ้นเคยเมื่อสมัยที่ทั้งสองคนยังเยาว์วัยเริ่มฉายซ้ำกลับมาอีกครั้ง แม้ว่าอาจจะมีบางที่ที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่มันยังคงมีกลิ่นอายในอดีตให้ห้วนคิดถึงอยู่เสมอ
ร้านโชว์ห่วยที่มีขนมโบราณซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก ทุกวันหลังเลิกเรียนหมอกและวินด์มักจะแวะมาซื้อขนมที่ร้านนี้เป็ประจำ คุณป้าที่แสนใจดีและมักจะแถมลูกอมให้อยู่เสมอ แม้ว่าตอนนี้จะไม่อยู่เสียแล้ว แต่ร้านนี้ยังคงถูกสืบทอดกิจการด้วยลูกหลานอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็ที่นิยมมากเท่าเมื่อก่อนแล้วก็ตาม
มีสถานที่แห่งความหลังอีกมากมายที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนเดินทางไปหา ไม่ว่าจะเป็โรงเรียนเก่า บ้านสวนของวินด์ที่เคยพักอาศัย หรือแม้กระทั่งเขื่อนที่ทั้งสองไปขับรถมอเตอร์ไซค์เล่นกัน ทั้งหมดยังคงเป็ความทรงจำที่ดีที่ไม่เคยจางหายไปแม้สักนิดเดียว
ดูเหมือนว่าความสุขมักจะผ่านไปเร็วดั่งคำสุภาษิตที่ว่ากัน ขณะที่ทั้งสองคนกำลังหัวเราะ พูดคุยกันสนุกสนานระหว่างช่วนกันทำอาหารใน่เย็น เสียงโทรศัพท์ของวินด์ก็ดังขึ้น
ชื่อเ้าของปลายสายโชว์เด่นหราอยู่บนหน้าจอ มันทำให้เสียงหัวเราะของทั้งคู่พลันเงียบสนิทอัตโนมัติลงทันที
" ฮัลโหล " วินด์กดรับสายพลางกรอกเสียงลงไป
" พี่วินด์อยู่ที่ไหนคะ? หมิวโทรไปก็ไม่รับ ข้อความก็ไม่อ่าน แถมวันนี้ก็ไม่เข้าบริษัทอีก เป็อะไรรึปล่าวคะ? "
" เอ่อ.. คือว่า "
วินด์มีสีหน้าเลิ่กลั่กอย่างคนทำตัวไม่ถูก ก่อนจะเหลือบไปยังหมอก ที่ในตอนนี้เขากลับมีสีหน้าเรียบเฉยอีกครั้ง จนเกินคาดเดาอารมณ์ วินด์จึงต้องรีบออกไปคุยข้างนอกบ้านในทันที
" พี่ขอโทษนะ พี่ลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่ห้องน่ะ เลยไม่ทันเห็น " วินด์อธิบาย
" แล้วเมื่อวานทำไมพี่วินด์ไม่มาตามนัดคะ? "
" นัด? "
วินด์ทวนคำพลางครุ่นคิดอย่างหนัก ในที่สุดเขาก็นึกขึ้นได้ว่า เมื่อวานเขามีนัดไปกินเลี้ยงกับเพื่อนๆ ของหมิว แต่เขาดันลืมไปเสียสนิทใจ
" เอ่อ .. พี่ขอโทษจริงๆ นะหมิว คือพอดีพี่มีธุระที่ต่างจังหวัดน่ะ พี่ก็เลยลืมไปเลย "
" นัดกระทันหันขนาดนั้นเลยหรอคะ? "
" เอ่อ ใช่ คือว่า เป็งานด่วนนะ พี่ก็เลยไม่ได้บอกหมิว ขอโทษนะ "
" ไม่เป็ไรค่ะ หมิวเข้าใจ แค่เพื่อนๆ เอาแต่ถามหมิวว่าพี่ไปไหน ทำไมพี่ไม่มา ซึ่งหมิวเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ตลกดีนะคะ เพราะทุกครั้งพี่จะบอกหมิวตลอดเลย แต่ช่างเถอะค่ะ เพราะอีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว เื่แค่นี้หมิวไม่สนใจหรอกค่ะ "
" อืมม นั่นสินะ เรากำลังจะแต่งงานกันแล้วนี่ นั่นสินะ "
' แต่งงาน ' ความรู้สึกเ็ปที่ราวกับมีมีดนับร้อยทิ่มแทงอก มันช่างทรมานเสียเหลือเกิน หมอกที่กำลังยืนฟังอยู่อีกฝากของประตู คำพูดที่แสนเฉือดเฉือนบาดลึกหัวใจนี้ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแน่นในอกจุกจนแทบพูดไม่ออก
ความสุขกำลังจะจบลงแล้วสินะ ต่อจากนี้มันคือความจริงที่ต้องตื่นจากห้วงแห่งความฝันเสียแล้ว มันช่างทรมานเสียเหลือเกิน
" พี่วินด์จะกลับเมื่อไหร่คะ พรุ่งนี้ใช่มั้ย? "
" อะ อืมม พรุ่งนี้พี่กลับน่ะ จ้ะ แล้วเจอกันนะ พี่ก็รักหมิวเช่นกันนะ "
เขากดวางสายพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ราวกับปลดเปลื้องเื่หนักอกให้หายไป ก่อนจะสาวเท้ายาวเข้ามาในบ้านแต่ต้องใสะดุ้งตัวโยงทันที เมื่อเขาเจอหมอกมายืนรออยู่ก่อนแล้ว วินด์พยายามทำสีหน้าให้ปกติที่สุด ตรงข้ามกับหมอกที่เขากลับมาเ็าอีกครั้ง
" อาหารเสร็จแล้วนะ ไปกินสิ "
ไม่ทันที่เขาจะอยู่รอฟังคำตอบใดๆ หมอกเดินออกไปเสียก่อน
" หมอก เดี๋ยวก่อน! "
" ไม่เป็ไรหรอก อย่าคิดมากเลย "
หมอกส่งยิ้มมา แต่ถึงแม้จะเป็คนโง่แค่ไหนก็ยังดูออกว่านั้นคือการฝืนยิ้มอยู่ดี ดวงตาที่แสนเศร้าฉายชัดจนทำให้คนตรงหน้าอดปวดใจไม่ได้ ทว่า วินด์ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้
ในคืนนั้น ทั้งสองคนทานข้าวด้วยกันพร้อมกับความเงียบที่ดังที่สุด