“หนูรู้ว่าอาไทม์จะปฏิเสธ แต่หนูก็อยากจะบอกว่าชอบอาไทม์ค่ะ”
เกิดความเงียบงันในรถทันที เหมือนทุกเสียงในโลกรอบข้างหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจของฉันที่เต้นรัวในอกแทบจะออกมาเต้นด้านนอกอยู่แล้ว
อาไทม์หันมามองหน้าฉันช้าๆ สีหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ดวงตาคมภายใต้คิ้วเข้มจับจ้องหน้าฉันเหมือนกับอ่านอะไรบางอย่างอยู่ลึกๆ
บางทีเขาอาจจะอยากมองจ้องลึกเข้ามาถึงในจิตใจฉันก็ได้มั้งว่าฉันพูดจริงหรือเปล่า
“น้ำใส…” เขาเรียกชื่อฉันด้วยเสียงทุ้มต่ำ ใบหน้าของเขามันตอบปฏิเสธออกมาก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไรออกมาอีก “มันเป็นไปไม่ได้”
คำพูดของเขาเฉือนลงกลางใจเหมือนคมมีด ฉันรู้สึกเหมือนเลือดไหลออกจากอก แต่ฉันยังไม่ยอมแพ้ไม่ยอมหลบตาเขา
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้คะ อาไทม์ก็รู้หนูชอบอามาตั้งหลายปีแล้ว”
“อาอายุเยอะกว่าหนูตั้งหลายปี น้ำใสยังเด็ก ยังมีอะไรอีกมากที่ต้องเรียนรู้ อีกอย่าง…หนูเป็นลูกสาวของเพื่อนร่วมธุรกิจอา หนูรู้มั้ยว่าเรื่องแบบนี้มันจะดูแย่แค่ไหนถ้าหลุดออกไป? ถ้าใครมารู้เข้า?”
ฉันเม้มปากแน่น ความเงียบกดทับอยู่ระหว่างเราทั้งสองคน คือมันโคตรจะขัดใจเลยที่เขาเอาแต่ปฏิเสธฉันแบบนี้
//พรึบบบ จุ๊บบบ จ๊วบบบ// แม้ว่าจะปฏิเสธฉันแต่ว่าอาไทม์ไม่เคยปฏิเสธที่จะโดนฉันหอมแก้มหรือว่าจุ๊บ
และครั้งนี้ฉันทำมันมากกว่าจุ๊บ ฉันส่งเรียวลิ้นร้อนๆ เขาไปสำรวจโพรงปากอุ่นๆ ของอาไทม์เป็นครั้งแรกในชีวิต
โดยอาศัยจังหวะที่เขากำลังจับพวงมาลัยขับรถอยู่แบบนี้เนี่ยแหละ
“พะ พอ หยุดได้แล้วน้ำใส อาไม่ได้ไม่รู้สึกอะไรกับหนูหรอก” เขาพูดเสียงเบา “เรื่องของเรามันไม่ควรเริ่มเลยด้วยซ้ำ”
ฉันยังไม่ยอมแพ้เอื้อมมือไปจับแขนเขาแน่น ดวงตาใสเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น หาโอกาสทำอะไรเพิ่มอีกซักอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าฉันไม่ได้คิดไปเอง
เพราะฉันคิดว่าลึกๆ แล้วอาไทม์เองก็ชอบฉันเหมือนกัน
“หนูไม่เชื่อว่าอาไม่รู้สึก หนูเห็นสายตาอาตอนที่มองหนู น้ำเสียงอาเวลาที่พูดกับหนู เวลาที่อาแสดงอาการหึงหวงหนูมันไม่ใช่แค่น้องสาวหรือว่าหลานสาว หนูรู้ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น”
อาไทม์เมินหน้าหนีไม่ยอมตอบ และนั้นก็ยิ่งทำให้ฉันยิ่งอยากที่จะเอาชนะเขาสุดๆ ไปเลย
“หนูจะพิสูจน์ให้อาไทม์เห็นเอง ว่าสิ่งที่อาทำอยู่ตอนนี้…คือการปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง”
เขาหันกลับมามองอีกครั้ง สีหน้าครั้งนี้ไม่เรียบนิ่งเหมือนก่อน แต่เต็มไปด้วยความลังเลและเจ็บปวด
“น้ำใส… เธอยังไม่เข้าใจโลกดีพอ”
ฉันส่ายหน้า “หนูไม่ต้องเข้าใจโลกหรอก หนูเข้าใจแค่หัวใจตัวเองพอแล้ว” ฉันยังคงกอดเกาะติดหนึบอยู่กับหัวไหล่และหน้าอกของเขา
“เรื่องมันไม่ง่ายอย่างที่คิด”
“หนูไม่สนหรอก” ฉันยืนยันเสียงหนักแน่น
“ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน หนูก็จะไม่หยุด จนกว่าอาจะยอมรับว่ารู้สึกเหมือนกันกับหนู”
“เรายังไม่ได้ลองกันเลยซักนิดจะรู้ได้ไงว่าเข้ากันได้ไหม ไปกันรอดหรือเปล่า หรือว่าเข้ามาในตัวหนูได้ง่ายไหม”
มือเรียวบางขยับไปมาพร้อมกับปากที่พูดไปเรื่อยอย่างดื้อรั้น ท้ายที่สุดน้ำใสก็สามารถเลื่อนมือลงไปปลดถอดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงของไทม์ออกได้สำเร็จ
ท่อนเนื้อหนาภายใต้กางเกงของไทม์ที่ถูกปลุกอารมณ์ก่อนหน้านี้ ถูกน้ำใสควักมันออกมาจากกางเกงลำท่อนดีดกระตุกสู้มือ
ขนาดที่ใหญ่โตเกินกว่าที่เธอคาดคิดทำเอาน้ำใสตกใจจนมือสั่น แต่ก็เป็นการสั่นสู้เพราะมือเรียวที่พยายามจะกำรูดลำท่อนหนา ที่กำยังไงก็ไม่รอบขึ้นๆ ลงๆ ช้าๆ เพื่อปลุกอารมณ์ของไทม์ให้แตกซ่านมากกว่าเดิม
และเพราะรู้ว่าไทม์จะขัดขืนและหันมาบ่นเธอ ก็เลยตรงเข้าจูบเขาอีกหนปิดปากเขาอีกหน โชคดีที่ตอนนี่เป็นเวลาเลิกงาน/เลิกเรียนที่รถค่อนข้างจะติดหนักมาก น้ำใสก็เลยไม่ต้องกลัวที่จะเกิดอุบัติเหตุที่ไทม์จะเผลอขับรถไปจิ้มตูดคันอื่นๆ
เพราะบัดนี้รถมันจอดแช่ติดไฟแดงกว่าเกือบสี่ร้อยวินาที
“ท่อนใหญ่ๆ ของอาไทม์เต้นตุ๊บๆ สู้มือหนูขนาดนี้ อาไทม์จะกล้าปฏิเสธว่าไม่ได้คิดอะไรกับน้ำใสอีกหรอคะ” เธอถามพร้อมทั้งยกยิ้มมองหยดน้ำลายสีใส ที่ย้อยลงเป็นสายเชื่อมระหว่างพวกเขาจากจูบเมื่อกี้
ไทม์ตัวกระตุกรู้สึกเสียวซ่านสุดๆ แต่ว่าเขาก็พยายามที่จะกลั้นไม่ให้ครางออกมา ทั้งๆ ที่ตอนนี้ส่วนปลายหัวบานของลำท่อนหนา ได้ปลดปล่อยน้ำหล่อลื่นออกมาเคลือบลำท่อนของเขาแล้ว
“ถ้าอาไทม์เสียว… อาไทม์ก็แค่ครางออกมาสิคะ หนูรอฟังเสียงครางเสียวๆ ของอาไทม์อยู่นะคะ” น้ำใสยกยิ้มยั่วจ้องมองลำท่อนหนาๆ ของไทม์ที่กำลังปวดตุ๊บๆ อยู่ภายในกำมือของเธอ
“อาไทม์ก็แค่ครางออกมาเองค่ะ ถ้าอาไทม์ครางออกมาแค่คำเดียว น้ำใสรับรองเลยว่าจะดูดให้น้ำแตกเลยคาปากเลย”
“ฮรึกกก…” ไทม์หน้าแดงก่ำไม่รู้ว่าโกรธหรือว่าเสียวซ่านมากจนหน้าแดง แต่ยิ่งเขาพยายามกลั้นที่จะไม่แสดงอาการว่าเสียวซ่านมากแค่ไหน
มันก็ยิ่งทำให้น้ำใสอยากที่จะเอาชนะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
“ไม่เป็นไรค่ะ ถึงตอนนี้อาไทม์จะยังไม่ยอมครางออกมา แต่น้ำใสคิดว่าน้ำใสสามารถทำให้อาครางอย่างเสียวซ่านได้แน่นอน” ร่างบางก้มตัวลงก่อนที่จะเลื่อนตัวเข้าใกล้ลำท่อนหนาของไทม์
“น้ำใสอย่า!!” ออกเสียงดุด้วยเสียงสั่นๆ มือกำพวงมาลัยรถเอาไว้แน่นอย่างลุ้นระทึก
และเพราะเสียงดุที่ไม่ได้จริงจังอะไร ทำให้น้ำใสก้มลงมาใช้ปลายลิ้นตวัดเลียไปรอบๆ ส่วนปลายที่ชมพูเข้มค่อนไปทางม่วงที่ปริ่มน้ำหล่อลื่นของไทม์ทันที
“อ๊าาส์ ซี๊ดดดส์” เสียงครางต่ำๆ ของไทม์ยิ่งทำให้น้ำใสได้ใจ พยายามที่จะอ้าปากกว้างครอบลำท่อนหนาๆ ก่อนวนลิ้นเลียรอบๆ ของไทม์
ลำท่อนใหญ่โตที่มีเส้นเลือดครูดปากบางๆ ของเธอไปมาจนคับปาก
“อ๊าาาส์ ปากหนูนุ่มฉิบหายเลยน้ำใส” ร้องครางพร้อมทั้งยกเอวขึ้นสู้ ตอนนี้ความอยากมันมากเกินกว่าที่เขาจะคุมความคิดของตัวเองได้แล้ว
เมื่อรถขยับตัว น้ำใสก็ยืดตัวขึ้นมากระซิบที่ข้างหูของไทม์ “ครางออกมาอีกสิคะ หนูชอบเสียงครางของอาไทม์นะคะ ฟังแล้วมันสยิวหูดี”
มือเรียวยังคงทำหน้าที่ในจังหวะเนิบๆ ระหว่างที่รถเคลื่อนตัว แต่เมื่อรถกลับมาติดอีกครั้งหนึ่ง น้ำใสก็ก้มลงไปดูดเลียใหม่
และครั้งนี้เธอก็เพิ่มความเร็วทั้งมือที่ช่วยชักรูด และปากที่กำลังดูดเลียส่วนหัวระรัว ความยิ่งใหญ่ของไทม์มันค่อนข้างที่จะคับปากของน้ำใส เธอไม่เคยเจอของใหญ่แบบนี้มาก่อน
แม้จะพยายามที่จะอมเข้าไปหมดทั้งท่อน แต่ความยาวที่จุกไปจนถึงลำคอแล้วก็ยังไม่มิดด้ามมันกำลังทำให้เธอลำบาก
“ฮรึกกก อ๊อกกก” แรงบีบรัดจากการที่น้ำใสต่อต้านลำท่อนของเขาจนเกือบสำลอกมันทำให้ไทม์เสียววาบไปทั้งลำท่อน
“ซี๊ดดดส์ แน่นฉิบหาย ปากหนูดีแบบนี้เองสินะ นึกว่าปากหนูดีแต่เอาไว้เถียงพ่อของเธอซะอีกน้ำใส”
“อื้มมม อาจะแตกแล้วน้ำใส เร็วขึ้นอีก”
มือที่เคยบีบพวงมาลัยรถเอาไว้แน่น เผลอเอาลงไปกดหัวของน้ำใสเพื่อบังคับจังหวะด้วยตัวเอง
น้ำใสไม่ได้ขัดขืนการขยุ้มหัวของไทม์ เธอขยับเร็วขึ้น ลงลึกมากขึ้นจนท้ายที่สุดเขาก็แตกคาปากของเธอ
“อ๊าาาส์ อาแตกแล้วน้ำใส เสียวฉิบหายเลย ดูดให้หมดนะอาจะแตกให้หนูดื่มจนหายหิวน้ำเอง ร่านดีนัก”