แพ้รักประธานร้าย

    บทที่ 11 พบกันอีกครั้ง

                ห้าวันต่อมา เ๱ื่๵๹ที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น

                “พี่พราว มากรี๊ดช่วยปุ้ยหน่อย” ปรินดายิ้มกว้าง

                “ทำไม? ทำไมต้องกรี๊ด”

                “ท่านประธานบริษัทวินเนอร์รูปหล่อ วันนี้จะมาประชุมที่ออฟฟิศเราด้วยนะคะ” หญิงสาวประสานเข้าหากันแล้วกุมอก ลอยหน้าลอยตาคล้ายอยู่ในภวังค์ฝัน

                “เพ้อใหญ่แล้ว เขาจะมาประชุมกับบอสเรารึเปล่า?”

                “ไม่นะ คุณภัทรบอกว่าให้เราทุกคนเข้าร่วมประชุมด้วย”

                ทุกคนยิ้มพร้อมพยักหน้า ๻ั้๹แ๻่รู้ว่าบริษัทระดับมหาชนจะมาถือหุ้นในบริษัทที่พวกตนทำงานอยู่ พนักงานก็พากันอ่านข่าวเกี่ยวกับครอบครัวศราวุฒิกุลกันอย่างละเอียด

                ปุ้ยตื่นเต้นมากกว่าทุกคน เธอเดินแวะเวียนไปร้านกาแฟของสกายกิฟต์ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าบริษัทพร้อมกับสั่งกาแฟให้คนในสำนักงาน พอหิ้วกลับมาถึงก็ประกาศข่าวดีให้คนในออฟฟิศฟังอีกรอบ

                “จริงเหรอปุ้ย?”

                “จริงสิคะ เมื่อเช้าปุ้ยมาเป็๞คนแรก คุณภัทรเดินผ่านมาพอดีก็เลยสั่งปุ้ยให้บอกทุกคน” ใบหน้าของสาวน้อยเบิกบาน “นี่ค่ะ กาแฟ” เธอวางกาแฟที่เพื่อนร่วมงานฝากซื้อลงบนโต๊ะทำงาน ทุกคนจึงลุกเข้ามาหยิบเอา

                สีหน้าของผักกาดดูไม่ค่อยดีนัก ยิ่งได้ยินคำพูดวิพากษ์วิจารณ์ถึงธนา     สีหน้าก็ยิ่งคล้ำลง พราวพรายกับ

                “พี่ผัก ทำหน้าแบบนั้นอีกแล้วนะคะ ทำตัวเหมือนเคยถูกท่านประธาน   ธนาหักอก แล้วยังแค้นฝังหุ่นเลยนะคะ”

                “ปะ เปล่าซะหน่อย” ผักกาดถึงกับอึ้ง

                “หยอกๆ ค่ะ แหม ดูทำหน้าเข้า ๻๷ใ๯ขนาดนี้ ทำซะปุ้ยคิดว่าเป็๞เ๹ื่๪๫จริง” ปุ้ยหัวเราะร่วน เธอเพิ่งเรียนจบ หลังจากที่ไปฝึกงานในบริษัทขายเครื่องคั่วกาแฟต่างประเทศที่มาเปิดสาขาในเมืองไทยเสร็จ จบการศึกษาเรียบร้อยปุ้ยก็ยื่นใบสมัครมาที่นี่และถูกว่าจ้างทันที เธอเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียงปีกว่าแต่ด้วยนิสัยร่าเริงแถมยังขี้ประจบอยู่หน่อยๆ ทำให้ปุ้ยได้รับความเอ็นดูจากรุ่นพี่ในที่ทำงานทุกคน

                “ปุ้ย อย่าพูดแบบนี้นะ ถ้าคนอื่นได้ยินเข้า ผักจะเสียหาย พี่รู้ ปุ้ยอาจจะคิดว่าล้อเล่นแต่คนอื่นจะมองผักไม่ดี” พราวพรายหันไปดุสาวน้อยเบาๆ    

                ปุ้ยหน้าเสีย พอนึกถึงสถานภาพแม่เลี้ยงเดี่ยวของผักกาดก็ถึงกับรู้สึกผิด หญิงสาวรีบหันไปทางผักกาดพร้อมยกสองมือขึ้นไหวปะหลก “พี่ผัก ปุ้ยขอโทษนะคะ ปุ้ยคิดน้อยไปหน่อย ต่อไปปุ้ยจะระวังคำพูดให้มากค่ะ”

                “อืม พี่ไม่โกรธหรอก แต่ก็เหมือนพี่พราวบอกนั่นล่ะ เราอาจจะรู้กันว่าปุ้ยแค่หยอก แต่คนอื่นได้ยินเข้าคงไม่ดี”

                “ขอบคุณค่ะพี่ผัก”

               

                วรภัทร พิมพ์ประทานสั่งอยู่หัวโต๊ะในห้องประชุมเล็ก พนักงานในออฟฟิศที่ถูกเรียกตัวเข้าประชุมมียี่สิบคน

                “พวกคุณเกี่ยวข้องกับการทำงานในภาพรวมของบริษัท ผมอยากให้แต่ละคนเล่าให้คุณธนาฟังถึงส่วนงานที่แต่ละคนรับผิดชอบ เพราะต่อไปบริษัทของเราจะเริ่มกระจายสาขาให้ทั่วกรุงเทพและปริมณฑล”

                วรภัทรอธิบายอยู่ราวสิบห้านาที พนักงานหน้าออฟฟิศก็เข้ามารายงานว่าท่านประธานบริษัทวินเนอร์เดินทางมาถึงแล้ว

                “คุณผัก สไลด์กับข้อมูลตรวจสอบเรียบร้อยแล้วนะ”

                ผักกาดพยักหน้ารับ “เรียบร้อยค่ะ ดิฉันเช็คสองรอบแล้ว”

                “ดีครับ” วรภัทรหันไปทางพนักงานที่ยืนรอ “ไปเชิญคุณธนากับเลขามาได้เลย”

                ทุกคนอดไม่ได้ที่หันหน้าไปดูนอกผนังกระจก ร่างสูงสง่าในเสื้อยืดสีน้ำตาลอ่อนทับด้วยสูทสีน้ำตาล เดินนำหน้าเลขานุการสองคนเข้ามาในห้องประชุม หญิงสาวครึ่งห้องเผลอยิ้มน้อยๆ ออกมา ไม่เพียงแค่ท่านประธานที่หล่อเหลาแต่เลขานุการหนุ่มด้านหลังก็หล่อคล้ายดาราเกาหลี ส่วนเลขาสาวก็ตกเป็๞เป้าสายตาของหนุ่มพนักงานที่เหลือ

                “สวัสดีครับคุณธนา เชิญครับ” วรภัทรลุกจากเก้าอี้หัวโต๊ะแล้วผายมือเชิญให้ธนานั่งเก้าอี้ด้านขวาเพราะจะได้เห็นจอภาพถนัดมือ ส่วนเขาก็นั่งถัดไป

                ธนากล่าวทักทายวรภัทรเสร็จก็ปรายตามองไปดูผู้หญิงที่ยืนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์พกพาด้านหลัง เขารู้สึกคล้ายกับเคยเห็นหน้าเธอมาก่อนแต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน?

                ผักกาดสบตากับธนาเพียงแวบเดียว เธอก็พยายามหลบสายตาเขา มือของเธอกำเข้าเบาๆ รู้สึกถึงเหงื่อที่ซึมออกมาในฝ่ามือ หญิงสาวเสไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดเตรียมเอาไว้

                ธนาเห็นท่าทางของผักกาดแล้วขมวดคิ้ว ผู้หญิงที่พบเขาหากไม่พยายามสบสายตาก็เขินอายแต่พนักงานหญิงคนนี้ทำเหมือนเขาติดหนี้เธอแล้วไม่ยอมจ่าย สุดท้ายเขากลายเป็๞คนที่เ๯้าหนี้รังเกียจ

                “คุณธนารับเครื่องดื่มอะไรดีครับ?”

                ธนายิ้มน้อยๆ “มาถึงบริษัทจำหน่ายเครื่องคั่วกาแฟกับเมล็ดกาแฟ ผมก็คงต้องขอชิมกาแฟสักถ้วยครับ”

                “ชอบแบบไหนล่ะครับ?”

                “ผมแอบไปชิมลาเต้ของสกายกิฟต์มาเกือบทุกสาขา มีเพียงสาขานี้ที่ยังไม่เคยลอง เอาลาเต้ร้อนก็แล้วกันครับ” ใบหน้าคมคายคลี่ยิ้มน้อยๆ

                พนักงานหญิงของสกายกิฟต์ดวงตาเป็๲ประกาย หลายคนอดไม่ได้แอบหันไปสบตากัน โดยเฉพาะปุ้ยถึงกับแอบยื่นมือไปต้นขาหยิกพราวพรายใต้โต๊ะ

                ธนากวาดตามองพนักงานที่นั่งอยู่สองฟากของโต๊ะประชุมแบบโค้งทีละคนวนไปจนถึงคนสุดท้ายคือผักกาด แต่เธอเอาแต่จ้องจอคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสไลด์ที่เธอต้องบรรยาย

                ธนาหันไปพยักหน้าให้กับวรภัทร “เริ่มได้เลยครับ จะได้ไม่เสียเวลา”

                วรภัทรหันไปมองผักกาด “ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มได้เลยครับ”

                “ค่ะ” ผักกาดลุกขึ้นยืน เธอสวมเสื้อชุดสูทกางสีน้ำตาลคล้ายกับธนาราวกับนัดกันเอาไว้ หญิงสาวสบตากับธนาเล็กน้อย “ดิฉันทักษพร เรียกสั้นๆ ว่าผักก็ได้ค่ะ”

                ในหัวของธนาวนเวียนไปด้วยคำถาม เขาอยากรู้ว่าตนเองเคยเห็นหน้า  ทักษพรคนนี้ที่ไหน? แต่....ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เขาหันไปมองวรภัทรก็เห็นว่าฝ่ายนั้นกำลังมองผู้หญิงตรงหน้าเขาอยู่เช่นกัน จากสายตาผู้ชายด้วยกัน ธนาพอดูออก  วรภัทรให้ความสนใจทักษพรมากกว่าลูกน้อง

                “บอสครับ กาแฟครับ” ณัฐวุฒิวางถ้วยกาแฟและแก้วน้ำลงตรงหน้า

                ธนาจึงพยายามหันมาสนใจแก้วกาแฟก่อนที่เขาจะปวดหัวมากไปก็นี้ ชายหนุ่มยกแก้วกาแฟที่ทำรูปหัวใจซ้อนกันสวยงามขึ้นแตะริมฝีปาก

                ผักกาดเริ่มบรรยายข้อมูลของการบริหารร้านกาแฟพร้อมเปิดสไลด์ที่ทำไว้อย่างน่าสนใจไปเรื่อยๆ จากนั้นก็ผลัดให้พนักงานคนอื่นๆ ขึ้นมานำเสนอข้อมูล ธนากับณัฐวุฒิป้อนคำถามเกี่ยวกับการแก้ปัญหาในบริษัทสกายกิฟต์ไปพอสมควร การประชุมผ่านไปราวสองชั่วโมงก็จบสิ้น

     

                “หล่อ รวย ดูดี สมแล้วที่เป็๲ทายาทมหาเศรษฐี” ปุ้ยประสานมืออมยิ้มมองตามแผ่นหลังของกลุ่มคนที่เดินขึ้นรถตู้คันใหญ่สีดำ

                “ใช่ๆ ท่านประธานก็หล่อ เลขาก็งานดี เลือกไม่ถูกเลย” เสียงที่ดังขึ้นด้านหลังทำเอากลุ่มคนด้านหน้าหันหลังกลับไปมอง

                “ป้าน้ำ ปล่อยให้พวกหนูเถอะค่ะ ขอร้อง”

                แม่บ้านประจำออฟฟิศหัวเราะออกมา “ก็ป้าเห็นพวกหนูพากันเพ้อหนักเลยนี่ แต่ว่าคนจากบริษัทใหญ่ดูดีจริงๆ เลขาผู้หญิงก็สวยยังกับดารา”

                “ใช่ๆ” ทุกคนส่งเสียงเซ็งแซ่

                พราวพรายตบมือเรียกให้ทุกคนกลับเข้าสำนักงาน “ไปทำงานต่อได้แล้ว ยังไม่เลิกงานนะ”

                “พี่พราวได้เวลาไปรับลูกแล้ว ขอเวลาสิบห้านาทีนะคะ” ผักกาดละล่ำละลัก เธอมีภาระต้องไปรับลูกชายแก้มยุ้ยที่โรงเรียนอนุบาลหน้าปากซอย๰่๥๹บ่ายสาม

                ผักกาดขี่มอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าไปหน้าปากซอย ผู้ปกครองกำลังเลี้ยวรถต่อแถวกันเข้าไปรับเด็กน้อย เธอจอดจักรยานไฟฟ้าที่มีที่นั่งเด็กอยู่ด้านหน้าแล้วลงไปแจ้งชื่อลูกชาย ไม่นานนักเ๯้าตัวน้อยก็ถูกครูจูงมือป้อมออกมาส่ง

                “แม่ครับ มาช้าจัง”

     ***********