ตอนที่ 14 เข้าวัง (2)
หลังจากนางถึงวัยปักปิ่นก็ถูกส่งเข้าวัง เพราะตระกูลเยี่ยเป็ตระกูลขุนนางระดับสูงมาหลายชั่วอายุคน เมื่อเข้าวังจึงถูกแต่งตั้งให้เป็ฉุนผินทันที แต่ผ่านไปสี่ปี สถานะของบุตรสาวยังคงเหมือนเดิมและไม่เคยตั้งครรภ์ นางรู้ว่าบุตรสาวมีชีวิตไม่ง่ายนัก ยิ่งมาเห็นนางกำนัลเฝ้าประตูทำหน้าทำตาหยาบกระด้างใส่เช่นนี้ แค่คิดดูก็รู้ได้ว่าบุตรสาวใช้ชีวิตในวังด้วยความยากลำบากเพียงใด
เยี่ยซวี่ชะงักไป อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยตอบ “ท่านแม่ ท่านกังวลมากเกินไป เมื่อไม่กี่วันก่อนลูกกับเจินผินมีเื่เข้าใจผิดกันนิดหน่อยถึงได้เป็เช่นนี้ ลูกสบายดีทุกอย่าง ท่านแม่โปรดวางใจ”
เยี่ยสุยเห็นว่าพี่หญิงมีสีหน้าอบอุ่นอ่อนโยน ก็รู้ว่าพี่หญิงพูดความจริง เกรงว่าพี่หญิงคงคิดเช่นเดียวกับนาง คงไม่อยากใส่ใจคนพวกนั้น
อย่างไรก็ตาม นางไม่มีความทรงจำเื่เจินผินผู้นี้ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางพลันเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย “พี่หญิง เจินผินคนนี้เป็ใครหรือ”
“นางเป็หลานสาวของเสนาบดีสมุหพระราชพิธีเซี่ยลู่เหนียน ค่อนข้างเย่อหยิ่งอารมณ์ร้อน แต่นิสัยไม่ได้เลวร้ายนัก” เยี่ยซวี่ตอบเช่นนี้ด้วยใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มบาง
อันที่จริงเจินผินไม่ได้เลวร้าย แค่โง่เขลาเล็กน้อย
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เยี่ยสุยก็เข้าใจ ที่แท้ก็หลานสาวของเสนาบดีสมุหพระราชพิธี หนึ่งในเก้าเสนาบดีแห่งต้าอัน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนางกำนัลของเจินผินจึงมีท่าทางเช่นนั้น
ครู่ต่อมา สีหน้าของเยี่ยสุยพลันเปลี่ยนไป หลานสาวของเซี่ยลู่เหนียน...นางนึกขึ้นได้แล้ว เซี่ยลู่เหนียนมีหลานสาวอยู่ในวังชางชิ่งจริงๆ แต่นางจำได้ว่าเป็เหลียงกุ้ยผิน ไม่ใช่เจินผิน
หลังจากพี่หญิงตาย มีนางกำนัลกราบบังคมทูลว่าผู้วางยาพิษเป็คนของเหลียงกุ้ยผินในวังชางชิ่ง ตอนนั้นฝ่าาโกรธมาก สั่งปลดตำแหน่งเหลียงกุ้ยผินแล้วส่งไปตำหนักเย็น ต่อมายังเอาผิดตระกูลเซี่ยด้วย เสนาบดีสมุหพระราชพิธีเซี่ยลู่เหนียนจึงลาออกจากตำแหน่งด้วยเหตุนี้...
แน่นอนว่าเยี่ยสุยถึงเพิ่งได้รู้ความจริงในภายหลังว่า เหลียงกุ้ยผินแซ่เซี่ยเป็เพียงแพะรับบาป คนที่วางยาพิษพี่หญิงเป็คนอื่น
เมื่อมาพิจารณาดูตอนนี้แล้ว เจินผินก็คือเหลียงกุ้ยผินในภายภาคหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะถึงอย่างไร ในวังก็มีนางสนมที่ทำตัวโง่เขลาไม่มากนัก
หลังจากพอเข้าใจเื่ราวบ้างแล้ว เยี่ยสุยก็ยิ้มและเอ่ยว่า “พี่หญิงพูดถูก ทำไมต้องไปใส่ใจคนเช่นนั้นด้วย แต่พี่หญิงก็ไม่ต้องรู้สึกผิดไป ตอนนี้พี่ชายเข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนได้แล้ว ต่อไปในภายภาคหน้าคงช่วยสนับสนุนพี่หญิงได้”
เมื่อพูดถึงหน่วยองครักษ์อี๋หลวน บรรยากาศในตำหนักหลินหฺวาก็อบอุ่นขึ้น ความหม่นหมองในใจของทุกคนก่อนหน้านี้ค่อยๆ เลือนหายไป
เยี่ยสุยเห็นพี่หญิงร่าเริงสดใสนางก็สุขใจ เพียงแต่สายตาของนางอดจับจ้องที่ท้องของพี่หญิงไม่ได้
เวลานี้พี่หญิงคงตั้งครรภ์แล้วกระมัง