ณร้านขายผ้าของท่านแม่ซูเยี่ยน
“แม่นางอยากได้ผ้าแบบไหนล่ะ”ท่านแม่ของซูเยี่ยนเดินมาต้อนรับลูกค้า
“ข้าเปล่ามาซื้อผ้าข้านัดเหวยเหนียงที่นี่เ้าค่ะ”
“ทำไมต้องมาพบกันที่นี่ด้วยล่ะ”ท่านแม่ของซูเยี่ยนสงสัย
“ข้า เอ่อ”
“เรียนท่านป้าจอมยุทธ์หญิงท่านนี้คือ ซุนหวิน นางเคยรักษาตัวกับหมอเทวดาเสี่ยวอี้เ้าค่ะ”เหวยเหนียงตอบให้เอง
“เป็ความจริงงั้นหรือ”ท่านแม่ของซูเยี่ยนรู้สึกดีใจ
“เ้าค่ะข้าป่วยเป็โรคที่รักษายากมาั้แ่กำเนิด โดยมีอาการหอบ เหนื่อยง่าย พอข้ามีได้อายุ5 ขวบ ท่านพ่อก็เลยขอให้ท่านหมอเสี่ยวอี้รักษาให้ข้าเขาช่วยฝังเข็มให้และแนะนำให้ข้าฝึกวิทยายุทธ์ควบคู่ไปด้วย ผ่านไปสิบปีข้าถึงหายขาดจากโรคเ้าค่ะ” ซุนหวินเล่า
“ดังนั้นข้าก็เลยจะให้ซุนหวินวาดภาพท่านหมอเสี่ยวอี้เพื่อให้จอมยุทธ์ที่รับจ้างตามหาคนหายช่วยตามหาท่านหมอให้เ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าว
“อ้าว! แล้วซุนหวินไม่รู้ที่อยู่ท่านหมอเสี่ยวอี้งั้นหรือ”ท่านแม่ของซูเยี่ยนแปลกใจ
“ข้าไม่รู้เ้าค่ะเพราะตลอดเวลาที่ข้ารักษากับท่านหมอ ท่านหมอจะเป็ผู้มาหาข้าที่บ้านเองข้าไม่เคยไปพบท่านที่เรือนหมอมาก่อนเลย และพอข้ารักษาหาย ท่านหมอก็พเนจรไปเมืองอื่นแล้ว”ซุนหวินหายจากโรคตอนอายุ15 ปี บัดนี้นางมีอายุได้ 20 ปีแล้ว
“เ้าช่างมีวาสนายิ่งนักที่ได้พบหมอเทวดางั้นเอาอย่างนี้ พวกเ้าไปหาซูหลินที่บ้านของข้าดีกว่า ที่นั่นมีเครื่องเขียนส่วนที่นี่ก็มีแต่ผ้าเท่านั้น” ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าว
“ก็ได้เ้าค่ะ”เหวยเหนียงพาซุนหวินไปที่บ้านของซูเยี่ยน
ความจริงนั้นการที่เหวยเหนียงนัดซุนหวินที่ร้านขายผ้าก็เพื่อแสดงให้ท่านป้าเห็นว่านางรักษาคำพูดยอมช่วยตามหาท่านหมอเทวดาจริงๆ
******************************
ณบ้านของซูเยี่ยน
“เป็ความจริงหรือเ้าคะพี่ซุนหวินเคยรักษากับท่านหมอเทวดาเสี่ยวอี้ด้วย” ซูหลินรู้สึกดีใจที่กำลังทราบเบาะแสของท่านหมอเทวดา
“ใช่!และพี่ก็หายขาดจากโรคจริงๆ” ซุนหวินอวด
“งั้นซูหลินช่วยนำเครื่องเขียนมาจะได้หรือไม่ ซุนหวินจะได้วาดภาพท่านหมอเทวดาให้”เหวยเหนียงกล่าว
“ได้เ้าค่ะข้าจะรีบไปนำมาเดี๋ยวนี้” ก่อนซูหลินจะเดินไปหยิบเครื่องเขียนนางรีบหันไปพูดกับซูเยี่ยนว่า “เ้าดีใจมั้ยซูเยี่ยน หากเจอท่านหมอเทวดา เ้าก็จะได้หายเป็ปกติเสียที”
ซูเยี่ยนคิดในใจว่า“ถ้าข้าได้เจอหมอเทวดาความลับที่ข้าแกล้งถูกพิษลืมตนของมารจันทน์ผาก็แตกน่ะสิข้าต้องหาวิธีทำอะไรสักอย่าง”
ซุนหวินนั่งวาดภาพชายวัยกลางคนอย่างมีสมาธิแต่ทว่า
ซูเยี่ยนได้ชวนเด็กน้อยวัยประมาณ6-10 ขวบจำนวน 5 คน เล่นซ่อนแอบในบ้านของเขา ระหว่างที่วิ่งไล่จับกันเด็กๆก็พากันร้องโหวกเหวกโวยวายเสียงดังในระหว่างที่วิ่งหนีพอจับได้ก็ร้องเฮด้วยความดีใจ
“เงียบๆหน่อยได้มั้ยเด็กๆข้าต้องใช้สมาธินะ” ซุนหวินะโดุใส่
“เดี๋ยวข้าไล่เด็กๆไปเล่นข้างนอกเองเ้าค่ะ”ซูหลินกล่าว
แต่ทว่าเด็กๆและซูเยี่ยนก็ไม่ยอมออกไปเล่นข้างนอกพวกเขาพากันวิ่งหนีซูหลินกันจ้าละหวั่น จนเหวยเหนียงต้องมาช่วยวิ่งจับเด็กๆอีกแรง สองสาวพากันเหนื่อยหอบแต่ก็ยังคงจับไม่ได้สักคน
“นี่มันอะไรกันน่ะ”ท่านแม่ของซูเยี่ยนกลับมาถึงบ้านก็เห็นความวุ่นวายโกลาหล
“ท่านแม่!ซูเยี่ยนพาเพื่อนๆมาเล่นซ่อนแอบในบ้านเ้าค่ะ พวกเขาเล่นกันเสียงดังจนแม่นางซุนหวินไม่มีสมาธิในการวาดภาพเลย” ซูหลินฟ้อง
“ลูกพาเพื่อนๆไปเล่นกันข้างนอกเดี๋ยวนี้”ท่านแม่ของซูเยี่ยนสั่ง
“ขอรับ”ซูเยี่ยนเดินคอตกนำเพื่อนๆไปเล่นข้างนอกแต่โดยดี
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามซุนหวินก็วาดภาพท่านหมอเทวดาเสร็จและกำลังจะยื่นภาพให้ทุกคนดู แต่ทว่า อยู่ดีๆซูเยี่ยนก็แกล้งหิ้วถังน้ำแล้วทำทีว่าสะดุดล้มทำให้น้ำในถังสาดไปที่ซุนหวินเข้าเต็มๆ ภาพที่อุตส่าห์วาดมาก็เลอะเทอะไม่หลงเหลือเค้าโครงภาพของท่านหมอเลย
“นี่เ้าทำอะไรน่ะซูเยี่ยน” ท่านแม่ของซูเยี่ยนดุลูกชาย
“ก็ข้าอยากช่วยทำงานบ้านข้าจะช่วยถูพื้นไงขอรับ” ซูเยี่ยนกล่าว
“เ้าจงใจแกล้งหรือเปล่าความจริงเ้าไม่ได้ป่วยใช่หรือไม่ ถึงหาวิธีขัดขวางข้าเช่นนี้” ซุนหวินกล่าวอย่างเอาเื่
“ข้าป่วยเป็อะไรหรือขอรับ”ซูเยี่ยนแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจ
“ลูกข้าป่วยจริงๆข้าขอโทษแทนลูกข้าด้วย เขามีความทรงจำถึงแค่วัยสิบขวบเท่านั้น” ท่านแม่ของซูเยี่ยนแก้ตัวให้
“ข้าวาดให้ใหม่ก็ได้เ้าค่ะ”ซุนหวินใจอ่อนยอมวาดภาพให้ใหม่
หลังจากซุนหวินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยโดยยืมชุดของซูหลินมาสวมนางก็เลยนั่งวาดใหม่อย่างบรรจง
ซูเยี่ยนกำลังจะลุกไปเพื่อหาวิธีขัดขวางอีกแต่ทว่าซูหลินก็รีบจับตัวชายหนุ่มให้นั่งบนเก้าอี้ดีๆ
“ทำไมหรือขอรับพี่ซูหลิน”ซูเยี่ยนถามไปอย่างนั้นเองทั้งๆที่เขาก็รู้วัตถุประสงค์ของน้องสาว
“พวกเรามาเล่นมือปราบจับโจรดีกว่าซูเยี่ยนเป็โจรนะ” ซูหลินกล่าว
“ข้าไม่อยากเป็โจรนี่”ซูเยี่ยนไม่อยากเป็ฝ่ายถูกจับ
“พวกเราค่อยผลัดกันไง พี่เหวยเหนียงก็เล่นด้วยนะ” ซูหลินพยายามตะล่อมเด็ก
“ข้างั้นหรือ”เหวยเหนียงชี้มาที่ตัวเอง
“ใช่ ท่านรีบนำเชือกมามัดโจรไว้สิเ้าคะ”ซูหลินสั่งเหวยเหนียง
“จะดีหรือ”เหวยเหนียงไม่กล้า
ท่านป้าชี้ตำแหน่งเชือกเหวยเหนียงจึงรีบนำเชือกไปมัดชายร่างกายกำยำไว้กับเก้าอี้อย่างแ่า
ซูเยี่ยนคิดในใจว่า“ข้าไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอก” เขาก็เลยร้องเพลงสมัยวัยเด็กเสียงดังฟังชัดทำนองเหมือนเด็กร้อง
ทุกคนพากันหนวกหูซูหลินก็เลยร้องห้าม “เงียบๆสิ ซูเยี่ยน”
“ก็ข้าอยากร้องเพลงนี่”พอกล่าวเสร็จซูเยี่ยนก็ร้องเพลงต่อ
เหวยเหนียงจำต้องหาผ้ามารัดปากเขาไว้
ซูเยี่ยนก็ยังไม่หยุดเขากระทืบเท้าเสียงดังเพื่อก่อกวนไม่ให้ซุนหวินวาดภาพได้สำเร็จ
“อย่าเล่นเสียงดังสิซูเยี่ยน” ท่านแม่ดุใส่
ซูเยี่ยนหาได้ฟังไม่เขายิ่งกระทืบเท้าเสียงดังกว่าเดิมอีก
“เอ่อ ท่านป้าตอนเด็กๆ ซูเยี่ยนเขาดื้อมากขนาดนี้เลยงั้นหรือเ้าคะ” เหวยเหนียงสงสัย
“ใช่! เขาดื้อมากแต่พอส่งเขาไปฝึกวรยุทธ์กับไต้ซือเต้าจิ้งเขาก็เลยสงบเสงี่ยมยอมเชื่อฟังข้ามากขึ้น” ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าว
“ให้ไต้ซือท่านมากำราบดีหรือไม่เ้าคะ”เหวยเหนียงเสนอความคิด
“ท่านมรณภาพไปแล้วน่ะสิ”ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าว
ซูหลินจนปัญญาที่จะร้องห้ามเด็กดื้อคนนี้ส่วนซุนหวินก็ทำได้เพียงนำเศษผ้ามาอุดหูเอาไว้ในระหว่างวาดภาพ
เหวยเหนียงก็เลยเดินเข้าไปหาซูเยี่ยนและทุกคนก็พากันใเมื่อเห็นเหวยเหนียงเข้าไปกอดฝ่ายชาย
“อื้อ อื้อ”ซูเยี่ยนอยากจะพูดร้องห้ามแต่ทำไม่ได้
“ฟังนะซูเยี่ยน หากเ้าก่อกวนเสียงดัง ข้าจะหอมแก้มเ้า” เหวยเหนียงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
ซูเยี่ยนยังคงกระทืบเท้าเสียงดังไม่หยุด เพราะเขาคิดว่านางคงไม่กล้า
เหวยเหนียงจำต้องหลับหูหลับตาหอมแก้มฝ่ายชายนางคิดในใจว่า “ช่างเถอะ ตอนนี้เขาเป็เพียงแค่เด็กน้อยคนนึงเท่านั้น”
ทุกคนถึงกับอึ้ง
ซูเยี่ยนก็เลยยอมอยู่นิ่งๆ
“ดีมาก เด็กน้อย” เหวยเหนียงพูดกับเด็กที่ยอมสงบนิ่งทั้งๆที่ใจของนางเต้นแรงมาก
และแล้วทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบซุนหวินสามารถวาดภาพใหม่จนเสร็จ ซูหลินก็เลยยอมแก้เชือกและผ้ารัดปากให้ซูเยี่ยน
ซูเยี่ยนไม่รอช้าเขารีบวิ่งไปแย่งม้วนภาพนั้นแล้ววิ่งหนีไปทันที
ท่านป้าและซูหลินก็เลยวิ่งตามเด็กดื้อคนนั้นไป
เหวยเหนียงกำลังจะวิ่งตามไปด้วย แต่ซุนหวินรีบรั้งตัวนางไว้ได้ทัน
“ทำไมล่ะ” เหวยเหนียงแปลกใจ
“ภาพจริงอยู่นี่เ้ารีบไปหาจอมยุทธ์รับจ้างหาคนหายเถิด ส่วนข้าจะแกล้งวิ่งตามซูเยี่ยนเพื่อตบตาเด็กดื้อคนนั้นเอง”ซุนหวินกล่าวแผน
“ขอบใจมากนะซุนหวิน” เหวยเหนียงรู้สึกซึ้งใจ
******************************
ณ กลางป่า
“รบกวนท่านแล้วกงฉีส่วนนี่คือค่าจ้าง” เหวยเหนียงยื่นถุงอัฐให้
“ข้าไม่้าอัฐ”กงฉีไม่ยอมรับ
“แล้วท่าน้าอะไร”เหวยเหนียงสงสัย
“ช่วยขัดขวางไม่ให้ชายอื่นเข้าใกล้คนรักของข้า”กงฉีกล่าว
“ซุนหวินรักท่านคนเดียวนางไม่นอกใจท่านหรอก” เหวยเหนียงรู้ใจเพื่อนดี
“ข้าไว้ใจนาง แต่ข้าไม่ไว้ใจชายอื่นเมื่อเย็น ข้าก็แอบเห็นซุนหวินวิ่งตามชายหน้าหล่อด้วยข้าอยากตามไปสั่งสอนชายคนนั้น แต่ชายคนนั้นวิ่งเร็วมาก เขาน่าจะเป็ชาวยุทธ์”กงฉีคาดการณ์
“ชายคนนั้นมีชื่อว่าซูเยี่ยนเขาป่วยความจำเสื่อมเพราะพิษของมารจันทน์ผา ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพเหมือนเด็กวัยสิบขวบเท่านั้นเ้าอย่าถือสาเขาเลยนะ” เหวยเหนียงเล่า
“แล้วทำไมซุนหวินต้องวิ่งตามชายผู้นั้นด้วยล่ะ”กงฉีสงสัย
“เขาซนมากเขาพยายามก่อกวนไม่ให้ซุนหวินวาดภาพท่านหมอเทวดาได้สำเร็จซุนหวินก็เลยใช้อุบายแกล้งส่งภาพปลอมให้ข้า พอเขาแย่งไปได้ ซุนหวินก็เลยแกล้งวิ่งตามไปเอาเื่เท่านั้นเอง”เหวยเหนียงอธิบาย
“งั้นก็แล้วไปข้าไปล่ะ” กงฉีไม่ติดใจอะไร
“ขอบคุณมากกงฉี”เหวยเหนียงมองดูกงฉีใช้กำลังภายในะโหนีหายไป
และแล้วเหวยเหนียงก็สามารถนำม้วนภาพท่านหมอเทวดาส่งให้จอมยุทธ์กงฉีได้สำเร็จ
ตอนนี้เหวยเหนียงเริ่มระแวงซูเยี่ยนนางคิดในใจว่า “เ้าป่วยจริงหรือเปล่าน่ะซูเยี่ยนทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเ้าแกล้งป่วยยังไงก็ไม่รู้”
******************************
หนึ่งเดือนผ่านไปเหวยเหนียงจำต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับท่านแม่ของซูเยี่ยนคือยอมตกลงแต่งงานกับบุตรชายของนาง
เหวยเหนียงมาที่บ้านของซูเยี่ยนเพื่อมารับชุดเ้าสาวนางตั้งใจว่าจะรอให้ท่านป้ากลับมาจากร้านขายผ้าก่อน ค่อยนำชุดกลับกระท่อมนางก็เลยนั่งดูซูเยี่ยนเล่นโยนหินกับเด็กๆข้างบ้าน 3 คน
“อ้าวมาแล้วหรอเหวยเหนียง แล้วซูหลินล่ะ” ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าวทัก
“นางเข้าครัวทำกับข้าวเพื่อรอท่านเ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าจะรีบไปนำชุดเ้าสาวมาให้เ้าเดี๋ยวนี้ล่ะ”ท่านแม่ของซูเยี่ยนเดินไปที่ห้องนอน
แต่พอท่านแม่ของซูเยี่ยนเดินเข้าไปในห้องของนางเท่านั้นแหละอยู่ดีๆนางก็เอะอะโวยวายเสียงดัง
“ใครกันที่กล้ามาฉีกทำลายชุดเ้าสาวแบบนี้นะ”ท่านแม่ของซูเยี่ยนเดินไปที่ห้องโถงและกล่าวอย่างเอาเื่
“ไหนเ้าคะ ชุดเ้าสาวเสียหายหมดเลย”เหวยเหนียงใกับสภาพชุดเ้าสาว
“เป็ฝีมือเ้าหรือเปล่าเ้าไม่อยากแต่งงานใช่หรือไม่” ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าวโทษเหวยเหนียง
“ข้าไม่รู้ว่าห้องไหนคือห้องนอนของท่านเลยเ้าค่ะแล้วข้าจะเข้าไปทำลายชุดเ้าสาวได้อย่างไร” เหวยเหนียงกล่าว
“เ้าเป็หมอดูเ้าอาจใช้วิธีทำนายก็ได้” ท่านแม่ของซูเยี่ยนไม่เชื่อ
“เพื่อความบริสุทธิ์ใจข้าจะนำชุดเ้าสาวนี้ไปเย็บให้เรียบร้อยก่อนเข้าพิธีมงคลสมรสเ้าค่ะ” เหวยเหนียงยอมเป็ฝ่ายซ่อมชุดให้เอง
“ถ้าไม่ใช่เ้าแล้วใครกันที่กล้าทำแบบนี้” ท่านแม่เห็นเหวยเหนียงยอมรับผิดชอบก็เลยเชื่อว่านางไม่ใช่คนร้ายที่ฉีกเสื้อผ้า
ซูหลินเดินออกมาจากครัวและกล่าวว่า“ซูเยี่ยน! ไหนเสื้อผ้าของท่านแม่ ข้าจะได้นำไปซักไง”
ทุกคนมองไปซูเยี่ยนเป็ตาเดียว
“ลูกเป็คนฉีกชุดเ้าสาวงั้นหรือ”ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าว
“ขอรับ”ซูเยี่ยนไม่อยากโกหก
“ลูกทำแบบนี้ทำไม”ท่านแม่ของซูเยี่ยนสงสัย
“พวกข้าแค่จะขอดูหน่อยแต่ซูเยี่ยนเขาหวงมาก พวกเราก็เลยแย่งกันขอรับ” เด็กชายคนหนึ่งสารภาพ
“พวกเ้านี่ซนจริงๆ”ท่านแม่ของซูเยี่ยนโมโห
“ช่างเถอะเ้าค่ะข้าจะซ่อมชุดให้ใหม่เอง” เหวยเหนียงรับชุดเ้าสาวมาถือไว้
“แต่ชุดมันขาดเป็ริ้วๆเลยนะเ้าจะเย็บไหวงั้นหรือ” ท่านแม่ของซูเหยี่ยนรู้สึกสงสารว่าที่ลูกสะใภ้
“ข้าทำได้เ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าว
“ขอโทษด้วยนะเหวยเหนียงข้าไม่ได้มีฐานะมั่งมีเหมือนสมัยก่อนอีกแล้วข้าก็เลยไม่อาจไปหาซื้อชุดใหม่ให้เ้าได้” ท่านแม่ของซูเยี่ยนรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะงั้นข้าขอตัวนะเ้าคะ” เหวยเหนียงคิดว่าต้องเย็บชุดเ้าสาวทั้งคืน
ซูเยี่ยนคิดในใจว่า“เ้าช่างมีความอดทนจริงๆข้าก็อุตส่าห์ฉีกชุดของเ้าจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว เพื่อหาทางขัดขวางการแต่งงาน เ้าก็ยังดึงดันที่จะแต่งกับข้าอีก”
******************************
ณกระท่อมของเหวยเหนียง
เหวยเหนียงนั่งเย็บชุดเ้าสาวอย่างขะมักเขม้นนางเย็บไปก็ร้องไป “โอ๊ย! เข็มตำนิ้วอีกแล้ว! เด็กแสบเอ๊ย ทำไมถึงทำชุดขาดหลายจุดแบบนี้นะนี่ข้าจะต้องเย็บทั้งคืนอย่างนั้นหรือ ปวดตาไปหมดแล้วนี่ว่าแต่เขาจงใจขัดขวางการแต่งงานหรือเปล่านะ ขนาดยังไม่ได้เป็อะไรกัน เขาก็หาวิธีแกล้งข้าไม่หยุดเช่นนี้แล้วพอแต่งงานกันไปแล้ว ข้าต้องโดนอะไรอีกบ้างนี่”