เช้าวันรุ่งขึ้น.. ที่ Apex Legal บรรยากาศในสำนักงานกฎหมายเต็มไปด้วยเสียงคีย์บอร์ด และทุกคนต่างหัวหมุนไปกับกองสำนวนคดี
พิมพ์ดาวเดินสงบนิ่งเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารเต็มไม้เต็มมือ ใบหน้าสวยเรียบเฉย ราวกับว่าเมื่อคืนเธอไม่ได้เพิ่งผ่านสมรภูมิอารมณ์และยุติความสัมพันธ์สามปีลง
สำหรับพิมพ์ดาว... อะไรที่ 'ตัด' แล้ว คือ 'จบ' เธอไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้เศษซากความเสียใจมาบดบังประสิทธิภาพในการทำงาน
“ดาว!” เมย์ เพื่อนร่วมงานคนสนิทของพิมพ์ดาว ชะเง้อหน้ามาจากโต๊ะทำงานข้างๆ
“เป็ไงบ้างแก เมื่อคืน... เคลียร์ไหม?” เมย์ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
พิมพ์ดาววางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุด “เลิกแล้ว”
“ห๊า?” เมย์ตาโตเท่าไข่ห่าน ร้องลั่นจนเพื่อนร่วมโต๊ะแถวนั้นหันมามอง!
“มันนอกใจ” พิมพ์ดาวเอ่ยสั้นๆ ขณะกำลังเปิดโน้ตบุ๊ก เตรียมเข้าสู่โหมดทำงานอย่างเต็มตัว
เมย์อ้าปากค้าง สตั๊นไปสามวิ ก่อนจะพูดเสียงดังด้วยความโมโห “โห... ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!”
แล้วเมย์ก็เดินเข้ามาจับแขนพิมพ์ดาวเบาๆ “แล้วนี่แก... โอเคป่ะดาว? ไหวไหมเนี่ย?”
พิมพ์ดาวยักไหล่เล็กน้อย สายตาจ้องมองหน้าจอที่กำลังโหลดข้อมูลงาน
“โลกนี้มีผู้ชายตั้งกี่พันล้านคนเมย์ ฉันไม่จำเป็ต้องเอาเวลาอันมีค่าของฉันไปเสียเวลากับคนแบบนี้”
เมย์มองเพื่อนรักด้วยสายตาชื่นชมแกมทึ่ง “ต้องแบบนี้ซิเพื่อนฉัน... ฉันชอบทัศนคติแกจริงๆ สมกับเป็ทนายมือหนึ่งของที่นี่ เด็ดขาดชะมัด!”
ทว่าในขณะที่เมย์กำลังจะอ้าปากเม้าท์ต่อ ก็มีเสียงอื้ออึงจากบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของ Apex Legal จนพนักงานแทบทั้งชั้นต้องชะเง้อคอมอง
“เฮ้ย! นั่นอะไรน่ะ?”
“โอ้โห... ใครส่งดอกไม้มาว่ะ ช่อใหญ่มาก!”
“กุหลาบแดงเหรอ? โห... อลังมาก!”
เมย์ที่ไวเื่เผือกกว่าใคร รีบยื่นหน้าออกไปดูทันที ก่อนจะอุทานออก
“โห... กุหลาบแดงทั้งช่อเลยแก! ใหญ่จนบังตัวคนถือมิดเลย”
พิมพ์ดาวขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอพยายามรวบรวมสมาธิอยู่กับงานตรงหน้า ไม่คิดว่าเื่หวือหวาพวกนี้จะเกี่ยวกับเธอ
จนกระทั่งพนักงานส่งดอกไม้ในชุดยูนิฟอร์มสุภาพก้าวเข้ามาหยุดตรงกลางออฟฟิศ
“คุณพิมพ์ดาวอยู่ไหมครับ?” เขาถามเสียงดังฟังชัด
ทั้งออฟฟิศเงียบกริบราวกับนัดกันไว้ สายตานับสิบคู่หันขวับมาจ้องที่โต๊ะทำงานของพิมพ์ดาว
เมย์รีบสะกิดแขนเพื่อนยิกๆ “ไอ้ดาว... เขาเรียกชื่อแก! ของแก ว่ะ!”
พิมพ์ดาวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยความงุนงง “ฉันเองค่ะ... พิมพ์ดาว”
พนักงานส่งดอกไม้ยิ้มสุภาพพลางยื่นช่อกุหลาบแดง เกรดพรีเมี่ยม 99 ดอกที่นำเข้าจากต่างประเทศให้เธอ
มันหนักจนเธอต้องออกแรงรับไว้เต็มอ้อมแขน กลีบดอกสีแดงสดจัดจ้านตัดกับกระดาษห่อสีดำดูหรูหราดูทรงพลังอย่างประหลาด
เสียงแซวจากเพื่อนร่วมงานเริ่มดังขึ้นทันที….
“โอ๊ยยย! อิจฉามากแม่! ใครเป็สายเปย์ขนาดนี้เนี่ย?”
“นั่นดิ ใครจีบดาวน่ะ? เปิดตัวแรงเวอร์!”
“หือ? ได้ข่าวว่าเพิ่งเลิกกับแฟนเมื่อคืนไม่ใช่เหรอ... หรือว่ามีคนรอเสียบอยู่แล้ว!”
พิมพ์ดาวพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย มือเรียวหยิบการ์ดใบเล็กที่แทรกอยู่กลางช่อกุหลาบราคาแพงขึ้นมาอ่าน ข้อความข้างในสั้นและกระชับ
“ยินดีด้วยที่คุณโสดแล้ว”
คิ้วสวยขมวดเข้าหากันทันที ความรู้สึกสับสนปนระแวงตีรวนขึ้นมาในอก “ใครว่ะเนี่ย...”
เมย์ที่ยืนลุ้นจนตัวโก่งถือวิสาสะแย่งการ์ดในมือไปดูอย่างรวดเร็ว “ไหนดูซิ... โห! ไม่ลงชื่อด้วย ลึกลับชะมัด!”
พิมพ์ดาวส่ายหัวเบาๆ พลางดึงการ์ดกลับมา “โรคจิตหรือเปล่าก็ไม่รู้ รู้ได้ยังไงว่าฉันเพิ่งเลิกกับนนท์เมื่อคืน”
เธอวางช่อกุหลาบราคาหลักหมื่นลงข้างโต๊ะทำงานอย่างไม่ไยดี ราวกับมันเป็เพียงพัสดุตกค้างชิ้นหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปรัวคีย์บอร์ดจัดการสำนวนคดีต่อด้วยท่าทีเ็า
—————
ในขณะเดียวกัน... ห่างออกไปไม่กี่่ตึก ภายในห้องทำงานสุดหรูชั้นบนสุดของ Black Raven Logistics
ผนังด้านหนึ่งเป็จอภาพขนาดใหญ่ที่กำลังถ่ายทอดสดภาพจาก กล้องวงจรปิด คุณภาพสูงภายในสำนักงาน Apex Legal
ไคล์ นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ทำงาน รอยยิ้มจางๆ ปรากฏที่มุมปากเมื่อเห็นปฏิกิริยา 'ไม่แยแส' ของหญิงสาวผ่านหน้าจอ เขามองดูเธอวางดอกไม้ของเขาไว้กับพื้นราวกับขยะชิ้นหนึ่ง แต่นั่นกลับยิ่งทำให้เขารู้สึกท้าทาย
“ไม่ไยดีเลยแฮะ...” เสียงทุ้มพึมพำ
สายตาคมจับจ้องไปที่ใบหน้าด้านข้างของพิมพ์ดาวที่กำลังตั้งใจทำงาน
“แต่แบบนี้แหละ... ถึงจะคู่ควรกับการที่ฉันรอเธอมาสามปี”
เขายกโทรศัพท์ขึ้นมา กดสั่งการสั้นๆ กับปลายสายที่รอรับคำสั่งอยู่ตลอดเวลา
“เริ่มแผนสองได้เลย... ให้เธอรู้ว่ากุหลาบนั่นเป็แค่ออเดิร์ฟ ... ส่งของที่เตรียมไว้อีกชิ้นไปให้เธอตอนพักเที่ยง”
⸻
เวลา 11:30 น. ภายในห้องประชุมกระจกของ Apex Legal บรรยากาศการถกเถียงเื่ข้อกฎหมายอันเคร่งเครียดถูกขัดจังหวะลง
เมื่อมีเสียงเคาะประตู และประตูถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับพนักงานธุรการที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางเกรงใจสุดขีด
“ขอโทษครับคุณดาว... พอดีมีพัสดุด่วนที่สุดถึงคุณครับ และต้องเซ็นรับด้วยตัวเอง”
สายตาทุกคู่ในห้องประชุมหันขวับมามองที่เธอ พิมพ์ดาวถอนหายใจ พลางยกมือกุมขมับ “อีกแล้วเหรอ?”
กล่องกระดาษแข็งสีดำสนิท ผูกริบบิ้นผ้าไหมสีเดียวกันอย่างประณีตถูกวางลงกลางโต๊ะประชุม พิมพ์ดาวจำใจเปิดมันออกต่อหน้าทุกคน
และทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงก็ดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
“โอ้โห...!”
สิ่งที่นอนนิ่งอยู่บนกำมะหยี่สีไวน์แดงคือ กระเป๋าถือแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มีเพียงไม่กี่ใบบนโลก
เมย์ที่นั่งอยู่ข้างๆ แทบจะกรี๊ดออกมา
“ไอ้ดาว! นี่มันรุ่นหิมาลายันแบล็กเอดิชั่นนะแก! ราคาพุ่งไปหลักล้านแล้ว แถมมีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ด้วย ต้องเป็แขกวีไอพีระดับคราวน์เท่านั้น!”
พิมพ์ดาวไม่ได้ดีใจเลยแม้แต่น้อย เธอเอื้อมมือไปหยิบการ์ดใบเล็กที่สอดอยู่ข้างกระเป๋าขึ้นมาเปิดอ่าน ข้อความข้างในยังคงสั้น กระชับ และไร้ชื่อเสียงเรียงนามเหมือนเดิม
[ ของเล็กๆ น้อยๆ... หวังว่าจะเหมาะกับทนายฝีมือดีอย่างคุณ ]
“ใครมันบ้าขนาดนี้เนี่ย!” พิมพ์ดาวอุทานออกมาอย่างเหลืออด
ความหงุดหงิดของเธอเริ่มมีมากกว่าความสงสัย เธอไม่ชอบการถูกคุกคามด้วยวัตถุราคาแพง และไม่ชอบที่ชีวิตส่วนตัวถูกรบกวนแบบนี้
“คุณดาว... หรือจะเป็ลูกค้าที่คุณเคยช่วยคดีไว้?” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งตั้งข้อสังเกต
“ไม่ใช่หรอกค่ะ” พิมพ์ดาวตอบ
เธอปิดฝากล่องลง ก่อนจะหันไปหาพนักงานธุรการ “รบกวนเอาไปวางไว้ที่โต๊ะฉันทีค่ะ แล้วต่อไปถ้ามีของจากผู้ไม่ประสงค์ออกนามมาอีก... ให้ตีกลับไปให้หมด!”
⸻
เย็นวันนั้น... ขณะที่พิมพ์ดาวกำลังเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมกลับบ้าน เมย์ ก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับคว้าข้อมือเธอไว้แน่นจนแฟ้มเอกสารเกือบหลุดมือ
“ดาว!!!! แกต้องมาดู ด่วน !” เสียงของเมย์สั่นเครือด้วยความตื่นเต้น
“อะไรของแกเนี่ยเมย์ ฉันจะรีบกลับบ้าน” พิมพ์ดาวขมวดคิ้ว
แต่ก็ต้านแรงฉุดกระชากของเพื่อนสนิทไม่ไหว เธอถูกลากแกมบังคับออกมาจนถึงลานหน้าอาคารของ Apex Legal และทันทีที่ก้าวพ้นประตูตึกออกมา พิมพ์ดาวถึงกับ อึ้ง จนพูดไม่ออก!
ท่ามกลางสายตาพนักงานนับสิบชีวิตที่ยืนมุงล้อมวงราวกับมีงานเปิดตัวสินค้า รถสปอร์ต Maserati สีดำ ที่ดูทรงพลังจอดเด่นเป็สง่าอยู่
พนักงานส่งรถในชุดสูทก้าวเข้ามาหาเธอพร้อมถาดกำมะหยี่ที่มีกุญแจรถวางอยู่
“คุณพิมพ์ดาวใช่ไหมครับ?” เขาถามด้วยความสุภาพ
“เอ่ออ…ค่ะ” พิมพ์ดาวพยักหน้าตอบรับอย่างงงๆ
ชายคนนั้นยื่นกุญแจให้ทันที “มีผู้ไม่ประสงค์ออกนามมอบรถคันนี้ให้คุณครับ”
“กรี๊ดดดด! Maserati! แก... นี่มันรถในฝันชัดๆ!” เมย์ประสานมือไว้ที่หน้าอกพลางะโโลดเต้น
ส่วนคนรอบข้างตอนนี้ได้แต่อ้าปากค้าง ตาโตด้วยความประหลาดใจระคนอิจฉา
“เดี๋ยวนะ! ฉันไม่รับ!” พิมพ์ดาวโพล่งออกมา เธอถอยกรูดด้วยความใ
“เอาคืนไปเลยค่ะ ฉันไม่รู้จักคนส่ง!”
พนักงานส่งรถไม่ได้ขยับหนี เขาเพียงแต่ยื่นการ์ดใบเล็กสีดำส่งให้เธออ่าน ข้อความข้างในสั้น เรียบง่าย แต่กวนประสาทที่สุด:
[ เอาไว้ขับไปทำงาน... จะได้ไม่ต้องนั่งแท็กซี่ ]
พิมพ์ดาวกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นนูน “ไอ้คนโรคจิตนี่...”
เธอมองหน้าพนักงานส่งรถที่เริ่มทำหน้าเจื่อนคล้ายคนกำลังจะเดือดร้อนหนักถ้าเธอปฏิเสธ
สุดท้ายด้วยนิสัยขี้เกรงใจและไม่อยากให้เป็จุดสนใจไปมากกว่านี้ เธอจึงจำใจคว้ากุญแจมาถือไว้เพียงเพื่อให้เขาพ้นภาระไป
“ฉันจะจอดรถทิ้งไว้ที่ลานจอดรถนี่แหละ ใครจะกล้าใช้!” พิมพ์ดาวพึมพำกับเมย์ด้วยความโมโห
เธอตั้งใจแน่วแน่ว่าพรุ่งนี้เช้า สิ่งแรกที่เธอจะทำในฐานะทนายความคือ การไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็หลักฐานว่ามีคนส่งของมูลค่ามหาศาลมาให้โดยไม่ทราบสาเหตุ เพื่อป้องกันปัญหาข้อกฎหมายที่อาจตามมาในอนาคต
⸻
ในรถยุโรปสุดหรูสีดำที่จอดบนถนนฝั่งตรงข้าม ไคล์มองพิมพ์ดาวที่กำลังโวยวายด้วยท่าทางหัวเสียผ่านกระจกรถ
“นายครับ...” ลูกน้องคนสนิทที่นั่งเบาะหน้าหันมาถามด้วยความไม่แน่ใจ
“ให้รถหรูขนาดนั้นเลยเหรอครับ แค่จีบวันแรกทำไมต้องเปย์หนักขนาดนี้ด้วย”
“มันก็แค่รถ... เทียบกับสิ่งที่เธอเคยทำให้ฉันไม่ได้หรอก” ไคล์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ
วินพยักรับทราบเบาๆ “ท่าทางผู้หญิงคนนั้นจะสำคัญกับนายมากจริงๆ นะครับเนี่ย”
ไคล์เงียบไปครู่หนึ่ง ภาพความทรงจำเมื่อสามปีก่อนผุดขึ้นมา คืนนั้นฝนตกปรอยๆ ทั้งคืน เขาถูกลอบทำร้ายจนาเ็สาหัส และต้องซ่อนตัวอยู่ในซอกตึก กลิ่นคาวเืคละคลุ้ง บวกกับความหนาวเหน็บที่ค่อยๆ กัดกินสติของเขา
ในจังหวะที่เขาคิดว่าคงไม่รอด แสงสว่างจากไฟฉายมือถือเล็กๆ ก็ส่องเข้ามา พร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่งที่วิ่งเข้ามาหาเขาอย่างไม่กลัวอันตราย
“คุณ! คุณเป็อะไรไหมคะ!” เสียงหวานที่สั่นเครือด้วยความใยังคงก้องอยู่ในหู
เธอมาพร้อมกับของปฐมพยาบาล และขวดน้ำ เธอลงมือทำแผลอย่างง่ายๆ ให้เขาด้วยมือที่สั่นเทา
“ตอนนั้น... เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันเป็ใคร” ไคล์พึมพำกับตัวเองเบาๆ
“เธอช่วยฉันเพียงเพราะเห็นว่าฉันเป็คนที่กำลังเดือดร้อน”
ไคล์มองตามแผ่นหลังของพิมพ์ดาวที่เดินสะบัดก้นกลับเข้าอาคารไปด้วยความโกรธ ใบหน้าเขาปรากฏรอยยิ้ม
“ผู้หญิงแบบนั้น... ฉันปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้หรอก”
เขารอเวลามาตลอดสามปี เฝ้ามองเธอเติบโตในสายอาชีพทนายความ เฝ้ามองเธออยู่กับผู้ชายที่ไม่เคยเห็นค่าในความดีของเธอ แต่ั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป เขาจะไม่ยอมเป็เพียงชายแปลกหน้าในซอกตึกอีกต่อไป